- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 8 : จัดซื้อเสบียง
ตอนที่ 8 : จัดซื้อเสบียง
ตอนที่ 8 : จัดซื้อเสบียง
ตอนที่ 8 : จัดซื้อเสบียง
หลังจากจัดการเรื่องอาหารเสร็จ
ต่อไปก็คือเสบียงอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการอยู่รอด
เช่น ยา
ของสิ่งนี้มีความสำคัญอย่างมากในทุกสถานการณ์
ฉินจิ้นได้จัดซื้อยาจำนวนมากผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และหน้าร้าน
ส่วนน้อยเป็นยาที่เพิ่งผลิตใหม่
เพราะส่วนใหญ่เป็นยาที่ใกล้หมดอายุซึ่งมีราคาถูกกว่ามาก!
ยาโดยทั่วไปแล้วจะถูกบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์สุญญากาศ
ด้วยอายุที่ต่างกันแค่ปีสองปี เมื่อเทียบกับอนาคตที่มองไม่เห็นในวันสิ้นโลกแล้ว มันก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก
ดังนั้นเขาจึงสามารถประหยัดต้นทุนได้มากขึ้นเพื่อจัดซื้อยาในประเภทและปริมาณที่มากขึ้นได้
เขาได้ติดต่อกับร้านค้าส่งยาที่ได้พูดคุยกันไว้ล่วงหน้าแล้ว
ก่อนจะจัดซื้อยาทั่วไปที่มีอยู่ในตลาดเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งยาแก้หวัด ยาลดไข้ ยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะ เพนิซิลลิน ยาฆ่าพยาธิ ยาแก้โรคไขข้อ ยาสำหรับระบบประสาท ยาห้ามเลือด ยาแก้ปวด ยาบำรุงครรภ์ ยาทำแท้ง ยารักษาแผลไฟไหม้ ยารักษาแผลน้ำแข็งกัด ยาแก้หอบหืดและยาประเภทอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน
ส่วนยาตามใบสั่งแพทย์อย่าง ยามุ่งเป้า ยาเคมีบำบัดและยาอื่นๆ ที่คนทั่วไปหาซื้อไม่ได้
เขาก็จะหาจากแหล่งที่ขายยาใกล้หมดอายุซึ่งมักจะถูกปล่อยขายออกมาในราคาถูกโดยไม่มีการตรวจสอบใบสั่งยาจากแพทย์
แน่นอนว่าเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เข็มฉีดยา ขวดน้ำเกลือ มีดผ่าตัดและผ้าพันแผล
เขาก็ไม่ได้ละเลย และเขายังได้จัดซื้อมาส่วนหนึ่งด้วย
ยาที่ใกล้หมดอายุนั้นถ้าจะถามว่ามีราคาถูกแค่ไหน งั้นเขาก็จะลองยกตัวอย่างให้ดู ยาตัวหนึ่งที่เขาซื้อมานั้นปกติแล้วจะมีราคา 20 หยวน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มันใกล้หมดอายุมันก็จะถูกเทขายในราคา 2 ถึง 5 หยวนเท่านั้น!
ถึงอย่างนั้น
ฉินจิ้นก็ยังใช้เงินไปกว่า 2 ล้านสำหรับยาเหล่านี้
จริงๆ แล้วเขาไม่จำเป็นต้องซื้อมากขนาดนี้ก็ได้
เพราะหลังจากที่วันสิ้นโลกมาถึง เขาก็สามารถไปหายึดมาจากตามร้านขายยาได้
แต่การจัดซื้อในตอนนี้ก็แค่เพื่อความไม่ประมาทและเพิ่มความรู้สึกปลอดภัยในใจของเขาเท่านั้น
ยาแผนปัจจุบันนั้นมีอายุการใช้งานที่สั้นมาก หลายชนิดเมื่อหมดอายุก็จะถูกตัดสินว่าไม่สามารถรับประทานได้ นี่ก็เพื่อลดความเสี่ยงในการใช้ยา
ดังนั้นก่อนที่วันสิ้นโลกจะมาถึงยาที่ยังไม่หมดอายุจึงสามารถหาได้ทั่วไป ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาที่หมดอายุแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นและโรงพยาบาลก็จะสามารถลดความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้องได้เช่นกัน
แต่หลังจากวันสิ้นโลกมาถึงมันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ยาที่หมดอายุส่วนใหญ่ยังคงมีสรรพคุณครบถ้วน หรือต่อให้เหลือแค่ 80% ก็ไม่ใช่ปัญหา
ยาหลายชนิดหมดอายุไปสามปีห้าปีก็ยังคงมีสรรพคุณอยู่ เพียงแค่ผลลัพธุ์จะลดลงไปก็เท่านั้น
แต่ในวันสิ้นโลกอย่าว่าแต่ผลจะลดลงเลย
ขอแค่มีสรรพคุณเพียงเล็กน้อย กินแล้วไม่ตาย
ก็มีคนที่ต้องการจนยอมทุบหัวตัวเองเพื่อแย่งชิงแล้ว!
และภายใต้เงื่อนไขที่เขาไม่มีของวิเศษที่สามารถหยุดเวลาได้ เขาก็ทำได้เพียงกักตุนมันไว้เท่านั้น
ยาที่จะหามาได้ในอนาคต นอกจากยาบางชนิดที่มีอายุการเก็บรักษานานเป็นพิเศษแล้ว ส่วนใหญ่ก็ย่อมเป็นยาที่หมดอายุแล้ว
เว้นแต่ในอนาคตฐานจะพัฒนาไปถึงระดับที่สามารถผลิตยาได้เอง
หลังจากจัดการเรื่องยาแผนปัจจุบันเสร็จ
ฉินจิ้นก็กระโดดเข้าไปในวงการยาจีนเพื่อจัดซื้ออีกครั้ง
เมื่อเทียบกับอายุการใช้งานที่สั้นของยาแผนปัจจุบัน ยาจีนนั้นไม่ได้มีค่าขนาดนั้น
สมุนไพรจีนที่ตากแห้งอย่างดี นอกจากสมุนไพรบางชนิดที่มีระยะเวลาการเก็บรักษา 4 ถึง 5 ปี
ตราบใดที่มันไม่ขึ้นรา ไม่ชื้น ไม่มีแมลง โดยพื้นฐานแล้วก็ยังสามารถนำมาต้มดื่มได้!
ส่วนสมุนไพรที่เป็นไม้จะมีระยะเวลาการเก็บรักษานานกว่านั้น
ในสภาพแวดล้อมการเก็บรักษาที่ดี การจะเก็บให้ได้สิบปีขึ้นไปก็ไม่ใช่ปัญหา!
ฉินจิ้นจัดซื้อสมุนไพรจีนที่ใช้กันทั่วไปและไม่ค่อยได้ใช้กว่าร้อยชนิดในปริมาณมากทันที เช่น หมาหวง กุ้ยจือ จื่อซู จิงเจี้ย ฝางเฟิง ไป๋จื่อ ขิงสด ซินอี๋ ชางเอ๋อร์จื่อ ป๋อเหอ ฉานทุ่ย หนิวป้างจื่อ จวี๋ฮวา ซางเย่ จวี๋ฮวา เก๋อเกิน ไฉหู เซิงหมา ม่านจิงจื่อ สือเกา จือหมู่ เป็นต้น
สมุนไพรเหล่านี้ก็ครอบคลุมอาการป่วยส่วนใหญ่แล้ว
ทั้งหมดจะถูกส่งมอบในบรรจุภัณฑ์สุญญากาศ
แน่นอนว่าเขาก็ต้องมีตำราแพทย์จีนที่มีชื่อเสียงต่างๆ ด้วย ไม่ว่าจะจากทั้งในอินเทอร์เน็ตหรือหนังสือก็ตาม
แม้ว่าจะไม่แน่ใจว่ามันจะได้ผลหรือไม่ แต่มันก็ดีกว่าไม่มีเลย
ในอนาคตฐานก็จะต้องรับบุคลากรทางการแพทย์ทั้งแผนปัจจุบันและแผนจีนเข้ามา
ส่วนจะทำอย่างไรนั้น ในใจของเขาก็มีแผนการอยู่แล้ว
......
หลังจากเตรียมยาเสร็จ
ต่อไปก็คือเสบียงประเภทอื่นๆ ที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับฐาน!
ก่อนหน้านี้ฉินจิ้นได้สั่งซื้อหน้าไม้และธนูทดกำลังมาและยังมีมีดดาบและมีดสั้นที่ยังไม่เปิดคมอีกด้วย
ตอนนี้เขาจะจัดซื้อของอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น โล่กันกระสุน ไม้สามง่าม แผ่นเหล็กเบาพิเศษและถุงมือลวดเหล็ก เป็นต้น
ในอนาคตเขาจะต้องออกจากฐานไปเพื่อหาเสบียง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้ที่มีอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง เขาก็ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันที่เชื่อถือได้
วิธีการโจมตีหลักของซอมบี้คือการแพร่กระจายของเหลวในร่างกายผ่านการกัดด้วยปาก
ตราบใดที่ร่างกายไม่มีบาดแผลเปิด
และพวกเขาสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอย่างครบถ้วนจนป้องกันตัวเองจากปากของซอมบี้ได้ดี พวกเขาก็จะค่อนข้างปลอดภัย
แต่ถ้าโชคไม่ดี บนร่างกายมีบาดแผลเปิดอยู่?
ต่อให้ไม่ได้สัมผัสกับของเหลวในร่างกายของซอมบี้ แต่หากถูกผิวหนังหรือเล็บของซอมบี้สัมผัส มันก็ยังมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อและกลายพันธุ์ได้
เพราะความเข้มข้นของไวรัสบนผิวหนังของซอมบี้นั้นไม่ต่ำเลย
เพราะซอมบี้ส่วนใหญ่ก่อนที่จะกลายพันธุ์นั้นพวกมันต่างก็ผ่านการดิ้นรนมาอย่างหนัก บนร่างกายของพวกมันจึงมีเลือดของตัวเองและเลือดของเหยื่ออยู่
ซอมบี้แต่ละจึงเป็นแหล่งรวมไวรัสและความเข้มข้นของไวรัสในร่างกายของพวกมันก็สูงจนน่าตกใจ
ในร่างของผู้รอดชีวิตทุกคนที่สัมผัสกับหมอกในคืนแห่งการกลายพันธุ์ก็มีไวรัสอยู่ในปริมาณเล็กน้อยเช่นกัน
เพียงแต่ความเข้มข้นนั้นเทียบกับซอมบี้ไม่ได้เลย
ดังนั้นทันทีที่พวกเขาสัมผัสกับไวรัสที่มีความเข้มข้นจนน่ากลัวของซอมบี้ พวกเขาก็ยังติดเชื้อได้ง่าย
ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับซอมบี้โดยตรง
ฉินจิ้นจำกฎเหล็กนี้ได้อย่างขึ้นใจ ในวันสิ้นโลก กฎข้อแรกคืออยู่ให้ห่างจากคนที่ตายแล้ว เพราะทุกคนหลังจากที่ตายแล้วก็จะกลายพันธุ์เป็นซอมบี้ในไม่ช้าก็เร็ว
เพราะในร่างกายของทุกคนมีไวรัสในปริมาณเล็กน้อยและเมื่อพวกเขาตายระบบภูมิคุ้มกันก็จะหยุดทำงาน ไวรัสก็จะขยายพันธุ์อย่างบ้าคลั่งและสุดท้ายก็จะเข้ายึดครองร่างที่ไร้ลมหายใจ
ดังนั้นพวกเขาจะต้องจัดการกับร่างของผู้เสียชีวิตทันที
และวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการทำลายสมองหรือกระดูกสันหลังของพวกเขา
ทำให้พวกเขาสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวไป
แต่ถ้าทำไม่ได้
ก็เตรียมตัวโดนซอมบี้กินได้เลย
ในช่วงเริ่มต้นของวันสิ้นโลกก่อนที่ซอมบี้จะวิวัฒนาการจนกลายเป็นซอมบี้กลายพันธุ์
การใช้เพียงแค่โล่กันกระสุน ไม้สามง่าม มีดพร้าและดาบปลายปืน ก็สามารถจัดการกับซอมบี้จำนวนไม่มากได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว
ถุงมือลวดเหล็กก็สามารถให้การป้องกันได้ในระดับหนึ่งและยังไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้อาวุธมากนัก
มือที่ได้รับการป้องกันอย่างดีต่อให้ถูกกัดตราบใดที่ไม่สัมผัสกับของเหลวในร่างกายก็จะยังมีโอกาสรอดสูง
แล้วถ้าหากเจอกับฝูงซอมบี้ขนาดใหญ่ล่ะ?
ก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว
วิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปก่อนเถอะ
ถ้ามีอาวุธร้อนก็ยังพอต่อสู้ได้ แต่ถ้าไม่มีอาวุธร้อนก็หนีต่อไปซะ
เนื่องจากการกลายพันธุ์ที่เกิดจากไวรัสอาจจะทำให้อวัยวะบางส่วนของพวกมันเกิดการพัฒนา ทำให้การได้ยินและการดมกลิ่นของพวกมันดีขึ้นมาก
และพวกซอมบี้ก็มีความต้องการเลือดเนื้ออย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ดังนั้นต่อให้ผู้รอดชีวิตจะไปหลบอยู่บนที่สูง แต่พวกซอมบี้ก็ยังสามารถต่อตัวกันขึ้นไปหาเหยื่อได้
ในชาติที่แล้ว ฉินจิ้นเคยได้ยินการคาดเดาบางอย่างที่เล็ดลอดออกมาจากฐานที่แข็งแกร่งแห่งหนึ่งที่เขาเคยเข้าร่วม
ว่าซอมบี้นั้นสามารถมองเป็นกลุ่มของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวได้
เพราะพวกมันมีความคิดเพียงหนึ่งเดียวคือ
หิว!
เซลล์ที่ถูกควบคุมโดยไวรัสแต่ละเซลล์จะมีความต้องการสารอาหารจากเลือดและเนื้อ
ไวรัสในส่วนต่างๆ หลังจากที่ยึดครองเซลล์ต่างๆ ของเจ้าของร่างเดิมแล้ว พวกมันก็จะทำหน้าที่ที่แตกต่างกันไป
เซลล์สมองจะยังคงออกคำสั่งควบคุมร่างกายให้ค้นหาเลือดเนื้อ
จมูกก็จะค้นหากลิ่นของเลือดเนื้อ
หูก็จะฟังทิศทางของเสียง
มือ เท้าและปากก็จะมีไว้เพื่อฉีกกระชากเหยื่อโดยเฉพาะ
จะมีก็เพียงดวงตาที่ดูเหมือนจะเสื่อมสภาพจนกลายเป็นต้อกระจกอย่างรุนแรงและสามารถมองเห็นได้แค่ของที่อยู่ใกล้ๆ และรับรู้ถึงแสงเท่านั้น
เคยมีคนพยายามทำการทดลองโดยใช้ซอมบี้ที่มีใบหน้าขาดแหว่ง
พวกเขาตัดเนื้อจากมือของซอมบี้อีกตัวหนึ่ง แล้วนำเนื้อเน่าๆ นั้นไปแปะบนใบหน้าของซอมบี้หน้าแหว่ง
แล้วสถานการณ์ที่น่าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น!
เพราะหลังจากผ่านไปสักพักเนื้อชิ้นนั้นก็ค่อยๆ สมานติดบนใบหน้าของซอมบี้ตัวนั้น!
เลือดและเนื้อของซอมบี้แต่ละตัวสามารถรวมตัวกันใหม่ได้!
แม้ว่าจะไม่ใช่ทุกตัวที่ทำได้ แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะมีเงื่อนไขบางอย่างอยู่
แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้พวกเขาตกใจ
การทดลองนี้อาจจะบ่งบอกถึงคำตอบที่น่ากลัวบางอย่าง
ฉินจิ้นอยากจะสอบถามเรื่องลับๆ เพิ่มเติมเพื่อฆ่าเวลา แต่คนพวกนั้นก็บอกว่าพวกเขาไม่รู้เรื่องหลังจากนั้นแล้ว
ก็ไม่รู้ว่าพวกเขาไม่รู้จริงๆ หรือแค่ไม่อยากจะพูด
เพราะก่อนที่เขาจะกลับมาเกิดใหม่ เขานั้นก็ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง กินก็ไม่เคยอิ่ม
ดังนั้นเขาจึงไม่มีเวลาจะมาสนใจเรื่องพวกนี้มากนัก
แต่ถ้าในอนาคตเขามีโอกาส เขาก็อาจจะลองหาคำตอบนี้ดู
บางทีมันอาจจะเป็นเส้นทางไปสู่การแก้ปัญหาซอมบี้ก็ได้
นอกจากอุปกรณ์ป้องกันง่ายๆ
เขาก็ยังได้สั่งทำหอกเหล็กที่ทำจากเหล็กที่มีน้ำหนักเบา
มันสามารถถอดประกอบได้ถึงสามท่อน เมื่อประกอบแล้วก็จะยาวได้สูงสุด 20 เมตร มันจึงเป็นอาวุธที่เหมาะที่สุดสำหรับการสังหารซอมบี้จากบนกำแพง
และในอนาคตกำแพงก็จะต้องสูงกว่านี้อย่างแน่นอน
และเมื่อถึงเวลานั้นที่กำแพงมีความสูงเกิน 20 เมตร อาวุธชิ้นนี้ก็อาจจะต้องได้รับการอัปเกรดอีกครั้ง
แต่ปัญหาที่จะตามมาคือน้ำหนักและความแข็งแรง
เพราะหอกเหล็กเบาที่ยาวถึง 20 เมตรนี้ในตอนนี้ก็มีน้ำหนักถึง 5 กิโลกรัมแล้ว!
ต่อให้เอามาให้ผู้ใหญ่ที่แข็งแรงใช้พวกเขาก็น่าจะใช้ได้แค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น หากใช้นานกว่านั้นก็คงเมื่อยจนแขนหักแน่
ดังนั้นเพื่อรับมือกับซอมบี้จำนวนมากที่อาจจะเข้ามาล้อมโจมตีฐานในอนาคต เขาจึงต้องมีอาวุธที่ดีกว่านี้อย่างเช่น...ระเบิด
อาวุธที่ตรงไปตรงมาและมีประสิทธิภาพที่สุดก็คือ...ระเบิด
บนอินเทอร์เน็ตก็มีสูตรเคมีสำหรับการสร้างระเบิดมากมาย
มีทั้งแบบแรงสูงและแบบธรรมดา
แต่เป้าหมายของฉินจิ้นไม่ได้มีแค่เท่านี้
ตอนที่เขาอยู่ในกองทัพ เขาเองก็รู้วิธีการทำระเบิดจากของใช้ในชีวิตประจำวันไม่น้อย
เขายังได้จัดซื้อวัตถุดิบเพิ่มเติมผ่านช่องทางพิเศษ วัตถุดิบเหล่านี้เมื่ออยู่เดี่ยวๆ ก็อาจจะดูไม่มีอันตรายอะไร แต่หากนำพวกมันมาผสมกัน ความอันตรายก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล!
แน่นอนว่าของพวกนี้ไม่สามารถเปิดเผยกันได้ง่ายๆ เช่นกัน
เขาจึงทำได้เพียงแอบซื้ออย่างระมัดระวังผ่านช่องทางสีเทาเท่านั้น
และก็ต้องขอบคุณชื่อเสียงของโรงงานเกษตรอีกครั้ง การจัดซื้อสารเคมีบางอย่างเพื่อมาผสมยาฆ่าแมลงจึงฟังดูไม่น่าแปลกอะไร
และแน่นอนว่าพอซื้อมาแล้วเขาก็ไม่ได้ผสมทันที แต่เขาจะต้องรอให้วันสิ้นโลกมาถึงก่อนแล้วจึงค่อยจัดการ ตอนนี้เขาทำได้แค่เตรียมพร้อมไว้ก่อนเท่านั้น
แน่นอนว่าเขายังไม่ลืมว่ารอบๆ เมืองเหมินถังยังมีโรงงานวัตถุดิบต่างๆ ที่สามารถนำมาทำระเบิดได้อีก
ดังนั้นหลังจากที่วันสิ้นโลกมาถึง ฉินจิ้นก็จะให้ความสำคัญกับพวกมันเป็นพิเศษ
และยาพิษฉินจิ้นก็ไม่ได้ปล่อยผ่าน
ยาเบื่อหนู สารหนูและอื่นๆ ก็ยังมีประโยชน์อย่างมาก
โดยเฉพาะกับศัตรู
ไซยาไนด์นั้นเป็นสารที่มีพิษร้ายแรงเกินไปและหาได้ยาก ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงทำเครื่องหมายสถานที่ที่อาจจะมีพวกมันไว้ล่วงหน้า
และรอให้วันสิ้นโลกมาถึงก่อนเขาจึงค่อยไปเอาพวกมันกลับมา
เมื่อคิดถึงสิ่งเหล่านี้ บางครั้งเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะตัวเอง
“บ้าเอ๊ย นี่ฉันทำอะไรอยู่เนี่ย ยิ่งทำก็ยิ่งดูเหมือนผู้ก่อการร้ายเข้าไปทุกที!”
แต่เมื่อเขาลูบหลังและแขนของเขา ในชาติที่แล้วจุดเหล่านี้ล้วนเคยมีบาดแผล
มันเป็นบาดแผลที่คนอื่นทิ้งไว้ให้เขา
เมื่อนึกถึงคนเหล่านั้นและเรื่องราวต่างๆ ที่เคยเจอมาในอดีต เขาก็ยิ่งแน่วแน่ในสิ่งที่เขาทำ
บางเรื่องมันก็จำเป็นต้องทำ ไม่ว่าจะเพื่อตัวเองหรือญาติสนิทมิตรสหาย
ถ้าไม่ต้องใช้ก็จะดีที่สุด แต่ถ้ามีคนกล้ามารุกรานเขา เขาก็จะตอบโต้อย่างสาสม!
เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในวันสิ้นโลกก็คือมนุษย์ด้วยกันเอง!