- หน้าแรก
- ฉันเกษียณจากเกมสยองขวัญ มาเป็นผู้ช่วยตัวประกอบ
- บทที่ 17 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ 17
บทที่ 17 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ 17
บทที่ 17 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ 17
บทที่ 17 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ 17
เหวินชิวเย่เดินหน้าบึ้งออกมา ขึ้นรถ ต่อให้พยายามเก็บอาการแค่ไหน ก็อดไม่ได้ที่จะแสดงร่องรอยความไม่พอใจออกมา
เสิ่นซิ่นเคยเจฤทธิ์ปากของจู๋อินมาแล้ว เห็นสภาพเธอก็รู้ว่าไปไม่เป็นท่า
เดิมทีเขาก็ไม่อยากมาอยู่แล้ว "จู๋อินไม่ให้ความร่วมมือใช่ไหม? ผมบอกแล้ว กล้องวงจรปิดก็เห็นชัดๆ ว่าเสี่ยวจงขับรถชนรั้วกั้นเอง คุณก็ยังจะดันทุรังไปหาเรื่องเขา"
เขาไม่ได้บอกเหวินชิวเย่ว่า เขาไปสืบมาแล้วว่าจู๋อินความจริงเป็นคนที่บ้านใหญ่ ท่านผู้เฒ่าจัดหามาให้เสิ่นตงจวิน
เขาเป็นลูกชายคนเดียวของผู้เฒ่าเสิ่น แม้ผู้เฒ่าจะไม่ชอบขี้หน้าเขา แต่กับลูกชายคนเดียวคนนี้ก็ใจป้ำเสมอมา แม้เสิ่นซิ่นจะเจ้าชู้ แต่ก็ยังมีความเกรงใจผู้เฒ่าอยู่บ้าง
เขาไว้หน้าผู้เฒ่า ขนาดเรื่องที่จู๋อินล่วงเกินเขาก่อนหน้านี้ เขายังไม่คิดจะเอาความ
เหวินชิวเย่เจ็บใจ แต่แสดงออกเพียงสีหน้าคับแค้นใจ "ฉันอายุก็รุ่นแม่เขาแล้ว เด็กนั่นไม่รู้จักเคารพผู้หลักผู้ใหญ่เลย"
เสิ่นซิ่นพูดความจริง "เขาเป็นคนของเสิ่นตงจวิน คุณเป็นคู่ขาของผม คุณคาดหวังให้เขาเคารพคุณ นี่ไม่ฝันกลางวันไปหน่อยเหรอ?"
เหวินชิวเย่จ้องเขาอย่างไม่อยากเชื่อ
เสิ่นซิ่นสีหน้าไม่เปลี่ยน "ทำไม ฟังแล้วเจ็บปวด? ผมพูดผิดตรงไหน? ชิวเย่ ความคิดเล็กคิดน้อยของคุณ ซ่อนไม่มิดหรอกนะ"
เขาไม่เคยพูดออกมาตรงๆ แค่ไม่ใส่ใจเท่านั้น
แต่ตอนนี้เสี่ยวจง เริ่มจากโวยวายจะเข้าบริษัท ตอนนี้ก็มาหาเรื่องบัตเลอร์ตระกูลเสิ่นอย่างไม่มีเหตุผล จนทำตัวเองเข้าโรงพยาบาล จะปล่อยให้ท้ายกันต่อไปไม่ได้แล้ว
เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว "รอเสี่ยวจงรักษาตัวหายแล้ว ให้เขาไปอยู่เป็นเพื่อนพี่สาวที่ฝรั่งเศสซะ"
เหวินชิวเย่หันขวับ "คุณหมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่า เสิ่นกรุ๊ปจะเป็นของเสิ่นตงจวินเท่านั้น ขนาดผมยังไม่มีโอกาส ลูกนอกสมรสของผมยิ่งไม่มีสิทธิ์จะแตะต้อง"
เสิ่นซิ่นลูบคาง เสริมอีกประโยค "อ้อ ถ้าเสี่ยวจงฉลาดปราดเปรื่องถึงขนาดข่มเสิ่นตงจวินได้ ท่านผู้เฒ่าอาจจะเห็นแกพรสวรรค์ เสียดายที่เขาเหมือนผมแล้วก็เหมือนคุณ"
เหวินชิวเย่: "..."
เธอควรจะโกรธมาก แต่ประโยคเดียวของเสิ่นซิ่นที่ด่าตัวเองไปด้วย ทำให้คำพูดของเธอจุกอยู่ที่คอ
และเพราะคำพูดของเสิ่นซิ่นทำให้เธอตื่นตระหนก ขยำกระเป๋าแบรนด์เนมที่ตั้งใจถือมาวันนี้จนยับยู่ยี่
ผ่านไปเนิ่นนาน ถึงเค้นคำพูดออกมาเสียงเบา "เสี่ยวจงก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขตระกูลเสิ่นเหมือนกันนะ"
เสิ่นซิ่น: "ผิดแล้ว เสี่ยวจงเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของผม ไม่ใช่ของตระกูลเสิ่น"
เหวินชิวเย่: ?
เสิ่นซิ่น: "ตระกูลเสิ่นตอนนี้คนตัดสินใจคือท่านผู้เฒ่า ท่านผู้เฒ่ายอมรับใคร คนนั้นถึงเป็นคนตระกูลเสิ่น หลังจากท่านผู้เฒ่าสิ้นบุญ คนตัดสินใจคือเสิ่นตงจวิน"
"คุณคิดว่าไอ้เด็กเสิ่นตงจวินนั่น จะยอมรับลูกที่ผมไข่ทิ้งไว้นอกบ้านเหรอ?"
เหวินชิวเย่ไม่กล้าพูดอะไรถึงท่านผู้เฒ่า แต่เสิ่นตงจวิน--
"ยังไงซะ คุณก็เป็นพ่อแท้ๆ ของเขานะ"
เสิ่นซิ่นรู้สถานะตัวเองดี "ใช่ ถ้าผมไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของเขา วันที่ท่านผู้เฒ่าจากไป ผมคงโดนไล่ออกจากบ้านตามไปด้วยแล้ว"
เหวินชิวเย่: "..."
เสิ่นซิ่นเห็นสีหน้าเธอก็รู้ว่าพูดไปก็ไร้ประโยชน์
ยังไงก็เป็นคนข้างหมอนที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี เขาเตือนว่า "เพราะงั้น ต่อไปคุณก็อยู่เฉยๆ อย่าไปยุ่งกับเขาอีก ไม่อย่างนั้น ผมจะระงับบัตรเครดิตคุณ"
"..."
ทั้งสองคนไม่รู้เลยว่า ตอนที่เหวินชิวเย่จากมา มีผีเสื้อวิญญาณตัวหนึ่งที่ตาเปล่าของมนุษย์มองไม่เห็น ส่องแสงสีเขียวมรกต เกาะอยู่บนศีรษะเธอ ขึ้นรถตามมาด้วย
บทสนทนาระหว่างเหวินชิวเย่กับเสิ่นซิ่น จู๋อินก็ได้ยินทั้งหมด
ตอนนี้ ทั้งสองคนเตรียมขับรถไปเยี่ยมเหวินจงที่โรงพยาบาล
ผีเสื้อวิญญาณบนผมของเหวินชิวเย่ขยับปีกเบาๆ แสงสีเขียวมรกตฟุ้งกระจายจากปีกทั้งสองข้าง
เหวินชิวเย่ปวดตาจี๊ด ภาพตรงหน้าพลันปรากฏดวงตาสีเลือดคู่หนึ่ง
"กรี๊ด!" เธอกรีดร้อง
เสิ่นซิ่นตกใจสะดุ้ง "เป็นอะไร--"
ด้วยความตื่นตระหนก เท้าเหยียบคันเร่งผิด ท่ามกลางเสียงเบรกดังสนั่น รถหรูสีขาวพุ่งชนอัดก็อปปี้กับรั้วกั้นถนน
เหวินชิวเย่สลบเหมือดไปท่ามกลางความเจ็บปวดรวดร้าว
.
"รถชนอีกแล้ว?"
เสิ่นตงจวินได้รับข่าว ปฏิกิริยาแรกคือโทรหาจู๋อิน
เขาไม่กล้าพูดตรงๆ ถามแค่ว่า "เสิ่นซิ่นกับเหวินชิวเย่เมื่อกี้รถชน เธอรู้หรือเปล่า?"
จู๋อิน: "อ๋อ เพิ่งได้ยินว่าพวกเขาจะไปเยี่ยมลูกชายที่บาดเจ็บเพราะรถชน ตอนนี้ก็ดีเลย จะได้ไปพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัวที่โรงพยาบาลในทีเดียว"
เสิ่นตงจวิน: ...
ชัดเจน เรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับจู๋อินแน่
เขาเงียบไปครู่ใหญ่ ถึงพูดว่า "เธอกลับมาแล้ว มาที่ห้องหนังสือหน่อย"
ตอนนี้ก็ดึกแล้ว จู๋อินหอบของกินที่ห่อกลับมาพะรุงพะรังกลับถึงตระกูลเสิ่น
พอเข้าห้องหนังสือ เสิ่นตงจวินถึงถาม "ฝีมือเธอเหรอ?"
จู๋อินยอมรับอย่างตรงไปตรงมา "ใช่"
เสิ่นตงจวินสีหน้าซับซ้อน
ตอนแรกที่รู้ความสามารถของจู๋อิน เสิ่นตงจวินกังวลว่าเธอจะเป็นภัยต่อตระกูลเสิ่น
ต่อมาพบว่าเธอไม่ได้มีเจตนาแบบนั้น ก็เริ่มกังวลว่าพลังของจู๋อินแข็งแกร่งเกินไป ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดควบคุมเธอได้เลย
นี่เป็นเรื่องน่ากลัว แม้จู๋อินจะแสดงความปรารถนาดีต่อคนรอบข้างก็ตาม
จนกระทั่งอุบัติเหตุรถชนสองครั้งซ้อนนี้เกิดขึ้น เสิ่นตงจวินก็รู้ว่า สิ่งที่เขาหวาดกลัวได้เกิดขึ้นแล้ว
เธอสร้างอุบัติเหตุรถชนสองครั้งได้ง่ายดายขนาดนี้ สถานที่เกิดเหตุสะอาดหมดจดไร้ร่องรอย ไม่ว่าใครมาตรวจสอบ ก็เจอแค่ว่าเป็นอุบัติเหตุ
ถ้าเธอต้องการชีวิตใคร ก็คงง่ายดายเช่นกัน
"คุณไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ"
จู๋อินเอียงคอมองเขา "ฉันไม่ทำร้ายคนมั่วซั่วหรอก"
เสิ่นตงจวินหน้าเสีย "เธออ่านใจฉันอีกแล้ว?"
"เปล่าสักหน่อย" จู๋อินแย้ง
"สีหน้าคุณดูง่ายจะตาย ไม่ต้องอ่านใจหรอก"
เธอแจงให้เสิ่นตงจวินฟัง "เหวินจงคนนั้น คิดจะขับรถชนให้ฉันตกใจ ฉันก็เลยสั่งสอนเขาหน่อย วันนี้ผู้หญิงคนนั้น จะตบฉัน ฉันก็ต้องขู่กลับสิคะ"
น้ำเสียงของเธอเป็นธรรมชาติ สีหน้าก็ดูสมเหตุสมผล
โทรศัพท์เสิ่นตงจวินสั่น เป็นข้อความจากผู้ช่วย บอกว่าเหวินชิวเย่กับเสิ่นซิ่นฟื้นแล้ว ผลตรวจออกมาว่าทั้งคู่โชคดีมาก แค่สมองกระทบกระเทือนเล็กน้อย แม้แต่แผลถลอกหนักๆ ยังไม่มี
เพียงแต่เหวินชิวเย่อาจจะขวัญเสีย เดี๋ยวก็บอกว่าเห็นดวงตาสีเลือดน่ากลัว เดี๋ยวก็ร้องว่าเจ็บตา ตรวจดูแล้วไม่เป็นอะไร น่าจะเป็นผลข้างเคียงจากสมองกระทบกระเทือน
"..."
เสิ่นตงจวินมองจู๋อินเงียบๆ
จู๋อิน: "ผลออกมาแล้วเหรอคะ? ไม่เป็นอะไรกันใช่ไหม? คนอื่นไม่คิดฆ่าฉัน ฉันก็ไม่ฆ่าพวกเขาหรอกค่ะ"
เสิ่นตงจวิน: "...ฉันควรจะชมเธอว่ามีเหตุผลดีไหมเนี่ย?"
จู๋อินเชิดหน้าอย่างภูมิใจ "ก็แหงสิคะ!"