เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 - ของล้ำค่าประเมินมิได้

บทที่ 23 - ของล้ำค่าประเมินมิได้

บทที่ 23 - ของล้ำค่าประเมินมิได้


บทที่ 23 - ของล้ำค่าประเมินมิได้

ย่านการค้าเมืองหลวง

เซี่ยงเสวียนเกอเดินทอดน่องสำรวจไปรอบๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยของแปลกหูแปลกตามากมาย

ต้องรู้ว่าเมืองหลวงแห่งนี้คือศูนย์กลางความเจริญที่สุดของราชวงศ์ต้าฉู่

สินค้าในย่านนี้ล้วนรวบรวมมาจากเก้าแคว้นทั่วอาณาจักร มีทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ

อยากได้อะไร ขอแค่มีเงิน ก็หาซื้อได้หมด

แต่เซี่ยงเสวียนเกอไม่ได้มีเงินถุงเงินถัง และเป้าหมายของเขาก็ไม่ใช่ของแพงหูฉี่ เขาแค่อยากได้ของขวัญที่แปลกใหม่ มีความหมาย ถึงจะไม่แพงแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความตั้งใจจริง เพื่อนำไปมอบเป็นของขวัญ

เซี่ยงเสวียนเกอเดินมาหยุดอยู่ที่แผงลอยแห่งหนึ่ง สะดุดตาเข้ากับแท่นดอกบัวชิ้นหนึ่ง

แท่นดอกบัวชิ้นนี้ประณีตงดงามมาก โดยเฉพาะแสงเรืองรองที่แผ่ออกมา ดึงดูดสายตาได้เป็นอย่างดี

"คุณชาย ตาถึงจริงๆ ขอรับ นี่คือแท่นบัวมรกตระดับเก้า ถ้านั่งบำเพ็ญเพียรบนแท่นบัวนี้ จะช่วยให้จิตใจสงบผ่องใส ร่างกายเบาสบาย ยิ่งถ้าเป็นสตรีล่ะก็ มีสรรพคุณช่วยคงความอ่อนเยาว์ด้วยนะขอรับ..."

เถ้าแก่เจ้าของแผงเป็นชายร่างอ้วน ฟันเหลืองอ๋อย ดวงตาเล็กหยีแต่ทอประกายเจ้าเล่ห์ เขาพ่นน้ำลายอวยสรรพคุณแท่นบัวสารพัด ประหนึ่งของวิเศษจากสรวงสวรรค์

"ไม่เอา"

เซี่ยงเสวียนเกอส่ายหน้า "เถ้าแก่ มีพวกของวิเศษสายป้องกันบ้างไหม เอาแบบที่คนดูไม่ออกน่ะ"

"คุณชายถามถูกคนแล้วขอรับ ข้าน้อยมีของป้องกันตัวเพียบเลย ทั้งกระจกคุ้มใจ ยันต์คุ้มภัย เสื้อเกราะอ่อน..."

เถ้าแก่อ้วนร่ายยาวแนะนำสินค้าไม่หยุดปาก

พรีเซนต์เสร็จก็ยกน้ำชาขึ้นมาจิบแก้คอแห้ง

เซี่ยงเสวียนเกอตอบสั้นๆ "ไม่เอาสักอย่าง"

"พรวด..."

เถ้าแก่อ้วนพ่นน้ำชาพรวดแทบสำลัก โกรธจนหน้าดำหน้าแดง ไอ้หมอนี่มันกวนประสาทชัดๆ

ไม่เอาก็ไม่บอกตั้งแต่แรก

ปล่อยให้เขาแหกปากบรรยายจนคอแห้งเป็นผง แล้วค่อยมาบอกว่าไม่เอาเนี่ยนะ

เซี่ยงเสวียนเกอพูดหน้าตาเฉย "ของร้านท่านไม่ค่อยโดนใจเลย ข้าไปดูร้านอื่นดีกว่า"

เถ้าแก่อ้วนกำถ้วยชาแน่นจนแตกคามือ

ไอ้หนุ่มนี่มันน่าหมั่นไส้จริงๆ

แต่ที่นี่คือเมืองหลวง มีการคุ้มกันแน่นหนา เถ้าแก่อ้วนเลยทำอะไรไม่ได้ ขืนทำรุนแรงเดี๋ยวคนจะหาว่าเขาบังคับขายของ

เถ้าแก่อ้วนจึงได้แต่ยืนมองเซี่ยงเสวียนเกอเดินลอยชายจากไป

เถ้าแก่อ้วนแหกปากเรียกลูกค้ามาครึ่งค่อนวัน ขายของได้แค่ไม่กี่ชิ้น กำไรยังไม่พอจ่ายค่าเช่าที่เลยด้วยซ้ำ

สุดท้ายก็ทนไม่ไหว เก็บแผงด้วยความหงุดหงิด

"วันนี้ดวงซวยชะมัด ไปเที่ยวหอจุ้ยหงล้างซวยหน่อยดีกว่า..."

เถ้าแก่อ้วนเก็บของเสร็จ ก็ตั้งใจจะไปหาความสำราญที่หอนางโลม แต่ตอนเดินผ่านตรอกเปลี่ยว จู่ๆ ก็โดนของแข็งฟาดเข้าที่ท้ายทอยเต็มแรง

"ใครวะ..."

เถ้าแก่อ้วนร้องได้แค่นั้น ก่อนจะสลบเหมือดไป

สวรรค์ ในเมืองหลวงที่อยู่ใต้เบื้องพระยุคลบาทของฮ่องเต้แท้ๆ ยังมีคนกล้าดักปล้นกลางวันแสกๆ อีกหรือเนี่ย

นี่เป็นสิ่งที่เถ้าแก่อ้วนคาดไม่ถึงเลยจริงๆ

เซี่ยงเสวียนเกอรูดแหวนมิติของเถ้าแก่อ้วนมา สำรวจดูสินค้าที่อัดแน่นอยู่ข้างใน

เซี่ยงเสวียนเกอคำนวณราคาสินค้าคร่าวๆ แล้วก็หยิบแท่นบัวมรกตระดับเก้า กระจกคุ้มใจ และของวิเศษชิ้นอื่นๆ มา

นอกจากนี้ เซี่ยงเสวียนเกอยังหยิบของจุกจิกอย่างอื่นของเถ้าแก่อ้วนติดมือมาด้วยอีกนิดหน่อย

แบบนี้ เถ้าแก่อ้วนก็ได้ขายของ ส่วนเซี่ยงเสวียนเกอก็ได้ของที่ต้องการ วิน-วินทั้งสองฝ่าย แฮปปี้เอนดิ้ง

หลังจากเซี่ยงเสวียนเกอจากไป เถ้าแก่อ้วนก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติ

"โอ๊ย ปล้น โดนปล้น ไปแจ้งทางการเร็ว..."

เถ้าแก่อ้วนลุกขึ้นโวยวาย เตรียมจะไปแจ้งความ แต่พอลองคลำดู กลับพบว่าแหวนมิติยังอยู่ แถมในตัวยังมีเงินเพิ่มขึ้นมาอีกก้อนด้วย

"นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย"

เถ้าแก่อ้วนยืนงงเป็นไก่ตาแตก พอลองตรวจดูของในแหวน ก็พบว่าสินค้าหายไปบางส่วน แต่มีเงินมาวางแทนที่

"นี่มัน บังคับซื้อบังคับขายนี่หว่า"

"ข้าก็ยังไม่ได้บอกสักคำว่าไม่ขายนี่นา"

เถ้าแก่อ้วนแทบจะร้องไห้ เกิดมาเพิ่งเคยเจอคนแบบนี้

แน่นอนว่าเงินที่เซี่ยงเสวียนเกอทิ้งไว้ให้ มันเป็นแค่ ราคาต้นทุน ของสินค้าเท่านั้น เถ้าแก่อ้วนไม่ได้กำไรเลยสักแดงเดียว แต่ก็ถือว่าไม่ได้ขาดทุนล่ะนะ

"นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย"

เถ้าแก่อ้วนเกาหัวแกรกๆ อย่างงุนงง

แต่ในเมื่อไม่ได้ขาดทุนอะไร ก็ไม่จำเป็นต้องไปแจ้งทางการหรอก ไม่งั้นอาจจะโดนพวกขุนนางกังฉินรีดไถซ้ำอีกรอบ คราวนี้คงขาดทุนย่อยยับแน่ๆ

เถ้าแก่อ้วนรีบจ้ำอ้าวไปหอจุ้ยหงทันที

วันนี้มันวันอะไรกันวะเนี่ย ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ

เมื่อเซี่ยงเสวียนเกอเห็นว่าเถ้าแก่อ้วนไม่คิดจะไปแจ้งทางการ ก็ถอนพลังที่ล็อกเป้าหมายเถ้าแก่อ้วนออก

เซี่ยงเสวียนเกอหอบของขวัญที่ได้มาอย่างภาคภูมิใจ เดินทางกลับเข้าวังหลวง

...

สองวันต่อมา

งานเลี้ยงฉลองวันประสูติของฮองเฮา ก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

จักรพรรดิเสินอู่ประทับอยู่บนบัลลังก์ประธาน โดยมีฮองเฮาประทับอยู่เคียงข้าง พร้อมด้วยพระสนมคนอื่นๆ อย่างจวงกุ้ยเฟย มารดาขององค์ชายสาม, เสียนกุ้ยเฟย มารดาขององค์ชายสี่และห้า

รวมถึงเจินเฟย หรงเฟย อี๋เฟย ล้วนมานั่งเฝ้าแหนอยู่พร้อมหน้า

เหล่าองค์ชายเริ่มทยอยนำของขวัญวันประสูติขึ้นทูลเกล้าถวาย

องค์ชายสามเซี่ยงเทียนเฟิงผู้เป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง เล่นใหญ่จัดเต็ม นำ ภาพร้อยปักษาสยบหงสา ขึ้นถวาย

"ภาพร้อยปักษาสยบหงสาชิ้นนี้ ใช้ลูกปัดที่เจียระไนจากอัญมณีล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นคริสตัล ไข่มุก โมรา หยก และอื่นๆ รวมทั้งสิ้นหนึ่งหมื่นสามพันหกร้อยห้าสิบหกเม็ด นำมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน ราคาก็เบาะๆ แค่ประมาณหนึ่งหมื่นหินวิญญาณเท่านั้นพะยะค่ะ"

สิ้นคำอธิบาย ผู้ร่วมงานต่างส่งเสียงอื้ออึงด้วยความตื่นตะลึง

ภาพร้อยปักษาสยบหงสาชิ้นนี้ มีมูลค่าเทียบเท่าทองคำถึงหนึ่งล้านตำลึงเชียวหรือ

องค์ชายสามเซี่ยงเทียนเฟิงนี่ช่างรวยล้นฟ้าจริงๆ

"ลูกคนนี้ ช่างมีน้ำใจจริงๆ" ฮองเฮาพยักหน้ารับด้วยความพอใจ

จักรพรรดิเสินอู่ก็พยักหน้าเห็นด้วย รู้สึกประทับใจในตัวองค์ชายสามเซี่ยงเทียนเฟิงขึ้นมาอีกนิด

ทางด้านจวงกุ้ยเฟย มารดาขององค์ชายสาม กลับถลึงตาใส่ลูกชายด้วยความโกรธจัด ไอ้ลูกทรพี ทีกับแม่ตัวเองไม่เห็นเคยทุ่มทุนสร้างขนาดนี้เลย

เซี่ยงเทียนเฟิงแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นสายตาพิฆาตของมารดา เขาเป็นนักธุรกิจ ย่อมไม่ทำอะไรที่ขาดทุน การเอาใจฮองเฮานั้นได้กำไรมหาศาล แต่เอาใจแม่ตัวเองจะได้อะไร มีแต่ขาดทุนย่อยยับ

ต่อมา องค์ชายสี่เซี่ยงเทียนเหยียนนำสร้อยประคำที่ดูธรรมดาๆ ขึ้นทูลเกล้าถวาย

แต่ทว่า เนตรซ้อน ของจักรพรรดิเสินอู่เพียงปรายตามอง ก็รู้ถึงความพิเศษของสร้อยประคำเส้นนั้นทันที

"นี่คือสร้อยประคำที่ผ่านการปลุกเสกจากพระเถระชั้นผู้ใหญ่ มีพุทธคุณช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายพะยะค่ะ"

เซี่ยงเทียนเหยียนอธิบายเสริม "ราคาไม่แพงหรอกพะยะค่ะ แค่สิบหินวิญญาณเท่านั้น"

"อืม" จักรพรรดิเสินอู่พยักหน้ารับ

ลำดับถัดมาถึงคิวของเซี่ยงเสวียนเกอ เขานำแท่นบัวมรกตระดับเก้าออกมา

ท่ามกลางสายตาจับจ้องของทุกคน เซี่ยงเสวียนเกอก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ของชิ้นนี้ ไม่มีราคาพะยะค่ะ"

ทุกคนในงานต่างชะงักไป

ไม่มีราคา

นั่นก็แปลว่า...

ของล้ำค่าประเมินมิได้ งั้นสิ

จักรพรรดิเสินอู่มองแท่นบัวมรกตระดับเก้า แล้วก็พยักหน้ารับ "เจ้าหกช่างมีน้ำใจ"

ฮองเฮาก็ยิ้มละไม "ของที่เจ้าหกนำมามอบให้ ช่างงดงามยิ่งนัก"

"ฮองเฮาทรงโปรดก็ดีแล้วพะยะค่ะ" เซี่ยงเสวียนเกอโค้งคำนับ

ไม่นาน องค์ชายคนอื่นๆ ก็ทยอยนำของขวัญมาถวายจนครบ

คนสุดท้าย องค์ชายรองเซี่ยงเทียนเล่ย นำกล่องผ้าไหมขนาดเท่าฝ่ามือออกมา เมื่อเปิดฝากล่องออก ก็พบกับ...

"เสด็จแม่ ลูกใช้เลือดจากขั้วหัวใจจำนวนเจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้าหยด นำมาสกัดเป็น 'ยาต่ออายุ' เม็ดนี้ สามารถช่วยต่ออายุขัยได้ถึงหกสิบปีพะยะค่ะ"

ทุกคนต่างตกตะลึงตาค้าง

เซี่ยงเทียนเล่ยนี่เล่นแรงสุดๆ ไปเลย

เลือดจากหัวใจตั้งสี่สิบเก้าหยด กล้าเฉือนเนื้อตัวเองขนาดนี้เลยเหรอ

พอมองดูใบหน้าซีดเซียวของเซี่ยงเทียนเล่ย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเกิดจากการเสียเลือดมาก ทุกคนก็รู้ทันทีว่าเขาไม่ได้โกหก

"ลูกโง่เอ๊ย เจ้า..." ฮองเฮาทั้งซาบซึ้งทั้งสงสารลูกจับใจ

จักรพรรดิเสินอู่เองก็ดูจะสะเทือนใจไม่น้อย ตรัสขึ้นว่า "องค์ชายรองเปี่ยมด้วยคุณธรรมและความกตัญญูเป็นที่ประจักษ์ ให้ฟื้นฟูตำแหน่งรัชทายาทของเขาบัดเดี๋ยวนี้"

【ท่านได้เป็นสักขีพยานการกลับมาทวงบัลลังก์รัชทายาทขององค์ชายรอง แต้มพยาน +200】

เซี่ยงเสวียนเกอสูดลมหายใจลึก

ศึกชิงบัลลังก์นี่มันโหดร้ายเลือดสาดจริงๆ นอกจากจะโหดกับคนอื่นแล้ว ยังต้องโหดกับตัวเองให้เป็นด้วย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 23 - ของล้ำค่าประเมินมิได้

คัดลอกลิงก์แล้ว