- หน้าแรก
- ฉันเกษียณจากเกมสยองขวัญ มาเป็นผู้ช่วยตัวประกอบ
- บทที่ 21 ฉันเป็นผู้ช่วยให้ดาราหญิง 3
บทที่ 21 ฉันเป็นผู้ช่วยให้ดาราหญิง 3
บทที่ 21 ฉันเป็นผู้ช่วยให้ดาราหญิง 3
บทที่ 21 ฉันเป็นผู้ช่วยให้ดาราหญิง 3
[พี่เจิ้ง: เสี่ยวเหยา ทางพี่ได้ยื่นเรื่องขออนุมัติจากบริษัทให้ใหม่แล้วนะ ทางบริษัทกำลังคัดเลือกผู้ช่วยคนใหม่ให้อยู่ แต่คงต้องรออีกหลายวัน ช่วงนี้เธอต้องลำบากหน่อยนะ]
ลู่เหยาได้รับข้อความจากผู้จัดการส่วนตัว
เธอตอบกลับไปอย่างดีใจ: ขอบคุณค่ะพี่เจิ้ง ไม่ต้องแล้วค่ะ ฉันหาผู้ช่วยคนใหม่ได้แล้ว
ไม่ถึงสองนาที สายโทรศัพท์ก็ดังเข้ามา
น้ำเสียงของเจิ้งอวี้ซูนั้นน่าฟังมาก ทั้งอ่อนโยนและโอบอ้อมอารี นิสัยของเขาก็เป็นที่ยอมรับกันดีในวงการว่าเป็นคนดี เพราะหน้าตาที่โดดเด่นและชื่อเสียงที่ดีเยี่ยม เขาที่เป็นผู้จัดการซึ่งตามหลักควรจะอยู่เบื้องหลัง กลับมีฐานแฟนคลับในวงการจำนวนไม่น้อย
แฟนคลับทุกคนที่ไม่พอใจทีมงานของเมนตัวเอง แทบทุกคนเคยตะโกนเรียกร้องว่า "ขอให้สวรรค์ประทานเจิ้งอวี้ซูให้เมนฉันสักคนเถอะ"
"เสี่ยวเหยา" เจิ้งอวี้ซูถามเธอ
"เธอหาผู้ช่วยคนใหม่แล้วเหรอ? เป็นใครกัน? ไว้ใจได้หรือเปล่า?"
"ผู้ช่วยของศิลปินนั้นสำคัญมากนะ การคัดเลือกจะทำแบบลวกๆ ไม่ได้เด็ดขาด"
ลู่เหยารู้สึกทะแม่งๆ นิดหน่อย
แต่เธอก็ไม่ได้สงสัยในตัวเจิ้งอวี้ซู เพราะเจิ้งอวี้ซูดีกับเธอมาตลอด สองปีมานี้เขาไม่ได้ปั้นเด็กใหม่เลย พอลู่เหยาเข้าวงการมาก็มีเจิ้งอวี้ซูคอยดูแล แค่ในหลานตี้ก็ไม่รู้ว่ามีคนอิจฉาเธอมากแค่ไหนแล้ว
เธอยิ้มแล้วพูดว่า: "พี่วางใจเถอะค่ะ พี่จู๋อินเป็นลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง ไม่มีใครที่ฉันจะไว้ใจได้มากไปกว่าพี่เขาอีกแล้ว"
นี่คือพี่สาวนางฟ้าที่ลงมาจากดวงดาวสู่โลกมนุษย์เพราะคำอธิษฐานของเธอเชียวนะ!
เจิ้งอวี้ซูพูดกลั้วหัวเราะ: "ในเมื่อเป็นแบบนี้ พี่ก็วางใจแล้วล่ะ"
พอกดวางสาย รอยยิ้มที่มุมปากของเขาก็หายไป
เขานั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดโทรศัพท์ออกไปเบอร์หนึ่ง: "ไปสืบเรื่องผู้ช่วยคนใหม่ข้างกายลู่เหยามาหน่อย"
ลูกพี่ลูกน้อง? เสี่ยวเหยาของเขาไม่จำเป็นต้องมีลูกพี่ลูกน้องอะไรทั้งนั้น เธอแค่ต้องพึ่งพาและไว้ใจเขาคนเดียวก็พอแล้ว
ตอนที่ทั้งสองคนคุยโทรศัพท์กัน จู๋อินก็อยู่ข้างๆ ลู่เหยาไม่ได้เปิดลำโพง แต่ด้วยหูของจู๋อิน ย่อมได้ยินสิ่งที่ทั้งสองคนคุยกันอย่างสบายๆ
"นี่คือผู้จัดการของเธอเหรอ? เขาดีกับเธอมากไหม?"
ลู่เหยาพยักหน้า: "พี่เจิ้งเป็นเพื่อนบ้านสมัยเด็กของฉันเองค่ะ เขาเป็นคนมีความรับผิดชอบมาก ใส่ใจรายละเอียด และดูแลฉันดีมากๆ"
จู๋อินถาม: "ในเมื่อดีกับเธอขนาดนี้ ทำไมเธอถึงไม่มีผู้ช่วยล่ะ?"
บนใบหน้าของลู่เหยาปรากฏแววกลัดกลุ้มขึ้นมาเล็กน้อย เธอเล่าเรื่องบางอย่างให้จู๋อินฟัง
หลังจากเธอเซ็นสัญญากับหลานตี้ เจิ้งอวี้ซูก็จัดหาผู้ช่วยชื่อป๋อหลุนมาให้ ป๋อหลุนเป็นพนักงานเก่าแก่ของหลานตี้ เคยเป็นผู้ช่วยให้ราชินีจอเงินมาก่อน ความสามารถสูงมาก
แต่ป๋อหลุนมีนิสัยแข็งกร้าว แถมยังยุ่งมาก เวลาส่วนใหญ่จะหาตัวไม่เจอ พอลู่เหยามีธุระไปหาเขา ก็มักจะเห็นเขาคุยโทรศัพท์กับคนอื่นอยู่เสมอ
แถมระนอกจากงานที่จำเป็นแล้ว ป๋อหลุนแทบจะไม่มีการพูดคุยส่วนตัวใดๆ กับเธอเลย แม้แต่ตอนที่ลู่เหยาสอบถามเรื่องตารางงานเขาก็ไม่ตอบกลับ
ลู่เหยาทั้งน้อยใจและสับสน พยายามจะสื่อสารกับป๋อหลุน แต่อีกฝ่ายกลับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า: "ถ้าคุณลู่ไม่พอใจในตัวผม สามารถยื่นเรื่องขอเปลี่ยนผู้ช่วยกับบริษัทได้เลยครับ"
ลู่เหยาเองก็เป็นเด็กสาวที่ถูกที่บ้านตามใจมาตั้งแต่เด็ก จะไปทนรับความน้อยเนื้อต่ำใจแบบนี้ไหวได้ยังไง?
เธอทำเรื่องขอเปลี่ยนผู้ช่วย เจิ้งอวี้ซูถามเหตุผล เธอตอบแค่ว่านิสัยเข้ากันไม่ได้ เจิ้งอวี้ซูไม่ได้พูดอะไรแล้วก็ตอบตกลง
ผู้ช่วยคนใหม่ที่มาเป็นเด็กผู้หญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลู่เหยา ชื่อเหวินเหวิน เพิ่งเรียนจบมาไม่นาน เธอนิสัยอ่อนโยน เข้ากับลู่เหยาได้ดีมาก
น่าเสียดายที่ช่วงเวลาดีๆ อยู่ได้ไม่นาน ลู่เหยาเข้ากองถ่ายเรื่อง 《เจี้ยนเซี่ย》 รับบทนางเอกชื่อชื่อเลี่ยน
ดูเหมือนผู้กำกับจะไม่พอใจเธอเอามากๆ พระเอกที่เล่นคู่กันก็ไม่ชอบเธอ นอกจากเวลาถ่ายทำแล้ว ในกองถ่ายก็ไม่มีใครคุยกับเธอเลย
ถ้าจะบอกว่าลู่เหยายังไงก็เป็นดารา แถมมีข่าวลือว่ามีเส้นสายเบื้องหลัง ทุกคนยังพอจะเกรงใจอยู่บ้าง แต่เหวินเหวินนั้นเป็นสาวน้อยที่น่าสงสารจริงๆ
เธอเป็นแค่ผู้ช่วยตัวเล็กๆ ที่ไม่มีแบ็คกราวน์อะไร โดนกลั่นแกล้งในกองถ่ายอย่างโจ่งแจ้ง โดนด่าทอต่อหน้า ถูกเยาะเย้ยถากถาง บางทีข้าวกล่องก็ยังไม่ได้กิน
เหวินเหวินทนได้ไม่ถึงอาทิตย์ก็รับไม่ไหว ตาแดงก่ำมาขอลาออกกับลู่เหยา
ก่อนจะไป เธอดูลังเลเหมือนอยากจะพูดอะไรหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็แค่กอดลู่เหยาแล้วบอกว่า: "พี่ลู่เหยา เรื่องบริษัทกับกองถ่าย พี่ต้องระวังตัวให้มากๆ นะคะ"
จู๋อินรู้เรื่องของผู้จัดการสองคนนี้ดี แต่ในเนื้อเรื่องไม่ได้บอกละเอียดขนาดนี้
ลู่เหยารู้สึกเกรงใจนิดหน่อย: "ฉันรู้สึกเหมือนดวงฉันจะเป็นอริกับผู้ช่วยยังไงไม่รู้"
จู๋อินคิดในใจ ไม่ ไม่ใช่แบบนั้นหรอก ชัดเจนว่ามีคนจงใจทำให้เป็นแบบนี้ต่างหาก
คนคนนั้น ก็คือเดรัจฉานตัวแรก เจิ้งอวี้ซู
เล่นใหญ่เล่นโตเซ็นสัญญาดึงคนมาอยู่ในสังกัดตัวเอง แล้วยังให้เด็กใหม่มารับบทนางเอกฟอร์มยักษ์ แทบจะเป็นการหงายไพ่บอกทุกคนว่า เด็กใหม่คนนี้มีเด็กเส้น เป็นคนที่ฉันจะดัน
แต่ถ้าลู่เหยาเป็นเด็กเส้นปกติ บริษัทของเธอจะต้องประสานงานกับกองถ่ายไว้ล่วงหน้า เด็กใหม่ถ่ายละครครั้งแรก ข้างกายก็ต้องจัดเตรียมผู้ช่วยที่มีคุณภาพไว้คอยประกบ ปกป้องดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่อง
ไม่ใช่แค่ตั้งเป้าล่อเป้าไว้เฉยๆ โดยไม่มีมาตรการป้องกันอะไรเลย
ป๋อหลุนเป็นผู้ช่วยระดับเอซของบริษัท เดิมทีก็ตามดูแลราชาจอเงินรุ่นใหญ่ของหลานตี้อยู่ จู่ๆ ก็ได้รับแจ้งแกมบังคับให้เจียดเวลามาดันเด็กใหม่ เขาเป็นคนหัวไว ไม่นานก็รู้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ไม่อยากเอาตัวไปเกลือกกลั้วกับโคลนตม เลยใช้วิธีเพิกเฉย ไม่นานก็ทำให้ลู่เหยาเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอเปลี่ยนตัวเขาออกไปเอง
เหวินเหวินก็เป็นคนที่เจิ้งอวี้ซู "คัดสรรมาอย่างดี" เช่นกัน เด็กสาวจบใหม่ที่น่ารัก จิตใจอ่อนไหว นอกจากยิ้มเก่งกับนิสัยดีแล้ว ความสามารถทางวิชาชีพและความสามารถในการรับแรงกดดันเรียกได้ว่าเป็นศูนย์
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในกองถ่าย 《เจี้ยนเซี่ย》 เจิ้งอวี้ซูรู้เห็นทั้งหมด หรืออาจจะพูดได้ว่า สถานการณ์ในตอนนี้เป็นผลลัพธ์ที่เขาจงใจผลักดันให้เกิดขึ้น
เขาต้องการให้ลู่เหยาได้เรียนรู้ถึงความโหดร้ายของวงการบันเทิง และมีเพียงเขา เจิ้งอวี้ซู เท่านั้น ที่จะเป็นคนที่ช่วยเหลือเธอ ปลอบโยนเธอได้
ลู่เหยาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวงการที่โหดร้ายนี้เลย ยังคงเชื่ออย่างซื่อบื้อว่าเขาเป็นคนดี
จู๋อินแสดงความเห็น: "ดูๆ แล้ว ผู้จัดการของเธอนี่ห่วยแตกชะมัด"
ลู่เหยาเบิกตากว้าง: "หือ?"
เธอรีบพูดว่า: "พี่อย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะ เป็นปัญหาของฉันเอง"
"ไม่ ไม่ใช่ปัญหาของเธอ" จู๋อินยื่นน้ำให้เธอแก้วหนึ่ง เป็นของเหลวสีมรกตจางๆ ส่งกลิ่นหอมของสมุนไพรอ่อนๆ น่าดมมาก
ลู่เหยาสงสัย: "นี่คือเครื่องดื่มอะไรคะ?"
"สูตรลับเฉพาะของฉันเอง ของดีนะ" จู๋อินลูบหัวเธอ
"ดื่มแล้วดีต่อสุขภาพ"
พูดจบก็ต่อบทสนทนาเมื่อครู่: "เธออายุเท่าไหร่ เขาอายุเท่าไหร่? เธอเป็นเด็กใหม่เพิ่งเข้าวงการ แล้วเขาล่ะ เขาอยู่ในวงการบันเทิงมาตั้งกี่ปี สร้างชื่อเสียงมาได้ขนาดนี้ แค่เรื่องจัดหาผู้ช่วยที่เหมาะสมให้เธอสักคนยังทำได้ไม่ดีเลย"
จู๋อินเยาะเย้ยเรียบๆ: "แบบนี้ไม่เรียกว่าห่วยแตกแล้วจะเรียกว่าอะไร?"
ลู่เหยาพลันรู้สึกแสบจมูกขึ้นมาดื้อๆ
เธอได้ยินคนพวกนั้นนินทาเธอลับหลัง หาว่าเธอใช้เส้นสาย หาว่าเธอมีเสี่ยเลี้ยง แย่งบทคนอื่น เล่นแข็ง
เสียใจจนนอนไม่หลับทั้งคืน
พอพ่อแม่โทรมา เธอก็ยังต้องฝืนยิ้ม บอกว่าทุกอย่างราบรื่นดี ให้พวกเขารอดูละครที่เธอเล่นเป็นนางเอกออนแอร์
พี่เจิ้งจัดหาผู้ช่วยที่มีประสบการณ์ให้เธอตั้งแต่แรก ต่อมาก็เลือกเหวินเหวินที่เป็นวัยรุ่นตามคำขอของเธอ พี่เจิ้งทำเพื่อเธอมามากแล้ว จะไปรบกวนเขาอีกไม่ได้
ดังนั้น ต้องเป็นปัญหาของตัวเธอเองแน่ๆ
แต่เรื่องพวกนี้ ตั้งแต่แรกก็ไม่มีใครบอกเธอเลย
ครั้งแรกที่เธอได้ยินข่าวลือ เธอไปหาเจิ้งอวี้ซู บอกว่าไม่อยากรับบทนี้แล้ว
เจิ้งอวี้ซูหัวเราะแล้วว่าเธอ: "ยัยเด็กโง่ บทนี้เดิมทีก็ยังไม่ได้เคาะ เป็นแค่ข่าวลือที่ศิลปินฝั่งนู้นปล่อยออกมาเพื่อสร้างกระแสให้ตัวเอง พี่เจิ้งของเธอคนนี้ เพื่อจะชิงบทนี้มาให้เธอ ถึงกับนอนไม่หลับติดต่อกันตั้งหลายวันเชียวนะ"
"อีกอย่าง ตอนนี้บทยืนยันแล้ว จู่ๆ เธอจะไม่เล่น เธอรู้ไหมว่าเราต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาเท่าไหร่?"
ลู่เหยาเลยจำต้องล้มเลิกความคิด แล้วให้กำลังใจตัวเองต่อไป
บางครั้งเธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในบ่อโคลนที่เหนียวเหนอะและหนาวเหน็บ ทุกลมหายใจเข้าออกเต็มไปด้วยความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงที่จะดิ้นรนให้หลุดพ้น
แต่ตอนนี้มีคนคนหนึ่งยื่นมือมาหาเธอ แล้วบอกเธอว่า:
"ไม่ใช่ความผิดของเธอ"