- หน้าแรก
- ฉันเกษียณจากเกมสยองขวัญ มาเป็นผู้ช่วยตัวประกอบ
- บทที่ 18 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ (จบ)
บทที่ 18 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ (จบ)
บทที่ 18 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ (จบ)
บทที่ 18 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ (จบ)
เสิ่นตงจวินคิดทบทวนอยู่หนึ่งวันหนึ่งคืน ก็ตระหนักได้ว่า การให้จู๋อินเป็นบัตเลอร์อยู่ที่ตระกูลเสิ่นต่อไป คือทางเลือกที่ดีที่สุด
เขารู้สึกรางๆ ว่า จู๋อินมีเหตุผลจำเป็นบางอย่างที่ต้องมาเป็นบัตเลอร์ที่ตระกูลเสิ่น ก่อนหน้านี้เขาพยายามสรรหาวิธีไล่เธอออก ตอนนี้มาคิดดูแล้ว ให้เธออยู่อย่างสงบเสงี่ยมในฐานะบัตเลอร์ตระกูลเสิ่น ดีกว่าอะไรทั้งหมด
ขืนปล่อยเธอออกไป ไปเจอพวกอิทธิพลมืดในสังคม แล้วซึมซับนิสัยเลวร้ายมา ด้วยความสามารถของเธอ คงได้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินแน่
ตั้งแต่นั้นมา ท่าทีของเขาที่มีต่อจู๋อินก็ผ่อนคลายลงกว่าแต่ก่อนมาก
จู๋อินเพิ่งมารู้สึกถึงความคิดของเขาหลังจากผ่านไปสักพักใหญ่
เธอขำนิดๆ "เจ้านายฉันคนนี้ ก็มีคุณธรรมใช้ได้แฮะ"
นอกจากเวลาอยู่ต่อหน้าหานชิงจือแล้วสติไม่ค่อยดี เสิ่นตงจวินก็แทบไม่มีข้อเสียอะไรเลย
บาร์บาร่าเห็นเธอทำตัวสบายๆ ก็อดเตือนไม่ได้ "โฮสต์ เพราะนี่เป็นโลกภารกิจแรกของเรา ถือเป็นภารกิจฝึกหัด ปกติความยากจะต่ำมาก ผ่านง่ายอยู่แล้ว"
มันบอกจู๋อินว่า หลังจากนี้จะเป็นภารกิจปกติแล้ว ความยากจะมากกว่านี้เยอะ
บาร์บาร่าไม่ได้โกหกเธอ
เพราะยาวิเศษขวดนั้น ความเข้าใจผิดในอดีตทั้งหมดของพระเอกนางเอกถูกเปิดเผยจนหมดสิ้น หลังจากปมในใจคลี่คลาย ทั้งสองก็เข้าใจความรู้สึกของกันและกัน เข้าสู่ช่วงรักหวานชื่นดูดดื่ม
เหวินชิวเย่ขวัญผวาจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ไม่กล้ามาหาเรื่องจู๋อินอีกเลย
คนอื่นนึกว่าเธอขี้ขลาดเพราะรถชน มีแต่เหวินชิวเย่กับเหวินจงสองแม่ลูกที่รู้ดี พวกเขาต่างเคย "เห็น" ดวงตาสีแดงฉานดั่งเลือดคู่นั้น
แถมขอแค่พวกเขาเข้าใกล้ตระกูลเสิ่น เข้าใกล้จู๋อิน หรือมีความคิดร้ายต่อเสิ่นตงจวิน ตกกลางคืนก็จะฝันเห็นดวงตาคู่นั้น
สองแม่ลูกฝันร้ายอยู่หลายครั้ง ก็ลงความเห็นตรงกันว่าจู๋อินมีของดี ไม่กล้ามายุ่งย่ามกับทางตระกูลเสิ่นอีก
ปีที่สามที่จู๋อินมายังโลกภารกิจ หานชิงจือตั้งครรภ์
ปีถัดมา เธอคลอดลูกสาวฝาแฝด
ตอนนี้ จู๋อินถือเป็น "คนเก่าคนแก่" ของตระกูลเสิ่นแล้ว หานชิงจือไว้ใจเธอมาก ส่วนเสิ่นตงจวิน ก็ยอมให้จู๋อินอุ้มลูกสาวเขาได้อย่างเหลือเชื่อ แน่นอน ภายใต้เงื่อนไขว่าเขาต้องจ้องตาไม่กระพริบ
จู๋อินไม่เข้าใจว่าทำแบบนี้มีความหมายอะไร ถ้าเธอคิดจะทำอะไรจริงๆ เสิ่นตงจวินจะห้ามได้เหรอ?
ผ่านไปอีกสี่ปี ฝาแฝดอายุห้าขวบ เจอคดีลักพาตัว ฝ่ายตรงข้ามเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลเสิ่น แค้นฝังหุ่นเพราะโดนแย่งโปรเจกต์สำคัญ เลยอยากสั่งสอนเสิ่นตงจวิน
ท่านประธานเสิ่นที่สุขุมขึ้นตามวัยแทบจะคลั่งตาย
บัตเลอร์จู๋อินที่ใช้ชีวิตวัยเกษียณในตระกูลเสิ่นที่สงบสุขเกินเหตุมาหลายปี: ...ไม่ออกโรงมาหลายปี นึกว่าฉันมาอยู่ตระกูลเสิ่นเพื่อกินข้าวฟรีเหรอไง?
บัตเลอร์สาวฉายเดี่ยวออกไป ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ก็อุ้มตุ๊กตาน้อยข้างละคนกลับบ้าน
ตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุ พบคนร้ายทั้งหมดนอนเกลื่อนพื้น ตรวจร่างกายไม่พบบาดแผลใดๆ แต่สีหน้าเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส
ได้ยินว่า พอพวกเขาฟื้นที่โรงพัก ต่างก็ร้องห่มร้องไห้สารภาพความชั่วทั้งหมดที่เคยทำมาในชีวิต และอ้อนวอนให้คุณตำรวจขังพวกเขาไว้ ขังให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
ตำรวจ: ??? ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ยินดีจัดให้
เสิ่นตงจวินกอดลูกสาวสองคนไว้ ขอบคุณจู๋อินด้วยตัวเอง และขอบคุณเธออย่างเป็นทางการเป็นการส่วนตัวอีกครั้ง
เขาจ้องมอง "บัตเลอร์" ตรงหน้า
ตั้งแต่จู๋อินมาตระกูลเสิ่นก็เกือบสิบปี เขาเปลี่ยนจากเด็กหนุ่มเลือดร้อนที่ไม่ค่อยมีความเป็นผู้ใหญ่ กลายเป็นผู้นำตระกูลที่สุขุมลุ่มลึก กาลเวลาทำให้ใบหน้าเขาดูคมเข้ม มีราศีและน่าเกรงขาม
แต่จู๋อินกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย ยังคงเหมือนตอนที่เพิ่งมาตระกูลเสิ่น ดูเป็นวัยรุ่นร่าเริง ดวงตาสดใสเป็นประกาย ไม่เหมือนคนที่ "ทำงาน" มาสิบปีเลยสักนิด
แม้แต่หานชิงจือยังมีครั้งหนึ่งควงแขนเธอแล้วร้องทัก "ทำไมเธอไม่เปลี่ยนไปเลย? หรือว่าการไม่แต่งงานไม่ม่ลูกจะช่วยให้เป็นสาวตลอดกาลได้จริงๆ?"
จู๋อินลูบหน้าตัวเอง ครุ่นคิด "ไม่เปลี่ยนเลยเหรอ?"
ตั้งแต่วันนั้น บัตเลอร์จู๋อินก็เริ่ม "มีอายุ" ขึ้น
เข้าสู่ปีที่สิบที่มาอยู่ตระกูลเสิ่น
ตระกูลเสิ่นกลับมาครึกครื้นอีกครั้งหลังจากเงียบเหงาไปนาน
ดูเหมือนว่ารักแรกเตรียมจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศถาวร คงไม่กลับมาอีก ก่อนไป อยากจะนัดเจอหานชิงจือเพื่ออำลา
หานชิงจือไป
ท่านประธานเสิ่นกับภรรยาที่รักกันปานจะกลืนกินมาหลายปีทะเลาะกันบ้านแตก ภรรยาเก็บกระเป๋าหนีออกจากบ้านกลางดึก คราวนี้ไม่ใช่แค่หนีไปคนเดียว แต่ยังหนีบลูกสาววัยกำลังซนสองคนไปด้วย
วันนั้น คนรับใช้ตระกูลเสิ่นทุกคนเหมือนอายุลดลงไปสิบปี หวนระลึกถึงความน่าสะพรึงกลัวตอนถูกสามีภรรยาคู่นี้ปั่นหัวเล่น
เสี่ยวติงเปลี่ยนจากหนุ่มหล่อหน้ามนกลายเป็นเชฟใหญ่หุ่นท้วมขาวผ่อง แถมยังคว้ารางวัลวงการอาหารมาหลายรางวัล ไปไหนมาไหนใครๆ ก็เรียกอาจารย์ติง
อาจารย์ติงได้ยินประโยคเย็นยะเยือกของประธานเสิ่นที่ว่า "ไปตามหาให้หมด! ต่อให้ต้องพลิกเมือง A ทั้งเมือง ก็ต้องหาภรรยาฉันให้เจอ!" ร่างกายก็สั่นสะท้านตามสัญชาตญาณ
เขารีบส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปหาจู๋อิน
เป็นที่รู้กันดีว่า บัตเลอร์จู๋อินมีวิชาที่คนอื่นไม่มี อย่างเช่น สามารถกำราบท่านประธานเสิ่นที่บางครั้งก็เพี้ยนๆ ได้
จู๋อินกระแอมหนึ่งที "ท่านประธานคะ ใจเย็นก่อน"
ประธานจอมเผด็จการตาแดงก่ำ เอ่ยเสียงเย็น "เธอกำลังสงสัยคำพูดของฉันเหรอ? บัตเลอร์?"
"โอ้โห!" บาร์บาร่าตื่นเต้น "ไม่ได้เห็นพระเอกโรคกำเริบมาหลายปี คิดถึงเหมือนกันนะเนี่ย"
คิดถึงก็จริง แต่ได้ยินน้ำเสียงแบบนี้มันน่าหงุดหงิดชะมัด
จู๋อินรู้วิธีรักษาโรคประธานจอมเผด็จการของเสิ่นตงจวินดี
เธอพาคนไข้เข้าห้องหนังสือ เมินเฉยต่อสีหน้าเกรี้ยวกราดของอีกฝ่าย ล้วงบัตรใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
บัตรสีดำสนิท ไม่รู้ว่าทำจากวัสดุอะไร ผิวหน้าแผ่รังสีเย็นเยียบออกมา
ทันทีที่บัตรใบนี้ปรากฏ เสิ่นตงจวินรู้สึกเหมือนอากาศในห้องหนังสือเย็นลงเฉียบพลัน แผ่นหลังหนาวสะท้านด้วยความหวาดกลัวที่ไร้ที่มา
ปลายนิ้วขาวซีดคีบบัตรใบนั้นไว้ จู๋อินถามอย่างจริงจัง "คืออย่างนี้ค่ะเจ้านาย ถ้าคุณต้องการจะพลิกแผ่นดินหาคุณนายจริงๆ ฉันยินดีรับใช้ค่ะ เพียงแต่..."
เธอทำหน้าลำบากใจนิดหน่อย "ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะมหาศาลไปหน่อย ทรัพย์สินของเสิ่นกรุ๊ป อาจจะไม่พอจ่ายค่าเสียหายนะคะ"
เสิ่นตงจวิน: "..."
สมองที่กำลังเดือดพล่านดูเหมือนจะเย็นลงทันตาเห็น
สีแดงในดวงตาจางหาย เขาเปลี่ยนมานั่งตัวตรงบนเก้าอี้ทำงาน มองจู๋อินเรียบๆ "เธอจงใจ"
สายตาจับจ้องไปที่ของในมือจู๋อินไม่วางตา น้ำเสียงระแวดระวัง "นั่นมันอะไร?"
จู๋อินแกว่งบัตรไปมาพร้อมรอยยิ้ม "ไอเทมเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ สามารถเรียกอสูรยักษ์ที่ดำดินได้ เพราะงั้น ถ้าวันไหนนายน้อยอยากจะพลิกแผ่นดินจริงๆ ก็มาหาฉันได้นะคะ"
หลายปีมานี้เธอไม่ได้เป็นบัตเลอร์เสียเปล่า โค้งตัวอย่างสง่างาม "บัตเลอร์ผู้ซื่อสัตย์ยินดีให้บริการค่ะ"
เสิ่นตงจวิน: "...ไม่ต้อง!"
โรคประธานจอมเผด็จการหายเป็นปลิดทิ้ง สมองปลอดโปร่ง ขับรถไปรับลูกเมียด้วยตัวเอง
บาร์บาร่ากอดพุงกลมๆ ของตัวเอง ตกใจแทบแย่ "โฮะ โฮสต์ นี่ก็สมบัติที่คุณเก็บหอมรอมริบมาจากงานที่แล้วเหรอ?"
จู๋อินเก็บกาด์กลับไปอย่างไม่ใส่ใจ ยิ้มตอบว่า "ใช่จ้ะ"
บาร์บาร่าหดคอ ไม่กล้าถามมากความ
ระ...ระบบอย่างมันจะมีวาสนาอะไรไปรู้เรื่องพวกนี้!
น่าจะเพราะถูกวิธีการแก้ปัญหาของบัตเลอร์กระแทกใจเข้าอย่างจัง โรคประธานจอมเผด็จการของเสิ่นตงจวินหายขาดในคืนนั้น และไม่เคยกำเริบอีกเลย
.
จู๋อินอยู่ที่โลกนี้รวมหกสิบปี
เธออยู่ตระกูลเสิ่นมาตลอด จาก "จู๋อิน" กลายเป็น "พี่จู๋อิน" แล้วก็ "ป้าจู๋อิน" "ยายจู๋อิน"
นายน้อยเสิ่นผู้เคยเยาว์วัย ก็ถูกกาลเวลาขัดเกลาจนกลายเป็นผู้เฒ่าเสิ่น
ผู้เฒ่าเสิ่นและคุณนายผู้เฒ่าเสิ่นกลายเป็นคู่รักต้นแบบในวงการไฮโซ ลูกหลานแต่ละบ้านต่างพากันอิจฉา หวังว่าตัวเองจะหาคู่ชีวิตที่รักกันยืนยงได้แบบนี้บ้าง
จู๋อิน "เกษียณ" พร้อมกับสามีภรรยาเสิ่นตงจวินเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนนี้พักอยู่ที่วิลล่าริมทะเลสาบที่เสิ่นตงจวินมอบให้ วันๆ หิ้วถังใบเล็กไปรังแกปลาเล่น
วันนี้ จู๋อินที่กำลังตกปลาเล่นตามปกติได้ยินบาร์บาร่าบอกว่า "ถึงเวลาแล้ว"
เธอกระตือรือร้นขึ้นมาทันที ทิ้งเบ็ด กลับห้องไปเปลี่ยนชุด แล้วไปเยี่ยมวิลล่าข้างๆ
เสิ่นตงจวินนั่งรอเธออยู่ที่สวน
จู๋อินเดินไปข้างเขา บอกเขาว่า "คุณกำลังจะตายแล้ว"
เสิ่นตงจวินความจริงก็พอรู้ตัวอยู่บ้าง ได้ยินดังนั้นก็แค่นเสียง "เธอพูดจายังไม่เข้าหูคนเหมือนเดิม"
จู๋อินมองเขาอย่างสงสัย "ฉันแค่พูดความจริง"
เธอนึกย้อนไปหลายสิบปีนี้ เสิ่นตงจวินชาตินี้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ชีวิตรักมีความสุข แถมยังมีร่างกายสุดยอดของตัวเอก สุขภาพแข็งแรง ปลอดโรคภัย
จนถึงวันนี้ที่หมดอายุขัย เรียกได้ว่าไม่เคยลำบากตรากตรำเลยสักนิด
เสิ่นตงจวินไม่เสียเวลา ถามเธอว่า "พอฉันตาย เธอจะเป็นยังไง?"
จู๋อินไม่ปิดบัง "ฉันก็จะไปจากที่นี่"
เสิ่นตงจวินถอนหายใจยาว วางใจลง
หลายสิบปีมานี้ แม้ทางใจเขาจะ "สงบศึก" กับจู๋อินแล้ว และอยู่ร่วมกันได้อย่างเพื่อนห่างๆ แต่เสิ่นตงจวินก็ยังมีความระแวงและป้องกันตัวต่อเธออยู่ลึกๆ
จนวินาทีนี้ เขาถึงสามารถมองเธออย่างเพื่อนคนหนึ่งได้อย่างแท้จริง
เขาพิจารณาจู๋อินอย่างละเอียด จู่ๆ ก็ถามว่า "ความจริง เธอไม่แก่เลย และไม่ได้หน้าตาแบบนี้ใช่ไหม?"
จู๋อินยิ้ม ต่อหน้าเขา ราวกับปาฏิหาริย์อันยิ่งใหญ่ได้เบ่งบาน ผมขาวแห้งเสียกลับกลายเป็นสีดำขลับ ผิวหนังที่เหี่ยวย่นกลับมาเต่งตึงมีน้ำมีนวล
ในดวงตาฝ้าฟางของเสิ่นตงจวิน สะท้อนภาพใบหน้าสาวงามสะพรั่ง
แม้จะสุขุมอย่างเขา ได้เห็น "การกลับเป็นหนุ่มสาว" ที่เหมือนปาฏิหาริย์กับตา ก็อดใจสั่นสะท้านไม่ได้
จู๋อินมองเขาพร้อมรอยยิ้ม "คุณดูเหมือน... จะไม่อิจฉาเท่าไหร่? ฉันนึกว่าคุณจะขอให้ฉันช่วยทำให้คุณกลับเป็นหนุ่มซะอีก"
เสิ่นตงจวินยิ้มส่ายหน้า "เธอไม่ได้กลับเป็นสาว เธอแค่เลือกที่จะแก่ไปพร้อมกับพวกเรา ก็เพื่อไม่ให้ตัวเองดูแปลกแยกเท่านั้นเอง"
เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าพลังชีวิตกำลังไหลออกจากร่างกาย แต่มันไม่ได้กะทันหัน เขาเตรียมการต่างๆ ไว้ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน ลูกสาวทั้งสองแต่งงานมีครอบครัว มีลูกหลานของตัวเอง เสิ่นกรุ๊ปพวกเธอก็บริหารได้ดี
พินัยกรรมก็ทำไว้นานแล้ว
สิ่งเดียวที่ห่วง...
เขากระซิบ "จู๋อิน ฉันขอร้องเธอเป็นเรื่องสุดท้าย พอฉันไปแล้ว เธอช่วยทำให้ชิงจือลืมฉันทีเถอะ"
เขากลัวภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากจะรับความสูญเสียนี้ไม่ไหว
ดวงตาจู๋อินฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง บอกเขาว่า "ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นหรอก คุณกับภรรยาเป็นคู่สร้างคู่สมที่จะถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร เธอไม่ต้องลืมคุณหรอก อีกเดี๋ยวเธอก็จะตายไปพร้อมกับคุณแล้ว"
เธอหันหน้าไป "เธอมาแล้ว"
หญิงชราผมขาวโพลนถือจานผลไม้สีแดงสดเดินเข้ามา เห็นจู๋อิน ก็ตกใจ "เธอ..."
เธอมองไปที่สามี สามีกำลังมองเธอด้วยความเศร้าสร้อย
หานชิงจือไม่เข้าใจสถานการณ์ ถูกเสิ่นตงจวินจับมือ ดึงให้นั่งลงข้างๆ ประสานนิ้วกันแน่น
หานชิงจือใจคอไม่ดี และมีความสงสัยมากมาย เช่น เด็กสาวตรงหน้าคนนี้ หรือจะเป็นญาติของจู๋อิน? แต่ต่อให้เป็นญาติ ก็ไม่น่าจะหน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบขนาดนี้นะ?
"ไม่ต้องถาม" เสิ่นตงจวินอิงแอบแนบชิดกับเธอ ดื่มด่ำช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต
จู๋อินคิดครู่หนึ่ง ล้วงของอย่างหนึ่งออกมาจากกระเป๋า:
"ไหนๆ ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายสิบปี ก่อนจากกัน ฉันให้ของขวัญพวกคุณชิ้นหนึ่งแล้วกัน"
จู๋อินวางด้ายแดงเส้นนั้นไว้บนโต๊ะ พูดว่า "พวกคุณปรึกษากันดูนะ ถ้าชาติหน้ายังอยากคู่กันอีก ก็ผูกมันไว้ที่ข้อมือ แบบนี้ ต่อให้ห่างกันหมื่นลี้ พวกคุณก็จะถูกดึงดูดเข้าหากัน"
"ลาก่อน" เธอเอ่ยเสียงเบา