- หน้าแรก
- เซียนสายชิล ระบบบันทึกชีวิตพิชิตสวรรค์
- บทที่ 22 ทางลัด
บทที่ 22 ทางลัด
บทที่ 22 ทางลัด
ทั้งสองจากไป ทิ้งให้บรรดาไทยมุงยืนกลืนอาหารหมากันจนจุกอก
ลู่เหยามองไปรอบๆ อยากเห็นปฏิกิริยาของคนอื่น แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ สายตาปลื้มปริ่มราวกับเห็น 'ลูกชายโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว' ของทุกคนนี่มันคืออะไรกัน?
"เอ่อ ศิษย์พี่ครับ พวกเขาเป็นอะไรกันน่ะ?"
ไม่เข้าใจก็ถาม ข้างตัวมี 'เจ้ากรมข่าวลือ' อยู่ทั้งคน ถามไปไม่เสียหาย
"จุ๊ๆ ในที่สุดศิษย์น้องฉู่ก็ตาสว่างสักที ทุกคนคงดีใจแทนน่ะ"
"ตาสว่าง?"
ลู่เหยาชักงง นี่มันพล็อตตัวร้ายผู้ชั่วร้ายถูกพระเอกตบหน้าให้อับอาย แล้วทิ้งนางเอกไปคว้าสาวใช้มาดามใจไม่ใช่เหรอ?
"เฮ้อ ศิษย์น้องฉู่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความคลั่งรักอันดับหนึ่งในสำนักกระบี่นิลกาฬเลยนะ ทั้งที่มีพรสวรรค์ด้านวิถีกระบี่เป็นเลิศ แต่เพื่อศิษย์น้องหญิงหลิว เขายอมทิ้งวิถีกระบี่ หันมาฝึกปรุงยาที่ไม่ถนัด ทรัพยากรแต่ละเดือนส่วนใหญ่ก็ประเคนให้ศิษย์น้องหญิงหลิว เอาไปซื้อสมุนไพรกับยาเม็ดให้นาง
แถมยังตามติดนางไปทำภารกิจ ยอมทิ้งภารกิจตัวเองเพื่อไปช่วยนางให้เสร็จก่อน ทุกครั้งที่ตระกูลหลิวส่งจดหมายมาเร่งให้แต่งงาน เขาก็เป็นฝ่ายออกหน้าผัดผ่อนให้เพราะศิษย์น้องหญิงหลิวไม่ชอบ ห่วงใยสารพัดสารเพ แถมยังให้พ่อตัวเองช่วยหนุนหลังตระกูลหลิวอีก พวกผู้อาวุโสตระกูลหลิวถึงได้เชียร์ให้แต่งกันนักหนาไง"
"แต่ศิษย์น้องหญิงหลิวนี่สิ เย็นชากับเขามาเป็นสิบปี ที่ยอมคุยด้วยก็เพราะเกรงใจตระกูล นานวันเข้าก็กลายเป็นความรำคาญ ทั้งสำนักรู้ดี แม้แต่พ่อกับคนในตระกูลฉู่ก็รู้ว่าศิษย์น้องหญิงหลิวไม่ได้รักเขา อยากให้เขาตาสว่างตัดใจซะที แต่ศิษย์น้องฉู่ดันคิดไปเองว่าตัวเองดีไม่พอ"
ฟังจบ ลู่เหยาก็บางอ้อ สายตาเปลี่ยนเป็นโล่งใจตามคนอื่น ถ้างั้นก็ไม่แปลกใจแล้ว
การกระทำของฉู่หมิงเซวียนดูสมเหตุสมผลขึ้นมาทันที ตัวร้ายอะไรกัน นี่มันคนน่าสงสารชัดๆ ทุ่มเทความรักให้คู่หมั้นมาสิบปี นางไม่เคยสนใจ พลิกตัวไปอี๋อ๋อกับคนที่ใครๆ ก็ตราหน้าว่าขยะ แถมเพิ่งรู้จักกันไม่ถึงเดือน
ถ้าเป็นเขานะ... ถ้าเป็นเขา คงไม่มีการประลองบ้าบอนี่หรอก เพราะเขาไม่ใช่พวกคลั่งรัก เขาจะฆ่ามันทิ้งทั้งคู่เลย!
บางทีการหมั้นอาจจะไม่ใช่ความต้องการของนาง แต่ในเมื่อนางเป็นผู้รับผลประโยชน์สูงสุด รับความช่วยเหลือเขามาอย่างหน้าชื่นตาบาน แต่สุดท้ายกลับหักหลัง
อะไรนะ! ไม่ได้นอกกาย? นอกใจก็คือนอกใจนั่นแหละ น่ารังเกียจพอกัน!
ถ้านางปฏิเสธผลประโยชน์ทั้งหมด แล้วยืนกรานหนักแน่นว่า "ข้าไม่ได้รักเจ้า" ลู่เหยาคงจะยกนิ้วให้ว่า "หญิงแกร่ง น่านับถือ!"
พอเห็นฉู่หมิงเซวียนหลุดพ้นจากบ่วงกรรมได้ ลู่เหยาก็อดรู้สึกตื้นตันใจไม่ได้ 'เจ้าหนูโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ!'
"ว่าแต่ศิษย์พี่ คนพวกนี้มาเพื่อดูศิษย์น้องฉู่เหรอครับ? ว่างงานกันจังเลยนะครับ"
"ก็แหงสิ ศิษย์น้องฉู่เป็นคนที่พวกเราเห็นมาตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยกนี่นา"
"ดูนั่นสิ นั่นผู้อาวุโสรองแห่งยอดเขากระบี่ เขาอยากได้ศิษย์น้องฉู่ไปอยู่ด้วยใจจะขาด"
"นั่นผู้อาวุโสห้าแห่งยอดเขาโอสถ ศิษย์น้องฉู่ไปซื้อสมุนไพรบ่อยจนซี้กันแล้ว"
"แล้วก็นั่น..."
หลังฟังคำแนะนำตัว ลู่เหยาถึงรู้ว่าอย่างน้อยสิบกว่าคนในนี้ มีระดับพลังที่เขาอ่านไม่ออก ยอดฝีมือทั้งนั้น! ยอดฝีมือเขาว่างงานกันขนาดนี้เลยเหรอ?
"แล้วศิษย์พี่ครับ มีคนรักใคร่เอ็นดูศิษย์น้องฉู่เยอะขนาดนี้ ทำไมไม่มีใครสั่งสอนเจ้าฉินลั่วเฟิงนั่นบ้างเลยเหรอ?"
"มีสิ แต่มีแค่พวกรุ่นหลานที่ต่ำกว่าระดับแปลงวิญญาณเท่านั้นแหละที่กล้าลงมือ พวกระดับแปลงวิญญาณขึ้นไปโดนสั่งห้ามกันหมดแล้ว"
"หือ ทำไมล่ะครับ?"
"เจ้าไม่รู้สึกเหรอ?"
เสิ่นมู่หยางมองลู่เหยาด้วยความสงสัย
"รู้สึกอะไรครับ?"
"ตอนเห็นฉินลั่วเฟิง เจ้าไม่รู้สึกหงุดหงิด หรือรู้สึกไม่ชอบหน้าหมอนั่นขึ้นมาดื้อๆ บ้างเหรอ?"
"ไม่อะ"
"หืม?"
เขาหันไปถามเย่ซิงอวี่ "แล้วเจ้าล่ะศิษย์น้อง รู้สึกไหม?"
เย่ซิงอวี่พยักหน้า เขารู้สึกจริงๆ พอเห็นหน้าฉินลั่วเฟิงปุ๊บ ก็คันไม้คันมืออยากเข้าไปสับมันทิ้งปั๊บ เหมือนเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาแต่ชาติปางก่อน
พอมั่นใจว่าเป็นปัญหาที่ตัวลู่เหยา เสิ่นมู่หยางก็เดาะลิ้นด้วยความทึ่งแล้วอธิบาย
"ไอ้ฉินลั่วเฟิงนั่นเป็นพวกชะตาอาภัพ เกิดมาเพื่อพบเจอหายนะ ไปที่ไหนความบรรลัยบังเกิดที่นั่น คนแบบนี้ต้องสู้ชีวิตตลอดเวลา แต่ก็ได้พบวาสนาตลอดเวลาเช่นกัน แถมยังมีดวงชะตาจะได้เป็นเซียนอีกต่างหาก"
"ฟังดูเหมือน 'พระเอก' หรือ 'บุตรแห่งโชคชะตา' เลยนะครับ"
"ข้าไม่รู้ว่าพระเอกคืออะไร แต่จะเรียกว่าบุตรแห่งโชคชะตาก็ได้ ถ้าไม่มีเซียนลงมือตัดชะตามัน ฆ่าให้ตายยังไงก็ไม่ตายหรอก"
"เพราะต้องเจอเรื่องซวยและต่อสู้อยู่ตลอดเวลา ผู้ฝึกตนที่ระดับพลังยิ่งต่ำ จะยิ่งได้รับผลกระทบจากชะตาของมันได้ง่าย แค่เห็นหน้าครั้งแรกก็จะรู้สึกเกลียดขี้หน้า อยากจะฆ่ามันให้ตาย!"
"ดังนั้นศิษย์น้อง เจ้าอยู่ห่างๆ มันไว้ดีกว่า ไม่งั้นเวลาเจ้าเจออันตรายหรือวาสนา มันจะดูดโชคของคนรอบข้างไปเสริมดวงตัวเอง เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี ท่านเจ้าสำนักเตือนทุกคนที่ระดับเหนือกว่าแปลงวิญญาณไว้หมดแล้ว"
"โอ้ ออร่าลดปัญญา!"
"ออร่าปลาร้าอะไรนะ? อร่อยเหรอ?"
"ไม่รู้สิ ไม่เคยกิน... ถุย ของพรรค์นั้นกินได้ที่ไหนเล่า!"
ลู่เหยาอธิบายอยู่นานกว่าจะเข้าใจตรงกันว่าไม่ได้หมายถึงของกิน เขาเลยต้องงัดปลากระดูกมังกรนึ่งออกมาจานหนึ่งเพื่อปลอบใจศิษย์พี่เสิ่น
จากนั้นเขาก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา มีเรื่องตื่นเต้นขนาดนี้ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง
【สังเกตการณ์การปรุงยา: รางวัล "ค่าประสบการณ์ปรุงยา 2500"】
【การตื่นรู้ของคนคลั่งรัก: รางวัล "ยันต์ใจกระจ่าง"】
【ความหวังให้ลูกได้ดี: รางวัล "หินยกระดับพรสวรรค์ขั้นต่ำ"】
ในกองรูปถ่าย มีแค่สามใบที่ใช้งานได้ ลู่เหยาตรวจสอบค่าประสบการณ์ปรุงยา พบว่ามันสามารถเพิ่มแต้มทักษะปรุงยาได้โดยตรง เขาเลยกดใช้ทันที
【ท่านได้รับค่าประสบการณ์ปรุงยา 2500 แต้ม】
【ระดับปัจจุบัน: (ขั้นหนึ่ง) 2500 / 10000】
"ซี๊ด!"
สมองเขาปวดตุบๆ ประสบการณ์การปรุงยาระดับหนึ่งมากมายมหาศาลหลั่งไหลเข้ามา เทคนิคการปรุงยาและสูตรยาระดับหนึ่งทั้งหมดในโลกเทียนหยวนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กลายเป็นประสบการณ์ของเขาทันที
แต่มันก็หยุดลงอย่างรวดเร็ว ลู่เหยาได้รับประสบการณ์มาแค่หนึ่งในสี่ แต่แค่นั้นก็ทำให้เขากลายเป็นปรมาจารย์ปรุงยาขั้นต้นได้ในพริบตา
แม้หน้าต่างสถานะจะโชว์แค่ขั้นหนึ่ง แต่ด้วยประสบการณ์และเทคนิคที่แน่นปึ้ก บวกกับพื้นฐานอันแข็งแกร่ง เขาสามารถปรุงยาระดับสี่ได้สบายๆ
ตาลู่เหยาลุกวาว จะไปนั่งเรียนปรุงยาให้เสียเวลาทำไม ในเมื่อมีทางลัดให้เดิน!
เขาเลยลากอีกสองคนลงเขาไปหาสถานที่ที่มีคนปรุงยากันเยอะๆ เพื่อไล่ถ่ายรูป
แต่ผิดคาด แม้จะมีรางวัล แต่ก็น้อยนิดแค่ 0.001 แต้ม ซึ่งมันน้อยเกินไป ขืนเก็บทีละนิดแบบนี้ ชาตินี้คงไม่ครบ
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีแค่อีเวนต์ใหญ่ๆ เท่านั้นถึงจะได้รางวัลดีๆ เหตุผลที่เมื่อกี้ได้มาเยอะ น่าจะเป็นเพราะบารมีพระเอก ทำให้ฉากนั้นยิ่งใหญ่พอ จนได้รางวัลจัดหนัก
"อีเวนต์ใหญ่..."
คิดถึงตรงนี้ ลู่เหยาก็ปิ๊งไอเดีย อีเวนต์อะไรที่ไม่เล็ก และมีนักปรุงยามารวมตัวกันเยอะๆ? ก็ต้อง 'งานชุมนุมนักปรุงยา' ไง!
งานที่รวมอัจฉริยะรุ่นเยาว์จากทั่วสารทิศ ฉากแบบนั้นต้องยิ่งใหญ่พอแน่! แถมยังต่อยอดความคิดได้อีก ถ้าปรุงยาทำแบบนี้ได้ งั้นค่ายกลกับหลอมศาสตราก็น่าจะได้เหมือนกัน!
ดูมีอนาคตมาก เขาจำได้ว่าตระกูลลู่รับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยงานชุมนุมนักปรุงยาพอดี งั้นการที่นายน้อยสามอย่างเขาจะไปสังเกตการณ์ก็สมเหตุสมผลสุดๆ!
ประจวบเหมาะกับที่ลู่เหยากำลังวางแผนจะกลับบ้านพอดี ท่านแม่ส่งสัญญาณมาอึกๆ อักๆ เหมือนมีเรื่องจะบอก ให้เขารีบกลับไปด่วน
【ยันต์ใจกระจ่าง: ชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ประทานความกระจ่างแจ้ง (ลบล้างสถานะสับสนได้หนึ่งครั้ง)】
【หินยกระดับพรสวรรค์ขั้นต่ำ: พลิกฟื้นนาวาที่ล่มสลาย (ยกระดับพรสวรรค์ที่ต่ำกว่าระดับเซียนได้หนึ่งขั้น)】