เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 คณะเชิดสิงโตคนแคระ

บทที่ 23 คณะเชิดสิงโตคนแคระ

บทที่ 23 คณะเชิดสิงโตคนแคระ


บทที่ 23 คณะเชิดสิงโตคนแคระ

เดินไปไม่นาน ก็เจอกับไป๋หลิงที่เดินลงมาจากที่นั่งแถวหนึ่งด้วยใบหน้าแดงซ่าน

เขาสำรวจสาวกแห่ง [มลทิน] คนนี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนอยากจะดูว่าผลการรบเมื่อครู่เป็นอย่างไรบ้าง

น่าเสียดาย ไป๋หลิงจัดการตัวเองได้เรียบร้อยดี ดูไม่ออกเลยสักนิด

"ขาใหญ่ เจออะไรบ้างไหม?"

"เจอเพื่อนร่วมอาชีพของเธอคนหนึ่ง"

ไป๋หลิงดูไม่แปลกใจเท่าไหร่ แต่เธอก็ยังแกล้งทำเป็นตกใจเอามือปิดปาก "ลีลาดีเท่าฉันไหม?"

"?"

เฉิงสือรู้สึกว่าหน้าตัวเองบางเกินไป เขาตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องทันที "ช่างเรื่องนั้นเถอะ เธอเจออะไรบ้าง?"

พอถามจบเขาก็นึกเสียใจ เพราะเมื่อกี้ไป๋หลิงไม่ได้ไปตรวจสอบอะไรเลย

แต่ไม่นึกว่าไป๋หลิงจะเจออะไรบางอย่างเข้าจริงๆ

เห็นแค่เธอเลียริมฝีปาก ใบหน้าที่แดงระเรื่อยังไม่จางหาย ชี้นิ้วมาที่หน้าตัวเองแล้วยิ้มร่า

"นายคิดว่าฉันจะเจออะไรเหรอ?"

เธอโกหก

เฉิงสือยิ้มสดใส

"พูดตรงๆ นะ เธอโกหกไม่เนียนเลย หรือจะบอกว่าเธอเก็บความในใจไม่เก่งก็ได้ พูดมาตรงๆ เถอะ พวกเราต้องทำเวลากัน"

สีหน้าของไป๋หลิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหรี่ตายิ้ม

"ขาใหญ่ก็คือขาใหญ่ ช่างสังเกตจริงๆ"

ฉันยังมีดีกว่านี้อีก แต่บอกเธอไม่ได้หรอก

เฉิงสือขยิบตาให้ไป๋หลิง เป็นสัญญาณให้เธอพูดสั้นๆ ประหยัดเวลา

ไป๋หลิงเข้าใจ ชี้ไปทางทิศหนึ่งแล้วพูดว่า

"ฉันเจอผู้ชายที่เคยเจอในร้านเหล้าหลายคน บางทีพวกเขาอาจจะมีเบาะแสก็ได้"

"?"

เฉิงสือมองไปที่อัฒจันทร์อันกว้างใหญ่ ขมวดคิ้ว

การพบเจอบุคคลเดียวกันในความทรงจำที่เกี่ยวเนื่องกันถือเป็นเรื่องดี เพราะเจ้าของความทรงจำหลายคนก็นึกถึงความทรงจำฉากก่อนหน้าได้เพราะเห็นใครบางคนนี่แหละ

นี่ก็เป็นวิธีแก้โจทย์ของผู้เล่นส่วนใหญ่ในบททดสอบ [ความทรงจำ] โดยการไล่เรียงความสัมพันธ์เพื่อหาเป้าหมายต่อไป

แม้ความเชื่อมโยงระหว่างความทรงจำสองฉากอาจจะไม่ลึกซึ้งมาก แต่การได้เบาะแสมาบ้างก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย

ไม่ใช่ว่าเฉิงสือไม่เข้าใจตรรกะนี้ แต่ปัญหาคือ ท่ามกลางผู้คนมากมายขนาดนี้ ไป๋หลิงหาคนพวกนี้เจอเร็วขนาดนี้ได้ยังไง?

ไป๋หลิงดูความสงสัยของเฉิงสือออก เธอยื่นนิ้วชี้ไปจิ้มที่หน้าผากของเฉิงสือ แล้วดึงกลับมาจิ้มที่หน้าอกอวบอิ่มของตัวเอง

เฉิงสือมองตาม "คำชี้แนะ" ของเธอ......

"อึก"

ใหญ่จัง

พอเห็นเฉิงสือตาค้าง ไป๋หลิงก็หัวเราะคิกคัก

"ขาใหญ่เลิกแอ๊บเถอะ พรสวรรค์ของฉันสามารถทำให้ความต้องการครอบครองของผู้ชายที่มีต่อฉันกลายเป็นรูปธรรม สัมผัสถึงความปรารถนาที่พวกเขามีต่อทุกตารางนิ้วบนผิวของฉันได้อย่างละเอียด นายไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันสักนิด จะแกล้งทำหน้าหื่นไปทำไม?"

"อ้าว มีพรสวรรค์แบบนี้ด้วยเหรอ?"

เฉิงสือเห็นว่าโดนจับได้ ก็ไม่ได้รู้สึกกระดากอายอะไร เดาะลิ้นสองทีแล้วละสายตาไปทางอื่น

"ก็ไม่ได้แกล้งหรอกนะ ของใหญ่ใครๆ ก็ชอบทั้งนั้นแหละ"

"สงสารฉันเหรอ?" ไป๋หลิงกระพริบตา ใบหน้าที่ยั่วยวนเปลี่ยนเป็นใสซื่อบริสุทธิ์

"ใครจะมีหน้าไปสงสารคนอื่นได้อีกล่ะ?"

เฉิงสือหัวเราะ หึๆ พูดลอยๆ ว่า "บางที ฉันอาจจะชอบผู้ชายก็ได้นะ?"

ไป๋หลิงหลุดขำพรืด ก้าวเข้าไปควงแขนเขาอย่างสนิทสนม หัวเราะร่า

"นายกล้าพูดฉันก็กล้าเชื่อ พี่สาวเฉิง เร็วเข้า เร่งทำเวลาหน่อย"

เฉิงสือทำหน้าบอกบุญไม่รับ ยอมให้ลากไปสักพัก สุดท้ายทนความนุ่มนิ่มที่เบียดเสียดสีไม่ไหว ต้องดึงมือออก ยิ้มแห้งๆ พยายามดิ้นรน

"ฉันพูดเล่นน่า"

ไป๋หลิงไม่ยอมปล่อยมือ ยิ่งหัวเราะหนักกว่าเดิม

"วางใจเถอะ น้องสาวคนนี้ปากหนักจะตาย"

"......"

ด้วยความจำยอม เฉิงสือเลยต้องเปลี่ยนเรื่อง

"ทำไมเธอไม่นำทางพวกเขาทำลายความทรงจำเองล่ะ?"

"น้องสาวทำไม่เป็นหรอกค่ะ ทำเป็นแต่ยั่วยวนให้พวกเขาคิดลึก ถ้าทำแบบนั้น สิ่งที่นายจะได้เห็นไม่ใช่แค่โชว์เดี่ยวของฉันแล้วนะ แต่คนทั้งคณะละครสัตว์คงต้องมาเล่นกายกรรม...... กายกรรมบนเตียงกันหมดแน่"

เฉิงสือรู้ว่าเธอพูดถูก ถ้าให้เธอเป็นคนหาเจ้าของความทรงจำเจอแล้วยั่วยวนจริงๆ อาจเกิดเหตุการณ์ความทรงจำสับสนวุ่นวายได้

พอความทรงจำเริ่มปั่นป่วน ความทรงจำทั้งหมดก็จะพังทลายลงอย่างรวดเร็ว

"ดูเหมือนพวกเธอจะให้ความสำคัญกับชีวิตเหมือนกันนี่นา"

"พวกเธอ" ในที่นี้หมายถึงสาวกแห่ง [มลทิน] แน่นอน

ไป๋หลิงพยักหน้าทันที

"แน่นอนสิคะ ต้องมีชีวิตอยู่...... ถึงจะ...... ได้อีกเยอะ...... จริงไหมคะ?"

เฉิงสือหน้าขึ้นสีดำ ลบคำศัพท์ที่ไม่ควรพูดซ้ำออกไปจากหัวโดยอัตโนมัติ

เมื่อเขาตามไป๋หลิงมาหยุดอยู่ตรงหน้า "คนคุ้นหน้า" ไม่กี่คน เขาก็จำคนพวกนี้ได้ทันที ใช่พวกขี้เมาขี้โม้ในความทรงจำฉากร้านเหล้าจริงๆ ด้วย

"รังเกียจไหมที่จะบอกว่าหาพวกเขาเจอได้ยังไง?"

เฉิงสือมองไป๋หลิงด้วยความอยากรู้อยากเห็น จริงๆ แล้วเขาอยากรู้ว่าพรสวรรค์ของไป๋หลิงทำงานยังไงกันแน่ แต่สัญชาตญาณบอกว่า ต่อให้ถามไป ไป๋หลิงก็คงไม่ตอบ

ไป๋หลิงยิ้มให้เฉิงสือ ตอบว่า

"รสนิยมแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนชอบเอว บางคนชอบขา บางคนชอบ......"

เข้าใจละ

"แล้วนายชอบอะไรเหรอ?" ไป๋หลิงเลียริมฝีปากสีแดงระเรื่อ

ฉันเหรอ?

ฉันชอบการมีชีวิตอยู่

เฉิงสือไม่สนใจเธอ เริ่มย่องเข้าไปใกล้เป้าหมาย แล้วร่ายเวทสะกดจิตใส่คนพวกนี้ทีละคน

แต่พอถามจนครบ ปรากฏว่าสิบกว่าคนนี้ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเลยสักคน

สีหน้าของทั้งสองคนเคร่งเครียดลงพร้อมกัน

"คนพวกนี้อยู่ในระยะสายตาของพนักงานเสิร์ฟจริงๆ ในเมื่อไม่ใช่พวกเขาสักคน หรือว่าพนักงานเสิร์ฟเห็นสิ่งของอะไรบางอย่างถึงนึกย้อนไปถึงฉากก่อนหน้านี้ได้?"

ถ้าเกี่ยวกับสิ่งของล่ะก็ หายากสุดๆ แน่

เหตุผลเดิม สถานที่กว้างเกินไป

"แจ้งคนอื่นก่อนดีกว่า ค่อยๆ บีบวงให้แคบลง"

เฉิงสือถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ เสียเวลาไปอีกพักใหญ่กว่าจะเรียกฟางซือฉิงและคนอื่นๆ กลับมาได้

เธอกับสวีลู่รับผิดชอบรอบๆ ที่นั่งวีไอพี ซึ่งทิศทางผิดตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แน่นอนว่าไม่เจอเบาะแสอะไร

มีแต่อาหมิงที่อึกอักบอกว่า ในหมู่คนดูเหมือนจะมีพนักงานบริการพิเศษกำลังทำธุรกรรมสกปรกที่น่ารังเกียจกับผู้ชมอยู่

ทุกคนฟังผ่านๆ ถือเป็นเรื่องตลกขบขันแล้วก็ลืมๆ ไป

เรื่องพรรค์นี้เจอมาเยอะจนชินชาแล้ว

เมื่อเทียบกับความวุ่นวายในที่นั่งวีไอพี ที่นั่งคนดูโซนชาวบ้านตาดำๆ ดูจะมีระเบียบเรียบร้อยกว่ามาก

หลังจากแลกเปลี่ยนข้อมูลกันรอบแรก ฟางซือฉิงขมวดคิ้วพูดว่า

"ลองหาดูอีกที เจ้าของความทรงจำต้องอยู่ที่นั่งคนดูธรรมดาแน่ๆ การแสดงบนเวทีไม่เคยผิดเพี้ยน แสดงว่าเขาดูการแสดงอยู่ตลอด สังเกตคนดูที่ตั้งใจดูการแสดงมากๆ พวกเราแยกย้ายกัน อีก 1 ชั่วโมงมาเจอกัน"

"อืม ได้"

"ขาใหญ่ว่าไงก็ตามนั้นแหละค่ะ"

"ไม่มีปัญหา"

ทุกคนแยกย้ายกันอย่างรวดเร็ว เฉิงสือเดินลัดเลาะไปตามที่นั่งคนดูคนเดียวอีกครั้ง

เขาขมวดคิ้ว ไม่ได้ไปโซนที่ได้รับมอบหมาย แต่ก้มหน้าเดินลัดเลาะไปตามแถวที่นั่งเหมือนกำลังตามหาเป้าหมายอะไรบางอย่าง

เขากำลังหา "สาวออร์คประกอบร่างจากคนแคระ" ตนนั้น

ข้อสรุปของฟางซือฉิงเตือนสติเขา ถ้าคนคนนั้นไม่เคยสัมผัสกับ "สาวออร์คประกอบร่างจากคนแคระ" เฉิงสือก็คงไม่มีทางมองเห็นกระบวนการสวมชุดของพวกคนแคระใต้หนังออร์คนั่นได้

ดังนั้น เจ้าของความทรงจำในฉากนี้ ต้องเคยมีความสัมพันธ์กับ "สาวออร์คประกอบร่างจากคนแคระ" และอาจจะรู้ด้วยซ้ำว่าเธอไม่ใช่ "คนคนเดียว"

ใครมันจะบ้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ผู้ให้บริการพิเศษปกติ?

เฉิงสือสาบานได้ ด้วยสมองคนปกติของเขา เขาคิดไม่ออกจริงๆ

แต่คิดไม่ออก ไม่ได้แปลว่าจะหาไม่เจอ

ดังนั้นเขาจึงเริ่มตามหาร่องรอยของสาวออร์ค

ผู้คนในคณะละครสัตว์เดินขวักไขว่ ไม่มีความเป็นระเบียบ โดยเฉพาะในโซนที่นั่งคนดูธรรมดา เสียงตะโกนโหวกเหวกดังระงม ไม่ต่างอะไรกับในร้านเหล้า

การเคลื่อนไหวของเขาจึงไม่เป็นที่สังเกต

หาไปได้ไม่นาน เฉิงสือก็เจอเป้าหมาย "สาวออร์คคนแคระ" ตนนั้น

ตอนนี้ "เธอ" กำลังออดอ้อนนัวเนียอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชมคนหนึ่ง

นัวเนียในทางกายภาพจริงๆ

เฉิงสือมองตาค้าง อยากจะเข้าไปดูใกล้ๆ ว่าพวกเขาทำอะไรกันแน่ แต่ไม่นานเขาก็เหลือบไปเห็นคนรู้จักที่ทำให้เขาประหลาดใจอยู่รอบๆ ตัวสาวออร์ค

ยอร์ก

คนเลี้ยงม้าของตระกูลดยุกที่พวกขี้เมาในร้านเหล้าพูดถึง คนจริงที่จู่ๆ ก็รวยขึ้นมาแล้วไปนอนกับสาวออร์ค

เฉิงสือยิ้มมุมปาก รู้สึกว่าตัวเองเดาถูกแล้ว

"นั่นไง เจอตัวแล้ว"

ตอนนี้ยอร์กสวมหมวกฟางปิดบังใบหน้า สายตาใต้หมวกกลอกไปมาระหว่างจุดหมายสองแห่งซ้ายขวาไม่หยุด

จุดหนึ่งคือทิศทางเวที อีกจุดหนึ่งคือตำแหน่งที่สาวออร์คอยู่ทางขวาหน้า

จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่เขา คนดูรอบๆ ต่างก็แอบชำเลืองมองไปทางนั้นอย่างตั้งใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง แต่ติดที่สาวออร์คทำตัวค่อนข้างสำรวม เสียงก็ไม่ดัง เลยไม่ได้เป็นจุดสนใจมากนัก

แต่คนดูคนอื่นมองแต่อก เอว ขา ก้นของสาวออร์ค มีแค่ยอร์กคนเดียวที่สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของ "เธอ" ตลอดเวลา แววตาซึ้งจนแทบจะหยดเป็นน้ำเชื่อม

"......"

พี่ชาย ช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหม พี่ไปปิ๊งไอ้คนแคระ "เชิดสิงโต" ห้าคนนั่นได้ยังไง?

เฉิงสือสังเกตเขาอยู่นาน ความสงสัยในใจยิ่งทวีคูณ สุดท้ายทนไม่ไหว ต้องแกล้งทำเป็นคนดูธรรมดาค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ยอร์ก แล้วแกล้งถอนหายใจเสียงดังอย่างจงใจว่า

"ทำไมมีแต่สาวออร์คให้บริการนะ เรื่องเพศเปิดกว้างหน่อยก็ได้มั้ง"

...

จบบทที่ บทที่ 23 คณะเชิดสิงโตคนแคระ

คัดลอกลิงก์แล้ว