เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ทะเลทรายแห่งความตาย 3

บทที่ 20 ทะเลทรายแห่งความตาย 3

บทที่ 20 ทะเลทรายแห่งความตาย 3


บทที่ 20 ทะเลทรายแห่งความตาย 3

ลั่วเยว่เจี้ยนนึกในใจว่าทำไมถึงเจอคนแปลกๆ แบบนี้อีกแล้วนะ? เกมรอบที่แล้วหนุ่มชุดสูทกับสาวน้อยบอบบางคอยเรียกหาเธอเป็นระยะก็ทำเอาเธอปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว เกมรอบนี้คงไม่เป็นแบบนั้นอีกหรอกนะ?

เพื่อไม่ให้พ่อหนุ่มรากไทรมโนไปเองต่อ ลั่วเยว่เจี้ยนข่มความรู้สึกที่อยากจะหายตัวไปจากตรงนั้น แล้วรีบพูดขึ้นว่า "ฉันไม่รู้ว่านายกำลังพูดเรื่องอะไร"

พูดจบ ก็ขยับนิ้วเรียกไพ่ที่ตกอยู่ข้างเท้าหนุ่มแว่นกลับคืนมา

ไพ่ไร้ขีดจำกัด (ไพ่คมกริบ): ไพ่มีความคมกริบไร้ขอบเขต ตัดเหล็กได้ดั่งตัดโคลน

ลั่วเยว่เจี้ยน: เข้าใจละ มีดฆ่าหมูดีๆ นี่เอง

เธอควรดีใจที่ไพ่ไร้ขีดจำกัดสามารถบินกลับมาหามือเจ้าของได้อัตโนมัติ ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องเดินเข้าไปในกลุ่มคน เพื่อก้มเก็บไพ่จากข้างเท้าหนุ่มแว่น

แต่ไพ่ใบนี้ดันไม่ทำร้ายหนุ่มแว่นซะงั้น เจ้าหนุ่มแว่นนี่โชคดีเกินไปแล้ว! เมื่อกี้เธอแอบทดสอบดูแล้ว หินบนพื้นไพ่ใบนี้ยังตัดขาดได้ง่ายๆ เลย

เธอเหลือบมองหนุ่มแว่นอย่างใช้ความคิด เจ้านี่คงไม่ใช่ลูกรักพระเจ้าอะไรทำนองนั้นหรอกนะ?

ผู้เล่นหน้าใหม่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ต่างตกตะลึงจนตาค้างปากอ้า

ชายหนุ่มหัวทองถามอย่างตะกุกตะกัก "นะ... นี่มันของบ้าอะไรเนี่ย? ทำไมถึงบินกลับมาเองได้ด้วยล่ะ?"

คุณลุงชุดลายพรางมองลั่วเยว่เจี้ยนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ปากก็ตอบกลับไปว่า "เป็นไอเทมรางวัลจากการเคลียร์เกมรอบที่แล้ว"

เห็นได้ชัดว่าจากฉากเมื่อกี้ทำให้เขาเข้าใจแล้วว่าลั่วเยว่เจี้ยนไม่ธรรมดา

แม้ตั้งแต่เริ่มเข้าเกมเขาจะพอสังเกตเห็นลางๆ แล้วว่าลั่วเยว่เจี้ยนอาจจะไม่ธรรมดา แต่จนกระทั่งเมื่อกี้ ที่ลั่วเยว่เจี้ยนใช้ไพ่กระดาษอ่อนนุ่มปัดขวดน้ำแร่ที่มีน้ำเต็มขวดในมือหนุ่มแว่นกระเด็นได้อย่างง่ายดาย แถมน้ำแร่ขวดนั้นยังมียาพิษอีก

สติปัญญาแบบนี้ ความสามารถแบบนี้ ดูถูกไม่ได้จริงๆ

คุณลุงชุดลายพรางซ่อนความหวาดระแวงในแววตา ยิ้มแย้มแล้วพูดต่อ "แค่ไม่รู้ว่าไอเทมของแม่หนูคนนี้คืออะไรกันแน่"

ลั่วเยว่เจี้ยนแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่ตอบกลับ

ลั่วเยว่เจี้ยนไม่ตอบ คุณลุงชุดลายพรางก็ไม่ได้รู้สึกเก้อเขินหรือโกรธเลยสักนิด ที่เขาพูดประโยคนี้เดิมทีก็เพื่อหยั่งเชิงสาวน้อยผมขาวเท่านั้น การที่สาวน้อยผมขาวไม่เล่นด้วยก็อยู่ในความคาดหมายของเขาอยู่แล้ว

ใครจะไปบอกความสามารถไอเทมของตัวเองให้คนอื่นรู้โดยไม่มีเหตุผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นไอเทมประจำตัว

หนุ่มแว่นได้สติกลับมาจากความตกใจเมื่อครู่แล้ว เดิมทีเขายังโกรธที่ลั่วเยว่เจี้ยนปัดน้ำขวดเดียวของเขาทิ้งจนหน้าแดงก่ำ แต่พอเห็นจิ้งจกตายอย่างน่าเวทนา และรู้ว่าในขวดน้ำแร่นั้นมียาพิษ หลังจากลั่วเยว่เจี้ยนช่วยชีวิตเขาไว้ หน้าเขาก็ยิ่งแดงก่ำเข้าไปใหญ่

เขาขยับริมฝีปาก ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงเอ่ยเสียงเบาว่า "ขอบคุณครับ..."

ลั่วเยว่เจี้ยนรู้ว่าทำไมเขาถึงขอบคุณเธอ แต่การที่เธอปัดขวดน้ำแร่ขวดนั้นทิ้งมันเป็นเรื่องบังเอิญล้วนๆ พอได้ยินหนุ่มแว่นขอบคุณ ตัวเองก็ส่ายหน้าด้วยความกระดากอาย

เพราะเธอไม่ได้ตั้งใจจริงๆ น่ะสิ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะน้ำขวดนั้นมียาพิษ เธอต้องโดนด่าเปิงแน่ๆ

เห็นลั่วเยว่เจี้ยนส่ายหน้าเบาๆ อย่างไม่ยี่หระ คนอื่นกลับรู้สึกเพียงว่าลั่วเยว่เจี้ยนไม่ใส่ใจเรื่องพรรค์นี้ แค่ทำไปตามสัญชาตญาณ ดูมีมาดระดับตัวเทพสุดๆ

หลังจากเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ทุกคนต่างพากันเทน้ำแร่ในเป้ออกจนหมด เผื่อว่าหลังจากนี้ต้องเดินในทะเลทรายแล้วเหนื่อยจนสติเลอะเลือน เผลอหยิบน้ำที่มีพิษขึ้นมาดื่มเข้า นั่นคงซวยบรรลัยแน่

พอเห็นลั่วเยว่เจี้ยนไม่ได้เทน้ำในเป้ของตัวเองทิ้ง สาวน้อยถักเปียสองข้างก็เตือนอย่างระมัดระวังว่า

"คุณไม่เทน้ำในเป้ทิ้งเหรอคะ? เกิดวันหลังเผลอดื่มเข้าไปมันจะไม่ดีเอานะ"

ลั่วเยว่เจี้ยนถอยหลังสองก้าวอย่างแนบเนียน แล้วส่ายหน้า เธอคิดเหมือนกับทุกคนนั่นแหละ แต่ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว เธอก็คิดว่าตัวเองอาจจะเผลอดื่มน้ำขวดนี้เพราะความสะเพร่า แต่ว่า นั่นไม่เข้าทางเธอพอดีหรอกเหรอ?

จากที่เธอลองเชิงระบบปล่อยจอยมาก่อนหน้านี้ ถ้าเกิดจากความผิดพลาดเพราะความไม่ระวังของเธอจริงๆ โอกาสที่จะถูกตัดสินว่าสำเร็จก็มีสูงมาก

อิอิ เรื่องรนหาที่ตายเนี่ย เธอฉลาดเป็นกรดอยู่แล้ว!

กลับเป็นพ่อหนุ่มรากไทรที่เห็นฉากนี้ เขาปรายตามองเธอและสาวน้อยถักเปียสองข้างแวบหนึ่ง ก่อนจะแบกเป้เดินป่าออกเดินทางนำไปก่อน

ในเป้มีแผนที่ที่บอสเตรียมไว้ให้พวกเขานิดหน่อย คล้ายกับลายแทงสมบัติสมัยโบราณ ใช้จุดสังเกตต่างๆ เป็นจุดเปลี่ยนเส้นทาง

ลั่วเยว่เจี้ยนมองแผนที่ในมือ พลางบ่นพึมพำในใจ: ไม่รู้ว่าแผนที่นี้วาดขึ้นเมื่อไหร่ ถ้าเวลามันผ่านมานานแล้ว พวกจุดสังเกตพวกนั้นคงไม่หายไปหมดแล้วหรอกนะ...

"น่าจะไปทางทิศนี้ ตอนนี้ประมาณสิบโมงเช้า ดูจากตำแหน่งดวงอาทิตย์ เราควรเดินไปทางนี้"

พ่อหนุ่มรากไทรสวมเสื้อแจ็คเก็ตกันลมสุดเท่ รองเท้าปีนเขาดูทะมัดทะแมงสุดๆ ตอนนี้ในมือถือแผนที่ เงยหน้ามองท้องฟ้าเพื่อระบุทิศทางเล็กน้อย

ชายหนุ่มหัวทองหมั่นไส้ท่าทางขี้เก๊กของพ่อหนุ่มรากไทร แสยะยิ้มเย็นชา ถามด้วยน้ำเสียงกังขา "เหอะ นายรู้ได้ไงว่าตอนนี้สิบโมงเช้า?"

พ่อหนุ่มรากไทรมองเขาเรียบๆ แวบหนึ่ง "ทฤษฎีเดียวกับนาฬิกาแดด ดูจากเงา เวลาที่เงาสั้นที่สุดคือเที่ยงวัน..."

เขาหยุดพูด กวาดตามองชายหนุ่มหัวทองหัวจรดเท้า แล้วตัดบท "ไม่อธิบายละเอียดแล้วกัน"

ประโยคต่อจากนั้นถึงพ่อหนุ่มรากไทรไม่พูดทุกคนก็ฟังออก: นายฟังไม่รู้เรื่องหรอก

ชายหนุ่มหัวทองโกรธจนอยากจะพุ่งเข้าไปเถียงด้วยอีก แต่ติดขัดด้วยเหตุผลหลายประการ เลยหลบไปยืนโกรธอยู่คนเดียวข้างๆ

เมื่อเวลาผ่านไปจนใกล้เที่ยง ดวงอาทิตย์ยิ่งร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนราวกับมองเห็นคลื่นความร้อนที่ม้วนตัวอยู่ในอากาศ ทะเลทรายที่เดิมทีก็ร้อนระอุอยู่แล้ว ตอนนี้ราวกับเป็นซึ้งนึ่งขนาดมหึมาที่ไร้ขอบเขต

คุณลุงชุดลายพรางเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนหน้าผาก ขมวดคิ้วพูดว่า "เดินต่อไม่ไหวแล้ว ขืนเดินต่อทุกคนรับไม่ไหวแน่ เราต้องหาที่ร่มๆ พักผ่อน รอให้ถึงตอนกลางคืนค่อยเดินทางต่อ"

เขาเลียริมฝีปากที่แห้งแตกจนลอก "แล้วก็ต้องหาแหล่งน้ำด้วย น้ำแร่แค่อย่างเดียวที่เราพกมามียาพิษ ถ้าไม่หาแหล่งน้ำทดแทน เราได้แห้งตายอยู่ที่นี่กันหมดแน่"

สายตาของเขามองไปที่พ่อหนุ่มรากไทร ดูจากพฤติกรรมก่อนหน้านี้ พ่อหนุ่มรากไทรคนนี้น่าจะมีประสบการณ์การเอาชีวิตรอดในป่ามาอย่างโชกโชน

พ่อหนุ่มรากไทรเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไร แต่ปีนขึ้นไปบนเนินทรายที่ค่อนข้างสูงแถวนั้นเพียงลำพัง ยืนมองไกลๆ จากยอดเนินอยู่ครู่หนึ่ง

สักพัก เขาก็เดินลงกลับมาที่กลุ่ม

"ตอนนี้ยังพักไม่ได้ แถวนี้ไม่มีร่องรอยสัตว์หรือพืชเลยสักนิด"

คุณลุงชุดลายพรางขมวดคิ้วเช็ดเหงื่อบนหัวไม่หยุด พยักหน้ารับ "ก็ได้ งั้นเราเดินทางต่อ รีบหาแหล่งน้ำใกล้ๆ ให้เร็วที่สุด"

คนอื่นในทีมแม้จะร้อนจนแทบไม่ไหว แต่ก็ยังพอทนได้ แถวนี้ไม่มีที่ร่มให้หลบแดดได้จริงๆ

พักกลางแดดเปรี้ยงๆ สู้ไม่พักซะยังดีกว่า การตากแดดที่ร้อนแรงเป็นเวลานานอาจทำให้เป็นลมแดดหรือผิวไหม้แดดได้ง่ายๆ

พวกเขาจำต้องออกเดินกันต่อ

"มีรอยเท้า..." ทันใดนั้น ปากของพ่อหนุ่มรากไทรก็เอ่ยประโยคที่ปลุกใจผู้คนออกมา

คนอื่นๆ ต่างมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นเต้น แล้วก็เห็นรอยเท้าลางๆ ปรากฏอยู่ห่างจากพวกเขาไปร้อยเมตรจริงๆ

มีเพียงคุณลุงชุดลายพรางที่สังเกตเห็นคำพูดที่ยังพูดไม่จบของพ่อหนุ่มรากไทร จึงขมวดคิ้วถามเสียงเบา "ทำไมเหรอ? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?"

พ่อหนุ่มรากไทรส่ายหน้า "...ยังไม่แน่ใจ"

พูดจบ ก็ก้าวเท้าเดินดุ่มๆ ตรงไปที่รอยเท้า

จนกระทั่งเดินมาถึงหน้ารอยเท้า ทุกคนถึงได้เห็นชัดว่านี่เป็นรอยเท้าคล้ายดอกเหมย ขนาดประมาณ 5-10 เซนติเมตร

"ดีจังเลย ในที่สุดก็เจอรรอยเท้าสัตว์แล้ว งั้นแถวนี้น่าจะมีแหล่งน้ำสินะ?" สาวน้อยถักเปียสองข้างพูดด้วยความตื่นเต้น

จบบทที่ บทที่ 20 ทะเลทรายแห่งความตาย 3

คัดลอกลิงก์แล้ว