เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 : การจัดการกับซอมบี้

ตอนที่ 12 : การจัดการกับซอมบี้

ตอนที่ 12 : การจัดการกับซอมบี้


ตอนที่ 12 : การจัดการกับซอมบี้

ตอนกลางคืน

เวลา 2 ทุ่มกว่า

ในห้องจัดเลี้ยงของโรงงานอาหารลวี่หยวน

ทุกคนยังคงอยู่ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ

โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า ข้างนอกนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปขนาดแล้ว

มนุษย์นับไม่ถ้วนเริ่มทยอยกลายพันธุ์

คนที่กลายพันธุ์ก่อนก็พุ่งเข้าหาคนรอบข้างทันทีและกัดฉีกกินเลือดเนื้ออย่างบ้าคลั่ง

และเมื่อพวกมันได้ยินเสียงของคนที่ตกใจข้างๆ พวกมันก็จะพุ่งเข้าไปหาเหยื่อรายใหม่ทันที

มนุษย์นับไม่ถ้วนต่างก็กำลังแช่อยู่ในหมอกสีม่วง ต่อให้ไม่กลายพันธุ์ก็จะถูกซอมบี้กัดแล้วจึงเริ่มกลายพันธุ์เป็นซอมบี้

ส่วนคนที่ทนต่อไวรัสในหมอกได้ ก็ต้องเผชิญกับการไล่ล่าอย่างบ้าคลั่งของซอมบี้

ผู้โชคดีมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น

พวกเขาส่วนใหญ่ก็อยู่ในพื้นที่ส่วนตัวและไม่ได้กลายพันธุ์ พวกเขาจึงยังไม่ได้เผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากซอมบี้

หลายคนก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของสภาพแวดล้อมรอบๆ แล้ว

เมื่อเห็นว่ามีเรื่องสนุก คนที่ไม่ได้คิดอะไรก็เปิดประตูออกไป ก่อนจะร่วงหล่นลงสู่ห้วงของการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่นี้

ส่วนคนที่ระมัดระวังและอยู่แต่ในบ้านเพื่อรอดูสถานการณ์ก็ยังคงมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตรอดอยู่ต่อไป

นี่คือการคัดเลือกครั้งใหญ่ที่โลกเป็นผู้เริ่มต้น

จะอยู่หรือจะตาย

แทบไม่มีใครสามารถเลือกได้

นอกจากฉินจิ้นที่ได้กลับมาเกิดใหม่

แต่เขาก็พอจะมีสิทธิ์เลือกได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เนื่องจากการกลายพันธุ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก สื่อและเว็บไซต์ส่วนใหญ่จึงไม่ทันได้ตอบสนอง

พนักงานของบริษัทสื่อต่างๆ ส่วนใหญ่ก็ได้กลายพันธุ์เป็นซอมบี้ไปแล้วและทิ้งไว้เพียงเซิร์ฟเวอร์ที่เปื้อนเลือดที่ยังคงทำงานอยู่

ทางการก็ไม่ทันได้ตอบสนอง ในชั่วพริบตารัฐบาลก็ได้กลายเป็นอัมพาต รัฐบาลของแต่ละประเทศก็ล่มสลายในทันที

เรือดำน้ำในทะเลลึกก็ไม่มีโอกาสรอดเช่นกัน หมอกไม่เพียงแต่จะลอยขึ้นมาจากพื้นดิน แต่ในน้ำทะเลก็ยังมีไวรัสชนิดนี้อยู่อย่างไม่ทราบสาเหตุ

และด้วยระบบกรองน้ำและสร้างออกซิเจนในเรือ รวมถึงรอยรั่วต่างๆ ก็ทำให้ไวรัสสามารถแทรกซึมเข้าไปในตัวเรือได้อย่างเงียบๆ

ในเรือดำน้ำลำหนึ่งมีคนตั้งแต่หลายสิบถึงเกือบร้อยคน

ต่อให้ความน่าจะเป็นในการกลายพันธุ์จะน้อยลงเล็กน้อยเนื่องจากความเข้มข้นของไวรัส แต่ก็ยังมีคนไม่น้อยที่กลายพันธุ์และผลลัพธ์ก็คาดเดาได้ไม่ยาก สำหรับพื้นที่ปิดแบบนั้น

ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงจะได้อยู่ใต้กันทะเลลึกตลอดไป

การกลายพันธุ์ครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งโลก

และมีคนน้อยมากที่สามารถหลบเลี่ยงมันได้

เวลาผ่านมาถึง 3 ทุ่ม

งานเลี้ยงของโรงงานก็ได้เริ่มเข้าสู่ช่วงจับรางวัลแล้ว

หลังจากที่พิธีกรพูดจบ อีกฝ่ายก็หยิบหมายเลขออกมาจากกล่องและเมื่อแสดงตัวเลขออกมา ผู้ที่ถูกรางวัลก็จะโห่ร้องด้วยความดีใจ

แต่ละคนก็ผลัดกันขึ้นไปรับรางวัลอย่างมีความสุข

และด้วยรางวัลที่มีเป็นจำนวนมากมันจึงแทบจะรับประกันได้เลยว่าทุกคนจะได้รับรางวัลอย่างทั่วถึง

และลูกบอลที่ถูกจับออกมาแล้วก็ยังสามารถถูกใส่กลับเข้าไปในกล่องได้อีก นั่นจึงทำให้บางคนถึงกับถูกรางวัลถึง 3 ครั้งแล้ว

ฉินจิ้นมองดูทุกอย่างอย่างเงียบๆ

บางครั้งเขาก็เปิดโทรศัพท์มือถือเพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิด โทรศัพท์มือถือของเขาได้ติดตั้งแอปพลิเคชันที่สามารถเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดทั้งหมดของโรงงานได้ ดังนั้นเขาจึงสามารถเปิดแอปพลิเคชันเพื่อดูภาพจากกล้องทั้งหมดหรือกล้องตัวใดตัวหนึ่งได้ทุกเมื่อ

เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน

เขาก็เริ่มเห็นเงาที่บ้าคลั่งและเปื้อนเลือดร่างหนึ่งวิ่งผ่านกำแพงโรงงานไป

นั่นทำให้เขารู้ว่าข้างนอกได้เกิดการกลายพันธุ์ขึ้นแล้ว

ชาติก่อนในวันนี้เขาเพิ่งจะเลิกงานและกลับถึงบ้าน นั่นทำให้เขาได้หลบอยู่ในห้องเช่าของตัวเองและหลบเลี่ยงการโจมตีในช่วงแรกไปได้

ในวิดีโอจากกล้องวงจรปิดเขาก็ยังพอมองเห็นหมอกสีม่วงจางๆ ลอยอยู่

ตอนนี้เขายังไม่สามารถออกไปเสี่ยงได้ ดังนั้นเขาจึงต้องให้ทุกคนอยู่ในนี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

อีก 10 กว่านาทีผ่านไป

หลายคนก็ถูกรางวัลแล้ว

แต่ภายใต้การโจมตีของเงิน ทำให้ความสนใจของพวกเขายังอยู่ที่นี่

บางคนที่เล่นโทรศัพท์มือถือก็เริ่มที่จะพบแล้วว่าข้างนอกเกิดเรื่องที่ไม่ปกติขึ้น คนที่ออกมาพูดก็พูดเหมือนคนบ้าจนคนที่ฟังนั้นไม่รู้เรื่อง

ในตอนนี้เอง พิธีกรก็หยิบลูกบอลรางวัลออกมาอีกครั้งและตะโกนเสียงดังว่า

“หมายเลข 76 ขอแสดงความยินดีกับหมายเลข 76 ด้วยที่ถูกรางวัล นี่เป็นรางวัลใหญ่เป็นเงินสด 2,000 หยวน! ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ถูกรางวัลด้วย ขึ้นมารับรางวัลบนเวทีได้เลย!”

ทุกคนต่างก็มองไปรอบๆ ว่าใครคือผู้โชคดีคนนี้

นี่เป็นรางวัลหลักพันแล้ว ซึ่งเทียบเท่ากับเงินเดือนครึ่งเดือนหรือหลายวันเลยทีเดียว

มีแต่ประธานฉินเท่านั้นที่ใจกว้างได้ขนาดนี้

ผ่านไปสักพัก ก็ยังไม่มีใครขึ้นมารับรางวัล ทุกคนจึงสงสัยว่าใครถูกรางวัลและเริ่มพูดคุยกันเล็กน้อย

ฉินจิ้นก็ได้สติกลับมา

เขามองไปที่พนักงานรอบๆ

ในตอนนี้ พนักงานคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้นมาว่า “ฉันจำได้ว่าเสี่ยวโจวได้หมายเลข 76 เขาเคยให้ฉันดู เขาอยู่ที่ไหนแล้ว ทำไมถึงยังไม่ไปรับรางวัลอีก?”

“อ้อ! เป็นเสี่ยวโจวนี่เอง เมื่อกี้เขาบอกว่าเขาเวียนหัวไม่สบาย เลยไปนั่งฟุบอยู่ที่โต๊ะตรงเสานั่นไง เดี๋ยวฉันไปเรียกเขาเอง”

พนักงานอีกคนที่ดูเหมือนจะรู้จักเสี่ยวโจว ก็ลุกขึ้นยืนและกำลังจะเดินไปยังโต๊ะที่ถูกเสาบังอยู่ที่มุมห้อง

“หยุด—!!!”

เสียงตะโกนดังลั่นดังมาจากโต๊ะข้างหน้า!

ทุกคนต่างก็มองไปทางนั้น คนที่กำลังเดินไปก็หยุดฝีเท้าลงทันที

เป็นเจ้านายของพวกเขา

ฉินจิ้นลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาจริงจังและเดินไปยังมุมนั้นอย่างรวดเร็ว

ใต้เสื้อคลุมที่เขาสวมอยู่ตลอดเวลาก็ดูเหมือนจะซ่อนอะไรบางอย่างไว้ ในตอนนี้เขาใช้มือซ้ายกดมันไว้

นอกจากนี้ เพื่อนทหารและเพื่อนสนิทของเขา จงอวี่ หลี่ปั๋วเหวินและคนอื่นๆ ก็มีปฏิกิริยาที่รวดเร็วเช่นกัน พวกเขาเดินตามหลังฉินจิ้นไปทันที

พวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงงานและผู้ช่วยของฉินจิ้นและพวกเขายังเป็นคนที่คอยติดตามฉินจิ้นมาสองสามเดือนแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงรู้งานเป็นอย่างดี

เมื่อฉินจิ้นเดินไปถึงมุมนั้นแล้ว บนโต๊ะตัวนั้นก็มีชายคนหนึ่งฟุบอยู่

แม้ว่าจะมองไม่เห็นใบหน้า แต่จากเสื้อผ้าก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายอายุยังไม่มากนัก

ถ้าเขาจำไม่ผิด เสี่ยวโจวคนนี้ชื่อโจวปิน อีกฝ่ายเป็นลูกศิษย์ของผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรของบริษัท

อีกฝ่ายนั้นเพิ่งจะเรียนจบมาไม่นาน แต่ก็ได้ติดตามอาจารย์มาเข้าร่วมกับบริษัทของเขา

ครอบครัวที่เสี่ยวโจวพามาก็คือแฟนสาวของเขา แม้ว่าบริษัทจะบอกว่าให้พาครอบครัวมาด้วย แต่บริษัทก็ได้บอกเพิ่มเติมไว้เช่นกันว่าหากครอบครัวไม่สะดวกมาก็สามารถพาเพื่อนมาแทนได้ ดังนั้นเสี่ยวโจวจึงไม่ได้พาพ่อแม่มา แต่เขาเลือกที่จะชวนแฟนสาวมาด้วยแทน

ส่วนหนึ่งก็เพราะเขาอยากจะอวดที่ทำงานให้กับแฟนสาวดู

แฟนสาวคนนี้เมื่อครู่ก็มัวแต่สนใจกับการจับรางวัล พอแฟนหนุ่มบอกว่าเขาไม่สบายและขอไปพักอยู่ข้างๆ เธอจึงไม่ได้สนใจอะไร

และเธอก็ไม่คาดคิดเลยว่าตอนนี้ร่างกายของอีกฝ่ายนั้นดูเหมือนจะไม่สบายจริงๆ จนทำให้เจ้านายของพวกเขาสนใจ

เดี๋ยวจะต้องส่งไปโรงพยาบาลหรือเปล่า น่าอายจริงๆ

หรือว่าในอนาคตฉันควรจะเปลี่ยนแฟนดี

เอาแบบที่ร่างกายแข็งแรงหน่อย

เสี่ยวโจวเอาแต่เรียนหนังสือทำวิจัย ร่างกายก็เลยอ่อนแอจนไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเธอได้เลย

จนทำให้เธอต้องออกไปหาเพื่อนชายคนอื่นๆ เป็นครั้งคราว

ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของเสี่ยวโจวทั้งนั้น!

ในตอนนี้เสี่ยวโจวก็ใช้สองมือรองศีรษะและฟุบอยู่บนโต๊ะโดยไม่ขยับไปไหน

ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจเสียงเรียกจากภายนอกเลย

สีหน้าของฉินจิ้นก็เคร่งขรึมลง

นี่ไม่ถูกต้อง

แน่นอนว่า ด้วยเสียงเรียกของคนอื่นๆ

เสี่ยวโจวก็ดูเหมือนจะมีปฏิกิริยาขึ้นมาเล็กน้อย ร่างกายของเขาค่อยๆ ชักกระตุก เหมือนถูกไฟฟ้าช็อตเป็นครั้งคราว

จากนั้น

เขาก็เงยหน้าขึ้น

และเผยให้เห็นใบหน้าที่ซีดขาวไร้สีเลือด!

เส้นเลือดสีดำอมเขียวก็กระจายไปทั่วใบหน้า รูม่านตาแทบจะหายไป เหลือไว้เพียงตาสีขาวและเส้นเลือดฝอยที่โป่งพอง น้ำลายก็ไหลยืดออกมาจากปากที่อ้ากว้าง

ทุกอย่างล้วนบอกว่าคนๆ นี้ไม่ปกติ!

ในตอนนี้เอง คนอื่นๆ ยังไม่กล้าที่จะคิดว่าเสี่ยวโจวนั้นเป็นซอมบี้

เพราะเรื่องแบบนี้มันแฟนตาซีเกินไป

คนส่วนใหญ่จึงคิดว่ามันเป็นแค่อาการของโรคลมบ้าหมูหรือโรคอื่นๆ กำเริบเท่านั้น

เสี่ยวโจวที่ลุกขึ้นยืนอย่างโซเซ ก็ดูเหมือนจะเพิ่งเสร็จสิ้นการกลายพันธุ์ขั้นสุดท้าย

เขาค่อยๆ หยุดโซเซและสายตาของเขาก็มองไปที่ฉินจิ้นที่อยู่ข้างหน้าสุด

โฮก!!!

โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก็อ้าปากพุ่งเข้าหาฉินจิ้นทันที!

จงอวี่และหลี่ปั๋วเหวินรวมถึงคนอื่นๆ แม้จะคาดการณ์ไว้บ้างแล้ว

แต่พวกเขาก็ไม่คาดคิดว่าเสี่ยวโจวจะพุ่งเข้าหาเจ้านายแบบนี้ ปฏิกิริยาของพวกเขาจึงตอบสนองไม่ทัน

ฉินจิ้นที่อยู่ข้างหน้าพวกเขา จริงๆ แล้วไม่ได้ตื่นตระหนกเลย

เพราะเขาดูเหมือนจะเตรียมพร้อมไว้นานแล้ว

หลังจากที่เสี่ยวโจวพุ่งเข้ามา เขาก็พุ่งตัวไปข้างหน้าก่อนจะขยับไปด้านข้างแล้วใช้ขาเตะเสี่ยวโจวจนล้มลงกับพื้น

จากนั้นเขาก็เข้าไปประชิดตัวเสี่ยวโจวอย่างรวดเร็วแล้วใช้ท่าล็อคแขนทั้งสองข้างก่อนจะดึงให้ข้อต่อกระดูกแขนหลุดออกจากกันแล้วจึงค่อยใช้เท้าเหยียบที่ต้นคอของอีกฝ่าย

เขาเหยียบต้นขอของเสี่ยวโจวไว้พร้อมกับเทน้ำหนักตัวของเขาลงไปทั้งหมด เพื่อป้องกันการขัดขืน

อีกฝ่ายเป็นแค่ซอมบี้ที่เพิ่งจะกลายพันธุ์

ความจริงแล้วเขาสามารถจัดการอีกฝ่ายโดยไม่ใช้มือเลยก็ยังได้

แต่การจับเป็นนั้นจะยุ่งยากขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น

ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

พวกเขาก็เห็นคนบ้าคลั่งคนหนึ่งถูกเจ้านายของพวกเขาจับกดลงกับพื้น

คนในงานต่างก็ตกตะลึง!

หลี่ปั๋วเหวินและคนอื่นๆ ก็รีบเข้ามา อยากจะช่วยฉินจิ้นจับเสี่ยวโจว

แต่พวกเขาก็ถูกฉินจิ้นยื่นมือห้ามไว้

เขาไม่สนใจว่าคนอื่นๆ ตอนนี้จะคิดยังไง แต่เขาสั่งออกไปว่า “หาเชือกที่หนาหน่อยมาให้ฉันเส้นหนึ่ง”

หลี่ปั๋วเหวินก็วิ่งไปเอาเชือกด้วยตัวเอง จากนั้นพวกเขาก็เห็นฉินจิ้นรับไปแล้วมัดตัวเสี่ยวโจวอย่างชำนาญ ตลอดกระบวนการนั้นฉินจิ้นสามารถหลบปากของเสี่ยวโจวได้อย่างคล่องแคล่ว หลังจากมัดเสร็จฉินจิ้นก็เอาตัวของเสี่ยวโจวไปมัดไว้กับเสารับน้ำหนักต้นหนึ่งที่ริมห้องจัดเลี้ยง

ทุกคนต่างก็ตกตะลึง

โหดเกินไปแล้ว

ต่อให้เสี่ยวโจวป่วยแล้วจะพยายามทำร้ายคนอื่น ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องได้รับการปฏิบัติแบบนี้เลย

มัดไว้กับเสาทั้งๆ แบบนั้นโหดจริงๆ

ในตอนนี้เสี่ยวโจวก็ยังคงแยกเขี้ยวเคี้ยวฟันไม่หยุด

ดูราวกับว่าแขนที่ถูกดึงจนข้อต่อหลุดออกไปนั้นจะไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลย แถมเขายังคงคำรามเสียงต่ำใส่คนที่อยู่ข้างหน้าอีก

เขาดูไม่มีร่องรอยของสติสัมปชัญญะแบบที่มนุษย์ควรมีเลยแม้แต่น้อย

และในตอนนี้ก็เริ่มมีคนที่เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น!

พวกเขาตัวสั่นเทา

ใบหน้าซีดขาว เหงื่อท่วมหัวและดวงตาเบิกกว้าง ขณะมองดูอดีตเพื่อนร่วมงานตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว

...ซอมบี้

ในยุคที่ผ่านการขัดเกลาจากสื่อบันเทิงและภาพยนตร์นับไม่ถ้วน

นอกจากผู้สูงอายุบางคนแล้ว คนอื่นๆ ส่วนใหญ่ก็รู้แล้วว่าสิ่งนี้เหมือนอะไร!

“ซอม!—ซอมบี้!—ไม่—มันจะเป็นไปได้ยังไง!? ของในหนังแบบนี้ มันจะปรากฏขึ้นจริงๆ ได้ยังไง!? มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”

มีคนกุมหัวสงสัยในชีวิต เขาดูราวกับจะรับเรื่องนี้ไม่ได้และพึมพำกับตัวเอง

“เสี่ยวโจว อย่าเล่นเลย นายกำลังแกล้งทำเป็นซอมบี้อยู่ใช่ไหม ฉันรู้นะว่านายต้องแสดงอยู่แน่ๆ ใช่ไหม? หยุดเถอะ แบบนี้น่าอายจะตาย อย่าเล่นแบบนี้เลย!”

หลี่เยียนแฟนสาวของเสี่ยวโจวก็ขยับเข้าไปใกล้เล็กน้อย

แต่ก็ไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปจริงๆ และถามด้วยความหวัง

ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะเธอไม่อยากให้แฟนหนุ่มของตัวเองแสดงละครที่ไร้สาระแบบนี้

แม้ว่ามันจะดึงดูดสายตาของคนอื่นได้จริงๆ แต่เธอเองก็รู้สึกว่าในโอกาสแบบนี้มันดูโดดเด่นเกินไป

อีกด้านหนึ่งถ้าแฟนหนุ่มของเธอกลายเป็นซอมบี้ขึ้นมาจริงๆ เธอในฐานะคนที่เขาพามาที่นี่ จะไม่ถูกตำรวจจับไปสอบสวนเหรอ?

แบบนั้นคงน่ารำคาญแย่

เพราะพรุ่งนี้เธอยังมีนัดกับคนอื่นอีก

ถ้ารู้แต่แรกว่าคืนนี้จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

เธอคงไม่ตอบตกลงมางานฉลองเปิดกิจการของบริษัทของเสี่ยวโจวเพื่อรางวัลกับอาหารมื้อใหญ่แล้ว

ซึ่งเธอก็เหมือนจะลืมไปแล้วว่าตอนที่เธอถูกรางวัลสองครั้งนั้นเธอดีใจขนาดไหน

แต่คำตอบที่ได้ก็ยังคงเป็นเสียงคำรามต่ำเช่นเดิม

คนส่วนใหญ่ก็เริ่มค่อยๆ ถอยหลังแล้ว

บางคนก็เริ่มอยากจะเปิดประตูแล้วออกไปจากสถานที่จัดงานนี้!

แต่น่าเสียดายที่พวกเขาพบว่าประตูถูกล็อกปิดตายไปแล้ว!

ในตอนนี้ก็มีพนักงานที่กล้าหาญไม่น้อยที่กำลังถ่ายรูปและวิดีโอและอยากจะโพสต์ลงโซเชียลหรือส่งไปยังสื่อต่างๆ

ในใจแม้จะกลัวเล็กน้อย แต่ร่างกายของพวกเขากลับซื่อสัตย์

เพราะการอวดลงโซเชียลนั้นสำคัญกว่า

“ประธานฉินจะทำยังไงดีครับ พวกเราจะจัดการกับเสี่ยวโจวยังไงดี!”

หลี่ปั๋วเหวินก็เริ่มมีปฏิกิริยาแล้ว เมื่อครู่พวกเขาช้ากว่าฉินจิ้นไปหนึ่งก้าว แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะพวกเขาตกใจกับเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เขากำลังขอคำสั่งต่อไปเพื่อจัดการกับเรื่องนี้ต่อ

นี่คือซอมบี้นะ!

เขาไม่รู้จริงๆ ว่าจะจัดการยังไงต่อไป

เพราะนี่มันเกินขอบเขตของงานไปแล้ว

“ยังไม่ต้องทำอะไร รอไปก่อน พวกนายไปเฝ้าประตูใหญ่ไว้ ห้ามให้ใครออกไปแล้วก็คอยสังเกตในฝูงชนด้วยว่ามีใครมีอาการแปลกๆ ไหม เพราะฉันกังวลว่าจะมีคนกลายพันธุ์อีก!”

ฉินจิ้นหรี่ตาแล้วพูดกับพวกเขาทันที

แม้ว่าเขาจะเตรียมมาตรการป้องกันไว้ไม่น้อย แต่ในสถานที่จัดงานก็ยังคงมีคนกลายพันธุ์อยู่ดี

ซึ่งนี่ก็ไม่ถือว่าเกินความคาดหมายนัก

เขาเคยพิจารณาถึงความเป็นไปได้นี้แล้ว ดังนั้นการปล่อยให้คนอื่นๆ ค่อยๆ ยอมรับเรื่องนี้ล่วงหน้าก็ดีเหมือนกัน

แต่ตอนนี้เขาค่อนข้างจะกังวลเรื่องญาติของตัวเองมากกว่า

เขาได้แต่หวังว่าในหมู่พวกเขาจะไม่มีใครกลายพันธุ์

เมื่อสองสามวันก่อนเขาก็ได้กินข้าวกับญาติล่วงหน้าไว้แล้ว และแน่นอนว่าในตอนนั้นเขาก็ได้แอบผสมยาลงไปด้วยเช่นกัน

ตามหลักแล้วพวกเขาจึงน่าจะมีความสามารถในการต้านไวรัสมากกว่าคนอื่นๆ

แต่ก็ไม่มีใครพูดได้ว่าพวกเขาจะไม่กลายพันธุ์อย่างแน่นอน

ต่อให้เป็นตัวเขาเอง เขาก็ยังไม่กล้าที่จะรับประกันแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเขาจะไม่เป็นอะไร

เพราะการที่เขามาเกิดใหม่ก็เป็นหนึ่งในข้อพิสูจน์แล้วว่าทุกอย่างนั้นไม่แน่นอน

เสี่ยวโจวที่เป็นซอมบี้ก็ถูกมัดไว้ที่มุมหนึ่งของสถานที่จัดงาน

ส่วนคนอื่นๆ ก็พากันไปอยู่กันอีกฝั่งหนึ่ง

ตอนนี้ไม่มีใครสนใจที่จะเล่นเกมจับรางวัลอีกต่อไปแล้ว

หลังจากที่ผ่านเรื่องใหญ่แบบนี้ ชีวิตในวันพรุ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปแล้ว

ดังนั้นทุกคนจึงต่างก็ตื่นตระหนกและหวาดกลัว

แถมบางคนก็ยังอยากจะเปิดประตูใหญ่แล้ววิ่งออกไป แต่พวกเขาก็ถูกทีมเล็กๆ ที่นำโดยฉินจิ้นขวางไว้

โดยบอกว่าพวกเขาได้แจ้งตำรวจผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตไปแล้ว (ในตอนนี้คนอื่นๆ พบว่าพวกเขาไม่สามารถโทรติดต่อตำรวจได้) พวกเขาได้แต่หวังว่าอีกเดี๋ยวก็คงจะมีคนมาจัดการเรื่องนี้ ดังนั้นทุกคนจึงต้องให้ความร่วมมือด้วยการอยู่ข้างในไปก่อน

แต่ทุกคนไม่รู้เลยว่า ชีวิตที่สงบสุขในอดีตได้จากไปไกลแล้ว

พวกเขาได้มาถึงยุคใหม่แล้ว

ยุคแห่งความมืดมิดและหวาดกลัวของวันสิ้นโลก

จบบทที่ ตอนที่ 12 : การจัดการกับซอมบี้

คัดลอกลิงก์แล้ว