เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 : ออกเดินทาง

ตอนที่ 16 : ออกเดินทาง

ตอนที่ 16 : ออกเดินทาง


ตอนที่ 16 : ออกเดินทาง

วันรุ่งขึ้น

ดวงอาทิตย์ยังคงขึ้นเหมือนเดิมและหมอกก็ยังคงอยู่ ซึ่งนั่นคือสัญญาณว่าอันตรายยังไม่ได้ลดลง

ที่ฐานลวี่หยวน หลังจากที่ทุกคนกินข้าวเช้าตอน 7 โมงกว่าเสร็จแล้ว พวกเขาก็แยกย้ายกันไปทำงานต่างๆ ของตัวเอง

ส่วนสมาชิกทีมต่อสู้ก็ต้องไปทดสอบและตรวจสอบยานพาหนะ รวมถึงดัดแปลงและทำความคุ้นเคยกับอาวุธของตัวเอง บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองลงถัง ออกแบบการประสานงานทางยุทธวิธี หลังจากที่ปรับตัวกันมาหนึ่งวัน ในตอนนี้พวกเขาก็มีรูปแบบคร่าวๆ กันแล้ว

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เดิมทีมีอยู่สิบกว่าคนก็ถือว่าทำได้ดีกว่าคนอื่นๆ มากเลยทีเดียวเพราะพวกเขาทำงานด้วยกันมาสองสามเดือนแล้ว พวกเขาจึงค่อนข้างคุ้นเคยกันอยู่บ้าง

ส่วนคนที่เพิ่งจะเข้ามาเมื่อวานก็ยังไม่คุ้นเคยกันมากนัก พวกเขาจึงทำได้เพียงเรียนรู้จากรุ่นพี่เท่านั้น แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดของพวกเขา

ส่วนคนที่เหลือ ฉินจิ้นก็ได้จัดการมอบหมายงานให้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วเพราะฐานจะไม่เลี้ยงคนที่ไร้ประโยชน์ไว้กินข้าวฟรี

นอกจากงานทำอาหารและดูแลความปลอดภัยของฐานแล้ว คนอื่นๆ ส่วนใหญ่ก็จะถูกจัดให้ไปก่อสร้างกำแพง โดยมีหวังหยาง ถังจินหมิง (อดีตหัวหน้าฝ่ายขาย) และจ้าวหลิง (อดีตหัวหน้าฝ่ายบุคคล) สามผู้จัดการบริษัทเป็นผู้นำ

แม้ว่าจะมีคนคัดค้าน แต่พวกเขาก็ยังเกรงกลัวในชื่อเสียงของเจ้านายและการกระทำที่โหดเหี้ยมในช่วงที่ผ่านมา พวกเขาจึงทำได้เพียงกลืนความไม่พอใจนั้นลงไป

ซึ่งก็ช่วยไม่ได้ พวกเขาเคยเป็นพนักงานออฟฟิศที่วันๆ นั่งอยู่แต่ในห้องทำงาน แต่หลังจากวันสิ้นโลกมาถึงพวกเขากลับต้องกลายเป็นกรรมกรก่อสร้าง ความแตกต่างมันมากเกินไปจริงๆ

ตอนที่รับสมัครคนฉินจิ้นก็ได้เน้นหาคนที่เคยทำงานก่อสร้างเข้ามาเป็นพิเศษและตอนนี้พวกเขาก็จะสามารถใช้ประสบการณ์ของตัวเองได้แล้ว ในตอนที่ฐานกักตุนเสบียงนั้นแน่นอนว่าฉินจิ้นก็ได้นำวัสดุก่อสร้างเข้ามาไม่น้อยซึ่งจะเพียงพอสำหรับการก่อสร้างกำแพงไปอีกระยะหนึ่ง

แต่เป้าหมายของเขาในตอนนี้คือการเพิ่มความสูงของกำแพงจากเดิมที่สูง 5 เมตรหนา 1 เมตรให้เป็นสูงกว่า 10 เมตรโดยเร็วที่สุด ส่วนความหนาก็ต้องขยายไปถึงหนึ่งเมตรครึ่งหรือแม้แต่ 2 เมตร!

ในช่วงแรกคนงานส่วนใหญ่อาจจะยังไม่คุ้นเคยและอาจจะมีปัญหาเรื่องวัสดุก่อสร้างไม่เพียงพอซึ่งอาจจะทำให้การก่อสร้างช้าลง แต่ในอนาคตจำนวนของประชากรในฐานก็จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนและในไม่ช้าก็เร็วมันก็จะต้องถูกสร้างจนเสร็จ

แน่นอนว่าเป้าหมายของเขาไม่ได้มีแค่นี้ เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือกำแพงที่สูงอย่างน้อบ 25 เมตรและหนา 3 เมตรขึ้นไป!

นั่นคือความสูงที่ใกล้เคียงกับอาคารพาณิชย์สูง 10 ชั้น แบบนั้นเขาถึงจะมีความรู้สึกปลอดภัยขึ้นเล็กน้อย!

ส่วนตอนนี้ก็ค่อยๆ ทำไปทีละขั้นตอนก่อน เพราะยังไงวันสิ้นโลกก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น หลายคนก็ยังคงปรับตัวไม่ได้ แต่ในอนาคตหลังจากที่พวกเขาผ่านอันตรายมาในระดับหนึ่งแล้ว พวกเขาก็จะรู้เองว่าพวกเขาควรจะทำอะไรให้ตัวเองมีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น

......

เมื่อถึงช่วงบ่าย หมอกก็เริ่มจางลงอย่างเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า

ฉินจิ้นรู้ว่าหมอกใกล้จะหายไปแล้ว เพราะชาติก่อนของเขามันก็คงอยู่ประมาณ 2 วันและครั้งนี้มันก็ยังคงเหมือนเดิมโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนั่นหมายความว่าข้อได้เปรียบของเขาจากการรู้อนาคตยังคงอยู่

และสองวันมานี้เขาก็แน่ใจแล้วว่า พลังของเขามีการเปลี่ยนแปลงไปจริงๆ!

เดิมทีแรงแขนข้างเดียวของเขาอยู่ที่ประมาณ 50 กิโลกรัม ซึ่งเป็นแรงแขนของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ทั่วไป

แต่ตั้งแต่ที่คืนแห่งการกลายพันธุ์มาถึงเขาก็เริ่มสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลง จนกระทั่งเมื่อวานนี้เขาได้ลองทดสอบแรงแขนของตัวเองและพบว่ามันสูงถึง 70 กิโลกรัม!

และในวันนี้เขาก็ลองทดสอบอีกครั้งก่อนจะพบว่ามันสูงถึง 80 กิโลกรัม!

ในเวลาเพียงสองวันมันกลับเพิ่มขึ้นถึง 60%!

แม้ว่าความเร็วในการเพิ่มนั้นจะดูเหมือนช้าลง แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป แต่มันจะไปสุดที่ตรงไหนนั้นเขาเองก็กำลังรอลุ้นอยู่เช่นกัน

ต้องรู้ก่อนว่าสถิติโลกนั้นคือการยกย้ำหนัก 120 กิโลกรัมด้วยแขนข้างเดียวและยกน้ำหนัก 500 กิโลกรัมด้วยสองมือ

แต่ในชาติที่แล้วเขาเคยได้ยินมาว่าคนที่มีการวิวัฒนาการแขนในชาติที่แล้วจะมีแรงแขนอยู่ที่ประมาณ 280 กิโลกรัมและสามารถยกของหนักได้ประมาณ 1,200 กิโลกรัมเมื่อใช้สองแขน

ดังนั้นเขาจึงเริ่มคิดที่จะหาอุปกรณ์ออกกำลังกายมาวางไว้ที่บ้านและห้องทำงานของเขา เพราะยิ่งเขาฝึกฝนมากขึ้นเท่าไหร่เขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

ชาติก่อนขาของเขาแม้ในสภาวะที่ขาดสารอาหารก็ยังสามารถทำความเร็วได้ถึง 100 เมตรใน 7 ถึง 8 วินาที แต่ในชาตินี้ถ้าเขากินอิ่มบวกกับออกกำลังกายด้วย เขาก็อาจจะสามารถวิ่งแซงตัวเขาในชาติก่อนได้อย่างรวดเร็ว

แม้ว่าการกลายพันธุ์ของผู้รอดชีวิตจะไม่มีทางไปถึงระดับที่สามารถผ่าภูเขาตัดแม่น้ำแบบในนิยายได้ หรือแม้กระทั่งด้อยกว่าซอมบี้กลายพันธุ์ในช่วงหลัง แต่ขอแค่วิ่งเร็วขึ้น มีแรงมากขึ้นก็ย่อมดีกว่าเสมอ เพราะมันสามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของเขาได้

เวลาก็ผ่านมาถึงห้าหกโมงเย็น

หมอกส่วนใหญ่ก็ได้หายไปแล้ว

ดูแล้วอีกสักพักพวกมันก็น่าจะหายไปหมด ซอมบี้ที่เดินผ่านไปมาเป็นครั้งคราวข้างนอกก็เห็นได้ชัดว่าพวกมันดูอ่อนแอลง

ท่าทีที่รวดเร็วและบ้าคลั่งในตอนแรกก็ได้หายไปแล้วและเหลือเพียงซอมบี้ที่เดินหรือวิ่งช้าๆ เท่านั้น

ฉินจิ้นรู้ว่าหมอกในครั้งนี้กำลังจะผ่านไปแล้วและถึงเวลาที่เขาจะต้องเริ่มแผนการของเขาแล้ว

หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ เขาก็เรียกหัวหน้าของทีมต่อสู้ ผู้จัดการฐาน พ่อแม่ของเขาและจงอวี่รวมถึงคนใกล้ชิดมาที่ห้องทำงานของเขา

เขาประกาศให้ทุกคนได้ยินทันทีว่าวันพรุ่งนี้เขาจะออกไปหาเสบียงและทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ก็จะต้องถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือทีมต่อสู้ที่มีจำนวนประมาณ 0 คนที่จะต้องออกไปกับเขาและอีกกลุ่มก็จะเป็นทีมรักษาความปลอดภัยอีกประมาณ 10 คนที่จะอยู่ภายใต้การจัดการของพ่อของเขา น้าใหญ่และคนอื่นๆ เพื่อเฝ้าฐาน

เมื่อรวมกับคนอื่นๆ ที่ค่อนข้างเชื่อฟังคำสั่ง ด้วยคนที่เฝ้าฐานกว่า 20 คนและพ่อของเขา น้าใหญ่รวมถึงสามีของน้าของเขาที่มีหน้าไม้ติดตัวก็น่าจะสามารถควบคุมฐานได้แล้ว

และถ้าหากมีใครกล้าที่จะก่อความวุ่นวายในขณะที่พวกเขาออกไป ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปราณีอะไรอีก!

สำหรับเรื่องที่ลูกชายของเขาจะออกไปข้างนอก เมื่อเทียบกับความกังวลของแม่ของฉินจิ้นแล้ว พ่อของฉินจิ้นกลับมองโลกในแง่ดีกว่า สองวันนี้เขาปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและรู้ดีว่าการที่จะนำคนกลุ่มใหญ่เอาชีวิตรอดนั้น การออกไปเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว

หลังจากนั้นฉินจิ้นก็ให้คนที่เฝ้าฐานออกไปและเหลือเพียงสมาชิกทีมต่อสู้ที่จะออกไปกับเขาในวันพรุ่งนี้

ครั้งนี้หัวหน้าทีมต่อสู้อย่างเช่นหลี่ปั๋วเหวิน เฉินจวินฉือและหลิวเหวินฮ่าวก็จะไปกับเขาด้วย ในตอนนี้หลิวเหวินฮ่าวนั้นได้ถูกเลื่อนตำแหน่งให้มาเป็นหัวหน้าทีมชั่วคราวแล้ว ในอนาคตขอแค่เขาทำผลงานได้ดี เขาก็มีโอกาสที่จะได้เป็นหัวหน้าต่อไป

และจงอวี่ก็จะไปกับเขาด้วยเช่นกัน พ่อแม่ของอีกฝ่ายเดิมทีก็รู้จักกับพ่อแม่ของเขาอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงเข้ากับกลุ่มญาติของเขาได้อย่างรวดเร็วและถือได้ว่าเป็นกลุ่มคนใกล้ชิดของเขา

ที่น่าพูดถึงก็คือน้องชายของจงอวี่ จงหมิงก็ขอเข้าร่วมทีมต่อสู้ด้วย จงหมิงตอนเด็กๆ ก็ชอบเล่นกับเขา พอโตขึ้นก็ยังเคยตามพี่ชายมาหาเขาเพื่อเล่นด้วยบ้าง ดังนั้นอีกฝ่ายจึงไม่ได้ถือเป็นคนแปลกหน้าอะไร

สองวันก่อนเมื่อเห็นวิธีการที่เด็ดขาดและโหดเหี้ยมของเขา อีกฝ่ายก็เกิดความรู้สึกชื่นชมขึ้นมา ดังนั้นอีกฝ่ายก็เลยขอเข้าร่วมทีมต่อสู้และอยากจะออกไปช่วยงาน

ฉินจิ้นก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขาถึงกับยินดีด้วยซ้ำ วันสิ้นโลกนั้นมาถึงแล้วและเขาก็ไม่อยากเลี้ยงคนไร้ประโยชน์ไว้ ดังนั้นทุกคนจึงต้องพยายามด้วยตัวเองพวกเขาถึงจะมีทางรอดไปด้วยกัน ส่วนคนที่นอนรออยู่เฉยๆ นั้นก็รอความตายได้เลย

ตอนกลางคืนพวกเขาทุกคนก็ได้ทำการซ้อมยุทธวิธีกันอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นในสถานการณ์ฉุกเฉิน วิธีการช่วยเหลือ วิธีการหนีเอาชีวิตรอดและรายละเอียดอื่นๆ เพราะพวกเขาจะต้องออกไปและกลับมาอย่างปลอดภัยทุกคน!

จนกระทั่งเวลาเกือบ 4 ทุ่ม ทุกคนถึงได้แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน

ส่วนฉินจิ้นนั้นก็ยังคงอยู่ที่ห้องทำงานของตัวเอง เขาหยิบแท็บเล็ตออกมาและตรวจสอบสถานที่สองสามแห่งที่เขาเตรียมจะไปเก็บกวาดในวันพรุ่งนี้

เมื่อยืนยันว่าแผนที่ออฟไลน์และระยะทางไม่มีปัญหาอะไร เขาก็วางแผนเส้นทางทันทีจนกระทั่ง 5 ทุ่มเขาถึงได้เดินไปนอนบนโซฟาในห้องทำงาน

ศึกในวันพรุ่งนี้สำคัญมาก มันจะกลายเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ในการพัฒนาฐานในอนาคต ดังนั้นเขาจึงต้องสำเร็จเท่านั้นและห้ามล้มเหลวโดยเด็ดขาด!

.....

วันที่ 13 ตุลาคม

6 โมงครึ่ง

ขอบฟ้าก็ค่อยๆ สว่างขึ้น ความมืดก็ค่อยๆ หายไป

ฐานลวี่หยวน

สมาชิกทีมต่อสู้นั้นตื่นนอนกันตั้งแต่ตอน 6 โมงและมารวมตัวกันที่โรงเก็บรถแล้ว

พวกเขาตรวจสอบสิ่งของทั้งหมดที่จะต้องนำออกไปอีกครั้ง เมื่อยืนยันแล้วว่าไม่มีข้อผิดพลาดอะไร อุปกรณ์ป้องกันและอาวุธที่แต่ละคนใช้ก็ครบถ้วนแล้ว พวกเขาก็พากันไปเข้าแถวตรงหน้าฉินจิ้นเพื่อรอคำสั่งต่อไป

ฉินจิ้นที่ยืนอยู่หน้าสมาชิกทีมต่อสู้ก็เตรียมพร้อมแล้วเช่นกัน เขากวาดตามองทีมที่เขาคัดเลือกมานี้ พวกเขาเหล่านี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการผงาดขึ้นของฐานของเขา!

ภายใต้สีหน้าที่จริงจัง เขาก็พูดขึ้นว่า

“พวกเรากำลังจะเผชิญหน้ากับยุคสมัยใหม่ข้างนอก มันอาจจะมีอุปสรรคมากมาย อาจจะมีซอมบี้ที่กินคนหรือมีความท้าทายที่เราไม่รู้จักต่างๆ รออยู่!”

“แต่พวกเราจะกลัวมันไหม!?”

“พวกเราไม่กลัว!”

“เพราะที่นี่ยังมีคนอื่นๆ ที่ต้องการให้พวกเราปกป้องและรอพวกเรากลับมา!”

“ถ้าซอมบี้กล้าขวางทางพวกเรา พวกเราก็จะบดขยี้หัวของพวกมัน!”

“ถ้ามีศัตรูกล้าทำร้ายพวกเรา พวกเราก็จะตัดแขนขาของพวกมัน!”

“จำไว้ พวกเราไม่ใช่วีรบุรุษ พวกเราคือกลุ่มอสูรร้ายที่ต่อสู้เพื่อที่จะมีชีวิตรอดต่อไป!”

“พวกเราจะฉีกกระชากทุกสิ่งเพียงเพื่อให้พวกเรามีชีวิตรอดต่อไปได้นานขึ้น!”

คนในทีมต่อสู้เมื่อฟังแล้วก็รู้สึกเลือดร้อนขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่าพวกเขาแค่ทำตามคำสั่งและไม่ได้คิดเลยว่าอนาคตพวกเขาจะเป็นยังไง ส่วนใหญ่แล้วก็มีความคิดที่จะอยู่ไปวันๆ เท่านั้น

ตอนนี้ฟังเจ้านายล้างสมอง พวกเขาก็เริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมาเล็กน้อย

ใช่แล้ว

ก่อนหน้านี้พวกเขาทำงานก็แค่เพื่อครอบครัวเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด แต่ตอนนี้พวกเขาแค่เปลี่ยนวิธี เพื่อทำให้ครอบครัวของพวกเขามีชีวิตรอดต่อไป ด้วยวิธีการที่ตรงไปตรงมาและโหดร้ายมากกว่าก็เท่านั้น

มนุษย์ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ก็เหยียบย่ำซากศพของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ มาโดยตลอด จนตอนหลังพวกเขาถึงได้กลายเป็นผู้ครองโลกและถึงได้ซ่อนสัญชาตญาณดิบเอาไว้ แน่นอนว่ามันไม่ได้ถูกทอดทิ้งไปไหนเพราะทันทีที่ถูกกระตุ้น มันก็จะพรั่งพรูออกมา

ความก้าวร้าวที่ซ่อนอยู่ในสายเลือดของสมาชิกทีมต่อสู้ก็ดูเหมือนจะถูกกระตุ้น ความกลัวต่อโลกภายนอกที่เคยมีอยู่ก็ลดลงอย่างมาก จนพวกเขาอยากจะฟันซอมบี้สักตัวเพื่อประเดิมมีดของพวกเขาตอนนี้เลย!

ฉินจิ้นเมื่อเห็นว่าอารมณ์ของทุกคนไม่เลวแล้ว เขาก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจและตะโกนเสียงดังว่า “ขึ้นรถ!”

ตึก ตึก ตึก—

สมาชิกทีมก็ขึ้นรถทั้ง 5 คันที่จัดไว้ล่วงหน้าอย่างรวดเร็ว ใน 8 คันนั้นมีรถออฟโรด 2 คัน รถบรรทุกหนัก 2 คันและรถบรรทุกขนาดกลางอีก 1 คัน (เมื่อวานได้ดัดแปลงเพิ่มมาอีก 1 คัน)

ฉินจิ้นขึ้นไปนั่งที่เบาะผู้โดยสารของรถออฟโรดคันหน้าสุดและใช้วิทยุสื่อสารพูดคุยกับหัวหน้าทีมในแต่ละคันเพื่อยืนยันว่าไม่มีข้อผิดพลาดอะไร จากนั้นพวกเขาก็ค่อยๆ ขับไปยังประตูใหญ่

จากนั้นฉินจิ้นก็ใช้วิทยุสื่อสารสั่งให้คนที่เฝ้าประตูอยู่ยืนยันความปลอดภัยข้างนอกแล้วเปิดประตู

คนเฝ้าประตูเมื่อยืนยันแล้วว่าข้างนอกไม่มีซอมบี้ ประตูใหญ่ที่ถูกปิดมาสองสามวันนี้ในที่สุดก็ค่อยๆ เปิดออกอีกครั้ง

รถคันหน้าของฉินจิ้นก็ขับออกไปทันทีโดยไม่ลังเล ก่อนที่รถคันอื่นๆ จะขับตามออกไป

ไม่นานขบวนรถก็หายไปจากสายตาของคนที่เฝ้าฐานอยู่

ในตอนนี้แสงแดดก็สาดส่องลงมาพอดี ข้างนอกที่ไม่มีหมอกมาขวางกั้นอีกต่อไป จึงทำให้มันสาดส่องลงบนประตูใหญ่ที่กำลังค่อยๆ ปิดลง

จบบทที่ ตอนที่ 16 : ออกเดินทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว