- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 6 : การเตรียมการ
ตอนที่ 6 : การเตรียมการ
ตอนที่ 6 : การเตรียมการ
ตอนที่ 6 : การเตรียมการ
หลังจากจัดการเรื่องหน้าไม้เสร็จ
ฉินจิ้นก็ใช้วิธีการที่คล้ายกัน
ไปพบกับพ่อค้าขายของสะสมประเภทดาบและมีดเจ้าอื่นๆ และได้ทำการสั่งซื้อดาบถัง มีดสั้นเหล็กกล้า มีดพร้าและดาบปลายปืนทหารเกือบร้อยเล่ม (ทั้งหมดนี้ยังไม่เปิดคม)
ทุกอย่างยังเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับทุกอย่าง
ความปลอดภัยต้องมาก่อน
ส่วนวันนัดส่งมอบคือที่ฐานในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า
ต่อไปก็คือการจัดซื้อเครื่องจักร
อาวุธที่ซื้อมาในตอนนี้ก็เหมือนกับอาวุธที่ถูกผนึกไว้ แต่หลังจากที่วันสิ้นโลกมาถึงพวกมันก็จะสามารถปลดปล่อยความคมของพวกมันออกมาได้
ดังนั้นกุญแจที่จะใช้เปิดผนึกพวกมันจึงขาดไปไม่ได้
โชคดีที่มันเป็นแค่การลับคมแบบหยาบๆ และไม่ได้ต้องการความแม่นยำมากนัก ดังนั้นเครื่องจักรราคาไม่กี่แสนก็เพียงพอสำหรับการใช้งานแล้ว
เขาจัดซื้อมา 3 เครื่องในทันทีและกำหนดให้ส่งมอบที่ฐานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
แน่นอนว่าเครื่องจักรผลิตกระสุน ฉินจิ้นไม่มีทางลืม
แม้ว่าตอนนี้เขาจะยังไม่มีปืน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตเขาจะไม่มี
ในวันสิ้นโลกไม่ว่าจะการฆ่าซอมบี้หรือฆ่าคน ก็ล้วนขาดอาวุธร้อนที่ตรงไปตรงมาที่สุดแบบนี้ไปไม่ได้
แต่ในอนาคตการมีปืนอย่างเดียวนั้นยังไม่พอ
โดยเฉพาะกับปืนกลหนัก มันไม่ควรจะกลายเป็นแค่แท่งเหล็กหลังจากที่ใช้ไปไม่กี่ครั้งเพราะกระสุนหมด
บางครั้งฉินจิ้นก็คิด
ตอนที่เขาเคยอ่านนิยายหรือดูหนังเกี่ยวกับวันสิ้นโลก พวกที่กลับชาติมาเกิดใหม่นั้นสมองมีแต่ลมหรือยังไง?
พอเตรียมการอย่างหนึ่งเสร็จก็แทบไม่ทำอะไรอีก?
ตรรกะของพวกเขามันไม่สมเหตุสมผลเลย
ทั้งที่มีเวลาตั้งนาน
พวกเขาสามารถเตรียมเสบียงได้นับไม่ถ้วน พวกเขาสามารถทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบได้มากที่สุด
พวกเขาสามารถหาเงินได้หลักสิบล้าน ร้อยล้านอย่างง่ายดาย แต่ทำไมพวกเขากลับคิดแค่การหาซื้ออาหารเลิศหรูมายัดใส่แหวนมิติ ซื้อปืนพกไม่กี่กระบอกกับกระสุนอีกหน่อยมาจากตลาดมืดแล้วค่อยสร้างกรงเหล็กขึ้นมาขังตัวเอง เพียงแค่นี้ก็รู้สึกปลอดภัยไร้กังวลแล้ว???
สมองล่ะ?
ไอ้พวกแบบนี้มันรอดถึง 3 ตอนได้ยังไง??
มันทำเอาเขาที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากคันไม้คันมือไปหมด!
เขาใช้เวลาแค่ไม่ถึง 5 นาทีก็สามารถคิดหาวิธีฆ่าตัวเอกแบบนี้ได้เป็นสิบวิธีแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงตอนที่มนุษย์ในวันสิ้นโลกถูกความหิวโหยบีบคั้นจนบ้าคลั่ง ดังนั้นอย่าได้ดูธรรมชาติที่แท้จริงของมนุษย์เป็นอันขาด
ดังนั้นแม้จะมีการเตรียมการขนาดนี้เขากลับไม่รู้สึกถึงความปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย
และศัตรูที่เขาคาดการณ์ไว้
นอกจากซอมบี้และภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ แล้ว ที่เหลือก็คือมนุษย์ด้วยกัน!
มนุษย์ในยุคนี้ล้วนผ่านการขัดเกลาจากกฎหมาย การศึกษาและเทคโนโลยีมาแล้ว
แม้แต่คุณป้าวัย 70 ก็ยังนั่งดูวิดีโอ อ่านนิยายได้ ดังนั้นนับประสาอะไรกับคนหนุ่มสาวคนอื่นๆ
ทันทีที่ฐานของเขาถูกเปิดเผยหลังจากวันสิ้นโลกมาถึง
เขาก็สามารถจินตนาการได้เลยว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับพายุที่บ้าคลั่งแบบไหน!
ในสายตาของเขา ฐานที่แข็งแกร่งดุจกำแพงเหล็ก บางทีในสายตาของคนที่มีความสามารถบางคน มันก็อาจจะเต็มไปด้วยช่องโหว่
แน่นอนว่าเขายังไม่รู้จักคนที่มีความสามารถแบบนั้นเพราะในความเป็นจริงการหาคนแบบนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
ดังนั้นสิ่งที่เขาสามารถทำได้ก็คือพยายามทำให้กระดองเต่าของตัวเองหนาขึ้นเท่านั้น
ในเมื่อไม่มีทางทำได้สมบูรณ์แบบ
งั้นก็เพิ่มเกราะป้องกันไปซะ
เพิ่มการป้องกันให้ได้มากที่สุด
เพราะเมื่อกระดองเต่าของเขาหนาไปถึงระดับหนึ่ง เขาก็จะสามารถเพิกเฉยต่อภัยคุกคามส่วนใหญ่ได้
แน่นอนว่าต้องมีคนถามว่าทำไมฉินจิ้นถึงไม่เตือนคนอื่น
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิด แต่เขาคิดอย่างรอบคอบแล้วด้วย
การรายงานเรื่องนี้ก็อาจจะให้ผลลัพธ์ดังต่อไปนี้
ในกรณีแรก เขาได้ใช้ความสามารถในการรู้อนาคตของเขาเพื่อดึงดูดความสนใจของเบื้องบน แต่หลังจากนั้นเขาก็จะถูกควบคุมอย่างเข้มงวดและสูญเสียอิสรภาพทั้งหมดไป ถ้ารัฐบาลไม่ยอมให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขาพยายามเตือน พวกเขาก็จะไม่สามารถรับมือกับคืนแห่งการกลายพันธุ์ได้และ 95% ของมนุษยชาติก็จะกลายพันธุ์ สังคมจะล่มสลาย ส่วนเขาก็จะถูกขังรอความตาย
ในกรณีที่ 2 เขาจะใช้วิธีการเดิมดึงดูดความสนใจของเบื้องบนและรัฐบาลก็ตัดสินใจที่จะเชื่อเขา รัฐบาลจะพยายามต่อต้านอย่างเต็มที่ คืนแห่งการกลายพันธุ์จะมีจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงและจำนวนผู้รอดชีวิตก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมากและจะมีการรวมกลุ่มกันเพื่อต่อต้านซอมบี้
แต่ก็อย่าลืมว่านอกจากซอมบี้แล้ว ในภายหลังก็จะยังมีภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ อีก!
จากข้อมูลที่เขารู้ เขาก็มั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่สามารถเลี้ยงดูผู้รอดชีวิตจำนวนมากขนาดนั้นได้ เมื่อภัยพิบัติที่ทำให้แผ่นดินแห้งแล้งหรือน้ำแข็งปกคลุมทั่วทั้งโลกมาถึง สุดท้ายมนุษย์ส่วนใหญ่ก็จะยังเสียชีวิตไปอยู่ดีและเขาก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกจับขังอยู่ที่ไหนสักแห่งเพื่อถูกรีดเค้นเอาข้อมูลทั้งหมดที่เขามี
ในกรณีที่ 3 หากการพยายามเตือนของเขาถูกหน่วยงานของรัฐบาลสงสัย เขาก็อาจจะถูกหน่วยงานต่างๆ สร้างความลำบากและไม่สามารถแพร่กระจายเรื่องนี้ได้ หลังจากนั้นเขาก็จะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดหรือแม้กระทั่งถูกขังรอวันตายเมื่อวันสิ้นโลกมาถึง
ในกรณีที่ 4 คือไม่มีใครเชื่อเขาเลยและเขาก็จะถูกตีตราว่าเป็นคนบ้า ซึ่งนั่นจะส่งผลกระทบต่อแผนการในภายหลังของเขา
ไม่ว่าจะในกรณีไหน สุดท้ายมันก็จะทำให้ญาติและเพื่อนของเขาต้องพบกับจุดจบที่ไม่สวย ดังนั้นสำหรับเขาแล้วมันคือทางเลือกที่เลวร้าย
เขาเป็นแค่คนธรรมดาและเขาก็ไม่เคยตั้งใจที่จะช่วยคน
สำหรับญาติและเพื่อนก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึง ถ้าช่วยได้เขาก็จะช่วยอย่างแน่นอน
แต่สำหรับคนอื่นๆ ถ้าพวกเขาดูเชื่อฟังเขาก็อาจจะพิจารณารับพวกเขาเข้ามา
แน่นอนว่าถ้ามีคนคิดเห็นแก่ตัว เขาเองก็ไม่ลังเลที่จะเชือดพวกมันอย่างเลือดเย็น
ซึ่งก็ช่วยไม่ได้
เพราะเขาเองก็เป็นคนเห็นแก่ตัวและเลือดเย็นซึ่งนั่นก็ทำให้เขารอดมาได้ถึง 6 ปี
เขาไม่ต้องการให้คนอื่นเคารพหรือรักเขา
เขาแทบจะอยากให้คนอื่นกลัวเขาด้วยซ้ำ ดังนั้นเขาขอแค่อย่ามารบกวนการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขของเขาก็พอ
และอะไรก็ตามที่อาจจะเป็นภัยคุกคามต่อเขาหรือคนของเขา เขาก็จะนับมันเป็นศัตรูทั้งหมด!
และศัตรูก็จะต้องถูกกำจัดให้สิ้นซาก!!!
.....
สองสามวันต่อมา
หลังจากจัดการเรื่องของจงอวี่ที่ฐานเสร็จ เขาก็ให้อีกฝ่ายอยู่ข้างๆ เพื่อคอยดูแลความคืบหน้าในการก่อสร้างขั้นสุดท้าย และยังให้อีกฝ่ายทำความคุ้นเคยกับฐานด้วย
ส่วนหลี่ปั๋วเหวินและอีกสามคนก็มารายงานตัวแล้ว
เขาจัดให้พวกเขาเป็นหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัย
ในอนาคตจะมีการจัดเวรยาม 3 กะเพื่อคอยลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยของฐาน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนอื่นๆ ที่หวังหยางรับมาก็จะถูกจัดเข้าไปเป็นลูกทีมของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาหนึ่งคนจะมีลูกทีมภายใต้การดูแล 3 ถึง 4 คน
ฉินจิ้นไม่ได้แสดงท่าทีสนิทสนมกับพวกเขามากนัก
เขาให้ทุกคนเรียกเขาว่าประธานฉิน จะมีก็เพียงในที่ส่วนตัวเท่านั้นที่พวกเขาจะแสดงท่าทีเป็นกันเองเล็กน้อย
เพราะเขาต้องการสร้างความน่าเชื่อถือไว้ก่อน แต่เขาก็ต้องไม่ทำตัวสูงส่งเกินไป
ทุกอย่างก็เพื่อที่เขาจะได้นำทีมได้ง่ายในอนาคต
ในชาติที่แล้วของเขส
เขาเองก็เคยเข้าร่วมทีมอื่นหรือนำคนอื่นตั้งทีมเล็กๆ เพื่อเอาชีวิตรอดเหมือนกัน
แม้สุดท้ายจะเหลือเพียงเขาตัวคนเดียวเพราะเหตุผลต่างๆ ก็ตาม
สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่สามารถบังคับใครได้
ก่อนขึ้นเรือถ้าไม่เชื่อในการนำของเขาก็แยกย้ายกันไปจะดีกว่า
เพราะสิ่งที่เขาต้องการคือทีมที่เขาสามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์
หลังจากจัดการลูกน้องเสร็จ เขาก็เตรียมเรื่องอื่นๆ ต่อ
ด้วยช่องทางอินเทอร์เน็ต เขาได้ใช้เงินหาบริษัทที่ทำธุรกิจสีเทาและบันทึกจุดทรัพยากรแร่ธาตุที่มีเผยแพร่ของทั้งประเทศจีนไว้
เขายังได้ซื้อแท็บเล็ตกว่า 10 เครื่องและฮาร์ดดิสก์อีกหลายตัวล่วงหน้า เพื่อคัดลอกแผนที่โลกทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงินที่สามารถดาวน์โหลดได้
ข้อมูลที่เขารวบรวมมาก็มีทั้งข้อมูลเกี่ยวกับเหมืองถ่านหิน ทรัพยากรน้ำมัน เหมืองเหล็ก เป็นต้น
การรวบรวมข้อมูลแบบนี้ตราบใดที่ไม่ทำอะไรแปลกๆ มันก็จะไม่ผิดกฎหมายอะไร
เขารวบรวมพิกัดแหล่งทรัพยากรจำนวนนับไม่ถ้วนรอบๆ ฐานลวี่หยวนในรัศมีกว่าพันกิโลเมตรไว้ รวมถึงพิกัดของปั้มน้ำมัน โรงพยาบาล บริษัทต่างๆ สถานที่ที่อาจจะมีคนที่มีความสามารถเฉพาะทาง ข้อมูลถนนเป็นต้น!
ในอนาคตสิ่งเหล่านี้จะเป็นรากฐานที่ทำให้ฐานของเขาพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเขาจะไม่ไปยุ่งในตอนนี้
ในตอนนี้เขาจะรวบรวมเฉพาะส่วนที่คนทั่วไปสามารถรับรู้ได้เท่านั้น ส่วนข้อมูลที่อยู่นอกเหนือจากนี้เขาไม่สามารถให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรู้ได้โดยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเขาก็อาจจะถูกจัดการในข้อหาสายลับได้
สำหรับการรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ฉินจิ้นยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อหาผู้เชี่ยวชาญมาจัดการ
เขาต้องการความละเอียดและนอกจากไฟล์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว รายงานกระดาษเขาก็ยังต้องการอยู่เช่นกัน
เพราะเขาต้องเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเสมอ
ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับฐานทัพทหารนั้น
มันเป็นเส้นแดงที่คนธรรมดาแตะแล้วจะต้องซวยอย่างไม่ต้องสงสัย และเขาก็ยังไม่พร้อมที่จะแตะต้องมันในตอนนี้
แต่ในช่วงสองสามชั่วโมงสุดท้ายก่อนที่คืนแห่งการกลายพันธุ์จะมาถึงหรือตอนที่คืนแห่งการกลายพันธุ์เกิดขึ้นแล้ว
เขาถึงจะขอข้อมูลที่ลับกว่านี้มา (การซื้อขายข้อมูลแบบนี้แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทำผ่านทางออนไลน์อย่างเดียว ปกติแล้วจะผ่านกระบวนการที่ซับซ้อนนับไม่ถ้วนเพื่อทำการซื้อขาย)
ข้อมูลพวกนี้ถ้าได้มาก็โชคดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ช่างมัน
ทุกอย่างเขาจะเน้นความมั่นคงเป็นหลัก
ตามข้อมูลที่รวบรวมได้ในปัจจุบัน ก็เพียงพอที่จะให้เขาใช้เวลาย่อยไปอีกนานแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นอย่าลืมว่าเขาเองก็เคยอยู่ในกองทัพมาสองปี เขาจึงรู้ข้อมูลลับอยู่เล็กน้อย
ซึ่งในอนาคตเขาก็อาจจะลองไปเสี่ยงโชคกับพวกมันดูก็ได้ บางทีมันอาจจะมีเรื่องน่าประหลาดใจให้เขาก็ได้
นอกจากข้อมูลข้างบนแล้ว
จริงๆ แล้วก็ยังมีข้อมูลอื่นๆ ที่น่ารวบรวมอีกมาก
ตัวอย่างเช่นในมณฑลมีเศรษฐีคนไหนที่มีเฮลิคอปเตอร์หรือเครื่องบินส่วนตัวบ้าง
บนอินเทอร์เน็ตนั้นมักจะมีข้อมูลพวกนี้อยู่เสมอ
เขาจะรวบรวมข้อมูลและที่อยู่ของพวกเขาเอาไว้ก่อน เพราะในอนาคตเขาอาจจะสามารถเก็บของดีจากคนพวกนี้ก็ได้!
แค่ค้นหาดู อาจจะเพราะเศรษฐกิจของมณฑลกวางตุ้งนั้นรุ่งเรืองมาก
ในไม่ช้าเขาก็พบว่าในรัศมี 500 กิโลเมตรรอบๆ เมืองกว่างหยวนมีจุดชมวิวและขนส่งด้วยเฮลิคอปเตอร์ทั้งหมด 5 แห่ง
และมีเศรษฐีที่มีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวอย่างน้อย 7 คน
มีสถานีโทรทัศน์ที่มีเฮลิคอปเตอร์อีกอย่างน้อย 3 แห่ง
และยังมีโรงเรียนฝึกขับเฮลิคอปเตอร์อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปประมาณสามสี่ร้อยกิโลเมตร
ขอแค่หลังจากวันสิ้นโลกมาถึงและเฮลิคอปเตอร์เหล่านั้นจอดอยู่ที่เดิมโดยไม่ถูกทำลาย เขาก็จะมีโอกาสนำพวกมันกลับมาใช้! (ฉินจิ้นได้ซื้อหนังสือและข้อมูลเกี่ยวกับการขับเฮลิคอปเตอร์รุ่นต่างๆ ไว้ล่วงหน้าแล้วและก่อนที่วันสิ้นโลกจะมาถึง ถ้าเขามีเวลาเขาก็จะไปเรียนขับด้วยเหมือนกันหรือไม่ก็ส่งอาอวี่หรือลูกน้องคนอื่นๆ ไปเรียน )
ส่วนรถถังและอาวุธหนักนั้นคงต้องรอดูสถานการณ์ในอนาคตไปก่อน
ข้อมูลเหล่านี้ในเวลาที่จำเป็นมันอาจจะให้ผลที่น่าตกตะลึงเลยก็ได้!
และในฐานะคนที่กลับมาเกิดใหม่ถ้าเขาไม่รวบรวมข้อมูลเหล่านี้ไว้ในตอนที่ยังทำได้ เขาก็คงรู้สึกเสียดายโอกาสแย่
เขาไม่มีทางลืมว่าในอดีตเพื่อที่จะสู้กับซอมบี้เพื่อเอาชีวิตรอด
ท่อนเหล็กเย็นๆ ในสองมือของเขาต้องฟาดไปกี่ครั้งกว่าจะฆ่าซอมบี้ได้สักตัว สองเท้าของเขาต้องล้าขนาไหนกว่าจะหนีซอมบี้ได้พ้น แม้เขาจะวิวัฒนาการแล้วแต่สุดท้ายเขาก็ยังต้องวิ่งหนีจนขาแทบหัก
เขาไม่อยากจะเป็นแบบนั้นอีกแล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้
ฉินจิ้นก็อดไม่ได้ที่จะตรวจสอบร่างกายของตัวเองอีกครั้ง นอกจากจะรู้สึกถึงพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยมและพละกำลังที่ใช้ไม่หมดแล้ว เขาก็ไม่พบความผิดปกติอื่นใด
เขาเคยแอบลองตะโกนคำที่ใช้ปลุกระบบออกมาหลายคำ แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีอะไรแบบนั้นเลย
ดูเหมือนว่าเขาจะย้อนกลับมาแค่วิญญาณและร่างกายที่แข็งแรงขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น
ทำไมในนิยายแทบทุกเรื่องตัวเอกถึงได้มีของวิเศษ?
พอถึงตาของเขา เขากลับไม่มีไปซะได้?
ถ้าเขามีแหวนมิติหรือพลังพิเศษ
วันสิ้นโลกก็คงจะเป็นสวนสนุกของเขาไปแล้ว
เพราะเขามีวิธีแปลกๆ 108 วิธีที่จะทำให้เขาใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ
และไม่ต้องใข้ชีวิตอย่างระแวดระวังแบบนี้อีก
ในตอนที่ก่อสร้างฐานฉินจิ้นยังได้สร้างสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่ปิดสนิทขึ้นมาหนึ่งหลัง ซึ่งข้างในมีการติดตั้งอุปกรณ์กรองอากาศอย่างดี
ในคืนแห่งการกลายพันธุ์ตอนที่หมอกไวรัสลอยขึ้นมาทั่วโลก การหลบอยู่ในพื้นที่นี้ก็น่าจะสามารถลดความน่าจะเป็นในการกลายพันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บวกกับแผนการอื่นๆ ของเขาในคืนนั้น ก็น่าจะพอรับประกันได้ว่าคนส่วนใหญ่ในฐานจะผ่านมันไปได้อย่างปลอดภัย
หรืออย่างน้อยคนส่วนใหญ่ก็จะไม่กลายเป็นซอมบี้ในคืนแห่งการกลายพันธุ์
.....
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในไม่ช้าก็มาถึงต้นเดือนสิงหาคม
ฉินจิ้นยืนอยู่คนเดียวบนดาดฟ้าของอาคารสำนักงานในฐานที่เพิ่งจะสร้างเสร็จ
ที่นี่คือจุดที่สูงที่สุดของทั้งฐานและสามารถมองเห็นพื้นที่ของทั้งฐานได้!
สองมือของเขาจับราวกันตกและค่อยๆ ถอนหายใจออกมา
เขาใช้เวลาไป 4 เดือนและในที่สุดฐานของเขาก็สร้างเสร็จแล้ว
อาคารต่างๆ ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าและยังมีโกดังใต้ดินสองชั้นที่คนอื่นมองไม่เห็นอีก
กำแพงสูง 5 เมตรและหนา 1 เมตรก็ล้อมรอบฐานเอาไว้
สิ่งเหล่านี้คือความมั่นใจที่เขาจะนำไปใช้ต่อสู้กับช่วงเริ่มต้นของวันสิ้นโลก!
ในตอนนี้เขายังเหลือเวลาอีก 2 เดือน
ดังนั้นมันจึงถึงเวลาที่เขาจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการกักตุนเสบียงที่สำคัญที่สุดแล้ว!!