- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 13 : นี่แหละคือวันสิ้นโลก
ตอนที่ 13 : นี่แหละคือวันสิ้นโลก
ตอนที่ 13 : นี่แหละคือวันสิ้นโลก
ตอนที่ 13 : นี่แหละคือวันสิ้นโลก
เวลาผ่านมาจนถึงช่วง 3 ทุ่มครึ่ง
ทุกคนที่ได้เห็นการกลายพันธุ์ของเสี่ยวโจวด้วยตาของตัวเอง
ก็ยังคงอยู่ในอาการตกใจไม่หาย
จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังคงถูกขังอยู่ในที่จัดงานเลี้ยงกับเสี่ยวโจวที่กำลังถูกสงสัยว่าเป็นซอมบี้
สิ่งนี้ทำให้พวกเขาได้รับความกดดันทางจิตใจอย่างมหาศาล
และพวกเขาก็ทำได้เพียงระบายออกมาโดยการพูดคุยกับคนข้างๆ
ซึ่งนั่นก็ทำให้หลายคนเริ่มกระซิบกระซาบกัน
และยังมีคนอีกไม่น้อยที่ระบายออกมาด้วยการโพสต์ลงอินเทอร์เน็ต แต่ในไม่ช้าพวกเขาก็เริ่มพบว่าโลกข้างนอกนั้นได้เปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน
“เวรแล้ว พวกนายดูสิว่าฉันเจออะไร!? เพื่อนของฉันก็ส่งวิดีโอมาในกลุ่มและบอกว่ารอบๆ บ้านของเขาก็มีซอมบี้ด้วย!?”
ชายคนหนึ่งเมื่อเห็นข้อความในโทรศัพท์มือถือ ก็อดไม่ได้ที่จะรีบแบ่งปันข่าวนี้กับคนข้างๆ
“ฉันด้วย! ฉันด้วย! ฉันเห็นคนในเน็ตกำลังโพสต์วิดีโอกับข่าวเกี่ยวกับซอมบี้เต็มเลย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หรือว่ามันจะเกิดการโจมตีด้วยอาวุธชีวภาพขึ้นมา?”
คนอื่นๆ ก็เริ่มพูดคุยกัน
“อย่าเพิ่งกลัวเกินไป! ฉันเชื่อว่ารัฐบาลจะต้องปราบมันลงได้อย่างแน่นอน! ซอมบี้ในหนังก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรขนาดนั้น! บางเรื่องที่ดูจะแข็งแกร่งหน่อยก็ทำเพื่อให้หนังมันดูน่าสนใจเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงฉันเชื่อว่าปืนจะกำจัดพวกมันได้อย่างแน่นอน!”
ชายอีกคนหนึ่งที่น่าจะดูหนังมาเยอะก็พูดขึ้น
“เขาพูดถูก! ซอมบี้ก็แค่เสือกระดาษ ไม่ช้าก็เร็วก็จะต้องมีคนมาช่วยพวกเราแน่ พวกเราแค่ต้องนั่งรออยู่เฉยๆ อย่าวิ่งไปไหนมั่วซั่ว แต่ประตูนี่ทำไมจู่ๆ ฉันก็สงสัยว่ามันจะแข็งแกร่งพอไหม หรือว่าเราควรจะเสริมความแข็งแรงของมันดี?”
หญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะฉลาดหน่อยก็พูดขึ้น
“เมื่อกี้เธอไม่ใช่คนที่อยากจะวิ่งออกไปคนแรกเหรอ?” คนข้างๆ ก็แฉเธอทันที
“ฉันเป็นห่วงพ่อแม่กับน้องชายที่บ้านต่างหาก! ครั้งนี้ฉันพามาแค่สามี ไม่รู้ว่าคนอื่นๆ จะปลอดภัยกันไหมแล้วพวกเขาจะซ่อนตัวได้ทันหรือเปล่า!?”
ผู้หญิงบางคนก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา
คนในห้องโถงก็เริ่มกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง
กลิ่นอายแห่งความสิ้นหวังก็กำลังแพร่กระจายออกไป
ฉินจิ้นมองเห็นทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้น
แต่ในใจของเขาก็มีแผนการอยู่แล้ว
ส่วนญาติของเขาทุกคนก็ยังถือว่าค่อนข้างสงบอยู่ ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะพวกเขาเป็นญาติของเจ้าของโรงงาน
ส่วนจงอวี่และพวกหลี่ปั๋วเหวินอีกสองสามคนก็ค่อนข้างโอเคแล้ว ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะครอบครัวของพวกเขาก็อยู่ที่นี่ด้วย
และเมื่อครู่ฉินจิ้นก็ยังได้แจกจ่ายอาวุธ เช่น กระบองตำรวจ โล่กันกระสุน ที่เขานำมาเก็บไว้ในห้องล่วงหน้าให้กับจงอวี่ หลี่ปั๋วเหวิน จางเถียนไค่ เฉินจวินฉือและคนอื่นๆ แล้ว
ในตอนนี้ทีมเล็กๆ ที่พวกเขานำก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
พวกเขาเข้ารักษาระเบียบของทั้งห้องโถงทันที
ข้างหลังของฉินจิ้นก็ยังซ่อนหน้าไม้ขนาดเล็กไว้หนึ่งคัน ซึ่งได้ถูกดัดแปลงไว้ล่วงหน้าแล้ว
ลูกธนูเหล็กที่ยิงออกไปก็สามารถทะลุหัวของคนคนหนึ่งได้อย่างง่ายดายโดยไม่มีปัญหา
และสิ่งที่เขาจะทำได้ในตอนนี้ก็มีแค่การรอคอยเท่านั้น
ฉินจิ้นต้องการให้คนเหล่านี้ค่อยๆ ยอมรับความจริงว่าโลกได้เข้าสู่ยุควันสิ้นโลกแล้ว
เมื่อเทียบกับที่นี่ที่ยังคงสามารถรักษาความเป็นระเบียบไว้ได้
ข้างนอกนั้นกลับแย่กว่ามาก!
ความวุ่นวายปรากฏขึ้นทุกหนแห่ง!
แต่สิ่งที่ทุกคนไม่รู้ก็คือ
จำนวนของมนุษย์ที่ตายและกลายเป็นซอมบี้นั้นกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่ช่วง 1 ทุ่มกว่าจนถึงตอนนี้ที่เป็นเวลา 3 ทุ่ม
มนุษย์กว่า 90% ก็ได้กลายพันธุ์ไปแล้ว!
จากนั้นพวกเขาก็ได้เริ่มล่าสังหารผู้รอดชีวิตที่อยู่รอบๆ ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง มนุษย์นับพันล้านบนดาวโลกก็เสียชีวิตจนเหลือไม่ถึง 300 ล้าน!
และจำนวนที่เหลือรอดก็ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง!
คนที่รอดชีวิตมาได้ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้โชคดีที่ไม่ได้เกิดการกลายพันธุ์และอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวหรือไม่ก็อยู่ข้างนอกแต่หาที่ซ่อนตัวได้ทันเวลา
เพียงแต่ว่า
พวกเขานั้นไม่รู้เลยว่าการช่วยเหลือที่พวกเขากำลังรอนั้นจะไม่มีวันมาถึง
เพราะนี่คือการเฉลิมฉลองของเหล่าซอมบี้
เวลาผ่านมาถึงตอน 3 ทุ่ม 40 นาที
ในสถานที่จัดงานเลี้ยงในฐานลวี่หยวน
ทุกคนต่างก็ระแวดระวังซอมบี้เสี่ยวโจวและกังวลว่าเขาจะดิ้นจนหลุดออกมาได้
และพวกเขาก็ยังกังวลว่าประตูใหญ่ตรงหน้านั้นจะไม่แข็งแรงพอ จนทำให้ฝูงซอมบี้ข้างนอกบุกเข้ามาฉีกกระชากพวกเขาได้
ความไม่สบายใจก็ยังคงแพร่กระจายออกไปอย่างต่อเนื่อง
แต่ในตอนนี้เอง
ก็มีพนักงานคนหนึ่งที่พบว่าคนในครอบครัวที่เขาพามาดูเหมือนจะไม่ค่อยสบาย เขาจึงรีบถามด้วยความไม่สบายใจว่า
“แม่! แม่! แม่ไม่สบายตรงไหนเหรอครับ? ทำไมหน้าซีดขนาดนี้แล้วทำไมเหงื่อออกเยอะขนาดนี้อีก ให้ผมไปหายามาให้กินดีไหมครับ??”
เขาพาแม่ของตัวเองมา ซึ่งเป็นผู้หญิงวัยกลางคนหรืออาจจะเรียกได้ว่าสูงอายุคนหนึ่ง
ในตอนนี้เธอกำลังกอดแขนตัวเองอย่างสั่นเทา ใบหน้าที่ซีดขาวนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตกใจหรือเพราะเหตุผลอื่นกันแน่
ไม่นานคนอื่นๆ ก็ค่อยๆ สังเกตเห็นความผิดปกติของเธอและค่อยๆ ถอยห่างจากแม่ลูกคู่นี้
ทุกคนไม่ได้โง่
พวกเขารู้ดีว่าหากมีใครก็ตามที่มีอาการน่าสงสัยก็ควรอยู่ให้ห่างเอาไว้ก่อน
ทุกคนรีบแยกย้ายกันออกไป ไม่นานทีมรักษาความปลอดภัยก็เริ่มเข้ามาล้อมสองแม่ลูกไว้และมองดูทั้งสองคนอย่างระแวดระวัง หลี่ปั๋วเหวินก็เดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วพูดว่า
“ผมขอแนะนำให้คุณอยู่ห่างจากแม่ของคุณก่อน ถ้าไม่ได้กลายพันธุ์จริงๆ ก็ยังมีโอกาสรักษาได้ แต่ถ้าแม่ของคุณกลายพันธุ์ขึ้นมาคุณก็จะตกอยู่ในอันตรายไปด้วยนะ”
“เป็นไปไม่ได้! แม่ของผมไม่มีทางกลายเป็นซอมบี้!! เธอแค่ป่วยไม่สบายเฉยๆ!! มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ!!”
คนๆ นี้ดูเหมือนจะไม่ยอมทิ้งแม่ของตัวเองและเริ่มคลุ้มคลั่ง
สองมือของเขาก็ขวางการเข้าใกล้ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและปกป้องแม่ไว้ข้างหลัง
“เสี่ยวจาง นายฟังคำแนะนำของพวกเขาหน่อยเถอะ มาทางนี้ก่อน ถ้าแม่ของนายไม่ได้กลายพันธุ์จริงๆ ทุกคนก็จะได้ช่วยหาวิธีรักษา”
พนักงานคนอื่นๆ ก็กำลังเกลี้ยกล่อมชายคนนี้ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ยอมรับ
สถานการณ์ในตอนนี้ก็เลยไม่มีใครทำอะไรได้อยู่ชั่วขณะ
และในตอนนี้เอง
แม่ที่ถูกเสี่ยวจางปกป้องอยู่ข้างหลัง ก็ดูเหมือนจะเสร็จสิ้นการกลายพันธุ์บางอย่างแล้ว
เธอกระโดดขึ้นมาอย่างกะทันหันและพุ่งเข้าใส่หลังของเสี่ยวจาง
ปากที่อ้ากว้างจนถึงขีดสุดก็กัดเข้าที่ต้นคอของเสี่ยวจางอย่างไม่ลังเล!
ฉึก!!!
เสี่ยวจางยังไม่ทันได้ร้องโหยหวน เลือดของเขาก็พุ่งกระฉูดขึ้นไปบนเพดานเหมือนกับท่อน้ำแรงดันสูงที่รั่ว
ฝูงชนที่มุงดูอยู่รอบๆ ก็ผลักกันหนีอย่างบ้าคลั่งเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต
สถานการณ์ที่เพิ่งจะควบคุมไว้ได้ก็กลับมาวุ่นวายอีกครั้ง
หลี่ปั๋วเหวินและคนอื่นๆ ก็รีบใช้โล่กันกระสุนล้อมแม่ลูกคู่นี้ไว้
เมื่อเผชิญหน้ากับเรื่องแบบนี้ พวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขาควรจะพุ่งเข้าไปจัดการหรือจะคอยสังเกตการณ์สถานการณ์ต่อไปก่อนดี
แต่ในตอนนี้เองฉินจิ้นก็เดินมาข้างหน้าอีกครั้งอย่างเงียบๆ
เขาหยิบหน้าไม้ที่ซ่อนไว้ออกมาและขึ้นลูกธนูอย่างชำนาญ
เขาพูดกับคนข้างๆ ด้วยสีหน้าที่สงบว่า “อาอวี่ ปั๋วเหวิน เถียนไค่ จวินฉือพวกนายจำไว้ให้ดร ตอนนี้พวกเราเข้าสู่ยุควันสิ้นโลกแล้วและวิธีการจัดการกับซอมบี้ก็เหมือนในหนัง แค่ยิงหัวพวกมันให้แตกก็พอ”
จากนั้น เขาก็ชี้ไปที่ซอมบี้ แล้วเหนี่ยวไก
ฟิ้ว——
ลูกธนูพุ่งเข้าเบ้าตาของซอมบี้ที่เพิ่งจะกลายพันธุ์ด้วยความเร็วที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
และในชั่วพริบตาปลายของลูกธนูก็ทะลุออกมาจากหลังศีรษะเล็กน้อย
และปักคาอยู่ที่หัวของซอมบี้โชคร้าย
แทบจะในทันทีร่างกายของมันก็อ่อนแรงลงก่อนจะล้มลงกับพื้น
เสี่ยวจางก็ล้มลงกับพื้นเช่นกัน โดยที่คอของเขายังคงมีเลือดพุ่งออกมา
ทั้งตัวของเขาสั่นเทาและลำคอก็มีเสียงหายใจหอบๆ
ดูแล้วยังไงก็คงจะไม่รอด
แล้วฉินจิ้นก็พูดกับทีมรักษาความปลอดภัยที่กำลังตกตะลึงอย่างสงบอีกครั้งว่า
“พอจัดการกับซอมบี้เสร็จแล้ว ตามหลักแล้วคนที่ถูกกัดก็จะต้องติดเชื้อไปด้วยใช่ไหม พวกนายดูสิเส้นเลือดที่บาดแผลของเสี่ยวจางกลายเป็นสีดำแล้ว นั่นแสดงว่ามันมีความเป็นไปได้สูงที่ไวรัสจะไหลไปทั่วร่างกายของเขาอย่างรวดเร็วตามหลอดเลือดแดงใหญ่แล้ว ดังนั้นในเวลาแบบนี้พวกเราก็ควรจะทำแบบนี้...”
ขณะที่เขาพูด เขาก็เดินผ่านจางเถียนไค่ไปและหยิบกระบองตำรวจที่หนาและใหญ่จากมือของจางเถียนไค่ไปอย่างง่ายดาย ก่อนจะเดินไปอยู่ข้างๆ เสี่ยวจาง โดยไม่พูดพร่ำทำเพลงเขาก็ฟาดไปที่หัวของอีกฝ่ายอย่างแรง!!
“พลั่ก—”
เสียงทึบที่ฟังดูแปลกประหลาดก็ดังไปทั่ว
หัวของเสี่ยวจางก็ยุบลงไปทันที
และเลือดที่กระเซ็นออกมาก็สาดไปที่โต๊ะเก้าอี้ข้างๆ และขยายพื้นที่ที่เปื้อนสีแดงอย่างรวดเร็ว
“พลั่ก—”
“พลั่ก—”
ฉินจิ้นฟาดไปอีกสองสามครั้ง จนหัวของเสี่ยวจางกลายเป็นก้อนสีแดงขาวที่แทบจะมองไม่เห็นรูปร่างเดิม
เขาถึงได้หยุดมือ
แล้วจึงพูดกับทีมรักษาความปลอดภัยที่กำลังตกตะลึงอยู่ข้างๆ ว่า
“จำไว้ การจัดการกับซอมบี้ต้องทำลายสมองของมันให้หมด อย่าได้มีความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าเราจะรักษาเขาได้ ในสถานการณ์แบบนี้วิธีที่ดีที่สุดคือทุบให้แหลกแบบนี้”
“แน่นอนว่าตอนที่ทุบก็ต้องระวังเลือดที่จะกระเซ็นด้วย ดังนั้นตอนที่ลงไม้กระบองไปก็ต้องระวังมุมให้ดีๆ แต่ถ้าเกิดมีเลือดเปื้อนก็ไม่ต้องรีบล้าง เพราะตราบใดที่ไม่กระเด็นเข้าตาหรือบาดแผลก็ไม่น่าจะกลายพันธุ์ได้”
“อืม ทั้งหมดนี้ฉันเรียนมาจากอินเทอร์เน็ตน่ะ”
“นี่แหละคือวันสิ้นโลก ทุกคนรีบปรับตัวกันเถอะ ถ้าไม่มีการช่วยเหลือจากรัฐ งั้นพวกเราก็ต้องช่วยตัวเองแล้ว!”
เขาส่งกระบองที่เต็มไปด้วยเลือดและเนื้อกลับไปให้จางเถียนไค่
คนหลังก็รับกระบองไปอย่างตื่นตระหนกและจ้องมองเจ้านายของตัวเองเหมือนกับเห็นผี
จะโหดเกินไปแล้ว!
เขาไม่รอให้ทีมได้ย่อยเรื่องนี้ต่อ ฉินจิ้นเดินกลับไปทางฝั่งของญาติตัวเองทันที
เขาหาถ้วยชาและผ้าขี้ริ้วมาผืนหนึ่งและเริ่มล้างมือของตัวเอง
แต่เมื่อครู่เขาพบว่ามีบางสิ่งแปลกออกไป ดูเหมือนว่าแรงของเขาจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย?
ชาติก่อนแม้ว่าเขาจะเป็นผู้วิวัฒนาการแต่ก็เป็นแค่การวิวัฒนาการที่ขาและทำให้วิ่งเร็วขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น
แต่แรงแขนนั้นก็ยังอยู่เท่าเดิมเสมอ
แต่เมื่อครู่ตอนที่เขาฟาดกระบองไปสองสามที เขากลับพบว่าหัวของเสี่ยวจางยุบลงไปเร็วไปหน่อย
ตอนแรกเขาก็นึกว่ากะโหลกของเสี่ยวจางนั้นเปราะเกินไป
แต่พอฟาดซ้ำเขาถึงได้รู้สึกว่ามันไม่ค่อยจะถูกต้อง เพราะมันดูเหมือนว่าแรงของเขาจะเพิ่มขึ้นจริงๆ
เพราะจากประสบการณ์หลายปีของเขาในชาติที่แล้ว การทุบหัวคนจนเละนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย
ดูเหมือนว่า
ตอนนี้เขาจะได้รับการวิวัฒนาการแล้ว?
ชาติก่อนกว่าที่เขาจะวิวัฒนาการวันสิ้นโลกก็ผ่านไปกว่า 2 เดือนแล้ว
ในตอนนั้นเพราะเขาทนความหิวไม่ไหวเขาจึงได้ออกจากห้องไปหาของกิน แต่แล้วเขาก็ถูกซอมบี้ไล่ตามเขาถึงได้พบว่าตัวเองนั้นวิ่งเร็วกว่าปกติมาก
แต่ก็ไม่เลว
ถ้าในอนาคตการวิวัฒนาการขาของเขายังคงเกิดขึ้นแบบชาติที่แล้วก็ยิ่งดี
เพราะนั่นหมายความว่าเขาจะสามารถจัดการกับซอมบี้ตัวเล็กๆ สองสามตัวพร้อมกันได้อย่างไม่กดดันมากนัก
แต่ถ้าซอมบี้มากันเยอะเขาก็ยังคงต้องเน้นไปที่การหนีเอาชีวิตรอดเป็นหลักก่อนอยู่ดี
เมื่อเห็นฉินจิ้นกำลังทำความสะอาดตัวเองอยู่ แม่ของฉินจิ้นก็ได้สติกลับมาจากความตกใจและอดไม่ได้ที่จะเดินมาข้างๆ เขาแล้วพูดว่า
“อาจิ้น! ทำไมลูกถึงได้ใจร้อนขนาดนี้ เมื่อกี้ลูกฆ่าคนไปแล้วนะ!? แล้วแบบนี้จะทำยังไงดี ออกไปแล้วลูกจะถูกจับไหม!?”
ฉินจิ้นมองแม่ที่กำลังตื่นตระหนกอย่างพูดไม่ออก แต่พ่อของฉินจิ้นกลับค่อนข้างสงบกว่ามาก
เขาบอกให้ภรรยาของตัวเองอย่าคิดมากและบอกกับเธออีกว่า
“พูดจาอะไรมั่วซั่ว เมื่อกี้สิ่งที่อาจิ้นทำเป็นการป้องกันตัวเองโดยชอบธรรม เสี่ยวจางกำลังจะกลายเป็นซอมบี้อยู่แล้ว เขาทำไปเพื่อปกป้องพวกเราทุกคน”
คำพูดของพ่อของฉินจิ้นก็ได้รับการเห็นด้วยจากคนไม่น้อย
พวกเขายังไม่รู้ว่าในอนาคตสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ดังนั้นสิ่งที่ฉินจิ้นทำเมื่อกี้นี้จึงเป็นผลดีต่อทุกคน
ในสถานการณ์ปัจจุบัน การจะไปขัดใจคนที่มีตำแหน่งสูงสุดก็ยิ่งไม่ควร
ดังนั้นที่นี่จึงกลับมามีระเบียบอีกครั้ง
ภายใต้การลงมือที่เด็ดขาดด้วยกระบองเหล็กของฉินจิ้น ทุกคนก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรเกินเลยอีก
ในขณะเดียวกันทุกคนก็ค่อยๆ สำรวจคนรอบข้างอย่างเงียบๆ เพราะกลัวว่าจะมีคนกลายพันธุ์อีก
เพราะหากยังมีอีกพวกเขาก็ต้องรีบออกห่างให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นถ้าถูกกัดเข้าพวกเขาก็คงจะกลายเป็นเสี่ยวจางคนที่สอง
ฉินจิ้นที่ทำความสะอาดตัวเสร็จก็เดินไปยังฝั่งของทีมรักษาความปลอดภัยและเริ่มล้างสมองพวกเขา
เขาปลูกฝังทุกคนว่าหากต้องการช่วยชีวิตทุกคนที่อยู่ที่นี่ พวกเขาก็ต้องมีความแน่วแน่ ไม่อย่างนั้นชีวิตของญาติพี่น้องก็อาจจะตกอยู่ในอันตราย
และด้วยโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตทุกคนก็สามารถเห็นข้อมูลจากโลกภายนอกที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องได้
และทุกอย่างที่พวกเขาเห็นก็ไม่มีอันไหนเลยที่ไม่ใช่การร้องไห้ขอความช่วยเหลือ
คนในทีมต่างก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว
ถ้าพวกเขายังคงลังเลและไม่กล้าลงมือ พวกเขาก็อาจจะอยู่ไม่ถึงตอนที่ทางการมาช่วยด้วยซ้ำและตัวของพวกเขารวมถึงญาติพี่น้องก็จะต้องล้มลงและเข้าไปอยู่ในปากของซอมบี้อย่างแน่นอน
ดังนั้นต่อให้ในภายหลังพวกเขาจะต้องถูกดำเนินคดี แต่อย่างน้อยพวกเขาก็จะยังมีชีวิตอยู่
เพราะถ้าพวกเขาตาย ทุกอย่างก็จะจบสิ้นทันที
เมื่อเห็นสายตาที่จริงจังและคมกริบขึ้นเรื่อยๆ ของคนในทีม
ฉินจิ้นก็รู้แล้วว่าคำพูดของเขาได้ผลแล้ว
จากนั้นเขาก็เดินไปยังมุมหนึ่งของสถานที่จัดงานเลี้ยง แล้วเปิดตู้ที่ล็อกอยู่ออก
เขาหยิบมีดพร้า หน้าไม้และอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ ออกมา
อาวุธเหล่านี้ตอนที่เขาซื้อมาพวกมันยังไม่ได้ถูกเปิดคม แต่หลังจากวันหยุดโกลเด้นวีคเขาก็ได้กลับมาล่วงหน้าและได้แอบเปิดคมพวกมันไว้ส่วนหนึ่งแล้วนำมาซ่อนไว้ที่นี่
เขาได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว
และตอนนี้ก็ถึงเวลานำพวกมันออกมาแล้ว
เขาแจกจ่ายหน้าไม้ มีดพร้าและอุปกรณ์ป้องกันให้กับพ่อ ลุง น้าใหญ่ จงอวี่ หลี่ปั๋วเหวิน จางเถียนไค่ เฉินจวินฉือและคนใกล้ชิดทุกคน
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกสิบกว่าคนและหวังหยางรวมถึงผู้จัดการบริษัทอีกสองสามคนก็ได้รับมีดพร้าและอุปกรณ์ป้องกันไป
ดังนั้นพลังโจมตีและพลังป้องกันของพวกเขาจึงถูก +10 เข้าไปในทันที
คนที่ได้รับอาวุธก็รู้สึกว่าจิตใจของตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมากหลังจากที่ผ่านการเผชิญหน้ากับการกลายพันธุ์ของซอมบี้มาแล้ว
ฉินจิ้นมองดูทุกคนที่ติดอาวุธแล้ว ก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
จากนั้นเขาก็ดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เขาถือมีดพร้าและอุปกรณ์ป้องกันสองชุดเดินไปหาญาติของเขาและมอบมันให้กับลูกพี่ลูกน้องและสามีของน้าของเขา
หลังจากนั้นเขาก็พูดกับลูกพี่ลูกน้องว่า “อาเจ๋อ นายเองก็เป็นผู้ชายแล้ว ดังนั้นนายเองก็ต้องเรียนรู้ที่จะปกป้องทุกคน เอาไปทำความคุ้นเคยซะ”
ฉินเจ๋อหรือก็คือลูกพี่ลูกน้องของฉินจิ้น เขารู้สึกราวกับตัวเองได้เข้าร่วมสมาคมพิเศษอะไรสักอย่าง
มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง?
เขาแค่มาเข้าร่วมงานเปิดบริษัทของลูกพี่ลูกน้อง
แต่ทำไมมันถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปแล้วล่ะ?
นี่มันอะไรกันเนี่ย?
ทำไมฉันถึงได้เข้าเกมโหมดเอาชีวิตรอดไปแล้ว?