เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 : การเตรียมการ

ตอนที่ 6 : การเตรียมการ

ตอนที่ 6 : การเตรียมการ


ตอนที่ 6 : การเตรียมการ

หลังจากจัดการเรื่องหน้าไม้เสร็จ

ฉินจิ้นก็ใช้วิธีการที่คล้ายกัน

ไปพบกับพ่อค้าขายของสะสมประเภทดาบและมีดเจ้าอื่นๆ และได้ทำการสั่งซื้อดาบถัง มีดสั้นเหล็กกล้า มีดพร้าและดาบปลายปืนทหารเกือบร้อยเล่ม (ทั้งหมดนี้ยังไม่เปิดคม)

ทุกอย่างยังเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับทุกอย่าง

ความปลอดภัยต้องมาก่อน

ส่วนวันนัดส่งมอบคือที่ฐานในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า

ต่อไปก็คือการจัดซื้อเครื่องจักร

อาวุธที่ซื้อมาในตอนนี้ก็เหมือนกับอาวุธที่ถูกผนึกไว้ แต่หลังจากที่วันสิ้นโลกมาถึงพวกมันก็จะสามารถปลดปล่อยความคมของพวกมันออกมาได้

ดังนั้นกุญแจที่จะใช้เปิดผนึกพวกมันจึงขาดไปไม่ได้

โชคดีที่มันเป็นแค่การลับคมแบบหยาบๆ และไม่ได้ต้องการความแม่นยำมากนัก ดังนั้นเครื่องจักรราคาไม่กี่แสนก็เพียงพอสำหรับการใช้งานแล้ว

เขาจัดซื้อมา 3 เครื่องในทันทีและกำหนดให้ส่งมอบที่ฐานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า

แน่นอนว่าเครื่องจักรผลิตกระสุน ฉินจิ้นไม่มีทางลืม

แม้ว่าตอนนี้เขาจะยังไม่มีปืน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตเขาจะไม่มี

ในวันสิ้นโลกไม่ว่าจะการฆ่าซอมบี้หรือฆ่าคน ก็ล้วนขาดอาวุธร้อนที่ตรงไปตรงมาที่สุดแบบนี้ไปไม่ได้

แต่ในอนาคตการมีปืนอย่างเดียวนั้นยังไม่พอ

โดยเฉพาะกับปืนกลหนัก มันไม่ควรจะกลายเป็นแค่แท่งเหล็กหลังจากที่ใช้ไปไม่กี่ครั้งเพราะกระสุนหมด

บางครั้งฉินจิ้นก็คิด

ตอนที่เขาเคยอ่านนิยายหรือดูหนังเกี่ยวกับวันสิ้นโลก พวกที่กลับชาติมาเกิดใหม่นั้นสมองมีแต่ลมหรือยังไง?

พอเตรียมการอย่างหนึ่งเสร็จก็แทบไม่ทำอะไรอีก?

ตรรกะของพวกเขามันไม่สมเหตุสมผลเลย

ทั้งที่มีเวลาตั้งนาน

พวกเขาสามารถเตรียมเสบียงได้นับไม่ถ้วน พวกเขาสามารถทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบได้มากที่สุด

พวกเขาสามารถหาเงินได้หลักสิบล้าน ร้อยล้านอย่างง่ายดาย แต่ทำไมพวกเขากลับคิดแค่การหาซื้ออาหารเลิศหรูมายัดใส่แหวนมิติ ซื้อปืนพกไม่กี่กระบอกกับกระสุนอีกหน่อยมาจากตลาดมืดแล้วค่อยสร้างกรงเหล็กขึ้นมาขังตัวเอง เพียงแค่นี้ก็รู้สึกปลอดภัยไร้กังวลแล้ว???

สมองล่ะ?

ไอ้พวกแบบนี้มันรอดถึง 3 ตอนได้ยังไง??

มันทำเอาเขาที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากคันไม้คันมือไปหมด!

เขาใช้เวลาแค่ไม่ถึง 5 นาทีก็สามารถคิดหาวิธีฆ่าตัวเอกแบบนี้ได้เป็นสิบวิธีแล้ว

ไม่ต้องพูดถึงตอนที่มนุษย์ในวันสิ้นโลกถูกความหิวโหยบีบคั้นจนบ้าคลั่ง ดังนั้นอย่าได้ดูธรรมชาติที่แท้จริงของมนุษย์เป็นอันขาด

ดังนั้นแม้จะมีการเตรียมการขนาดนี้เขากลับไม่รู้สึกถึงความปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย

และศัตรูที่เขาคาดการณ์ไว้

นอกจากซอมบี้และภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ แล้ว ที่เหลือก็คือมนุษย์ด้วยกัน!

มนุษย์ในยุคนี้ล้วนผ่านการขัดเกลาจากกฎหมาย การศึกษาและเทคโนโลยีมาแล้ว

แม้แต่คุณป้าวัย 70 ก็ยังนั่งดูวิดีโอ อ่านนิยายได้ ดังนั้นนับประสาอะไรกับคนหนุ่มสาวคนอื่นๆ

ทันทีที่ฐานของเขาถูกเปิดเผยหลังจากวันสิ้นโลกมาถึง

เขาก็สามารถจินตนาการได้เลยว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับพายุที่บ้าคลั่งแบบไหน!

ในสายตาของเขา ฐานที่แข็งแกร่งดุจกำแพงเหล็ก บางทีในสายตาของคนที่มีความสามารถบางคน มันก็อาจจะเต็มไปด้วยช่องโหว่

แน่นอนว่าเขายังไม่รู้จักคนที่มีความสามารถแบบนั้นเพราะในความเป็นจริงการหาคนแบบนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

ดังนั้นสิ่งที่เขาสามารถทำได้ก็คือพยายามทำให้กระดองเต่าของตัวเองหนาขึ้นเท่านั้น

ในเมื่อไม่มีทางทำได้สมบูรณ์แบบ

งั้นก็เพิ่มเกราะป้องกันไปซะ

เพิ่มการป้องกันให้ได้มากที่สุด

เพราะเมื่อกระดองเต่าของเขาหนาไปถึงระดับหนึ่ง เขาก็จะสามารถเพิกเฉยต่อภัยคุกคามส่วนใหญ่ได้

แน่นอนว่าต้องมีคนถามว่าทำไมฉินจิ้นถึงไม่เตือนคนอื่น

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิด แต่เขาคิดอย่างรอบคอบแล้วด้วย

การรายงานเรื่องนี้ก็อาจจะให้ผลลัพธ์ดังต่อไปนี้

ในกรณีแรก เขาได้ใช้ความสามารถในการรู้อนาคตของเขาเพื่อดึงดูดความสนใจของเบื้องบน แต่หลังจากนั้นเขาก็จะถูกควบคุมอย่างเข้มงวดและสูญเสียอิสรภาพทั้งหมดไป ถ้ารัฐบาลไม่ยอมให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขาพยายามเตือน พวกเขาก็จะไม่สามารถรับมือกับคืนแห่งการกลายพันธุ์ได้และ 95% ของมนุษยชาติก็จะกลายพันธุ์ สังคมจะล่มสลาย ส่วนเขาก็จะถูกขังรอความตาย

ในกรณีที่ 2 เขาจะใช้วิธีการเดิมดึงดูดความสนใจของเบื้องบนและรัฐบาลก็ตัดสินใจที่จะเชื่อเขา รัฐบาลจะพยายามต่อต้านอย่างเต็มที่ คืนแห่งการกลายพันธุ์จะมีจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงและจำนวนผู้รอดชีวิตก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมากและจะมีการรวมกลุ่มกันเพื่อต่อต้านซอมบี้

แต่ก็อย่าลืมว่านอกจากซอมบี้แล้ว ในภายหลังก็จะยังมีภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ อีก!

จากข้อมูลที่เขารู้ เขาก็มั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่สามารถเลี้ยงดูผู้รอดชีวิตจำนวนมากขนาดนั้นได้ เมื่อภัยพิบัติที่ทำให้แผ่นดินแห้งแล้งหรือน้ำแข็งปกคลุมทั่วทั้งโลกมาถึง สุดท้ายมนุษย์ส่วนใหญ่ก็จะยังเสียชีวิตไปอยู่ดีและเขาก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกจับขังอยู่ที่ไหนสักแห่งเพื่อถูกรีดเค้นเอาข้อมูลทั้งหมดที่เขามี

ในกรณีที่ 3 หากการพยายามเตือนของเขาถูกหน่วยงานของรัฐบาลสงสัย เขาก็อาจจะถูกหน่วยงานต่างๆ สร้างความลำบากและไม่สามารถแพร่กระจายเรื่องนี้ได้ หลังจากนั้นเขาก็จะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดหรือแม้กระทั่งถูกขังรอวันตายเมื่อวันสิ้นโลกมาถึง

ในกรณีที่ 4 คือไม่มีใครเชื่อเขาเลยและเขาก็จะถูกตีตราว่าเป็นคนบ้า ซึ่งนั่นจะส่งผลกระทบต่อแผนการในภายหลังของเขา

ไม่ว่าจะในกรณีไหน สุดท้ายมันก็จะทำให้ญาติและเพื่อนของเขาต้องพบกับจุดจบที่ไม่สวย ดังนั้นสำหรับเขาแล้วมันคือทางเลือกที่เลวร้าย

เขาเป็นแค่คนธรรมดาและเขาก็ไม่เคยตั้งใจที่จะช่วยคน

สำหรับญาติและเพื่อนก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึง ถ้าช่วยได้เขาก็จะช่วยอย่างแน่นอน

แต่สำหรับคนอื่นๆ ถ้าพวกเขาดูเชื่อฟังเขาก็อาจจะพิจารณารับพวกเขาเข้ามา

แน่นอนว่าถ้ามีคนคิดเห็นแก่ตัว เขาเองก็ไม่ลังเลที่จะเชือดพวกมันอย่างเลือดเย็น

ซึ่งก็ช่วยไม่ได้

เพราะเขาเองก็เป็นคนเห็นแก่ตัวและเลือดเย็นซึ่งนั่นก็ทำให้เขารอดมาได้ถึง 6 ปี

เขาไม่ต้องการให้คนอื่นเคารพหรือรักเขา

เขาแทบจะอยากให้คนอื่นกลัวเขาด้วยซ้ำ ดังนั้นเขาขอแค่อย่ามารบกวนการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขของเขาก็พอ

และอะไรก็ตามที่อาจจะเป็นภัยคุกคามต่อเขาหรือคนของเขา เขาก็จะนับมันเป็นศัตรูทั้งหมด!

และศัตรูก็จะต้องถูกกำจัดให้สิ้นซาก!!!

.....

สองสามวันต่อมา

หลังจากจัดการเรื่องของจงอวี่ที่ฐานเสร็จ เขาก็ให้อีกฝ่ายอยู่ข้างๆ เพื่อคอยดูแลความคืบหน้าในการก่อสร้างขั้นสุดท้าย และยังให้อีกฝ่ายทำความคุ้นเคยกับฐานด้วย

ส่วนหลี่ปั๋วเหวินและอีกสามคนก็มารายงานตัวแล้ว

เขาจัดให้พวกเขาเป็นหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัย

ในอนาคตจะมีการจัดเวรยาม 3 กะเพื่อคอยลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยของฐาน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนอื่นๆ ที่หวังหยางรับมาก็จะถูกจัดเข้าไปเป็นลูกทีมของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาหนึ่งคนจะมีลูกทีมภายใต้การดูแล 3 ถึง 4 คน

ฉินจิ้นไม่ได้แสดงท่าทีสนิทสนมกับพวกเขามากนัก

เขาให้ทุกคนเรียกเขาว่าประธานฉิน จะมีก็เพียงในที่ส่วนตัวเท่านั้นที่พวกเขาจะแสดงท่าทีเป็นกันเองเล็กน้อย

เพราะเขาต้องการสร้างความน่าเชื่อถือไว้ก่อน แต่เขาก็ต้องไม่ทำตัวสูงส่งเกินไป

ทุกอย่างก็เพื่อที่เขาจะได้นำทีมได้ง่ายในอนาคต

ในชาติที่แล้วของเขส

เขาเองก็เคยเข้าร่วมทีมอื่นหรือนำคนอื่นตั้งทีมเล็กๆ เพื่อเอาชีวิตรอดเหมือนกัน

แม้สุดท้ายจะเหลือเพียงเขาตัวคนเดียวเพราะเหตุผลต่างๆ ก็ตาม

สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่สามารถบังคับใครได้

ก่อนขึ้นเรือถ้าไม่เชื่อในการนำของเขาก็แยกย้ายกันไปจะดีกว่า

เพราะสิ่งที่เขาต้องการคือทีมที่เขาสามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์

หลังจากจัดการลูกน้องเสร็จ เขาก็เตรียมเรื่องอื่นๆ ต่อ

ด้วยช่องทางอินเทอร์เน็ต เขาได้ใช้เงินหาบริษัทที่ทำธุรกิจสีเทาและบันทึกจุดทรัพยากรแร่ธาตุที่มีเผยแพร่ของทั้งประเทศจีนไว้

เขายังได้ซื้อแท็บเล็ตกว่า 10 เครื่องและฮาร์ดดิสก์อีกหลายตัวล่วงหน้า เพื่อคัดลอกแผนที่โลกทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงินที่สามารถดาวน์โหลดได้

ข้อมูลที่เขารวบรวมมาก็มีทั้งข้อมูลเกี่ยวกับเหมืองถ่านหิน ทรัพยากรน้ำมัน เหมืองเหล็ก เป็นต้น

การรวบรวมข้อมูลแบบนี้ตราบใดที่ไม่ทำอะไรแปลกๆ มันก็จะไม่ผิดกฎหมายอะไร

เขารวบรวมพิกัดแหล่งทรัพยากรจำนวนนับไม่ถ้วนรอบๆ ฐานลวี่หยวนในรัศมีกว่าพันกิโลเมตรไว้ รวมถึงพิกัดของปั้มน้ำมัน โรงพยาบาล บริษัทต่างๆ สถานที่ที่อาจจะมีคนที่มีความสามารถเฉพาะทาง ข้อมูลถนนเป็นต้น!

ในอนาคตสิ่งเหล่านี้จะเป็นรากฐานที่ทำให้ฐานของเขาพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเขาจะไม่ไปยุ่งในตอนนี้

ในตอนนี้เขาจะรวบรวมเฉพาะส่วนที่คนทั่วไปสามารถรับรู้ได้เท่านั้น ส่วนข้อมูลที่อยู่นอกเหนือจากนี้เขาไม่สามารถให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรู้ได้โดยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเขาก็อาจจะถูกจัดการในข้อหาสายลับได้

สำหรับการรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ฉินจิ้นยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อหาผู้เชี่ยวชาญมาจัดการ

เขาต้องการความละเอียดและนอกจากไฟล์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว รายงานกระดาษเขาก็ยังต้องการอยู่เช่นกัน

เพราะเขาต้องเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเสมอ

ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับฐานทัพทหารนั้น

มันเป็นเส้นแดงที่คนธรรมดาแตะแล้วจะต้องซวยอย่างไม่ต้องสงสัย และเขาก็ยังไม่พร้อมที่จะแตะต้องมันในตอนนี้

แต่ในช่วงสองสามชั่วโมงสุดท้ายก่อนที่คืนแห่งการกลายพันธุ์จะมาถึงหรือตอนที่คืนแห่งการกลายพันธุ์เกิดขึ้นแล้ว

เขาถึงจะขอข้อมูลที่ลับกว่านี้มา (การซื้อขายข้อมูลแบบนี้แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทำผ่านทางออนไลน์อย่างเดียว ปกติแล้วจะผ่านกระบวนการที่ซับซ้อนนับไม่ถ้วนเพื่อทำการซื้อขาย)

ข้อมูลพวกนี้ถ้าได้มาก็โชคดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ช่างมัน

ทุกอย่างเขาจะเน้นความมั่นคงเป็นหลัก

ตามข้อมูลที่รวบรวมได้ในปัจจุบัน ก็เพียงพอที่จะให้เขาใช้เวลาย่อยไปอีกนานแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นอย่าลืมว่าเขาเองก็เคยอยู่ในกองทัพมาสองปี เขาจึงรู้ข้อมูลลับอยู่เล็กน้อย

ซึ่งในอนาคตเขาก็อาจจะลองไปเสี่ยงโชคกับพวกมันดูก็ได้ บางทีมันอาจจะมีเรื่องน่าประหลาดใจให้เขาก็ได้

นอกจากข้อมูลข้างบนแล้ว

จริงๆ แล้วก็ยังมีข้อมูลอื่นๆ ที่น่ารวบรวมอีกมาก

ตัวอย่างเช่นในมณฑลมีเศรษฐีคนไหนที่มีเฮลิคอปเตอร์หรือเครื่องบินส่วนตัวบ้าง

บนอินเทอร์เน็ตนั้นมักจะมีข้อมูลพวกนี้อยู่เสมอ

เขาจะรวบรวมข้อมูลและที่อยู่ของพวกเขาเอาไว้ก่อน เพราะในอนาคตเขาอาจจะสามารถเก็บของดีจากคนพวกนี้ก็ได้!

แค่ค้นหาดู อาจจะเพราะเศรษฐกิจของมณฑลกวางตุ้งนั้นรุ่งเรืองมาก

ในไม่ช้าเขาก็พบว่าในรัศมี 500 กิโลเมตรรอบๆ เมืองกว่างหยวนมีจุดชมวิวและขนส่งด้วยเฮลิคอปเตอร์ทั้งหมด 5 แห่ง

และมีเศรษฐีที่มีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวอย่างน้อย 7 คน

มีสถานีโทรทัศน์ที่มีเฮลิคอปเตอร์อีกอย่างน้อย 3 แห่ง

และยังมีโรงเรียนฝึกขับเฮลิคอปเตอร์อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปประมาณสามสี่ร้อยกิโลเมตร

ขอแค่หลังจากวันสิ้นโลกมาถึงและเฮลิคอปเตอร์เหล่านั้นจอดอยู่ที่เดิมโดยไม่ถูกทำลาย เขาก็จะมีโอกาสนำพวกมันกลับมาใช้! (ฉินจิ้นได้ซื้อหนังสือและข้อมูลเกี่ยวกับการขับเฮลิคอปเตอร์รุ่นต่างๆ ไว้ล่วงหน้าแล้วและก่อนที่วันสิ้นโลกจะมาถึง ถ้าเขามีเวลาเขาก็จะไปเรียนขับด้วยเหมือนกันหรือไม่ก็ส่งอาอวี่หรือลูกน้องคนอื่นๆ ไปเรียน )

ส่วนรถถังและอาวุธหนักนั้นคงต้องรอดูสถานการณ์ในอนาคตไปก่อน

ข้อมูลเหล่านี้ในเวลาที่จำเป็นมันอาจจะให้ผลที่น่าตกตะลึงเลยก็ได้!

และในฐานะคนที่กลับมาเกิดใหม่ถ้าเขาไม่รวบรวมข้อมูลเหล่านี้ไว้ในตอนที่ยังทำได้ เขาก็คงรู้สึกเสียดายโอกาสแย่

เขาไม่มีทางลืมว่าในอดีตเพื่อที่จะสู้กับซอมบี้เพื่อเอาชีวิตรอด

ท่อนเหล็กเย็นๆ ในสองมือของเขาต้องฟาดไปกี่ครั้งกว่าจะฆ่าซอมบี้ได้สักตัว สองเท้าของเขาต้องล้าขนาไหนกว่าจะหนีซอมบี้ได้พ้น แม้เขาจะวิวัฒนาการแล้วแต่สุดท้ายเขาก็ยังต้องวิ่งหนีจนขาแทบหัก

เขาไม่อยากจะเป็นแบบนั้นอีกแล้ว

เมื่อคิดถึงตรงนี้

ฉินจิ้นก็อดไม่ได้ที่จะตรวจสอบร่างกายของตัวเองอีกครั้ง นอกจากจะรู้สึกถึงพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยมและพละกำลังที่ใช้ไม่หมดแล้ว เขาก็ไม่พบความผิดปกติอื่นใด

เขาเคยแอบลองตะโกนคำที่ใช้ปลุกระบบออกมาหลายคำ แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีอะไรแบบนั้นเลย

ดูเหมือนว่าเขาจะย้อนกลับมาแค่วิญญาณและร่างกายที่แข็งแรงขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น

ทำไมในนิยายแทบทุกเรื่องตัวเอกถึงได้มีของวิเศษ?

พอถึงตาของเขา เขากลับไม่มีไปซะได้?

ถ้าเขามีแหวนมิติหรือพลังพิเศษ

วันสิ้นโลกก็คงจะเป็นสวนสนุกของเขาไปแล้ว

เพราะเขามีวิธีแปลกๆ 108 วิธีที่จะทำให้เขาใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ

และไม่ต้องใข้ชีวิตอย่างระแวดระวังแบบนี้อีก

ในตอนที่ก่อสร้างฐานฉินจิ้นยังได้สร้างสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่ปิดสนิทขึ้นมาหนึ่งหลัง ซึ่งข้างในมีการติดตั้งอุปกรณ์กรองอากาศอย่างดี

ในคืนแห่งการกลายพันธุ์ตอนที่หมอกไวรัสลอยขึ้นมาทั่วโลก การหลบอยู่ในพื้นที่นี้ก็น่าจะสามารถลดความน่าจะเป็นในการกลายพันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บวกกับแผนการอื่นๆ ของเขาในคืนนั้น ก็น่าจะพอรับประกันได้ว่าคนส่วนใหญ่ในฐานจะผ่านมันไปได้อย่างปลอดภัย

หรืออย่างน้อยคนส่วนใหญ่ก็จะไม่กลายเป็นซอมบี้ในคืนแห่งการกลายพันธุ์

.....

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ในไม่ช้าก็มาถึงต้นเดือนสิงหาคม

ฉินจิ้นยืนอยู่คนเดียวบนดาดฟ้าของอาคารสำนักงานในฐานที่เพิ่งจะสร้างเสร็จ

ที่นี่คือจุดที่สูงที่สุดของทั้งฐานและสามารถมองเห็นพื้นที่ของทั้งฐานได้!

สองมือของเขาจับราวกันตกและค่อยๆ ถอนหายใจออกมา

เขาใช้เวลาไป 4 เดือนและในที่สุดฐานของเขาก็สร้างเสร็จแล้ว

อาคารต่างๆ ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าและยังมีโกดังใต้ดินสองชั้นที่คนอื่นมองไม่เห็นอีก

กำแพงสูง 5 เมตรและหนา 1 เมตรก็ล้อมรอบฐานเอาไว้

สิ่งเหล่านี้คือความมั่นใจที่เขาจะนำไปใช้ต่อสู้กับช่วงเริ่มต้นของวันสิ้นโลก!

ในตอนนี้เขายังเหลือเวลาอีก 2 เดือน

ดังนั้นมันจึงถึงเวลาที่เขาจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการกักตุนเสบียงที่สำคัญที่สุดแล้ว!!

จบบทที่ ตอนที่ 6 : การเตรียมการ

คัดลอกลิงก์แล้ว