เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ 8

บทที่ 8 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ 8

บทที่ 8 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ 8


บทที่ 8 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ 8

จู๋อินมองป้าสวีเดินเข้าประตูไป ก่อนอื่นก็เอาเสื้อคลุมไปคลุมไหล่นายน้อยหญิง พูดปลอบโยนเบาๆ สองสามคำ แล้วเดินไปข้างกายเสิ่นตงจวิน กระซิบพูดอะไรบางอย่าง

สุดท้ายเสิ่นตงจวินก็ปังประตูเดินจากไปด้วยความโมโห

จู๋อินเชื่อว่าเขาโกรธจริง เพราะเขาไม่แม้แต่จะชายตามองเธอที่ยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนเลยสักนิด

ป้าสวีประคองหานชิงจือไปที่ห้องนอนข้างๆ ป้าแม่บ้านทำความสะอาดเข้าไปเก็บกวาด

ทุกขั้นตอนช่างคล่องแคล่วและเป็นระเบียบเรียบร้อยเหลือเกิน

จู๋อินคิดครู่หนึ่ง แล้วเข้าไปในห้องของหานชิงจือเป็นคนแรก

เธอกำลังถือแก้วน้ำอุ่นนั่งเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่าง

พอเห็นจู๋อิน เธอก็ฝืนยิ้มออกมา

จู๋อินนั่งลงข้างๆ เธอ ถามว่า "สะดวกบอกฉันไหมคะ ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น?"

หานชิงจือเอ่ยเสียงเบา "ไม่มีอะไรหรอกค่ะ"

เห็นชัดว่าเธอไม่อยากพูดถึง จู๋อินนั่งเป็นเพื่อนเธอครู่หนึ่ง แล้วลุกเดินไปที่ห้องหนังสือ

เสิ่นตงจวินยังใส่ชุดคลุมอาบน้ำ กำลังจัดการเอกสารในคอมพิวเตอร์อย่างเกรี้ยวกราด เคาะคีย์บอร์ดแรงจนไฟแทบแลบ

พอเห็นเธอ เขาเอ่ยเสียงเย็น "ใครอนุญาตให้เธอเข้ามา?"

จู๋อินมีท่าทีสบายๆ กว่าเวลาอยู่ต่อหน้าเขา เธอดีดนิ้ว เครื่องดื่มสีฟ้าใสที่มีไอเย็นลอยฟุ้งปรากฏขึ้นข้างกายเสิ่นตงจวิน

เสิ่นตงจวินเอ่ยเสียงเย็น "ในที่สุดก็ทนไม่ไหว คิดจะวางยาพิษฉันสินะ?"

จู๋อิน: "...คุณดูท่าทางจะโกรธจนสติหลุดไปแล้วจริงๆ นะคะเนี่ย"

ถ้ายังมีสติอยู่บ้าง เสิ่นตงจวินคงไม่พูดกับเธอแบบนี้แน่

เสิ่นตงจวินได้ยินดังนั้น กลับไม่ลังเลอีกต่อไป ยกแก้วเครื่องดื่มนั้นขึ้นดื่มรวดเดียวหมด

——รสชาติไม่เลวแฮะ

ห้องหนังสือตกอยู่ในความเงียบ

ผ่านไปครึ่งนาที จู๋อินถาม "ใจเย็นลงหรือยังคะ?"

เสิ่นตงจวินสีหน้าเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ผ่านไปเนิ่นนาน ถึงถามว่า "เธอให้ฉันดื่มอะไร?"

จู๋อินหาเก้าอี้นั่งลง พูดอย่างภูมิใจว่า "เครื่องดื่มสูตรพิเศษของฉันเองค่ะ สดชื่นผ่อนคลายจิตใจ เป็นไงคะ ได้ผลดีใช่ไหมล่ะ?"

เสิ่นตงจวินเงียบ

ปฏิกิริยานี้ของเขา เท่ากับยอมรับประสิทธิภาพของเครื่องดื่มแก้วนี้

จู๋อินอารมณ์ดีขึ้น ถามเขาต่อ "พวกคุณสองคนเกิดเรื่องอะไรขึ้นคะ ถึงได้ทะเลาะกันดึกๆ ดื่นๆ ขนาดนี้?"

ได้ยินดังนั้น เสิ่นตงจวินก็ทำท่าจะโกรธขึ้นมาอีก แต่ฤทธิ์ของเครื่องดื่มยังคงอยู่ ทุกครั้งที่ความโกรธปะทุขึ้น ในหัวของเขาก็เหมือนมีน้ำเย็นจัดสาดลงมาจากฟ้า ดับไฟโกรธจนมอดสนิทไม่เหลือซาก

สุดท้าย เขาเพียงแค่เอ่ยเสียงเย็นว่า "ไม่เกี่ยวกับเธอ"

"เกี่ยวสิคะ ฉันเป็นแฟนคลับคู่จิ้นของพวกคุณนะ!"

จู๋อินงุนงงมาก "จากการสังเกตของฉัน คุณก็ชอบเธอ เธอก็ชอบคุณนี่นา"

ดวงตาของเสิ่นตงจวินเบิกกว้าง ตะโกนเสียงดัง "เธอพูดบ้าอะไร? ฉันไม่ได้ชอบหล่อนสักหน่อย!"

จู๋อิน: "..."

ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปาก ก็ได้ยินเขาพูดเสียงแข็งอีกว่า "ฉันไม่มีวันชอบผู้หญิงที่มีผู้ชายอื่นอยู่ในใจหรอก!"

จู๋อินขยับปาก เสิ่นตงจวินก็พูดดักคออย่างระแวดระวัง "คราวก่อนตกลงกันแล้วนะ ห้ามเธอแอบอ่านใจฉันตามใจชอบ! แล้วก็ห้ามย้อนเวลาพร่ำเพรื่อด้วย!"

จู๋อินถอนหายใจอย่างเสียดาย เธอเป็นคนมีหลักการ ในเมื่อรับปากแล้ว ก็จะไม่ผิดคำพูด

เธอทำได้แค่ถาม "งั้นคุณบอกฉันมา ว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น?"

ด้วยนิสัยปากหนักของเสิ่นตงจวิน เรื่องแบบนี้คงเน่าคาปากไปชั่วชีวิต ตายก็ไม่มีวันบอกใคร

แต่คนตรงหน้าคือตัวตนลึกลับที่มาแปลก เผลอๆ จะไม่ใช่คนด้วยซ้ำ

ขนาดการย้อนเวลาที่เป็นวิธีเหนือธรรมชาติเธอยังทำได้ ปิดบังเธอไปก็ไร้ความหมาย

เสิ่นตงจวินอยากจะโกรธอีก แต่โดนน้ำเย็นสาดใส่หัวจนสะดุ้ง

เขาหลุบตาลง พูดอย่างเบื่อหน่าย "ฉันเห็นไอ้ผู้ชายคนนั้นส่งข้อความหาหล่อน"

จู๋อินเข้าใจทันที ผู้ชายคนนั้น น่าจะเป็นรักแรกที่หานชิงจือเคยแอบชอบ

เสิ่นตงจวินใช้วาจารุนแรง "คนดีๆ ที่ไหนจะส่งข้อความหาเมียชาวบ้านตอนดึกๆ ดื่นๆ มันมีเจตนาไม่ดีชัดๆ!"

จู๋อินถามก่อน "นายน้อยหญิงตอบว่าไงคะ?"

เสิ่นตงจวินแค่นเสียงหึ

จู๋อิน: ?

เธอจ้องเสิ่นตงจวินอย่างสงสัยอยู่สองวินาที "นายน้อยหญิงคงไม่ใช่ว่ายังไม่ได้ตอบหรอกนะ?"

เสิ่นตงจวินเอ่ยเสียงเย็น "หล่อนแค่ยังไม่ทันได้ตอบต่างหาก"

ดันถูกเขาเห็นเข้าเสียก่อน

เขาตกใจตื่นจากฝันร้าย ลุกขึ้นจะไปเทน้ำ ก็เห็นหน้าจอโทรศัพท์ข้างหมอนของหานชิงจือสว่างขึ้น

[ชิงจือ วันนี้ชมดอกบัว ทำให้นึกถึงรูปถ่ายที่ถ่ายให้คุณเมื่อเจ็ดปีก่อน]

ชื่อเมมเบอร์คือชื่อที่เขาเกลียดเข้ากระดูกดำ

ตอนนั้นเขาก็นอนไม่หลับแล้ว ยืนทะมึนอยู่หัวเตียงครึ่งค่อนวัน หานชิงจือตื่นขึ้นมางัวเงียตกใจแทบแย่

หลังจากนั้นก็เป็นการซักไซ้ พูดคุย ทะเลาะเบาะแว้ง

จนกระทั่งคนทั้งคฤหาสน์ตระกูลเสิ่นตื่นกันหมด ทุกคนต้องตื่นมาทำงานก่อนเวลาหลายชั่วโมง

"..."

จู๋อินอดไม่ได้ จ้องหน้าเขา "คุณเป็นบ้าเหรอคะ?"

เสิ่นตงจวินจ้องกลับอย่างเย็นชา

จู๋อินไม่กลัวสายตาเขาหรอก ยังไงเขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจ้องปล่อยไอเย็นใส่

จู๋อินรำพึง "นายน้อยหญิงอารมณ์ดีจริงๆ ถ้าเป็นฉันนะ ใครมาจ้องหน้าตอนดึกๆ ดื่นๆ ไม่หลับไม่นอน ฉันจะจับถ่างตาให้จ้องไปเลยสามวันสามคืน"

บาร์บาร่าตัวสั่น รีบพูดว่า "โฮสต์ เราเป็นบัตเลอร์นะ ไม่ใช่ตัวร้าย"

จู๋อินจ้องเสิ่นตงจวิน พลางครุ่นคิด

"บาร์บาร่า เธอไม่คิดว่าพระเอกดูแปลกๆ เหรอ?"

จากการสังเกตหลายวันมานี้ เธอมั่นใจมากว่า เสิ่นตงจวินในทุกด้าน ถือว่าเพียบพร้อมตามมาตรฐาน "อัจฉริยะ" ของโลกมนุษย์

หน้าตา ฐานะ ความสามารถ กลยุทธ์ ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ในเสิ่นกรุ๊ปมีคนรุ่นใหม่นับไม่ถ้วนยกย่องให้เขาเป็นไอดอล

คนแบบนี้ กลับมักจะควบคุมตัวเองไม่ได้เวลาเป็นเรื่องของหานชิงจือ อย่างเช่นพฤติกรรมบ้าบอในคืนนี้

จู๋อินแทบจะสงสัยว่าเขาป่วยเป็นโรคอะไรหรือเปล่า แต่เมื่อไม่นานมานี้เสิ่นตงจวินเพิ่งตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพราะอาการเวียนหัว ร่างกายเขาแข็งแรงดีมาก ไม่มีปัญหาทางจิตใดๆ

จู๋อินไม่เข้าใจเลย

บาร์บาร่ากลับพูดขึ้นทันควัน "ฉันรู้ๆ นี่ทำไปเพื่อแสดงให้เห็นว่านางเอกมีสถานะพิเศษเพียงหนึ่งเดียวในใจพระเอกไง!"

จู๋อิน: ?

บาร์บาร่าพูดอย่างตื่นเต้น "พระเอกที่เยือกเย็นสุขุม จะสูญเสียสติสัมปชัญญะก็ต่อเมื่อเจอกับเรื่องที่เกี่ยวกับนางเอก มันฟินจะตายไป!"

จู๋อิน: ??

สูญเสียสติ? นี่มันเสียสติปัญญาชัดๆ

ที่แท้ความยากของภารกิจสำนักงานทะลุมิติก็อยู่ที่นี่เอง

ออกจากห้องหนังสือ บัตเลอร์จู๋อินเพิ่มค่าจ้างให้ทุกคนอีกหนึ่งวัน เป็นค่าทำขวัญ

อาหารเช้าเสิ่นตงจวินไม่ได้ลงมากิน

หานชิงจือนั่งกินเงียบๆ คนเดียว แล้วบอกว่าจะออกไปข้างนอก

เธอเพิ่งลุกขึ้น เสียงเย็นยะเยือกก็ดังมาจากชั้นบน "เธอจะไปหาไอ้หมอนั่นใช่ไหม?"

หานชิงจือยิ้มเย็นเช่นกัน "ใช่ ในเมื่อคุณปักใจเชื่อไปแล้วนี่?"

จู๋อิน: ?

ครึ่งชั่วโมงก่อนเธอเดินผ่าน หานชิงจือกำลังคุยโทรศัพท์ เธอได้ยินเต็มสองหู ชัดเจนว่าเป็นเพื่อนชวนไปเดินห้าง

ระหว่างที่กำลังอึ้ง ประธานจอมเผด็จการบนบันไดก็ระเบิดลงแล้ว "ไสหัวไป! ก้าวออกจากประตูนี้ไปแล้ว ก็อย่ากลับมาอีก!"

หานชิงจือหน้าซีดเผือด หันหลังเดินหนีทันที

"เอ๊ะ..."

จู๋อินจะรั้งเธอก็ย่อมได้ แต่รู้สึกว่าถ้ารั้งไว้แบบนี้ ดูจะไม่ยุติธรรมกับหานชิงจือไปหน่อย เพราะเสิ่นตงจวินตอนนี้ดูบ้าคลั่งเกินเยียวยา

คนอื่นตกใจจนไม่กล้าหายใจแรง ต่างคนต่างหามุมมืดหลบซ่อนแกล้งทำตัวไร้ตัวตน

จู๋อินขมวดคิ้ว มองไปที่เสิ่นตงจวิน กลับเห็นเขาสีหน้าเจ็บปวดกุมท้องไว้

ป้าสวีโผล่ออกมาจากมุม กระซิบว่า "นายน้อยโรคเก่ากำเริบอีกแล้วค่ะ"

จู๋อิน: "? พูดอะไรคะเนี่ย เดือนที่แล้วเขาเพิ่งตรวจร่างกาย แข็งแรงจะตาย" โรคเก่าสิบกว่าวันเหรอ?

ใบหน้าป้าสวีฉายแววงุนงงวูบหนึ่ง

จู๋อินขี้เกียจไปใส่ใจกับการตั้งค่าที่ไม่สมเหตุสมผล เดินไปตรงหน้าเสิ่นตงจวิน ยังไม่ทันเข้าใกล้ ก็ได้ยินเขาตวาดลั่น "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!"

จู๋อินยิ้ม "ได้ค่ะ นายน้อย"

ลมพายุลูกใหญ่พัดเข้ามาจากประตูอย่างกะทันหัน ป้าสวีและคนอื่นๆ ยกมือขึ้นบังโดยสัญชาตญาณ พอตั้งสติได้ นายน้อยก็หายตัวไปแล้ว

เหลือเพียงบัตเลอร์จู๋อินยืนยิ้มอยู่ที่เดิม พูดว่า "ป้าสวีคะ ดูเหมือนร่างกายนายน้อยจะไม่มีปัญหาอะไรนะคะ ดูสิคล่องแคล่วว่องไวเชียว"

จบบทที่ บทที่ 8 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ 8

คัดลอกลิงก์แล้ว