- หน้าแรก
- เซียนสายชิล ระบบบันทึกชีวิตพิชิตสวรรค์
- บทที่ 23 น้องสาว?
บทที่ 23 น้องสาว?
บทที่ 23 น้องสาว?
ภายในยอดเขาโอสถ ร่างสูงและร่างเล็กยืนเคียงคู่กัน โดยมีเงาเล็กๆ อีกเงายืนอยู่ด้านหลังพวกเขา
"ศิษย์พี่เสิ่น ฝากศิษย์น้องเย่ด้วยนะครับ"
"ไม่ต้องห่วงศิษย์น้อง"
เสิ่นมู่หยางรับคำอย่างมั่นใจ
ลู่เหยาพยักหน้าอย่างเบาใจ
เดิมทีเขาตั้งใจจะพาเย่ซิงอวี่กลับไปเยี่ยมบ้านด้วย แต่พอไปปรึกษาอาจารย์ ท่านกลับบอกให้ฝากไว้กับเสิ่นมู่หยาง ให้ศิษย์พี่เสิ่นช่วยชี้แนะสักพักจะดีกว่า
หลังจากร่ำลาทั้งสองคน ลู่เหยาก็หันหลังเดินจากไป
พอลู่เหยาไปแล้ว เสิ่นมู่หยางก็หันมามองเย่ซิงอวี่ด้วยรอยยิ้มสดใส
"ศิษย์น้องเย่ จากวันนี้ไปศิษย์พี่จะสอนเพลงกระบี่ให้เจ้าเอง เมื่อก่อนศิษย์น้องลู่เคยสอนเจ้ามาบ้างแล้วใช่ไหม?"
เย่ซิงอวี่พยักหน้า
"ดีมาก ไหนลองโจมตีข้าสุดแรงด้วยวิชากระบี่ที่เจ้ามีสิ ให้พี่ดูหน่อยว่าเจ้าเรียนรู้ไปถึงไหนแล้ว"
สิ้นเสียง เย่ซิงอวี่ก็ลงมือทันที
ปราณกระบี่อันร้อนแรงและเกรี้ยวกราดพุ่งเข้าใส่เสิ่นมู่หยาง
เสิ่นมู่หยางเพียงแค่ยื่นมือออกไปบีบเบาๆ ปราณกระบี่ก็แหลกสลายกลายเป็นละอองไฟจางหายไป
เขาแปลกใจเล็กน้อย ดูเหมือนศิษย์น้องเย่จะมีพรสวรรค์ไม่เบา ฝึกแค่เดือนกว่าๆ ก็เริ่มจับทางเพลงกระบี่ได้แล้ว
แสดงว่าศิษย์น้องลู่สอนมาดีมาก เขาที่กำลังกังวลว่าจะสอนยังไงเพราะไม่เคยสอนศิษย์มาก่อนก็โล่งใจ มีต้นแบบให้ลอกอยู่ตรงหน้านี่ไง!
"ศิษย์น้องเย่ เจ้าช่วยสาธิตให้พี่ดูหน่อยได้ไหมว่าศิษย์น้องลู่สอนเจ้ายังไง?"
เย่ซิงอวี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วชักกระบี่พุ่งเข้าใส่ทันที
เสิ่นมู่หยางเต็มไปด้วยคำถามในหัว แต่หลังจาก "ซ้อมมือ" กันไปสักพัก เขาก็เริ่มเข้าใจวิธีการสอนของลู่เหยา
อ๋อ สอนศิษย์มันต้องทำแบบนี้นี่เอง
เยี่ยมมาก เขาเรียนรู้ได้แล้ว!
เดี๋ยวกลับไปเขาจะเอาวิธีนี้ไปใช้สอนศิษย์น้องหญิงบ้าง!
...
อีกด้านหนึ่ง ลู่เหยาเดินทางออกจากสำนักกระบี่นิลกาฬ
มองท้องฟ้ากว้างใหญ่ภายนอก เขาซูรดลมหายใจเข้าลึกๆ
ไม่ได้ออกมาข้างนอกตั้งห้าปี ทิวทัศน์ภายนอกยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน มีแค่ศิษย์เฝ้าประตูที่เปลี่ยนหน้าไปเป็นคนใหม่สองคน
ลู่เหยาแปลงกายเป็นลำแสงพุ่งหายไปในท้องฟ้า เขาบินอ้อมสำนักนอกแล้วมุ่งตรงไปยังท่าเทียบเรือเหาะ
ลู่เหยาซื้อตั๋วใบหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคือ เด็กไม่ต้องเสียตั๋ว?
เมื่อกี้เขาเห็นคนข้างหน้ากำลังจะควักหินวิญญาณจ่ายค่าตั๋วให้ศิษย์น้อง ผู้ดูแลแค่ปรายตามองแล้วโบกมือบอกว่า "เด็กขึ้นฟรี"
ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือเหาะ เขายังอดทึ่งไม่ได้ คนคิดค้นเรือเหาะนี่อัจฉริยะจริงๆ
ไม่อย่างนั้นถ้าต้องบินกลับเอง ต่อให้ตอนนี้เขาจะย่อแผ่นดินได้ แต่กว่าจะบินข้ามทวีปกระบี่นิลกาฬก็คงปาไปเป็นเดือน ยิ่งต้องข้ามไปอีกหลายร้อยทวีปกว่าจะถึงบ้าน คงเหนื่อยขาดใจ
เรือเหาะเริ่มออกเดินทาง
ทิวทัศน์รอบด้านกลายเป็นความมืดมิดอีกครั้ง ลู่เหยาเปิดกล้องถ่ายรูปอย่างชำนาญ
"แชะ"
【ห้วงมิติ: รางวัล "ดอกราตรีอนธการ"】
"อื้อหือ!"
ลู่เหยาตกใจ ไม่นึกว่าถ่ายมั่วๆ จะได้ของดีขนาดนี้
'ดอกราตรีอนธการ' คือวัตถุดิบหลักในการปรุงยา 'ยาอายุวัฒนะแห่งความว่างเปล่า' ระดับแปด ยาชนิดนี้ถือเป็นของล้ำค่าแม้ในหมู่ยาระดับแปดด้วยกัน
ไม่ใช่แค่เพราะวัตถุดิบหลักหาได้ยากยิ่งในห้วงมิติอันเวิ้งว้าง แต่ที่สำคัญกว่าคือ การกินมันจะช่วยให้เข้าถึงกฎแห่งความว่างเปล่าได้ และถ้าโชคดี อาจได้กายพิเศษติดตัวมาด้วย
"ไม่เลวๆ ถ้ามีเยอะกว่านี้ก็คงดี"
ลู่เหยาคิดอย่างโลภมาก
เดี๋ยวกลับไปลองถามปู่ทวดดูดีกว่าว่ารู้วิธีปรุงยานี้ไหม
เรือเหาะเดินทางอยู่หลายวัน พอถึงที่หมาย ลู่เหยาก็ลงจากเรือ
เขาไม่ได้เข้าไปในตัวเมือง เพราะที่ทำการตระกูลลู่ไม่ได้อยู่ในเมือง แต่อยู่ติดกับเมืองเลย มองจากไกลๆ เหมือนเมืองลูกที่งอกออกมา
ระหว่างทางกลับบ้านไม่มีเหตุการณ์อะไรตื่นเต้น ไม่มีฉากยามเฝ้าประตูดูถูกแล้วโดนตบหน้า
ยามจำหยกพกของปู่ทวดที่ห้อยเอวลู่เหยาได้แต่ไกล เลยไม่มีใครกล้าขวาง
ลู่เหยาเดินดุ่มๆ กลับบ้านอย่างคุ้นเคย
ครั้งนี้เขาไม่ได้แจ้งล่วงหน้า กะว่าจะแอบกลับมาเซอร์ไพรส์
พอถึงบ้าน ลู่เหยาก็เห็นท่านพ่อที่ไม่ได้เจอหน้ากันหลายปีกำลังยืนอยู่ริมสระน้ำ
สะพายกระบี่ไว้ข้างหลัง ยืนให้อาหารปลาอย่างสบายอารมณ์
ลู่เหยาเดินเข้าไปหา
"ท่านพ่อ!"
"หืม?"
ลู่ฉางซวินหันขวับด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าลู่เหยาจะกลับมา
"ลู่เหยากลับมาแล้วรึ"
"ครับท่านพ่อ ผมกลับมาแล้ว"
พูดจบ ลู่เหยาก็มองดูปลาในสระ แล้วตะโกนเรียกไปทางผิวน้ำอย่างไม่แน่ใจ
"ท่านแม่?"
"ตะโกนทำไม แม่ยืนหัวโด่อยู่นี่!"
"กระบี่ยาว" บนหลังลู่ฉางซวินจู่ๆ ก็พูดขึ้น ทำเอาลู่เหยาเงียบกริบ
กระบี่บินออกมาตกสู่พื้น แล้วคืนร่างเป็นหญิงสาวชุดเขียว
ทันทีที่คืนร่าง นางก็ปรี่เข้ามาบีบแก้มลู่เหยาทั้งสองข้างอย่างหมั่นเขี้ยว
"ลู่เหยาโตเป็นหนุ่มแล้ว"
มองดูลู่เหยาที่เริ่มแตกเนื้อหนุ่ม ไป๋ชิวชิวรู้สึกปลื้มใจมาก
คิ้วและตาของลู่เหยาเหมือนพ่อ จมูกและปากเหมือนแม่ แม้จะยังโตไม่เต็มที่ แต่ก็ฉายแววความหล่อเหลาออกมาแล้ว
อืม สมกับเป็นลูกแม่ อนาคตต้องหลอกสาวๆ เข้าบ้านได้เป็นโขยงแน่!
"ลู่เหยา ทำไมถึงกลับมาล่ะ? คิดถึงบ้านเหรอ?"
"ก็ท่านแม่บอกให้ผมกลับมาไม่ใช่เหรอครับ?"
"ห๊ะ? แม่... แม่บอกตอนไหน?"
เห็นท่านแม่ทำหน้างง ลู่เหยาคิดว่าต้องช่วยทบทวนความจำหน่อยแล้ว
"ก็ตอนคุยกันคราวนั้น ท่านแม่บอกว่ามีเรื่องจะบอก แต่ไม่รู้จะบอกยังไง พอผมถาม ท่านก็บอกว่ากลับมาเดี๋ยวก็รู้เองไงครับ?"
"อ้อ? เหมือนแม่จะเคยพูดแบบนั้นจริงๆ ด้วยแฮะ"
"ตกลงเรื่องอะไรเหรอครับ?"
"อืม เรื่องนี้... เอ่อ..."
ไป๋ชิวชิวอึกอัก ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง
เห็นดังนั้น ลู่ฉางซวินที่ยืนข้างๆ เลยขัดจังหวะ เขาเอื้อมมือไปช้อนก้อนกลมๆ สีชมพูนุ่มนิ่มขึ้นมาไว้ในมือ
"นี่แหละเรื่องที่พวกเราอยากบอกลูก"
ลู่ฉางซวินอุ้มเจ้าก้อนกลมแกว่งไปมาสองที แล้วยื่นส่งให้ลู่เหยา
ลู่เหยารับมาอุ้มไว้ มองเจ้าก้อนกลม เจ้าก้อนกลมก็จ้องเขากลับตาแป๋ว
จู่ๆ เธอก็หัวเราะคิกคัก ยกมือป้อมๆ ขึ้นมาแปะหน้าลู่เหยา
ลู่เหยาถูกใจความน่ารัก เลยใช้นิ้วเขี่ยแก้มนุ่มนิ่มของเธอเบาๆ
"โอ้โห น่ารักจัง! ลูกใครครับเนี่ย!"
"แค่กๆ ลูกเรานี่แหละ"
"หือ?"
"นี่น้องสาวเจ้า"
"ลูกลุงใหญ่หรือลูกลุงสี่ครับ?"
"น้องสาวแท้ๆ ของเจ้า"
"น้องสาวแท้ๆ?"
ลู่เหยาตาโต สมองยังประมวลผลไม่ทัน
แวบแรกที่ได้ยิน เขาคิดว่าแม่คงอยากได้ลูกสาว เลยไปรับลูกคนอื่นมาเลี้ยง เพราะทางลัดมันง่ายกว่าทางวิบากเยอะ
ช่วยไม่ได้ ก็แม่เขาชอบทำอะไรตามใจฉันแบบนี้อยู่เรื่อย มันตรงกับภาพจำของเขาเป๊ะๆ
"อ๋อ เรื่องที่อยากบอกคือเรื่องนี้เองเหรอครับ?"
"ใช่จ้ะ"
สองสามีภรรยาลอบสังเกตสีหน้าลู่เหยา พบว่าเขามีแค่แววตาอ่อนใจนิดหน่อย ไม่มีความรู้สึกอื่นเจือปน
"ลูกไม่โกรธเหรอ?"
"โกรธทำไมครับ?"
ลู่เหยาย้อนถาม
"ก็พวกเราไม่บอกลูก แล้วจู่ๆ ลูกก็มีน้องสาวโผล่มาเฉยเลย"
"ผมไม่ได้เปราะบางขนาดนั้นหรอกครับ อีกอย่าง น้องก็น่ารักออกไม่ใช่เหรอ?"
ลู่เหยาพูดพลางบีบแก้มยุ้ยๆ เล่นอีกที ทำเอาเจ้าตัวเล็กหัวเราะชอบใจไม่หยุด
เห็นท่าทีของลู่เหยา ทั้งคู่ก็ถอนหายใจโล่งอก แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดลึกๆ
ลู่เหยาเป็นเด็กดีรู้ความมาแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยงอแงหรือเรียกร้องอะไรจากพวกเขาเลย
เขาเรียนทำอาหารเพื่อทำให้พวกเขากิน ทั้งที่พวกเขายุ่งจนแทบไม่มีเวลาให้ความรักความเอาใจใส่เขาเท่าที่ควร พอห้าขวบก็ถูกส่งไปฝึกที่สำนักกระบี่นิลกาฬไกลบ้าน
เด็กตัวแค่นั้น ต้องจากบ้านไปอยู่ต่างถิ่นคนเดียว
พ่อแม่ที่ไม่ค่อยได้ดูแลเอาใจใส่ จู่ๆ ก็มีน้องให้โดยไม่บอกกล่าว
สำหรับเขา มันอาจดูไม่ยุติธรรมไปหน่อย
มองดูลู่เหยาที่ยิ้มแย้มมีความสุข ทั้งคู่มองหน้ากัน ความรู้สึกผิดยิ่งกัดกินใจมากขึ้นไปอีก