- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 3 : สร้างฐาน 1
ตอนที่ 3 : สร้างฐาน 1
ตอนที่ 3 : สร้างฐาน 1
ตอนที่ 3 : สร้างฐาน 1
สองวันสุดท้ายของเดือนเมษายน
ฉินจิ้นได้ใช้เงินจ้างคนมาช่วยจัดการเรื่องต่างๆ ในการเปิดบริษัท
พอมีเงินแล้วทุกอย่างก็ง่ายขึ้นมาก
เพราะในตอนนี้เขามีทีมงานมืออาชีพที่สามารถช่วยเขาในการจัดการเรื่องต่างๆ ได้
ขอแค่เงินถึง หลายเรื่องก็สามารถผ่านฉลุยได้
บริษัทจดทะเบียนในชื่อ ลวี่หยวน
ธุรกิจหลักคือการค้าและการแปรรูปสินค้าเกษตร พร้อมกับธุรกิจอื่นๆ อีกเล็กน้อย ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการอยู่
เขาตั้งที่อยู่บริษัทไว้ที่กว่างหยวนซึ่งอยู่ข้างๆ เมืองเซินเจิ้น
โดยห่างจากเมืองเซินเจิ้นไปประมาณ 200 กิโลเมตร ซึ่งก็ถือว่าไม่ไกลนัก
แถมที่นี่ยังเป็นบ้านเกิดของบรรพบุรุษของเขาอีกด้วย ดังนั้นเขาจึงมีความคุ้นเคยกับที่นี่อยู่บ้าง
บวกกับทำเลของที่นี่นั้นก็ดีจริงๆ
เมืองกว่างหยวน ตั้งอยู่ตอนกลางของมณฑลกวางตุ้ง เศรษฐกิจอยู่ในระดับปานกลางค่อนไปทางต่ำเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ในมณฑล โดยอุสาหกรรมหลักของเมืองนี้จะเน้นไปที่การเกษตรและการท่องเที่ยวเป็นหลัก
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็มีบริษัทเข้ามาตั้งโรงงานไม่น้อย ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะเมืองเซินเจิ้นมีที่ดินไม่เพียงพอสำหรับการพัฒนาอีกต่อไป บริษัทหลายแห่งจึงย้ายไปอยู่รอบๆ เมืองเซินเจิ้นแทน
ฉินจิ้นเลือกตั้งโรงงานที่เมืองเหมินถัง อำเภอเฟิงเหอ
ทางเหนือของเมืองนี้ห่างออกไปยี่สิบกว่ากิโลเมตรมีเทือกเขาขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถใช้เป็นปราการธรรมชาติได้
อีกอย่างคือที่ดินในกว่างหยวนค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์ การเกษตรก็ถือว่าดี มีแม่น้ำและแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ มีป่าไม้ค่อนข้างมากและเมืองเหมินถังก็มีทางด่วนหลายสายตัดผ่าน
ที่สำคัญที่สุดคือมันอยู่ไม่ไกลจากบ้านเกิดของฉินจิ้นมากนัก
ตอนเด็กๆ พ่อแม่ของเขาก็เคยพาเขามาเที่ยวเล่นที่นี่
แต่การจะตั้งโรงงานก็ยังต้องอาศัยเส้นสายอยู่บ้าง ซึ่งก็โชคดีที่พ่อของเขายังพอมีอยู่บ้าง
มีคำกล่าวว่า ถ้ามีเงินก็สามารถใช้ผีโม่แป้งได้
ภายใต้คำพูดของฉินจิ้นที่อ้างว่าเขาจะลงทุนกว่าร้อยล้าน ในเวลาเพียงไม่กี่วันเขาก็ได้ทำสัญญาและข้อตกลงต่างๆ กับสำนักงานส่งเสริมการลงทุนในท้องถิ่น
สำนักงานส่งเสริมการลงทุนไม่ค่อยจะได้พบกับบริษัทที่มีขนาดการลงทุนระดับนี้เข้ามาตั้งโรงงาน ดังนั้นนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่มอบให้เขาจึงค่อนข้างดีเลยทีเดียว
พวกเขาอนุมัติที่ดินผืนหนึ่งที่ฉินจิ้นหมายตาไว้ (ขนาดประมาณ 30,000 ตารางเมตร) ให้เขาได้ใช้ฟรี 5 ปี หลังจากนั้นค่าเช่าก็จะถูกเก็บตามสถานการณ์ภาษีอีกที
หลังจากยืนยันที่ดินแล้ว
ฉินจิ้นก็รีบหาบริษัทออกแบบมืออาชีพทันที
เขาอธิบายแผนการคร่าวๆ และความต้องการของตัวเอง แล้วให้บริษัทออกแบบเริ่มออกแบบตามความต้องการของเขาทันที
พร้อมกันนั้นเขาก็หาทีมงานก่อสร้างมืออาชีพไปด้วย
สำหรับทีมงานก่อสร้างนั้นเขาจะไม่ใช้คนรู้จักหรือบริษัทเล็กๆ แต่เขาจะหาบริษัทก่อสร้างที่มีชื่อเสียงจากต่างถิ่นโดยการเปิดประมูลงาน
เพื่อป้องกันปัญหาที่ไม่จำเป็นบางอย่างในอนาคต
ในตอนนี้เขาเหลือเวลาอีกแค่ 5 เดือนก่อนจะถึงวันสิ้นโลก
เขาจึงยังไม่จำเป็นต้องรีบกักตุนอาหารและเสบียง ต่อให้กักตุนไว้เขาก็จะไม่มีที่เก็บอยู่ดี ดังนั้นในตอนนี้เขาจึงเน้นไปที่การสร้างฐานของตัวเองเป็นหลัก
ช่วงเวลานี้ฉินจิ้นก็เดินทางไปกลับระหว่างบริษัทออกแบบและผู้รับเหมาก่อสร้างตลอดทั้งวันทั้งคืน เพื่อพิจารณารายละเอียดต่างๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เนื่องจากความต้องการในการออกแบบที่พิเศษของเขามันจึงทำให้ราคาค่าก่อสร้างพุ่งสูงขึ้นมาก
แม้ว่าในมือจะมีเงินเกือบเก้าสิบล้าน แต่เขาก็ยังต้องเก็บเงินก้อนใหญ่ไว้สำหรับการจัดซื้อเสบียงหลังจากที่ฐานสร้างเสร็จอีก ดังนั้นเงินทุนที่สามารถใช้ในการก่อสร้างได้จริงๆ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านเท่านั้น!
แน่นอนว่าสินเชื่อเพื่อธุรกิจนั้นเขาก็ไม่ได้มองข้ามไป
ในช่วงหลังเมื่อบริษัทของเขาเริ่มมีทรัพย์สินที่เป็นรูปธรรมแล้ว เขาก็จะสามารถนำมันไปจำนองได้อีก
แต่มันแค่ไม่ใช่ในตอนนี้
ส่วนเงินที่เขากู้มาก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่แล้วมีกำหนดชำระคืนครึ่งปีต่อจากนี้
ดังนั้นในช่วงนี้เขาจึงจ่ายแค่ดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อยในแต่ละเดือนก็พอ
เงินที่กู้มาด้วยความสามารถ ทำไมเขาต้องคืนด้วย?
สินเชื่อและการจำนองอื่นๆ เขาก็ใช้วิธีคล้ายๆ กัน บ้านที่จำนองไว้เขาก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะไถ่ถอนคืนอยู่แล้ว แม้ว่าราคาขายอาจจะสูงกว่านั้นก็ตาม
แต่เมื่อหักค่าธรรมเนียมและภาษีต่างๆ แล้ว มันก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก แถมยังต้องเสียเวลาและแรงไปไม่น้อยอีก สู้ไปหาข่าวสารต่างๆ แล้วไปลุยในตลาดการลงทุนอีกสักรอบยังจะดีกว่า (ในปัจจุบันยังไม่มีแผนนี้ เพราะเงินทุนในมือก็เพียงพอที่จะเริ่มต้นแผนการได้แล้ว ดังนั้นช่วงนี้จะเน้นไปที่การสร้างฐานเป็นหลัก)
ที่ดินที่โรงงานลวี่หยวนตั้งอยู่ เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สำนักงานส่งเสริมการลงทุนกำลังผลักดันในช่วงนี้
ที่ดินผืนนี้เป็นเขตอุตสาหกรรมที่ทางเขตจัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อดึงดูดการลงทุน
ที่ดินนั้นได้รับการปรับระดับเรียบร้อยอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงสามารถเข้าพื้นที่มาและเริ่มการก่อสร้างได้ทุกเมื่อ
โรงงานคาดว่าจะต้องใช้พื้นที่ 30,000 ตารางเมตรหรือก็คือ 3 เฮกตาร์
เบื้องต้นเขาจะแบ่งออกเป็นโซนสำนักงาน โซนทดลอง โซนทดลองปลูกพืช โกดังบนดินและโซนโรงงาน
และยังมีโซนหอพัก โซนกิจกรรมและสระน้ำ เป็นต้น
แบบแปลนที่ฉินจิ้นให้ทีมก่อสร้างนั้นยังมีพื้นที่ใต้ดินสองชั้นด้วย
ดังนั้นความยากในการก่อสร้างจึงค่อนข้างสูง
โชคดีที่ดินในบริเวณนี้มีความเหมาะสม
ไม่อย่างนั้นต้นทุนก็อาจจะสูงจนน่ากลัว
——————
เวลาผ่านมาถึงกลางเดือนพฤษภาคม
หลังจากที่ตกลงเรื่องการก่อสร้างต่างๆ แล้วและได้ใช้เงินเปิดทางจนได้รับใบอนุญาตต่างๆ มา
เงินงวดแรกจำนวน 20 ล้านก็ถูกโอนเข้าบัญชีของบริษัทก่อสร้าง
เครื่องจักรขนาดใหญ่ต่างๆ ก็เริ่มทยอยเข้าพื้นที่และเริ่มการก่อสร้างอย่างคึกคัก
ฉินจิ้นสวมหมวกนิรภัย หลังจากที่เสร็จสิ้นพิธีตัดริบบิ้นเปิดงาน เขาก็ได้กำชับให้ทีมก่อสร้างต้องรับประกันคุณภาพและความคืบหน้าให้ได้ตามที่กำหนดไว้
ห้องใต้ดินจะเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญมากในอนาคต ดังนั้นเขาจึงต้องคอยดูแลมันด้วยตัวเอง
ชั้นใต้ดินชั้นที่หนึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 10,000 ตารางเมตร มันไม่ได้อยู่ใจกลางของโรงงาน แต่อยู่บริเวณริมๆ วางตัวเป็นแนวยาว
ส่วนที่สูงที่สุดมีความสูง 4.5-5 เมตรและส่วนที่เตี้ยกว่ามีความสูง 3-3.5 เมตร
ในอนาคตเขาวางแผนที่จะใช้พื้นที่ในชั้นใต้ดินนี้กว่าครึ่งในการปลูกพืชอาหาร
ส่วนพื้นที่อื่นๆ จะถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ โดยสร้างห้องเก็บของหลายห้องและทั้งหมดจะต้องกันน้ำและความชื้น
ในอนาคตจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมสภาพแวดล้อม เช่น ระบบระบายอากาศ ระบบลดความชื้น ระบบทำความเย็น เป็นต้น
เพื่อใช้ในการเก็บรักษาธัญพืชแห้งจำนวนมาก
ข้าวสารธรรมดาปกติแล้วจะสามารถเก็บในอุณหภูมิห้องได้ประมาณ 1 ถึง 3 ปี ซึ่งจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความชื้นของแต่ละพื้นที่
ในกรณีที่ไม่มีของวิเศษอย่างแหวนมิติ การจะซื้อธัญพืชปริมาณมากจึงไม่ใช่เรื่องดี
ต้องรู้ก่อนว่าในวันสิ้นโลกนั้นขาดแคลนทั้งน้ำและไฟฟ้า ดังนั้นจึงอย่าได้คิดที่จะสร้างห้องเย็นขนาดหลายหมื่นลูกบาศก์เมตร เว้นแต่จะสร้างโรงไฟฟ้าส่วนตัวเอาไว้
ดังนั้นหลังจากนี้เขาจะเน้นไปที่การซื้อข้าวเปลือกเป็นหลัก
ข้าวเปลือกที่ผ่านการอบแห้งแบบพิเศษ ในสภาวะอุณหภูมิและความชื้นที่ไม่เข้มงวดนักก็ยังสามารถเก็บได้นานกว่า 10 ปี
ผู้ใหญ่ธรรมดาหนึ่งคนจะกินข้าววันละประมาณ 1 ชั่งหรือก็คือข้าวสาร 0.5 ชั่ง (1 ชั่ง = ประมาณ 0.5 กิโลกรัม) ในหนึ่งปีก็จะบริโภคประมาณ 100 กิโลกรัม (คนที่กินจุหน่อยก็จะอยู่ที่ 150-200 กิโลกรัม)
หรือนั่นก็คือคน 10 คนจะบริโภคข้าวสารประมาณ 1 ตันต่อปี (ไม่รวมกับข้าว)
พื้นที่ชั้นใต้ดินชั้นที่หนึ่งส่วนใหญ่จะใช้สำหรับการปลูกพืชและเก็บเสบียง
ดังนั้นการกันน้ำ กันความชื้น กันไฟ การระบายอากาศและการทนต่อแผ่นดินไหวจึงเป็นสิ่งสำคัญ
จะประมาทไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!
ข้างในนั้นก็ยังจะมีโกดังขนาด 50 หรือ 100 ตารางเมตรอีกหลายแห่ง ซึ่งสามารถใช้เก็บเสบียงได้มากมาย
ดังนั้นต่อให้โกดังใดโกดังหนึ่งเกิดปัญหา มันก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อโกดังอื่น
และเพื่อเป็นการลดความเสี่ยง
เขายังต้องการสร้างชั้นใต้ดินชั้นที่สองอีกด้วย
ชั้นใต้ดินชั้นที่สองมีความลึกมากกว่าและต้องลึกพอที่จะทนต่อการทิ้งระเบิดแบบธรรมดาได้
พื้นที่ที่วางแผนไว้คือ 8,000 ตารางเมตร ซึ่งจะเล็กกว่าชั้นที่หนึ่งเล็กน้อย
และจะต้องทนทานต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ เช่นเดียวกับชั้นที่ 1
พื้นที่ส่วนใหญ่ในชั้นนี้จะใช้เก็บเสบียงสำรอง อาวุธและห้องทดลองพิเศษ เป็นต้น
ก่อนวันสิ้นโลกอาวุธบางอย่างหามาได้ยาก แต่เขาก็ต้องวางแผนไว้ล่วงหน้า
ตามราคามาตรฐานในปัจจุบัน การขุดดินและหินหนึ่งลูกบาศก์เมตรจะมีราคาประมาณ 20 หยวน
โชคดีที่ดินในบริเวณนี้ค่อนข้างจะดีและฉินจิ้นก็ได้ให้คนมาสำรวจใต้ดินล่วงหน้าแล้วและโชคดีที่มันไม่มีก้อนหินขนาดใหญ่มากนัก ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องย้ายไปสร้างที่อื่นแทน
โครงการนี้มีขนาดใหญ่มาก
ในขณะที่ใต้ดินกำลังก่อสร้าง บนดินก็ไม่ได้ว่างเลย งานก่อสร้างบางอย่างที่สามารถทำได้ก็จะทำไปพร้อมกัน
แม้ว่าจะยังมีเวลาเหลืออีก 5 เดือนกว่า แต่เวลาก็ค่อนข้างจะกระชั้นชิดมากและเพื่อเร่งความคืบหน้าของการก่อสร้าง ฉินจิ้นถึงกับยอมจ่ายเงินเพิ่ม เพียงเพื่อที่จะเร่งความคืบหน้าในการก่อสร้าง
บริเวณขอบของโรงงานก็จะมีการสร้างสระน้ำ (อ่างเก็บน้ำ) ขนาด 50x50x40 เมตร ซึ่งสามารถเก็บน้ำได้ 100,000 ตัน และจะเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญในวันสิ้นโลก
ภายในจะเสริมด้วยซีเมนต์และริมสระก็จะมีการสร้างบันไดไว้ ในภายหลังก็จะมีการเลี้ยงปลาชนิดต่างๆ ที่เหมาะสมด้วย
ใจกลางของโรงงานก็จะมีการสร้างสระน้ำที่มีขนาดเล็กกว่า โดยมีขนาด 30x30x30 เมตร ซึ่งสามารถเก็บน้ำได้ 27,000 ตัน
สระนี้ก็จะมีการเสริมความแข็งแรงต่างๆ เช่นกัน และในสระนี้ก็จะมีการเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น ปลา กุ้ง ปู เป็นต้น
แค่สระน้ำสองแห่งนี้ก็ใช้เงินของฉินจิ้นไป 2 ล้านแล้ว
แต่น้ำก็เป็นเสบียงที่สำคัญพอๆ กับอาหารในวันสิ้นโลก ยิ่งมีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น
ถึงอย่างนั้น
ตอนที่ฉินจิ้นเสนอการออกแบบนี้ บริษัทออกแบบก็ได้มายืนยันกับเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนสุดท้ายภายใต้การยืนกรานของฉินจิ้นพวกเขาถึงได้ยอมทำตาม
โรงงานแห่งเดียวแต่กลับสร้างสระน้ำขนาดใหญ่สองแห่ง ใครเห็นก็ต้องรู้สึกแปลก
กำแพงรอบโรงงานที่จะสร้างก็สูงถึง 5 เมตร
แถมยังสร้างแบบล้อมทุกด้านและกำแพงก็ยังหนาถึง 1 เมตร ภายในมีเหล็กเส้นสามชั้นและเทด้วยซีเมนต์ความแข็งแรงสูง
ต้องรู้ก่อนว่าระเบิดมือธรรมดาสามารถทำลายกำแพงธรรมดาที่หนา 70 มิลลิเมตรได้เท่านั้น
แต่สำหรับภายใต้กำแพงหนา 1,000 มิลลิเมตรที่เสริมความแข็งแรงขนาดนี้ ต่อให้เป็นจรวดอาร์พีจีก็ยังทำอะไรมันไม่ได้
ตอนนั้นเมื่อนักออกแบบและทีมก่อสร้างได้ยินความต้องการนี้ พวกเขาก็แทบจะตกใจจนกระโดดขึ้นมา
พวกเขามองฉินจิ้นราวกับเห็นผีและกลัวว่าฉินจิ้นจะกินอะไรผิดปกติไปจนทำให้เขาสติไม่ดี
แต่สุดท้ายหลังจากที่ยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พวกเขาถึงได้แน่ใจว่าลูกค้าคนนี้ตั้งใจจะออกแบบให้เป็นแบบนี้จริงๆ และด้วยความเห็นแก่เงิน พวกเขาก็เลยไม่ถามอะไรอีก
รวมถึงการออกแบบบางอย่างที่ในสายตาของพวกเขาดูเหมือนจะเพ้อฝัน พวกเขาก็ขี้เกียจจะถามอีก ขอแค่กฎหมายอนุญาตก็ทำตามไปก็พอ
ต่อให้ฝ่าฝืนกฎหมายไปเล็กน้อย พอเห็นว่าฉินจิ้นได้เคลียร์เส้นสายไว้เรียบร้อยแล้วและเงินก็ถึงมือแล้ว พวกเขาก็จะทำต่อไป
ในอนาคตถ้าเกิดปัญหาพวกเขาก็สามารถโทษได้ว่าเป็นนายจ้างที่ต้องการแบบนี้เอง
ลูกค้าที่มีเงินก็คือพระเจ้า ส่วนลูกค้าที่ไม่มีเงินก็คือหมา
มาทางไหนก็กลับไปทางนั้น
บริเวณขอบของโรงงานยังมีการสร้างคลังน้ำมันใต้ดินไว้อีกด้วย
ฉินจิ้นได้จ้างผู้เชี่ยวชาญมาดูแลการก่อสร้างมันโดยเฉพาะ มันมีพื้นที่กว่าพันตารางเมตร สูง 5 เมตรและสามารถเก็บน้ำมันได้อย่างน้อย 5,000 ลูกบาศก์เมตร หรือก็คือน้ำมันเชื้อเพลิงกว่าห้าพันตัน
ข้างในก็แบ่งออกเป็นหลายโซน เพื่อความสะดวกในการจำแนกประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงที่แตกต่างกัน
ในอนาคตเขายังสามารถสร้างปั๊มน้ำมันได้อีกด้วย ขอแค่เชื่อมต่อท่อขึ้นมาเขาก็จะสามารถสูบน้ำมันเชื้อเพลิงจากข้างล่างขึ้นมาได้โดยตรง ดังนั้นงานป้องกันไฟและไฟฟ้าของที่นี่จึงต้องทำให้ดี
จากนั้นก็จะเป็นบ้านที่เขาจะใช้อยู่อาศัยเองในอนาคต มันเป็นบ้านหลังเล็กสามชั้นหนึ่งหลัง
ภายนอกดูธรรมดา แต่ผนังภายในถูกเสริมด้วยแผ่นเหล็กพิเศษ มีพื้นที่ 200 ตารางเมตร ภายในมีห้องออกกำลังกาย ห้องชงชา ห้องบิลเลียดและห้องรับแขก
ในบ้านยังมีห้องใต้ดินอีกด้วย ชั้นใต้ดินชั้นที่ 1 มีพื้นที่ 100 ตารางเมตร มีโซนพักผ่อนหนึ่งโซน ห้องเก็บของลับหนึ่งห้อง ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับโกดังชั้นใต้ดินชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สองได้โดยตรง
และยังมีทางลับอีกหนึ่งเส้น ซึ่งสามารถทะลุไปยังห้องลับที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินได้
ห้องลับนี้มีพื้นที่ไม่ถึงหนึ่งร้อยตารางเมตร มีห้องน้ำ ห้องส้วม ห้องนอน ในอนาคตในนั้นอาจจะต้องวางชั้นวางของจำนวนมากเพื่อใช้ในการเก็บอาหาร
ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องทำช่องระบายอากาศลับที่เชื่อมต่อกับข้างนอกและยังต้องมีไฟฟ้ากับน้ำให้ใช้ด้วย
นี่คือไพ่ตายใบสุดท้ายของเขา หากไม่ถึงที่สุดจริงๆ เขาก็จะไม่นำมันออกมาใช้
และเพื่อห้องลับที่อยู่ลึกขนาดนี้ มันก็ทำให้เขาใช้เงินไปเกือบสามล้านแล้ว