- หน้าแรก
- ปาหี่ทวยเทพ
- บทที่ 24 ทุกคนมีรสนิยมเสรี
บทที่ 24 ทุกคนมีรสนิยมเสรี
บทที่ 24 ทุกคนมีรสนิยมเสรี
บทที่ 24 ทุกคนมีรสนิยมเสรี
สิ้นเสียงลง รอบข้างก็มีเสียงซุบซิบเห็นด้วยดังขึ้นระงม
ยอร์กหันมามองด้วยความประหลาดใจ ใบหน้าฉายแววดีใจเหมือนเจอคอเดียวกัน
แต่เพียงชั่วพริบตา แววตาก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว จ้องมองเฉิงสือราวกับเห็นศัตรูหัวใจ
"ซี้ด——"
คุณยอร์กคนนี้ เรื่องราวชีวิตดูจะมีสีสันไม่เบานะ
ต้องเจอกับอะไรมาถึงได้สร้างเรื่องราว... หรืออุบัติเหตุขนาดนี้ได้นะ?
จริงๆ แล้วเฉิงสือไม่ได้อยากจะขุดคุ้ยต่อ เขารู้สึกว่าน่าจะเจอคำตอบของปริศนาแล้ว
แน่นอนว่าคำตอบจะถูกหรือไม่ ต้องมีการพิสูจน์
เขาจึงลุกขึ้น เดินไปหาไป๋หลิง
"ขาใหญ่ยอมชายตาแลฉันแล้วเหรอ?"
"อย่าเล่นน่า ช่วยอะไรหน่อย"
เฉิงสือกำลังคิดว่าจะหลอกล่อเธอยังไงให้ไปลองเชิงยอร์กโดยที่ตัวเองไม่ต้องเปิดเผยตัว แต่พอพูดจบ ไป๋หลิงก็พยักหน้ายิ้ม
"ได้สิ! จะให้ฉันทำอะไร?"
"?" เฉิงสืออึ้ง
"ไม่กลัวฉันหลอกเธอเหรอ?"
"นั่นแสดงว่าสาวน้อยคนนี้ยังมีค่าให้ขาใหญ่อย่างนายชายตามองไง จริงไหม?"
แหม คนที่รอดมาถึงตอนนี้ได้ ไม่ว่าจะคะแนนสูงหรือต่ำ ไม่มีใครโง่สักคน
แต่แบบนี้ก็ประหยัดแรงดี
เฉิงสือพยักหน้า ชี้ไปทางยอร์ก "ไปลองเชิงผู้ชายคนนั้นหน่อย"
"ขาใหญ่อยากให้ลองแบบไหน แบบบุ๋นหรือแบบบู๊?"
เฉิงสือตาโต งงเล็กน้อย "มีแบ่งแบบนี้ด้วยเหรอ?"
ไป๋หลิงป้องปากหัวเราะเบาๆ ใช้นิ้วจิ้มที่หน้าอกเฉิงสือไปมา
"แบบบุ๋นก็ต้อง......"
พูดไปเธอก็ลูบมือไปที่กระโปรงตัวเอง ค่อยๆ เลิกชายกระโปรงขึ้นจนถึงโคนขา......
"โอเคๆๆ แบบบุ๋นก็แบบบุ๋น ประหยัดเวลา เธอไปลองก่อนเลย!"
เฉิงสือตกใจรีบดึงกระโปรงเธอลง เร่งให้เธอรีบไป
ไป๋หลิงหัวเราะคิกคัก เดินนวยนาดตรงไปหายอร์ก
แต่ไม่นาน เธอก็เดินหน้าบึ้งกลับมา
เฉิงสือเห็นหน้าเธอดำเป็นก้นหม้อ ก็กลั้นขำถามว่า
"เป็นไง? หน้าแตกมาเหรอ?"
ไป๋หลิงถลึงตาใส่เฉิงสืออย่างเคียดแค้น พูดเสียงแข็งว่า
"มีข่าวร้าย แล้วก็ข่าวร้ายอีกข่าว จะฟังอันไหนก่อน?"
นี่ต้องเลือกด้วยเหรอ?
เฉิงสือหัวเราะไม่ออก "งั้นฟังข่าวที่สองก่อนแล้วกัน"
"ไอ้คนที่แย่งลูกค้ากลางฝูงชนนั่น เป็นพวกเดียวกับฉันจริงๆ"
"?"
นี่นับเป็นข่าวร้ายตรงไหน?
เดี๋ยว! เดี๋ยวก่อน!
เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของไป๋หลิง ใจของเฉิงสือก็กระตุกวูบ
พวกเดียวกันที่เธอพูดถึง ไม่ได้หมายถึงอาชีพขายบริการ แต่หมายถึงสาวกแห่ง [มลทิน] เหมือนกัน!
คนแคระเชิดสิงโตห้าคนนั่น เป็นสาวกแห่ง [มลทิน]!
"แล้วข่าวร้ายอีกข่าวล่ะ?" สีหน้าของเฉิงสือเริ่มจริงจังขึ้น
"ผู้ชายที่นายให้ฉันไปลองเชิง ถูกควบคุมจิตใจจนกลายเป็น 'หุ่นเชิดตัณหา' ไปแล้ว"
เฉิงสือขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ไป๋หลิงจึงอธิบายต่อ
"'หุ่นเชิดตัณหา' เป็นหนึ่งในพรสวรรค์ระดับ A ที่ท่านประทานให้สาวก สามารถปลดปล่อยความปรารถนาดิบเถื่อนที่สุดในจิตใจคนออกมา ทำให้เป้าหมายกลายเป็นซากศพเดินได้ที่รู้แค่การจมดิ่งในตัณหา
เขาจะจมดิ่งอยู่ในความทรงจำแห่งความปรารถนาในอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าจะตาย
พรสวรรค์นี้ต้องร่ายเวทต่อเนื่อง นั่นหมายความว่า ถ้าเขาเป็นเจ้าของความทรงจำ เหตุผลที่เขานึกถึงฉากนี้ไม่ใช่เพราะเห็นภาพแล้วเกิดอารมณ์ แต่เป็นเพราะถูกใครบางคนควบคุม และมีความเป็นไปได้สูงมากว่ากำลังถูกควบคุมอยู่ในขณะนี้
ขาใหญ่เข้าใจหรือยัง?
ถ้าเขาคือคำตอบจริงๆ ทันทีที่ออกไป เราก็จะต้องเผชิญหน้ากับสาวกแห่ง [มลทิน] ที่ควบคุมเขาอยู่ และมีโอกาสสูงมากที่จะต้องปะทะกัน"
เฉิงสือฟังจบ สีหน้าก็ขรึมลง
"เรียกคนมาก่อน ฉันสังหรณ์ใจว่ายอร์กนี่แหละคือคำตอบ"
ไป๋หลิงเชื่อเขาอยู่แล้ว แต่ก็ยังถามว่า
"เอาไง? ขาใหญ่ไม่ซ่อนตัวแล้วเหรอ?"
จู่ๆ เฉิงสือก็แกล้งทำเป็นโง่
"ซ่อน? ซ่อนอะไร? เธอไปล่าเหยื่อแล้วได้คำตอบมา เกี่ยวอะไรกับฉัน?"
"?"
ไป๋หลิงโกรธจนตาโต ชี้จมูกตัวเองถามรัวๆ
"ฉัน? ล่าเหยื่อ? ขอร้องเถอะขาใหญ่ แบบนั้นเรียกว่าเหยื่อได้ด้วยเหรอ?"
เฉิงสือโบกมือ "ใครจะไปรู้ล่ะ ทุกคนมีรสนิยมเสรีอยู่แล้ว"
"......โอเคๆๆ ฉันไปล่าเหยื่อ!"
ไป๋หลิงหัวเราะทั้งน้ำตา ใช้ข้ออ้างนี้ไปเรียกทุกคนกลับมา
ทันทีที่รวมกลุ่มกันอีกครั้ง ฟางซือฉิงก็มองไปที่เฉิงสือ แต่เฉิงสือไม่รับมุก ทำท่าตั้งใจฟังเรื่องราวล่าเหยื่อของไป๋หลิง
ไป๋หลิงโกรธก็จริง แต่ก็เป็นคนซื่อสัตย์
เธอเล่าเรื่องการล่าเหยื่อเมื่อครู่ให้ทุกคนฟังด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ แล้วบอกว่าตัวเองบังเอิญเจอคำตอบเข้า แต่คำตอบนี้ค่อนข้างซับซ้อนหน่อย
ทุกคนฟังจบ สีหน้าแตกต่างกันไป
สวีลู่ทำหน้าขยะแขยง อาหมิงอ้าปากค้าง
เฉิงสือแอบยกนิ้วให้การแสดงของเธอในใจ
มีแค่ฟางซือฉิงที่ขมวดคิ้วคิดอยู่นาน แล้วถามเข้าประเด็นสำคัญ
"มั่นใจได้ยังไงว่าต้องเป็นเขา?"
ไป๋หลิงเงียบกริบ เฉิงสือหัวเราะ หึๆ "อาจจะเป็นสัมผัสที่หกของผู้หญิงก็ได้มั้ง?"
ไป๋หลิงกลอกตามองบนอีกรอบ ไม่ยอมรับมุก ฟางซือฉิงเห็นเฉิงสือพูด ก็พยักหน้า ยอมรับโดยปริยายว่ายอร์กคือคำตอบ
เธอไม่ได้เชื่อไป๋หลิง แต่เชื่อเฉิงสือ
"ในหน้าหนังสือของฉันยังมี 'มายากลหมอก' จากสาวกแห่ง [สงคราม] อยู่แผ่นหนึ่ง สามารถกางอาณาเขตได้ทันที ทำให้จุดเกิดในฉากต่อไปเต็มไปด้วยหมอก บดบังสายตาของผู้ร่ายเวท
แต่เนื่องจากฉันมีเวทป้องกันไม่พอ ดังนั้น นักบวชต้องตามฉันเข้าไปเป็นคนที่สอง และรีบช่วยฮีลสนับสนุน
นักฆ่าตามมาเป็นคนที่สาม แต่จำไว้ว่า ถ้ายังไม่แน่ใจว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นเจ้าของความทรงจำหรือเปล่า ห้ามลงมือถึงตาย เน้นจับกุมเป็นหลัก
ถ้าชีวิตถูกคุกคาม ให้พิจารณาถอยหนีก่อนฆ่าคน!
ระวังนะ สกิลอะไรที่ทำให้เกิดเสียงดังต้องใช้ให้ระมัดระวัง อย่าทำให้ความทรงจำปั่นป่วนตั้งแต่เริ่ม!"
สั่งงานเสร็จ ฟางซือฉิงก็มองเฉิงสืออย่างมีความหมาย
"ไหวไหม?"
เฉิงสือกระพริบตาปริบๆ ทำหน้าใสซื่อ ประมาณว่า ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้ ถามว่าไหวไหมเนี่ยนะ?
ฟางซือฉิงเข้าใจสายตาเขา ยิ้มอย่างรู้กัน แล้วหันไปมองอาหมิง
อาหมิงพยักหน้าอย่างจริงจัง แสดงว่าเข้าใจ
เธอถามความเห็นอีกสองคนที่เหลือ นอกจากสวีลู่ที่บ่นอุบอิบว่าตามขาใหญ่ไม่ทัน ไป๋หลิงย่อมไม่มีความเห็นอะไรอยู่แล้ว
แผนการจึงเป็นอันตกลง ทุกคนมุ่งหน้าไปหายอร์ก
จังหวะที่สาวออร์คกำลัง "เดินสายแสดง" มาถึงแถวที่ยอร์กนั่ง ผู้เล่นก็ย่องเข้าไปประชิดตัวเขาพร้อมกัน
ยอร์กในตอนนี้ไม่รู้ตัวเลยว่ามีผู้เล่นเข้ามาใกล้ ในสายตาของเขามีแต่ "สาวออร์คประกอบร่างจากคนแคระ" เท่านั้น ไม่มีคนอื่นเลย
ในมือกำแบงค์ปึกใหญ่แน่น แทบอยากจะยัดใส่ร่องอกอวบอิ่มของสาวออร์คให้รู้แล้วรู้รอด
เฉิงสือยังคงสงสัย กระซิบถามไป๋หลิงเบาๆ
"สาวกของท่านสามารถเปลี่ยนรสนิยมคนได้ด้วยเหรอ?"
ไป๋หลิงนึกย้อนดู แล้วตอบอย่างไม่มั่นใจนัก
"ท่านสนับสนุนการปลดปล่อยความปรารถนาในส่วนลึกของจิตใจ ไม่ใช่บิดเบือนเจตจำนงของผู้อื่น ดังนั้นที่พวกคุณเรียกว่าถูกท่าน 'ปนเปื้อน' ก็เป็นแค่การทำให้พวกคุณเห็นธาตุแท้ของคนคนนั้นเท่านั้นแหละ
แต่ถ้าใช้พรสวรรค์ต่างกันในการชักจูง ก็อาจจะได้ผลลัพธ์แบบนี้ก็ได้
ยังไงซะนายก็สะกดจิตเป็นไม่ใช่เหรอ?"
เฉิงสือเห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่งั้นเขาคงนึกไม่ออกจริงๆ ว่ารสนิยมของยอร์กจะเสรีได้ขนาดนี้
เมื่อทุกคนเข้าใกล้ยอร์ก ฟางซือฉิงก็หยิบหน้าหนังสือสีเทาดำออกมาจากหนังสือของเธอ หันมามองเฉิงสือ ส่งสายตาเป็นสัญญาณเริ่มปฏิบัติการ
เฉิงสือไม่ลังเล สาดเวทสงบจิตและเวทสะกดจิตใส่ยอร์กทันที ตามด้วยเวทเร่งฟื้นฟูใส่คนดูข้างๆ ที่กำลังซื้อขายกันอยู่ หวังให้เขาช่วยถ่วงเวลาได้อีกสักไม่กี่วินาที
ฟางซือฉิงฉวยโอกาสนี้ ถามออกไปตรงๆ
"ไม่ต้องกลัว ฟังฉันนะ คุณแค่กำลังนึกย้อนอดีต ทุกอย่างนี้คือความทรงจำของคุณ แต่ตอนนี้คุณเหนื่อยเกินไปแล้ว ไม่อยากนึกถึงมันอีกต่อไป จำไว้นะ ความทรงจำก็คือความทรงจำ ไม่ใช่ความจริง ตอนนี้พวกเราต้องกลับสู่ความจริงแล้ว ตกลงไหม?"
แววตาของยอร์กกลายเป็นเหม่อลอยและว่างเปล่า เขาพยักหน้าไม่หยุด พึมพำว่า
"ความทรงจำ ทั้งหมดนี้คือ...... ความทรงจำ"
สิ้นเสียงพยางค์สุดท้าย ร่างของเขาก็แตกสลายกลายเป็นละอองแสงนับไม่ถ้วน แล้วรวมตัวกันกลายเป็นประตูแห่งความทรงจำบานใหม่อย่างรวดเร็ว
"เป็นเขาจริงๆ ด้วย!"
"คุณไป๋หลิงสุดยอด!"
"......"
"พร้อมนะ? ฉัน 1 เฉิงสือ 2 นักฆ่า 3 รีบจบงาน"
ฟางซือฉิงไม่ลังเล พุ่งตัวเข้าไปทันที
เพื่อให้แน่ใจว่าขาใหญ่จะไม่เป็นอะไร เฉิงสือรีบตามไปติดๆ แทบจะก้าวเท้าตามเข้าไปในประตูพร้อมกัน
เขารู้สึกแค่มืดวูบไป พอตื่นขึ้นมาตรงหน้าก็เต็มไปด้วยหมอกสีดำเทาจนมองไม่เห็นนิ้วมือตัวเอง เสียงกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวดังอยู่ข้างหู
เชี่ย หนาขนาดนี้? แล้วฉันจะรู้ไหมว่าขาใหญ่อยู่ตรงไหน?
เฉิงสือขมวดคิ้ว กำลังจะกระซิบเรียกชื่อฟางซือฉิง ก็มีมือเย็นเฉียบข้างหนึ่งมาปิดปากเขา แล้วลากตัวเขาก้มต่ำวิ่งหนีไปไกล
"ขาใหญ่?"
"ชู่ว!"
...