เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 : จัดซื้ออาหาร

ตอนที่ 7 : จัดซื้ออาหาร

ตอนที่ 7 : จัดซื้ออาหาร


ตอนที่ 7 : จัดซื้ออาหาร

การสร้างฐานทำให้เขาใช้เงินสดไปประมาณ 50 ล้านหยวน!

แต่หลังจากก่อสร้างเสร็จ เขาก็ได้ยื่นขอกู้เงินจากธนาคารในนามของโรงงานมาอีก 5 ล้านหยวน

แต่ถึงอย่างนั้น

ตัวของโรงงานก็ยังไม่ได้ผ่านการตรวจรับมอบอย่างเป็นทางการ ทำให้เงินส่วนที่เหลืออีก 35 ล้านหยวนตามสัญญาสามารถจ่ายได้อย่างช้าสุดคือปลายปี

ซึ่งก็คงต้องขอโทษผู้รับเหมาด้วย

ถ้าหากพวกเขายังมีชีวิตอยู่หลังจากวันสิ้นโลกมาถึง ตอนนั้นเขาก็อาจจะพิจารณาชดเชยหรือให้ความช่วยเหลือเล็กน้อยได้หากเงื่อนไขเอื้ออำนวย

เมื่อหักเงินที่ใช้ไปกับการซื้อข้อมูลและอาวุธแล้ว เงินที่ถูกใช้ไปกับฐานจริงๆ ก็เกินกว่า 70 ล้านไปแล้ว!

ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะความต้องการพิเศษบางอย่างของเขา ไม่ว่าจะเป็นอาคารต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยมาตรฐานที่สูงกว่าปกติ

โดยเฉพาะกำแพงและประตูใหญ่ที่ใช้เงินไปหลายล้าน

และยังมีระบบพิเศษอื่นๆ อีก เช่น ระบบควบคุมอุณหภูมิใต้ดิน ระบบควบคุมอุณหภูมิในโรงเรือน เส้นทางลับ สระน้ำ ระบบจัดการไฟฟ้าแบบอิสระ ห้องเก็บพลังงาน โกดัง ห้องเย็นขนาดใหญ่ใต้ดิน

ห้องพักทุกห้องมีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศและยังมีการออกแบบให้มีเตาผิงในห้องอีกด้วย

เนื่องจากโรงงานมีลักษณะเป็นเกษตรกรรมอาหารแบบไฮเทค เขาจึงสามารถบอกให้นักออกแบบใส่ประตูกันไฟเข้าไปในอาคารส่วนใหญ่ได้

เมื่อประตูกันไฟปิดลง มันก็แทบจะแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นหากเกิดไฟไหม้ขึ้นมาประตูนี้ก็จะสามารถจำกัดวงความเสียหายได้

ในพื้นที่เพาะปลูกก็ได้มีการติดตั้งเทคโนโลยีการให้น้ำแบบหยดและแบบสปริงเกลอร์ไว้แล้ว เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด (ห่างจากฐานไปไม่กี่กิโลเมตรก็มีแม่น้ำสายเล็กๆ อยู่ แต่ถ้าไม่จำเป็นฐานก็จะพยายามไม่ใช้แหล่งน้ำภายนอก เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและอันตราย)

การบำบัดน้ำเสียและการกำจัดขยะก็ไม่ได้ถูกละเลย ก่อนที่น้ำเสียจะถูกปล่อยออกไปนั้นก็มีการกรองหลายขั้นตอน

และที่ทางออกก็ได้มีการติดตั้งกรงพิเศษไว้ด้วย

ดังนั้นแม้แต่หนูก็ไม่สามารถลอดเข้ามาได้

และเมื่อวันสิ้นโลกมาถึง น้ำประปาและไฟฟ้าก็จะหายไป

ในตอนนั้นฐานก็จะตัดระบบน้ำและไฟจากภายนอกและเริ่มใช้ระบบน้ำและไฟภายในฐาน

ทรัพยากรน้ำจึงต้องมีการใช้อย่างประหยัด

เดิมทีเขามีเงินสดเกือบ 90 ล้าน แต่การก่อสร้างก็ทำให้เขาใช้เงินไปแล้วกว่า 50 ล้าน

เดิมทีเขาควรจะมีเหลืออีกประมาณ 30 กว่าล้าน

แต่ในช่วงนี้ ฉินจิ้นก็ได้ใช้มันซื้อข้อมูลบางอย่างที่จำเป็นและยังได้นำเงินบางส่วนไปลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดซื้อขายฟิวเจอร์อีกสองสามรอบ

แต่ด้วยเงินทุนที่ลงไปไม่ได้มากนัก เขาจึงได้กำไรมาเพียงสิบกว่าล้านเท่านั้น

ดังนั้นในตอนนี้เขาจึงมีเงินสดเหลือทั้งหมดประมาณ 50 ล้าน!

เขาได้ติดต่อหาร้านค้าธัญพืชและน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในเมืองสองสามแห่งโดยตรง

หลังจากที่ได้รับใบเสนอราคาของแต่ละเจ้า เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วเขาก็พบว่าโดยส่วนใหญ่แล้วราคาไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

เขาจึงเริ่มสั่งซื้อธัญพืชทันที

อย่างแรกเป็นข้าวสารที่จะมีการบริโภคมากที่สุด

มันเป็นอาหารหลักของทั้งคนเหนือและคนใต้ รวมถึงมนุษย์ส่วนใหญ่บนดาวโลก

พวกมันครองตำแหน่งที่ไม่อาจสั่นคลอนได้มาโดยตลอด

ข้าวสารธรรมดานั้นในสภาพแวดล้อมทั่วไปพวกมันจะมีระยะเวลาการเก็บรักษาประมาณ 2 ถึง 4 ปี (ข้าวเก่าก็ยังสามารถกินได้ เพียงแต่รสชาติจะไม่ดีเท่าเดิม)

แต่หากผ่านการอบแห้งมาแล้วและเก็บในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่ำก็จะสามารถเก็บได้ 4 ถึง 6 ปี

แต่นี่ก็ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของฉินจิ้นได้

เพราะเขาได้พบวิธีที่ดีกว่าแล้ว

นั่นก็คือการซื้อข้าวเปลือกที่ผ่านการอบแห้งมาแล้วโดยตรง

ในสภาพแวดล้อมที่แห้งและมีอุณหภูมิต่ำ มันจะสามารถเก็บได้นานกว่า 10 ปี!

โกดังใต้ดินของเขามีระบบปรับอุณหภูมิก็เพื่อสิ่งนี้

ตามที่เขาได้ปรึกษาคนมา วิธีการเก็บรักษาแบบนี้จะทำให้เขาสามารถเก็บพวกมันได้อย่างน้อย 10 ปีโดยไม่มีปัญหา

และถ้าควบคุมให้ดีและนำออกมาตากแดดเป็นครั้งคราว ก็อาจจะสามารถเก็บได้นานกว่า 20 ปีเลยทีเดียว!

ดังนั้นเขาจึงเดินทางไปพบเจ้าของร้านค้าส่งธัญพืชเหล่านี้เพื่อทำการตกลงราคาและปริมาณแล้ว ก่อนจะสั่งซื้อข้าวเปลือกแห้ง 5,000 ตันและข้าวสารคุณภาพดีอีก 200 ตัน!!

ตามราคาตลาดในปัจจุบัน

ข้าวสารหนึ่งตันมีราคาอยู่ระหว่าง 4,000 ถึง 5,000 หยวน

ราคาข้าวเปลือกจะถูกกว่าเล็กน้อย โดย 1 ตันจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 หยวน

ตรงส่วนนี้เขาใช้เงินไปทั้งหมดประมาณ 16 ล้าน

โชคดีที่ประเทศจีนเองก็เป็นประเทศผู้ส่งออกธัญพืชรายใหญ่ ดังนั้นปริมาณธัญพืชที่เก็บไว้ในแต่ละปีจึงมีกว่าร้อยล้านตัน

แม้ว่าปริมาณที่เขาซื้อจะถือว่ามหาศาล แต่ก็ยังไม่ถึงระดับที่จะต้องถูกตรวจสอบ

แน่นอนว่าตอนที่จัดซื้อ เขาก็ได้ยืนยันกับเจ้าของร้านค้าส่งแล้วว่าพวกเขาจะต้องไม่นำปัญหาเข้ามาให้เขา

ปริมาณอาหารที่ผู้ใหญ่หนึ่งคนกินจะอยู่ที่ 1 ถึง 1.3 ชั่งต่อวัน

ข้าวสาร 1 กิโลกรัมจะสามารถหุงเป็นข้าวสวยได้ 2.5 ถึง 3 ชั่ง

นั่นก็คือผู้ใหญ่หนึ่งคนจะกินข้าวประมาณ 0.3 กิโลกรัมต่อวัน ในหนึ่งปีก็จะบริโภคข้าวสารประมาณ 110 กิโลกรัม (คนที่กินจุบางคนจะกินอยู่ที่ประมาณ 150 กิโลกรัม)

ดังนั้นข้าวสารประมาณ 1 ตันจะสามารถเลี้ยงผู้ใหญ่ได้ 9 ถึง 10 คนต่อหนึ่งปี

นั่นหมายความว่าข้าวสาร 200 ตันที่เตรียมไว้ตามทฤษฎีแล้วก็น่าจะสามารถเลี้ยงคนได้ 100 คนเป็นเวลา 20 ปีโดยไม่มีปัญหา

ส่วนข้าวเปลือกเมื่อสีเป็นข้าวสารแล้วน้ำหนักจะหายไปประมาณ 70% หรือก็คือข้าวเปลือก 1 ตันจะสามารถสีเป็นข้าวสารได้ 700 กิโลกรัม

ส่วนแกลบก็สามารถใช้เป็นอาหารสัตว์หรือเป็นปุ๋ยได้

แน่นอนว่าไม่มีใครรังเกียจที่ตัวเองมีธัญพืชมากเกินไปอยู่แล้ว เพราะในอนาคตพวกมันจะเป็นของที่มีค่ามากที่สุด!

ธัญพืชชุดนี้จะถูกขนส่งเข้ามายังฐานเป็นรอบๆ ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า

จากนั้นเขาก็จัดซื้อข้าวสาลีต่ออีก 200 ตัน

ราคาตลาดต่อ 1 ตันอยู่ที่ 3,000 หยวน ดังนั้นเขาจึงใช้เงินไป 600,000 หยวนสำหรับข้าวสาลีนี้

ข้าวสาลีมีระยะเวลาการเก็บรักษา 5 ถึง 8 ปี อัตราการผลิตแป้งจะอยู่ที่ 85% เท่ากับว่าข้าวสาลี 1 ตันจะสามารถผลิตแป้งได้ 850 กิโลกรัม

แน่นอนว่าคนเราไม่สามารถกินแต่ข้าวได้

เขาจึงจัดซื้อถั่วเหลืองมาอีก 80 ตัน

โดยราคาตลาดต่อ 1 ตันอยู่ที่ 5,000 หยวน

สามารถเก็บได้นาน 2 ถึง 3 ปี ในอนาคตจะเอาพวกมันมาทำเป็นเต้าหู้ ฟองเต้าหู้หรือวัตถุดิบอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหา

และยังมีถั่วแดง ถั่วเขียวและถั่วดำ รวมอีก 50 ตัน ซึ่งก็ใช้เงินไปอีกเกือบล้าน

ราคาเกลือหยาบนั้นถูกกว่าเกลือปกติเล็กน้อย ราคาขายส่งไม่ถึง 1,000 หยวนต่อตัน ดังนั้นเขาจึงจัดซื้อ 100 ตันทันที

และเขาก็ใช้เงินไปแค่ 100,000 หยวนสำหรับเกลือ 100 ตันนี้

หลังจากวันสิ้นโลกมาถึงแล้ว เขายังสามารถรวบรวมพวกมันได้อีกจากหลายช่องทาง ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ซื้อพวกมันมากนัก

ต่อไปก็คือน้ำตาลทรายขาว

เขาจัดซื้อมา 200 ตัน โดยราคาตลาด 1 ตันจะอยู่ที่ 7,000 หยวน

เสบียงประเภทนี้ในยามสงครามพวกมันจะเป็นของควบคุม แต่โชคดีที่ตอนนี้เป็นยุคที่สงบสุข แม้ว่ามันจะยุ่งยากเล็กน้อย แต่เขาก็สามารถซื้อได้ตามปกติ

เพราะโรงงานอาหารหลายแห่งจำเป็นต้องใช้พวกมันในการผลิตสินค้าและยังมีอุตสาหกรรมเคมีที่จำเป็นต้องใช้พวกมัน

ดังนั้นโรงงานอาหารลวี่หยวนที่แขวนป้ายว่าเป็นโรงงานเกษตรกรรมไฮเทคขนาดใหญ่ จึงสามารถใช้ช่องว่างนี้ได้

น้ำตาลทรายขาวเป็นเสบียงที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะในด้านการแพทย์ เคมีหรืออาหาร พวกมันก็ล้วนมีบทบาทสำคัญ

หรือแม้แต่การเป็นวัตถุดิบในการทำระเบิดก็ตาม!

ดังนั้นฉินจิ้นจึงตั้งใจว่าจะดูสถานการณ์ไปก่อนและถ้าเงื่อนไขต่างๆ เอื้ออำนวยเขาก็อาจจะสั่งซื้อเพิ่มอีกทีในช่วงก่อนวันสิ้นโลกมาถึง

ต่อไปก็คืออาหารที่เก็บได้นาน

เขาซื้อผักอบแห้ง 20 ตัน (ราคาตลาด 5 ถึง 12 หยวนต่อชั่ง เนื่องจากมีหลายชนิดราคาจึงผันผวนมาก แต่สามารถเก็บได้ 2 ถึง 3 ปี)

เนื้อหมักและเนื้อแดดเดียวแบบต่างๆ จำนวน 50 ตัน (ในอุณหภูมิต่ำสามารถเก็บได้นานกว่า 10 ปี)

และยังมีผักดองต่างๆ ที่สามารถเก็บได้ง่ายอีกด้วย

ซึ่งของเหล่านี้ก็ใช้เงินไปล้านกว่าๆ

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 100,000 ลัง ลังละ 24 ห่อ เขากวาดซื้อทุกรสชาติในตลาดจนหมด ราคาเฉลี่ยลังละ 30 หยวน ในอุณหภูมิห้องสามารถเก็บรักษาได้เพียง 1 ปี

แต่วันสิ้นโลกมาถึงแล้ว ตราบใดที่พวกมันไม่ขึ้นรา ต่อให้ชื้นหรือมีแมลงพวกเขาก็ยังสามารถกินมันได้

ของในวันสิ้นโลกไม่มีวันหมดอายุ อาหารที่กินแล้วไม่ตายก็คืออาหารที่ดี!

และเขายังได้ซื้อ

บิสกิตอัดแท่ง 50,000 ลัง ลังละ 48 ห่อ ราคาลังละ 150 หยวน ทำให้ใช้เงินไป 7.5 ล้าน

บิสกิตอัดแท่งแบบห่อนี้หนึ่งห่อเล็กมีขนาด 120 กรัม ถ้าเอาไปแช่น้ำก็จะได้แป้งเปียกเต็มชาม ซึ่งเพียงพอสำหรับผู้ใหญ่หนึ่งคนกินได้หนึ่งวัน

หนึ่งลังมีน้ำหนักถึง 5.7 กิโลกรัม ซึ่งเพียงพอให้คนหนึ่งคนกินได้ 1 ถึง 2 เดือน

เขายังได้ซื้ออาหารกระป๋องประเภทต่างๆ อีก 300,000 กระป๋อง เฉลี่ยกระป๋องละ 10 หยวน ใช้เงินไป 3 ล้าน

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเสบียงที่สามารถเก็บได้นาน

ถ้าไม่ใช่เพราะข้อจำกัดด้านเงินทุน เขาเองก็อยากจะจัดซื้อเพิ่มเป็นสิบเท่าร้อยเท่า!

และเพื่อให้มื้ออาหารในชีวิตประจำวันดีขึ้น แน่นอนว่ามันก็ต้องมีเครื่องปรุงรสต่างๆ เช่น น้ำมัน เกลือ ซอส ซีอิ๊วและเครื่องเทศ รวมถึงเครื่องปรุงแห้งต่างๆ ที่อาจจะต้องใช้

ตราบใดที่เป็นเสบียงที่เก็บได้สะดวก เขาก็จัดซื้ออย่างไม่เกรงใจ!

และเขายังได้สั่งทำอาหารสำเร็จรูปกว่าล้านชุด (อายุการเก็บรักษา 1 ถึง 3 ปี ในบรรจุภัณฑ์สุญญากาศ ในวันสิ้นโลกตราบใดที่มันไม่เสียก็สามารถกินต่อได้)

ในอนาคตเพียงแค่นำไปอุ่นแบบง่ายๆ หรือแค่ราดบนข้าวก็สามารถกินได้ทันที

พวกมันเป็นอาหารยังชีพแบบง่ายๆ ที่สามารถพกติดตัวไปตอนออกไปทำภารกิจนอกฐานได้

ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม บุหรี่ ชาและสุราที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์สุญญากาศต่างๆ ก็ใช้เงินไปอีกกว่าล้านหยวน

บุหรี่ ชาและสุรานั้นเตรียมไว้จำนวนหนึ่งก็พอแล้ว

แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะจัดเป็นเสบียงที่ดี แต่ในตอนที่โลกยังสงบสุขราคาของพวกนี้ก็ค่อนข้างสูงแต่มีความคุ้มค่าต่ำ

สู้ไปหาโรงงานบุหรี่ โรงกลั่นสุราหรือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แล้วขนออกมาหลังจากวันสิ้นโลกมาถึงยังจะดีกว่า

ต่อไปก็คือขั้นตอนของน้ำดื่ม

ฐานได้สั่งทำเครื่องกรองน้ำคุณภาพสูงมาไว้แล้ว

และยังได้จัดซื้อเครื่องกรองน้ำสำรองอีกสองสามชุด

เพราะน้ำดื่มที่สะอาดไม่มีใครรังเกียจที่จะมีมากเกินไปหรอก!

เขาจัดซื้อน้ำแร่บริสุทธิ์ 50,000 ลัง น้ำดื่มถังใหญ่อีก 2,000 ถัง

โกดังของฐานก็ได้เตรียมถังน้ำขนาด 5,000 ลิตรไว้ 10 ถัง ซึ่งในภายหลังเขาจะเติมน้ำดื่มที่สะอาดไว้ให้เต็ม

สำหรับไส้กรองน้ำเขาก็เตรียมสำรองไว้ไม่น้อย

รวมๆ แล้วเขาใช้เงินกับน้ำดื่มไปประมาณ 2 ล้าน

สัตว์ปีกที่มีชีวิตอย่างไก่ เป็ด ห่านก็ขาดไปไม่ได้

และยังมีหมู วัวและแกะอีกอย่างละกว่าร้อยตัว ทั้งหมดนี้จะถูกเลี้ยงไว้ในฟาร์มของฐาน

ซึ่งพวกมันจะถูกเลี้ยงไว้แบบแยกกัน

เพราะในคืนแห่งการกลายพันธุ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดที่ได้รับไวรัสจะมีโอกาสกลายพันธุ์ทั้งหมด แม้ว่าจะมีโอกาสกลายพันธุ์ต่ำกว่าคนเล็กน้อยก็ตาม แต่ในอนาคตสัตว์เหล่านี้ก็ไม่รู้ว่าจะเหลือรอดสักกี่ตัว

เขาได้แต่หวังว่าในอนาคตเขาจะสามารถผสมพันธุ์พวกมันเพื่อเพิ่มจำนวนได้

เมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ ก็ไม่สามารถปล่อยผ่านได้

เมล็ดพันธุ์ผักที่กินกันทั่วไปตามท้องตลาดนั้นสามารถหาซื้อได้ง่าย และในอนาคตฐานก็จะต้องปลูกผักอย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานเริ่มต้นที่ต้องมี

ส่วนของจิปาถะอื่นๆ ก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึง

เพราะโดยพื้นฐานแล้วเขาได้กวาดซื้อทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับอาหารการกินของมนุษย์ ขอเพียงมันเก็บได้สะดวกก็พอ!

แต่นั่นก็ทำให้เขาต้องใช้เงินไปไม่น้อยเช่นกัน

เพราะตอนนี้ฉินจิ้นได้ใช้เงินไปเกือบ 30 ล้านแล้ว!

ถ้าหากจำนวนประชากรในฐานยังคงอยู่ในระดับต่ำแบบนี้ตลอดไป การกินการอยู่ของเขาเองก็คงไม่ต้องกังวลไปตลอดชีวิตแล้ว

แม้ว่าเขาจะเทียบไม่ได้กับพวกที่มีของวิเศษในนิยายที่มักจะมีเสบียงเป็นร้อยล้าน

แต่เสบียงหลายสิบล้านของเขาก็ทำให้เขามีความสุขแล้ว!

จบบทที่ ตอนที่ 7 : จัดซื้ออาหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว