เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 ชื่อเสียงของดยุกบรูกส์

บทที่ 27 ชื่อเสียงของดยุกบรูกส์

บทที่ 27 ชื่อเสียงของดยุกบรูกส์


บทที่ 27 ชื่อเสียงของดยุกบรูกส์

ตอนที่คุยกันในห้องเมื่อครู่ เฉิงสือสังเกตเห็นว่าบาดแผลบนตัวคนแคระที่ถูกฆ่าตายมีลักษณะพิเศษบางอย่าง

ดูไม่เหมือนบาดแผลจากอาวุธมีคมอย่างกริชที่นักฆ่านิยมใช้ แต่เหมือนโดนฟันด้วยมีดที่ทื่อๆ มากกว่า

อย่างเช่น...

เฉิงสือกวาดตามองไปรอบๆ ครู่หนึ่ง แล้วเตะมีดเปื้อนเลือดเล่มหนึ่งออกมาจากใต้เตียง

ดูจากความยาวและขนาดของมีดแล้ว เหมือนจะเป็นอาวุธของพวกคนแคระเองมากกว่า

ดาบศึกคนแคระ

แต่คงเพราะมีใครบางคนมั่นใจว่าพวกเราจะอยู่ที่นี่ไม่นาน วิธีการจัดการที่เกิดเหตุเลยดูชุ่ยๆ จะเรียกว่าจัดการยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

เขาไม่สนใจรายละเอียดพวกนี้เลย

"น่าสนใจ......"

เฉิงสือนึกย้อนถึงบทสนทนาระหว่างเขากับอาหมิง พลางสำรวจศพคนแคระที่ตายไปอย่างละเอียด

ไม่นานเขาก็เริ่มเห็นความผิดปกติบางอย่าง

ดูจากตำแหน่งของศพคนแคระทั้งหกและร่องรอยการต่อสู้ในที่เกิดเหตุ เหมือนพวกมันรุมโจมตีเป้าหมายเดียวกันจริงๆ

บางทีอาจเป็นเพราะฟางซือฉิงรีบดึงเฉิงสือออกมา ทำให้อาหมิงที่ตามมาทีหลังซวยรับเคราะห์ไป

แต่สิ่งที่ทำให้เฉิงสือสงสัยยิ่งกว่าคือ บาดแผลบนตัวทั้งหกศพมีน้ำหนักการลงดาบไม่เท่ากัน

ดูไม่เหมือนคนคนเดียวเป็นคนฆ่า แต่เหมือนมีคนหกคนต่างหากที่ฆ่าพวกคนแคระ

บังเอิญจัง ฆาตกรกับผู้ตาย มีหกคนเท่ากันเป๊ะ

"ฆ่ากันเอง?"

เฉิงสือขมวดคิ้วแน่น เริ่มคิดว่านักฆ่ามีพรสวรรค์ในการควบคุมคนแบบนี้ด้วยหรือเปล่า อย่างน้อยในฝ่าย [ระเบียบ] พรสวรรค์แบบนี้ก็ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยนัก

"สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวายดีแท้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้อะไรเลย"

เฉิงสือหยิบแหวนที่ค้นเจอจากศพคนแคระศพหนึ่งขึ้นมา ส่องดูกับแสงแดดที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง หรี่ตาพิจารณา

ดูไปก็เดาะลิ้นชมไปว่า

"งานละเอียดจริงๆ ไม่รู้ต้องใช้ฝีมือระดับไหนถึงจะตีแหวนได้ประณีตขนาดนี้ น่าเสียดาย ตอนนี้เป็นของฉันแล้ว"

เขายิ้มแล้วเก็บแหวนเข้ากระเป๋า จากนั้นก็เดินทอดน่องออกจากห้องคนรับใช้

พอออกจากประตูก็เจอไป๋หลิงยืนยิ้มรออยู่

เฉิงสือหน้าตึงทันที แกล้งด่าว่า

"จะเกาะติดฉันไปถึงไหน?"

ไป๋หลิงไปหาชุดกระโปรงมาจากไหนไม่รู้ เธอเลียนแบบท่าทางของพวกคุณนายขุนนาง ย่อตัวทำความเคารพอย่างสง่างาม แล้วหัวเราะคิกคัก

"ขอเกาะขาใหญ่หน่อย คงไม่รังเกียจนะคะ?"

"เกาะได้ แต่อย่าจับมั่วซั่ว"

"ขาใหญ่วางใจเถอะค่ะ ฉันเชื่อฟังจะตาย ให้จับตรงไหนก็จับตรงนั้น"

"......"

เฉิงสือขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง เดินอ้อมเธอไปข้างหน้า

"พอดีเลย ชุดนี้ฉันเป็นผู้ติดตามนายได้ เจออะไรบ้างไหม?"

"ผู้ติดตามที่ไหนเดินนำหน้าเจ้านายกัน?"

ไป๋หลิงรีบเดินตามมาทัน กระซิบตอบว่า

"คฤหาสน์ใหญ่มาก แขกก็เยอะ เมื่อกี้ฉันเพิ่งตีหัวคุณนายคนหนึ่งสลบแล้วหลอกถามสามีหล่อนมา ดูเหมือนดยุกบรูกส์จะยังไม่โผล่หัวออกมาเลย เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงก็จะถึงกำหนดการที่เขาต้องออกมาประกาศแล้ว"

เฉิงสือเลิกคิ้ว นึกในใจว่าผู้หญิงที่ไม่เคารพกฎเกณฑ์นี่หาข่าวไวดีจริงๆ

เขาเดินตามไป๋หลิงเข้าไปในห้องโถงกลางของคฤหาสน์ เดินฝ่าวงล้อมขุนนางมากมาย ไม่นานก็เห็นเงาของเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ

ทุกคนเปลี่ยนชุดใหม่กันหมดแล้ว กำลังแยกย้ายกันตรวจสอบ

เฉิงสือกวาดตามองห้องโถงรอบหนึ่ง แล้วตัดสินใจพาไป๋หลิงเดินออกจากที่นั่นทันที

"ขาใหญ่?"

"คำตอบไม่ได้อยู่ที่นี่"

"อ้อ" ไป๋หลิงตอบรับเบาๆ แล้วเดินตามเฉิงสือไปทางอื่น

เฉิงสือเห็นเธอเดินตามเงียบๆ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าขาดอะไรไป เลยทักขึ้นว่า

"ไม่ถามหน่อยเหรอว่าทำไม?"

"ฉันเชื่อฟังก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้เหตุผลหรอกค่ะ แต่ถ้าขาใหญ่อยากได้คนชวนคุย ฉันก็แกล้งทำได้เหมือนมากนะ"

"......"

คนอะไรเนี่ย ไม่น่าสนใจเอาซะเลย

อย่าว่าแต่เทียบกับซ่งย่าเหวินในรอบที่แล้วเลย เทียบเฉินชงยังไม่ได้ด้วยซ้ำ อย่างน้อยหมอนั่นก็ทำให้ฉันรู้สึกภูมิใจในตัวเองได้บ้าง

แต่มีบางเรื่อง เก็บไว้ในใจไม่พูดมันอึดอัด

"แหวนคนแคระงานละเอียดมาก"

"แล้วไงคะ?"

"พวกท่านขุนนางไม่สนใจแหวนคนแคระหรอก"

"อ้อ แล้วไงต่อ?"

"ดังนั้นเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่นี่"

"อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง ขาใหญ่สุดยอดไปเลย"

"......เธอหุบปากไปเถอะ"

"ค่า" ไป๋หลิงยิ้มร่าเหมือนนกน้อย ทำเอาแขกเหรื่อรอบข้างหันมามอง

"งั้นขาใหญ่ ตอนนี้เราจะไปไหนกันคะ?"

เป็นคำถามที่ดี

จริงๆ แล้วเป้าหมายแรกของเฉิงสือคือพวกคนรับใช้ชั้นล่างที่ต้องติดต่อกับผู้ลี้ภัยคนแคระบ่อยๆ แต่จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่า ในเมื่อคนแคระมาที่นี่เพราะเรื่องของดยุก งั้นไปเจอท่านดยุกสักหน่อยก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว

เขาจึงชี้ไปที่บันได บอกให้ไป๋หลิงขึ้นไป

ไป๋หลิงหน้าเปลี่ยนสี ร้องอุทานเบาๆ ว่า

"มีทหารยาม เราเดินดุ่มๆ ขึ้นไปโดนขวางแน่"

เฉิงสือกลอกตา พูดอย่างเจ้าเล่ห์ว่า

"ใช้จุดเด่นของเธอให้เป็นประโยชน์สิ"

ไป๋หลิงอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วก็เข้าใจความหมายทันที

เธอถลกกระโปรงรีบเดินตรงไปที่บันได และก็เป็นไปตามคาด พอถึงตีนบันไดก็ถูกทหารยามสวมเกราะเหล็กขวางไว้

ไป๋หลิงเห็นดังนั้นรีบก้มหน้า ขยับเข้าไปกระซิบเบาๆ ว่า

"ท่านดยุกต้องการฉัน"

ทหารยามสวมหมวกเกราะปิดมิดชิดมองไม่เห็นสีหน้า แต่มือที่กำหอกแน่นก็บ่งบอกถึงความตกตะลึงในใจได้เป็นอย่างดี

บางทีพวกเขาอาจกำลังตีความคำว่า "ต้องการ" อยู่

เห็นทั้งสองคนนิ่งไป ไป๋หลิงยื่นมือออกมา ทำท่านิ้วชี้สองข้างเกี่ยวกัน

นี่เป็นท่าทางลามกที่ฮิตกันในสถานบันเทิงทวีปแห่งความหวัง หมายถึงการยอมลดตัวลงไปปรนนิบัติ ผู้หญิงที่มีเกียรติไม่มีทางทำท่านี้แน่นอน

หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ มีแต่ผู้หญิงอาชีพพิเศษบางกลุ่มเท่านั้นที่จะทำท่านี้เพื่อบอกราคาตัวเอง

ทหารยามทั้งสองยิ่งตกใจหนักเข้าไปใหญ่

พวกเขามองหน้าตาจิ้มลิ้ม หุ่นเพรียวระหง และบุคลิกดูดีมีสกุลของไป๋หลิง ยังไงก็เชื่อมโยงเธอกับท่าทางเมื่อกี้ไม่ได้

"ท่าน......"

"ฉันบอกแล้วไง ท่านดยุกต้องการฉัน"

"แต่ท่านดยุกไม่ได้แจ้ง......"

"พวกคุณจะบอกว่าท่านดยุกเวลาจะ... ต้องแจ้งพวกคุณก่อนเหรอ?"

"?" ทหารยามโดนย้อนจนงงไปชั่วขณะ

นั่นสิ ทำไมท่านดยุกต้องแจ้งฉันด้วย?

อีกอย่าง ให้ผู้หญิงเข้าไปคนเดียวจะเป็นไรไป ทีภรรยาท่านดยุกยังพาผู้ชายกลับมาบ้านบ่อยๆ เลย?

ทหารยามสองคนมองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างหาเหตุผลให้ตัวเองได้แล้ว ก็ถอยหลังไปคนละก้าว

ไป๋หลิงดีใจ ส่งสายตาให้เฉิงสือ

เฉิงสือหัวเราะในใจ แต่ภายนอกทำท่าเจียมเนื้อเจียมตัวเดินตามไป

ทหารยามทั้งสองทำท่าจะขวางอีก ไป๋หลิงทำหน้าดุใส่ทันที

"โง่จริงๆ พวกแกไม่รู้จักรักษามารยาทบ้างเหรอ ให้ฉันขึ้นไปคนเดียวแล้วชื่อเสียงท่านดยุกจะเอาไปไว้ที่ไหน?"

ปล่อยเธอขึ้นไปคนเดียว ท่านดยุกก็ไม่มีชื่อเสียงเหลือแล้วมั้ง?

สมองของทหารยามรวนไปชั่วขณะ แล้วก็ยอมปล่อยให้ผู้ติดตามตัวน้อยคนนี้ผ่านไปอย่างจำยอม

แน่นอนว่า ไม่ใช่เพราะห่วงชื่อเสียงท่านดยุก

แต่เพราะพวกเขาเห็นว่า คนรับใช้ข้างหลังหน้าตาหล่อเหลาเกินไป ไม่เหมือนผู้ติดตามเลยสักนิด

ดูเหมือน...... สัตว์เลี้ยงที่พวกคุณนายไฮโซเลี้ยงไว้ดูเล่นมากกว่า

ถ้าดูแบบนี้ ตกลงว่าท่านดยุกต้องการเธอ หรือภรรยาท่านดยุกต้องการเขากันแน่?

ช่างเถอะ บางทีอาจจะต้องการทั้งคู่แหละมั้ง

ฉันเป็นแค่ยาม จะไปคิดอะไรเยอะแยะ

เห็นทหารยามยอมปล่อย ไป๋หลิงก็พาเฉิงสือเดินขึ้นบันไดไปอย่างร่าเริง

ขณะที่พวกเขาหายลับไปที่ชั้นสอง ฟางซือฉิงก็พาสวีลู่ย่องเข้ามา

"สวัสดีค่ะ พวกเราขอเข้าพบท่านดยุกค่ะ"

ฟางซือฉิงพูดจาอ่อนหวานมีมารยาท มารยาทงามจนไม่เหมือนขุนนางในเมืองบรูกส์ทาวน์เลย

ขอเข้าพบท่านดยุก?

ท่านดยุกน่าจะกำลังยุ่งอยู่

ทหารยามปฏิเสธทันทีแบบไม่ต้องคิด ท่าทีเย็นชาจนน่าใจหาย

ฟางซือฉิงหน้าเสีย ขมวดคิ้วสงสัยว่าเฉิงสือกับไป๋หลิงขึ้นไปได้ยังไง

สวีลู่ยิ่งโมโหจนหน้าแดง ตะโกนว่า

"ทำไมไม่ให้พวกเราขึ้นไป เมื่อกี้สองคนนั้นยังขึ้นไปได้เลย?"

ทหารยามได้ยินก็ยกหอกขึ้น

"ห้ามส่งเสียงดัง ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปรบกวนท่านดยุก เมื่อกี้ก็ไม่มีใครขึ้นไป กรุณากลับไปครับ"

ตอนนี้แหละ พวกเขาถึงนึกขึ้นได้ว่าต้องรักษาชื่อเสียงให้ท่านดยุก

ถ้าท่านดยุกยังมีชื่อเสียงเหลืออยู่นะ

"แก......"

"ไปกันเถอะ ข้างบนมีแค่พวกเขาก็พอแล้ว"

"แต่ไอ้คนแซ่เฉิงมันเป็นพวกตัวถ่วงนะ"

ฟางซือฉิงได้ยินก็สะใจลึกๆ แต่ก็ยังอดบ่นในใจไม่ได้ว่า

"หล่อนกล้าพูดออกมาได้ยังไงว่าเขาตัวถ่วง? เขาจะถ่วงได้เท่าหล่อนเหรอ?"

เธอเห็นแก่หน้าสวีลู่เลยไม่ได้พูดออกมา ทำเพียงแค่เดินจากไปเงียบๆ

สวีลู่เห็นขาใหญ่เดินหนี ก็รีบตามไปทันที

ขณะที่สวีลู่หน้าแตก เฉิงสือก็มาถึงห้องของท่านดยุกบนชั้นสองแล้ว

แต่พอเขาผลักประตูห้องเข้าไป เห็นสภาพภายในห้อง สีหน้าเขาก็เคร่งเครียดลงทันที

ในห้องกว้างใหญ่ ชายวัยกลางคนสวมชุดหรูหรา นอนหงายท้องเลือดท่วมอกอยู่บนเตียง สิ้นลมหายใจไปนานแล้ว

ไป๋หลิงเบิกตากว้าง เอามือปิดปากอุทาน "เขาคือ!"

"ชู่ว! มีคนมา!"

เฉิงสือรีบดึงไป๋หลิงเข้ามาในห้อง ปิดประตูเบาๆ แล้วลากเธอไปซ่อนในตู้เสื้อผ้าตรงข้ามเตียง

ตู้เสื้อผ้าไม่ใหญ่มาก ข้างในอัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้านานาชนิด

เฉิงสือไม่มีทางเลือก ต้องเบียดเข้าไปทันที

แต่พื้นที่ยืนมีจำกัด เฉิงสือครองพื้นที่ไปส่วนใหญ่ ไป๋หลิงเลยต้องนั่งยองๆ อยู่แทบเท้าเขา เอาชายเสื้อผ้าปิดบังตัวเองไว้อย่างทุลักทุเล

เพื่อให้ปิดประตูตู้ได้ เธอจำต้องกอดเสาค้ำยันบางอย่างไว้แน่น

"เจ๊ เบาๆ หน่อย"

"วางใจเถอะค่ะ ฉันไม่จับมั่วซั่วหรอก"

"......"

ทีนี้ ได้ "กอดขาใหญ่" ของจริงแล้ว

"แกร๊ก"

ลูกบิดประตูหมุน เสียงฝีเท้าตามมาติดๆ

ยังไม่ทันที่เฉิงสือจะแยกแยะว่ามีคนเข้ามากี่คน เสียงผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวก็ดังขึ้น

"ฉันแค่ให้คุณทำให้เขาสลบ ไม่ได้ให้ฆ่าเขา! คุณรู้ไหมว่าทำแบบนี้จะมีผลยังไง!?"

เสียงผู้ชายทุ้มต่ำตอบกลับมา

"ดีลาร์ คุณต้องเชื่อผมนะ ผมไม่ได้ฆ่าเขา!"

เฉิงสือเลิกคิ้ว นึกออกแล้วว่าชื่อนี้เป็นของใคร

ดีลาร์ ภรรยาของดยุกบรูกส์ คุณนายไฮโซอันดับหนึ่งของเมืองที่โดนองครักษ์จับก้นคนนั้น

แล้วผู้ชายคนนี้ เป็นใครกัน?

จบบทที่ บทที่ 27 ชื่อเสียงของดยุกบรูกส์

คัดลอกลิงก์แล้ว