- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 9 : จัดซื้อเสบียง 2
ตอนที่ 9 : จัดซื้อเสบียง 2
ตอนที่ 9 : จัดซื้อเสบียง 2
ตอนที่ 9 : จัดซื้อเสบียง 2
หลังจากเตรียมยาและสารเคมีเสร็จ
ต่อไปก็ถึงคราวของยานพาหนะประเภทต่างๆ
ยานพาหนะขนส่งทางบกอย่างเช่น รถยนต์
ของพวกนี้ไม่ควรถูกพูดถึงอยู่แล้ว
เพราะในอนาคตพวกเขาสามารถหาเก็บได้ทั่วไป
ดังนั้นสิ่งที่เขาจะเตรียมจริงๆ มีรถออฟโรดธรรมดา 2 คัน รถบรรทุกขนาดใหญ่ 2 คัน รถบรรทุกขนาดกลาง 2 คัน ทั้งหมดนี้เขาซื้อมาแบบมือสอง
จากนั้นเขาก็ติดต่อร้านจักรยานยนต์ไฟฟ้าและทำการสั่งซื้อจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบพิเศษจำนวน 20 คัน
หลังจากปลดล็อกความเร็วแล้ว พวกมันจะสามารถทำความเร็วได้ถึง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แน่นอนว่าเขาได้หาวิธีการดัดแปลงรวมถึงชิ้นส่วนมาแล้ว ดังนั้นในอนาคตเขาจึงสามารถนำมันมาดัดแปลงเองได้ทุกเมื่อ
และเมื่อทำการดัดแปลงเสร็จพวกมันก็อาจทำความเร็วได้ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว
ข้อดีของจักรยานยนต์ไฟฟ้าคือความเบาและความเงียบ ซึ่งอาจมีหลายสถานการณ์ที่เขาจำเป็นต้องใช้ในอนาคต
หากยอมเสียสละพื้นที่บางส่วนเพื่อติดตั้งแบตเตอรี่เพิ่ม มันก็จะทำระยะทางได้ถึง 150 กิโลเมตรได้อย่างง่ายดาย!
และเขายังได้สั่งซื้อสโนว์โมบิลมาอีก 50 คัน
ยานพาหนะประเภทนี้โดยปกติแล้วจะไม่มีในภาคใต้ แต่ฉินจิ้นจำได้ดีว่าในอนาคตหลังจากที่วันสิ้นโลกมาถึง ในวันที่หิมะตกนั้นมันจะมีประโยชน์มากแค่ไหน
และยานพาหนะประเภทนี้ราคาในตลาดตกคันละแค่ 4,000 ถึง 7,000 หยวนเท่านั้นซึ่งนับว่าไม่แพงเลย
ต่อให้เหมาทั้งหมดก็แค่ไม่กี่แสนเท่านั้น
ในอนาคตถ้าเขาเอามาดัดแปลงอีกหน่อย มันก็จะกลายเป็นของดีในวันที่หิมะตกเลยทีเดียว
นอกจากนั้นเขายังได้ซื้อโดรนรุ่นต่างๆ กว่าอีก 1,000 ลำ!
อุปกรณ์พวกนี้มีช่วงราคาที่กว้างมาก แบบถูกๆ ก็มีราคาเพียงไม่กี่ร้อยหยวนต่อลำ แบบแพงๆ ก็อาจจะหลายพันถึงหลายหมื่นหยวนต่อลำ
สำหรับรุ่นที่มีราคาถูกๆ ฉินจิ้นตั้งใจจะใช้มันสำหรับภารกิจแบบใช้แล้วทิ้งในอนาคต
ส่วนแบบแพงๆ นั้นจะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าซึ่งสามารถใช้ซ้ำได้
โดรนเหล่านี้นับเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการใช้โดรนเพื่อล่อซอมบี้หรือใช้ทำภารกิจบนที่สูงก็ตาม
แม้ว่าหลังจากที่วันสิ้นโลกมาถึงแล้วเขาจะออกไปตามหาและเก็บกลับมาเพิ่มได้ แต่มันก็จะดีกว่าถ้าเขาสามารถเตรียมการไว้ล่วงหน้าได้
เพราะแผนการบางอย่างจะต้องดำเนินการทันทีหลังจากที่วันสิ้นโลกมาถึง
ดังนั้นเงินที่เขาใช้ไปกับโดรนจึงสูงถึงล้านกว่าหยวน!
ฉินจิ้นยังได้หาบริษัทเพื่อสั่งทำอุปกรณ์พิเศษต่างๆ เพิ่มอีกด้วย
ตัวอย่างเช่น เครื่องส่งเสียง
มันสามารถควบคุมการส่งเสียงจากระยะไกลได้ 300 ถึง 500 เมตร เปลือกนอกเป็นแบบแข็งและมีรู มันมีแบตเตอรี่ในตัวและสามารถส่งเสียงดังอย่างต่อเนื่องได้ 3 ถึง 5 ชั่วโมง อีกทั้งยังสามารถปรับระดับเสียงได้ด้วย เขาได้สั่งทำพวกมันแบบพิเศษทันที 500 เครื่อง!
อุปกรณ์พิเศษอื่นๆ ก็ยังมีอีกไม่น้อยและทำให้เขาใช้เงินไปอีกล้านกว่า
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นไพ่ตายในการเอาชีวิตรอดในอนาคต!
สำหรับอุปกรณ์สื่อสาร
เขาก็ได้ซื้อทั้ง วิทยุสื่อสารเชิงพาณิชย์ (ระยะสูงสุด 1 ถึง 8 กิโลเมตร) วิทยุสื่อสารมืออาชีพ (โดยทั่วไปจะมีระยะสูงสุด 3 ถึง 10 กิโลเมตร) วิทยุสื่อสารทางทหารระยะสูงสุด 50 กิโลเมตร (แต่หากมีสถานีทวนสัญญาณก็จะสามารถส่งคลื่นได้ถึง 100 กิโลเมตรขึ้นไป) และอุปกรณ์ขยายสัญญาณ เป็นต้น
สำหรับรุ่นที่ใช้ในทางการทหารเขาจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากถึงจะซื้อมาจากพ่อค้าได้
แม้ว่าพวกมันจะเป็นรุ่นเก่าที่กองทัพปลดประจำการแล้วหรือรุ่นที่ถูกลดสเปก แต่พวกมันก็ยังมีประสิทธิภาพมาก
ดังนั้นเขาจึงซื้อรุ่นธรรมดามาทันที 300 เครื่อง รุ่นมืออาชีพ 200 เครื่องและรุ่นทางทหารอีก 30 เครื่อง
สำหรับอุปกรณ์พิเศษอื่นๆ ทั้งชุดป้องกัน เสื้อกันฝน รถสโนว์โมบิล โซ่กันลื่น เรือเร็ว ร่มพิเศษที่ทนต่อการกัดกร่อน เชือกแบบพิเศษ ปืนยิงเชือก น้ำมันหล่อลื่น อุปกรณ์สูบน้ำมัน แว่นกันแดด อุปกรณ์ดำน้ำ หน้ากากกันแก๊สพิษ กล้องมองกลางคืน ลำโพงเสียงสูง/ต่ำ ไฟฉาย แว่นอินฟราเรด แว่นจับความร้อน เครื่องตรวจจับโลหะ เครื่องตรวจจับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กและเซ็นเซอร์ประเภทต่างๆ เป็นต้น
เขาก็ได้จัดซื้อมาอย่างละจำนวนหนึ่ง
จากนั้นก็เป็นประเภทของใช้ในชีวิตประจำวัน
โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โปรเจคเตอร์ หูฟัง ลำโพงและเครื่องเล่นเกมอีกจำนวนหนึ่ง
เขาดาวน์โหลดและซื้อภาพยนตร์ เพลงและเกมดังๆ ทั้งแบบฟรีและเสียเงินไว้ล่วงหน้าเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน
สิ่งเหล่านี้ในอนาคตจะเป็นของดีสำหรับการผ่อนคลายในยามว่าง
สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับให้ความบันเทิงนั้นเขาไม่จำเป็นต้องซื้อมาเยอะ เพราะเมื่อวันสิ้นโลกมาถึงพวกเขาก็สามารถหาเก็บจากข้างนอกได้
แต่สำหรับสิ่งที่ต้องโหลดจากอินเทอร์เน็ตเขากลับต้องเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนนี้
เพราะหลังจากที่อินเทอร์เน็ตถูกตัดไปแล้วมันก็จะไม่มีอะไรเหลืออีกเลย
ไฟฉาย พัดลมขนาดเล็ก เครื่องปั่นไฟแบบมือหมุน พัดลมแบบมือหมุน เครื่องสีข้าวเปลือก แบตเตอรี่รุ่นต่างๆ เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องพิมพ์สำหรับสำนักงาน กระดาษ เครื่องลดความชื้น เครื่องอบแห้ง เครื่องกรองน้ำดื่ม เครื่องฆ่าเชื้อ พัดลมระบายอากาศเขาก็ไม่ปล่อยผ่านและจัดซื้อมาบางส่วน
สำหรับสิ่งของประเภทหนังสือ เขาก็ซื้อมาแบบครอบคลุมเกือบทุกสาขา ทั้งอิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์ การเอาชีวิตรอด การจัดการ เทคโนโลยี การทำอาหาร เป็นต้น
หลังจากซื้อมาแล้วเขาก็เก็บไว้ในห้องสมุดของฐาน
ของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น กระดาษทิชชู เครื่องครัว ผ้าอ้อมสำเร็จรูป นมผง ผ้าอนามัย ผ้าขนหนู ชุดเครื่องนอนห้าชิ้น รองเท้า แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ผ้าห่ม กาต้มน้ำและไฟฉาย
ของทุกอย่างที่มีในซูเปอร์มาร์เก็ตเขาก็จัดซื้อมาจำนวนหนึ่ง
ของประเภทเสื้อผ้า เขาได้สั่งทำเสื้อกันหนาวแบบพิเศษจำนวนมาก มีทั้งของผู้ชายและของผู้หญิง รองเท้าบูทกันฝนและรองเท้าบูทลุยหิมะ
เชื้อเพลิงที่ต้องใช้ในการทำอาหารในชีวิตประจำวัน เช่น แก๊ส น้ำมันก๊าด แอลกอฮอล์แข็ง ถ่านหิน ถ่านรังผึ้ง ถ่านหินไร้ควัน เขาก็จักซื้อมาจำนวนหนึ่งแล้วเก็บไว้ในในโกดังของฐาน
ถ่านหินสำหรับทำความร้อนในครัวเรือนมีราคาอยู่ที่ 1,000 หยวนต่อตัน เขาซื้อมาทันที 100 ตันและใช้เงินไปแค่แสนกว่าเท่านั้น
จากนั้นก็เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่สำคัญอย่างมาก
เพราะอุปกรณ์จำนวนมากจะต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
ดังนั้นตอนที่เริ่มสร้างฐานเขาจึงได้สร้างคลังน้ำมันไว้เป็นพิเศษ
คนธรรมดาไม่สามารถซื้อน้ำมันเบนซินและดีเซลในปริมาณมากๆ จากปั๊มน้ำมันได้โดยตรง ยกเว้นแต่ว่าจะถูกใช้ในงานพิเศษหรือบริษัทต้องใช้ในกระบวนการผลิตสินค้า
และเขายังต้องมีใบอนุญาตบางอย่างเขาถึงจะสามารถสั่งซื้อน้ำมันจำนวนมากได้
ฉินจิ้นเลยต้องใช้วิธีเทาๆ
ด้านหนึ่งเขาจะร่วมมือกับเจ้าของปั๊มที่กล้าหาญสักหน่อย ด้วยการเพิ่มราคาให้พวกเขา
แต่วิธีนี้เขาไม่กล้าที่จะใช้มากเกินไป ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้จึงธรรมดา
แต่อีกวิธีหนึ่งก็คือนำรถไปเติมน้ำมันจากปั๊มแล้วค่อยสูบออกมา
เขาจึงสั่งให้หลี่ปั๋วเหวินและคนอื่นๆ ขับรถบรรทุกหนักออกไปเติมน้ำมันให้เต็มทุกวันแล้วขับกลับมาที่ฐานเพื่อใช้อุปกรณ์สูบน้ำมันสูบออกมาใส่คลังน้ำมัน
ถังน้ำมันรถยนต์ขนาดเล็กมีความจุอยู่ที่ 65 ลิตร ส่วนถังน้ำมันรถบรรทุกทั่วไปจะมีความจุอยู่ที่ 140 ลิตรและถังน้ำมันรถบรรทุกหนักจะมีความจุถึง 400 ลิตร!
ทุกวันเขาสั่งให้หลี่ปั๋วเหวิน เฉินจวินฉือและคนอื่นๆ ขับรถบรรทุกหนักของฐานไปกลับซ้ำๆ วันละหลายรอบ
วันหนึ่งพวกเขาสามารถนำน้ำมันเชื้อเพลิงกลับมาได้สิบกว่าตัน ในช่วงสองเดือนสุดท้ายนี้แน่นอนว่ายิ่งกักตุนได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น
พลังงานประเภทนี้ไม่ว่าจะใช้ในการขนส่งหรือผลิตไฟฟ้าก็ล้วนขาดไปไม่ได้ทั้งนั้ง
และยิ่งในช่วงหลังของวันสิ้นโลกน้ำมันในปั๊มน้ำมันส่วนใหญ่ก็จะถูกผู้รอดชีวิตดูดใช้ไปจนหมด
.....
ช่วงสองเดือนนี้ฉินจิ้นจึงยุ่งมากเป็นพิเศษ
เขาเน้นไปที่การซื้อ ซื้อและซื้อ ตลอดทุกวัน
จะว่าไปแล้ว สองเดือนก่อนวันสิ้นโลกฉินจิ้นนั้นทั้งเหนื่อยและมีความสุข
ธัญพืชและเสบียงต่างๆ ก็เริ่มทยอยถูกส่งมาถึงฐาน จากนั้นพวกมันก็จะถูกแยกไปลงโกดังต่างๆ และจัดเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ
เกือบทุกวันจะมีรถขนส่งสินค้าเข้าออกประตูใหญ่ของฐาน
เขายังไม่ได้บอกเรื่องเสบียงเหล่านี้ให้พ่อแม่และญาติพี่น้องของเขารู้
ดังนั้นจึงมีเพียงเขาที่พาจงอวี่และหลี่ปั๋วเหวินมาจัดการเท่านั้นที่รู้เรื่องเหล่านี้
แน่นอนว่าหลี่ปั๋วเหวินและคนอื่นๆ จะเห็นแค่เพียงของที่ค่อนข้างจะธรรมดา
แม้ว่าหลี่ปั๋วเหวินและคนอื่นๆ จะรู้สึกแปลกๆ ที่โรงงานมีการกักตุนของประเภทต่างๆ มากขนาดนี้ แต่หลังจากที่ปรับตัวกันมาสองสามเดือนในที่สุด ทุกคนก็ยอมรับพฤติกรรมแปลกๆ บางอย่างของประธานฉินไปแล้ว
เถ้าแก่ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว จะมีสักกี่คนที่ไม่มีนิสัยแปลกๆ
ธัญพืชและอาวุธที่สำคัญ รวมถึงสารเคมีบางอย่าง จึงมีเพียงฉินจิ้นที่รู้เพียงคนเดียว
ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะเขาคอยขับรถขนพวกมันลงไปไว้ที่โกดังชั้นใต้ดินเพื่อเก็บรักษาด้วยตัวเอง
โกดังที่สำคัญแต่ละแห่งจะมีระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นเป็นของตัวเอง เพื่อให้เสบียงที่อยู่ภายในสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานที่สุด
ที่พักของเขา
ในบ้านหลังเล็กสามชั้นภายในฐาน ในห้องใต้ดิน
ในนั้นเขาได้สร้างห้องลับใต้ดินเอาไว้เพื่อใช้เก็บข้อมูลสำคัญต่างๆ
สิ่งเหล่านี้จะเป็นรากฐานที่ช่วยให้ฐานของเขาสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
ในช่วงสองเดือนสุดท้ายนี้
เขาไม่มีแม้แต่เวลาจะไปเพลิดเพลินกับชีวิตของโลกที่แสนสงบสุขเป็นครั้งสุดท้าย
แม้ว่ามันจะมีสาวงามและอาหารอร่อยๆ รอเขาอยู่นับไม่ถ้วนก็ตาม
แต่พวกมันล้วนเป็นความสุขเพียงชั่วคราว
เพราะสิ่งที่เขาต้องการคือความมั่นคง
และมีชีวิตรอดต่อไป
การกักตุนธัญพืชและเสบียงพวกนี้ ก็ทำให้เขามีความสุขมากเช่นกัน
ทุกวันเขาจะมองดูโกดังที่เต็มไปด้วยของมากขึ้นเรื่อยๆ จนความรู้สึกปลอดภัยและความสุขก็เกิดขึ้นเอง!
มีคนเคยบอกว่าความสุขนั้นเกิดจากการเปรียบเทียบ
ซึ่งมันก็จริง
ตอนที่วันสิ้นโลกมาถึงคนอื่นจะต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ส่วนเขากับญาติและเพื่อนๆ จะได้กินอิ่มนอนหลับอย่างมีความสุข
เขาไม่คิดว่าการทำแบบนี้จะเป็นการเห็นแก่ตัว
เพราะวันสิ้นโลกในครั้งนี้อาจจะเป็นการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตทั่วทั้งโลก
เพราะมันเกิดจากดาวโลกเอง
ไม่อย่างนั้นมันก็คงไม่มีคำอธิบายอื่นแล้วว่าหมอกที่ทำให้คนกลายพันธุ์นั้นจะลอยขึ้นมาจากพื้นผิวของโลกในทุกมุมโลกพร้อมกันได้ยังไงและนี่ยังไม่ได้พูดถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ ที่จะตามมาอีก
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดจากฝีมือของมนุษย์
ต่อให้เขากลับมาเกิดใหม่แล้วและมีพลังพิเศษเป็นยอดมนุษย์หรือมีของวิเศษสุดโกง เขาก็จะไม่ทำตัวเป็นวีรบุรุษกู้โลกอยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้น
เขาจะใช้ฐานที่ตัวเองสร้างมาอย่างยากลำบากและธัญพืชที่มีอยู่อย่างจำกัดไปช่วยคนแปลกหน้าข้างนอกทำไม?
แล้วถ้าวันหนึ่งเขาถูกหักหลังล่ะ?
ต่อให้คนอื่นจะด่าว่าเขาเลือดเย็นไร้มนุษยธรรม แต่นั่นก็ไม่เป็นไร
เพราะคนอื่นก็ไม่ได้พูดผิดอะไร
หลังจากวันสิ้นโลกเขาจะต้องเป็นคนแบบนี้เท่านั้น
ดังนั้นหากมีคนมาพูดแบบนั้นต่อหน้าเขา เขาไม่เพียงแต่จะเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่เขาจะส่งกระสุนหนึ่งนัดให้กับคนที่กล้าพูดคนนั้นด้วย
เพราะเขาจะช่วยส่งอีกฝ่ายให้พ้นจากนรกและขอให้อีกฝ่ายได้รับความสุขบนสวรรค์แทน
ถ้ามันมีจริงล่ะนะ
สรุปก็คือ เขาจะใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีก่อน
แล้วเรื่องอื่นเขาจะค่อยพิจารณาทีหลัง
......
การกักตุนเสบียงยังคงเป็นไปตามแผน
เวลาก็ผ่านไปโดยไม่รู้ตัวจนมาถึงปลายเดือนกันยายนแล้ว!
เขาไม่มีทางลืมวันนั้นไปได้
วันที่ 10 ตุลาคม 2020
วันที่แบ่งแยกระหว่างโลกที่รุ่งเรืองและวันสิ้นโลก
ยังเหลือเวลาอีก 10 กว่าวัน
เสบียงต่างๆ ที่จัดซื้อมาก็ได้มาส่งถึงฐานหมดแล้วและเขาก็ได้จัดเก็บพวกมันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว!
เงินของฉินจิ้นส่วนใหญ่ก็หมดเกลี้ยงไปแล้ว
ในตอนนี้เขาเหลือเงินเพียง 5 แสนกว่าสุดท้ายเท่านั้น ซึ่งเขาก็มีแผนการสำหรับมันแล้ว
ตอนนี้ฐานเพิ่งจะสร้างเสร็จมาได้สองสามเดือนและยังไม่ได้เริ่มทำธุรกิจอะไร
หวังหยางก็ยังคงทำตามความต้องการของเจ้านายและรับสมัครพนักงานในตำแหน่งต่างๆ จนครบหมดแล้วและยังจ่ายเงินเดือนตลอด 3 เดือนครบตามปกติ
พนักงานหลายคนที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ก็ได้เงินเดือนไปเปล่าๆ บางคนก็รู้สึกไม่ค่อยดี
ตอนนี้โรงงานก็มีพนักงานกว่า 30 คนแล้ว
โดยมีจงอวี่เป็นผู้ช่วยของเขาและหวังหยางเป็นผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลของเขา
หลี่ปั๋วเหวิน จางเถียนไค่และเฉินจวินฉือก็ล้วนเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายใต้การบังคับบัญชาของเขา แต่ละคนมีลูกน้อง 4 คนและพวกเขาจะคอยจัดการเรื่องต่างๆ ตามที่เขาสั่ง
นอกจากนี้ก็ยังมีบุคลากรทางการเกษตร 4 คน (ผู้เชี่ยวชาญวัยกลางคน 1 คนและผู้ช่วย 3 คน)
นอกจากนั้นก็มีพ่อครัว ช่างไฟฟ้า นักบัญชี พนักงานต้อนรับ อีกจำนวนหนึ่ง
สำหรับบริษัทขนาดหลายหมื่นตารางเมตรแล้วนี่ถือว่ามีคนน้อยมากแล้ว
และในช่วงหลังมานี้เขาก็ได้สังเกตลักษณะนิสัยของพนักงานแต่ละคน คนที่ไม่เหมาะสมเขาก็ได้เชิญให้ออกไปแล้ว ดังนั้นคนที่เหลืออยู่จึงเป็นคนที่เขาค่อนข้างที่จะพึงพอใจ
อย่างน้อยก็ในบางด้าน
และยังมีเรื่องเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อนที่เคยเป็นทหารกับเขาที่เขาเคยพยายามชักชวนให้เข้ามาทำงาน เดิมทีอีกฝ่ายเคยบอกกับเขาว่าจะขอพิจารณาก่อนแล้วจะให้คำตอบภายหลัง หนึ่งในนั้นมีคนชื่อหลิวเหวินฮ่าว
หลังจากผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนอีกฝ่ายก็ได้โทรมาอีกครั้งและอยากจะขอโอกาส
ฉินจิ้นได้คุยกับอีกฝ่ายสักพัก เขาถึงได้รู้ว่าก่อนหน้านี้เป็นเพราะญาติของอีกฝ่ายป่วยหนักจนต้องมีคนดูแลตลอด ดังนั้นอีกฝ่ายจึงยังไม่ได้ตอบตกลง แต่ตอนนี้อาการของญาติคนนั้นดีขึ้นแล้ว อีกฝ่ายก็เลยมาขอโอกาสอีกครั้ง
หลังจากฉินจิ้นยืนยันได้แล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้โกหก เขาก็ให้โอกาสอีกครั้งทันที
เพียงแต่อีกฝ่ายจะต้องทำงานภายใต้การบังคับบัญชาของหลี่ปั๋วเหวินและคนอื่นๆ ไปก่อน ในภายหลังเขาจะค่อยดูสถานการณ์แล้วจึงพิจารณาเลื่อนตำแหน่งให้อีกที