- หน้าแรก
- ปาหี่ทวยเทพ
- บทที่ 21 ฉันรู้นะว่านายแกล้งโง่
บทที่ 21 ฉันรู้นะว่านายแกล้งโง่
บทที่ 21 ฉันรู้นะว่านายแกล้งโง่
บทที่ 21 ฉันรู้นะว่านายแกล้งโง่
[อลหม่าน] คือเทพเจ้าสูงสุดแห่งเส้นทางชะตา [โกลาหล] เป็นบทนำของ [โกลาหล] เป็นความบ้าคลั่งที่ไร้ระเบียบ และเป็นศัตรูคู่อาฆาตของ [ระเบียบ]
เจตจำนงของท่านเชื่อว่าโลกใบนี้ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ ทั้งสิ้น จุดหมายปลายทางของจักรวาลควรจะเป็นความโกลาหลไร้ระเบียบ ดังนั้นผู้เล่นที่ศรัทธาในตัวท่านมักจะมีจิตใจที่ได้รับอิทธิพลจากเจตจำนงของท่าน ไม่มากก็น้อยต้องมีความผิดปกติอยู่บ้าง
หากต้องเลือกผู้เล่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด สาวกแห่ง [ระเบียบ] ย่อมยืนหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ถ้าต้องเลือกผู้เล่นที่ไม่ได้รับความนิยมที่สุด สาวกของเทพมารอย่าง [มลทิน], [ดับสูญ] หรือ [โง่เขลา] ยังต้องชิดซ้าย สาวกแห่ง [อลหม่าน] น่าจะครองแชมป์แบบทิ้งห่างขาดลอย
เพราะพวกเขานอกจากจะไม่ค่อยช่วยอะไรในบททดสอบแล้ว ยังชอบช่วยให้ยุ่งกว่าเดิมอีกต่างหาก
แน่นอนว่าคำว่า "ช่วยให้ยุ่ง" ในที่นี้ถือเป็นการพูดให้ดูดีแล้ว ด้วยความรังเกียจกฎเกณฑ์และแนวคิดเหยียบย่ำระเบียบ พวกเขามักจะจงใจ "ก่อกวน" ด้วยความ "ประสงค์ร้าย"
แต่ "ประสงค์ร้าย" นี้ สำหรับพวกเขาแล้ว มันคือ "ประสงค์ดี" เพราะพวกเขาคิดว่านี่คือการนำพาบททดสอบไปสู่ความไร้ระเบียบ
และความไร้ระเบียบ คือ "จุดหมายปลายทาง" ของจักรวาล
สำหรับสาวกแห่ง [อลหม่าน] อย่าไปกระตุ้นอะไรพวกเขามาก ปล่อยไปตามเรื่องตามราวเถอะ
ฟางซือฉิงข้ามหวงโปไปอย่างรวดเร็ว หันไปมองไป๋หลิง
ไป๋หลิงโบกมือเช่นกัน พูดเสียงอ่อยๆ ว่า
"ไม่พบปัญหาอะไร ถ้าจะให้พูดจริงๆ ก็คงเป็นผู้ชายที่นี่ที่ดูแข็งแรงกันเกินไปหน่อย"
พูดจบเธอก็อดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปาก "แข็งแรงจนน่าตกใจเลยล่ะ"
"ไม่มีใครเจออะไรเลย...... นี่มันผิดปกติ" ฟางซือฉิงกรองคำพูดทะลึ่งตึงตังของไป๋หลิงออกไปโดยอัตโนมัติ แล้วเริ่มก้มหน้าครุ่นคิด
หากทุกมุมของฉากความทรงจำชัดเจนผิดปกติ ก็มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว คือเจ้าของความทรงจำรู้จักทุกคน เขาถึงสามารถเติมเต็มรายละเอียดของแต่ละบุคคลในความทรงจำได้อย่างสมบูรณ์
แต่จากสถานการณ์ที่ตรวจสอบมาก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าลูกค้าในร้านเหล้าต่างคนต่างก็เป็นคนแปลกหน้าต่อกัน
แล้วคนแปลกหน้าจะจำรายละเอียดกันได้ชัดเจนขนาดนี้ได้ยังไง?
หรือว่ามีใครกำลังวางแผนอะไรบางอย่างในร้านเหล้า?
ขณะที่ทุกคนกำลังก้มหน้าใช้ความคิด เฉิงสือก็ยกแก้วเหล้าขึ้นอย่างเบื่อหน่าย บ่นพึมพำว่า
"พนักงานเสิร์ฟหายไปไหนกันหมด เหล้าหมดแก้วแล้วทำไมยังไม่มาเติม? พวกเขาไม่ควรจะคอยจับตาดูทุกโต๊ะเพื่อบริการลูกค้าอยู่ตลอดเวลาเหรอ?"
พอพูดจบ สวีลู่ที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็ส่งสายตาดูแคลนประมาณว่า "ไอ้ตัวถ่วง" มาให้
กลับเป็นไป๋หลิงที่อยู่ข้างๆ ที่เห็นด้วย เธอส่งสายตาหวานเชื่อมให้เขา แล้วแปะป้ายใหม่ให้เฉิงสือในใจว่า: ตัวถ่วงสายปาร์ตี้
ฟางซือฉิงก็ได้ยินเช่นกัน ตอนแรกเธอรู้สึกหมดหนทางนิดหน่อย คิดว่ารอบนี้นอกจากนักฆ่าตัวน้อยอาหมิงที่ซ่อนความลับไว้ คนอื่นที่เหลือก็เป็นพวกตัวถ่วงกันหมด
แต่ไม่รู้ทำไม พอเห็นเฉิงสือชะเง้อคอหาพนักงานเสิร์ฟ จู่ๆ ในหัวเธอก็มีแสงสว่างวาบขึ้นมา ตบหนังสือในมือลงบนโต๊ะดังปัง
"ปัง!" เสียงดังทำเอาทุกคนสะดุ้ง
"พนักงานเสิร์ฟ!"
"หา?"
"?"
ฟางซือฉิงพูดด้วยความตื่นเต้นว่า
"พนักงานเสิร์ฟไง เฉิงสือพูดถูก มีแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้นที่จะคอยสังเกตความเคลื่อนไหวของลูกค้าทุกโต๊ะตลอดเวลา และมีแค่พวกเขาที่คุ้นเคยกับลูกค้าเหล่านี้ ดังนั้นความทรงจำทุกมุมถึงได้ชัดเจน เพราะพวกเขารู้จักทุกอย่างที่นี่อยู่แล้ว!"
สวีลู่เบิกตากว้างมองเฉิงสือ พอเห็นเฉิงสือทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกเหมือนกัน ความตกใจในใจก็ลดลงหน่อย
ดูท่าทางเขาเองก็คงนึกไม่ถึงเหมือนกัน สงสัยจะฟลุ๊ค......
เฉิงสือแสดงละครได้สมบทบาทคนงงจริงๆ เขาพยายามเบิกตากว้าง กระพริบตาถี่ๆ แล้วถามอย่างมึนงงว่า
"ผมพูดเหรอ?"
ฟางซือฉิงมองเขาอย่างมีความหมายแฝง แล้วรีบลุกขึ้นเตรียมไปติดต่อกับพนักงานเสิร์ฟแต่ละคน
ตอนที่สำรวจรอบก่อนไม่ใช่ว่าเธอไม่ได้ฟังพนักงานเสิร์ฟคุยกัน แต่เมื่อเทียบกับลูกค้าแล้ว พนักงานเสิร์ฟพูดน้อยมาก ข้อมูลที่มีประโยชน์ก็น้อย เลยข้ามไปอย่างรวดเร็ว
เฉิงสือเห็นเธอเคลื่อนไหวรวดเร็วขนาดนี้ ก็หวังดีเตือนไปประโยคหนึ่ง
"ขาใหญ่ใจเย็นๆ ก่อน ลูกค้าที่นี่ตัวล่ำบึ้กกันทั้งนั้น แถมยังดื่มไปตั้งเยอะ อารมณ์คงไม่ดีเท่าไหร่ คุณรีบร้อนขนาดนั้นระวังจะไปยั่วโมโหพวกเขาเข้า ถึงตอนนั้นถ้าตีกันขึ้นมาพวกเราจะซวยเอานะ!"
ฟังดูเหมือนคำพูดถ่วงความเจริญ สวีลู่ที่เดินตามหลังฟางซือฉิงหันมามองด้วยสีหน้าไม่พอใจ แม้แต่อาหมิงที่เพิ่งลุกขึ้นก็หันกลับมามองเฉิงสือด้วยความกระดากอาย
"เฉิงสือ นาย......"
แต่ฟางซือฉิงกลับชะงักกึกเมื่อได้ยินคำพูดนี้ ในหัวมีแสงสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง
ความทรงจำของคนเราไม่ใช่การฉายภาพซ้ำอย่างเป็นกลางร้อยเปอร์เซ็นต์ มักจะมีความลำเอียงตามความรู้สึกส่วนตัวปนอยู่ด้วย
มีคำกล่าวหนึ่งที่ว่า 'มองโลกผ่านตัวตน ทุกสรรพสิ่งจึงเจือสีสันแห่งเรา' ซึ่งเป็นคำอธิบายความทรงจำได้ดีที่สุด
ถ้าลูกค้าในฉากความทรงจำนี้โดยรวมดูแข็งแรงกำยำ นั่นแสดงว่าเจ้าของความทรงจำมีความเป็นไปได้สูงที่จะรู้สึกไปเองว่าพวกเขาแข็งแรงตอนที่ได้สัมผัส
เมื่อคิดย้อนกลับไป คนคนนี้น่าจะมีรูปร่างผอมแห้ง และผอมแห้งกว่าคนปกติทั่วไปเสียอีก!
พนักงานเสิร์ฟที่ผอมแห้ง มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นคำตอบของความทรงจำชั้นนี้!
ฟางซือฉิงดวงตาเป็นประกาย แอบชำเลืองมองเฉิงสืออีกครั้ง เห็นเขายังคงแกล้งโง่ ก็ไม่ได้เปิดโปง แค่พาอาหมิงรีบเดินขึ้นชั้นบนไป
"ฉันจำได้ว่านายเคยบอกว่าในห้องพักชั้นบน มีพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งกำลังนอนหลับอยู่?"
อาหมิงนึกย้อนแล้วตอบทันที "อืม ใช่ ค่อนข้างสูง ค่อนข้างผอม ขาเป๋นิดหน่อยด้วย"
"คนนั้นแหละ!"
ฟางซือฉิงเดินขึ้นชั้นบนโดยไม่หันกลับมามอง อีกสองคนรีบตามไป ไป๋หลิงเห็นว่าเธอเหมือนจะเจอคำตอบแล้ว ก็รีบลุกขึ้นเตรียมตามไปทันที
ตอนเดินผ่านเฉิงสือ เธอยังใช้เล็บกรีดหลังมือเฉิงสือเบาๆ แล้วหัวเราะคิกคัก
"ประเมินนายต่ำไปหน่อยนะ ขาใหญ่"
พร้อมกับแปะป้ายใหม่ให้เฉิงสือในใจ: ยอดฝีมือแกล้งกากตบเกรียน
เฉิงสือยิ้ม ไม่ได้สนใจเธอ
ฟางซือฉิงพาทุกคนมาถึงหน้าห้องพักที่ประตูปิดล็อก อาหมิงแค่ใช้นิ้วจิ้มไปที่รูลูกบิด ประตูก็เปิดออกตามเสียง
"นี่มัน?" สวีลู่ถามด้วยความประหลาดใจ
"พรสวรรค์อาชีพ นิ้วกุญแจผี" อาหมิงตอบอย่างเขินอาย
เฉิงสือเพิ่มระดับความประเมินอาหมิงในใจเงียบๆ เพราะพรสวรรค์นี้เป็นระดับ A แถมยังเป็นระดับ A ที่หาได้ยากด้วย
และพรสวรรค์นี้เป็นของอาชีพนักฆ่าจริงๆ นั่นหมายความว่า เขาไม่ได้โกหกเรื่องอาชีพ
แต่ปิดบังคะแนนไว้
ถ้าอย่างนั้น สรุปแล้วเขาศรัทธาใน [ระเบียบ] หรือ [สงคราม] กันแน่?
ฟางซือฉิงก้าวเข้าไปในห้องที่มืดสนิท ยื่นมือฉีกกระดาษหน้าหนึ่งออกจากหนังสือ สะบัดในอากาศ กระดาษแผ่นนั้นก็หดตัวลงกลายเป็นโคมไฟส่องสว่างไปทั่วทั้งห้อง
โคมไฟกระดาษยังมีเสียงร้องเพลงอันไพเราะดังออกมา: "ทวยเทพเอย~ นำพาแสงสว่าง~ มวลมนุษย์เอย~ ต่างแซ่ซ้องสรรเสริญ~"
ลูกเล่นของกวีผู้รอบรู้ ปรากฏต่อสายตาทุกคนในที่สุด
"จุ๊ๆ เพราะใช้ได้เลยนะเนี่ย"
เสียงร้องชัดเจนว่าเป็นเสียงของฟางซือฉิงเอง เฉิงสือไม่คิดเลยว่าครูสอนภาษาอังกฤษคนนี้เวลาร้องเพลงพื้นบ้าน จะดูมีเสน่ห์ขนาดนี้
แต่เสียงเปิดประตูและเสียงร้องเพลงก็ปลุกให้พนักงานเสิร์ฟที่กำลังพักผ่อนตื่นขึ้น เขาลืมตาขึ้นอย่างงุนงง มองดูกลุ่มคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวนิดๆ
"พวกคุณ...... ถ้าต้องการความช่วยเหลือไปหาซาตัวได้ ผมเลิกงานแล้ว"
ฟางซือฉิงยิ้มให้พนักงานเสิร์ฟน้อยๆ
"พวกเรามาหาคุณนั่นแหละ"
"หาผม?" พนักงานเสิร์ฟเริ่มกลัว เขากระชับผ้าห่มแน่น เสียงสั่นเครือ "ผมเหมือนจะไม่รู้จักพวกคุณนะ......"
"ไม่ต้องกลัว พวกเราไม่ได้มาหาเรื่องคุณหรอก"
พูดจบเธอก็หันกลับมามองเฉิงสือ ส่งสายตาให้
เฉิงสืออ่านใจเธอออก ร่ายเวทสงบจิตใส่พนักงานเสิร์ฟไปหนึ่งดอก แถมเวทสะกดจิตให้อีกหนึ่งที
ถึงยังไงก็เป็นนักบวช สกิลพื้นฐานมีครบหมด
ฟางซือฉิงยิ้มชื่นชม แล้วหันกลับไปพูดต่อ
"ใจเย็นๆ ลองคิดดูให้ดี สิ่งที่คุณเห็นทั้งหมดเป็นแค่ความทรงจำของคุณ ที่นี่เป็นอดีตไปแล้ว ตัวคุณในตอนนี้ ไม่ควรจะจมปลักอยู่กับความทรงจำ ถูกไหม?"
แววตาของพนักงานเสิร์ฟยิ่งดูสับสน ก่อนจะพยักหน้าแล้วพูดว่า
"ใช่ ถูกต้อง ผมจำได้แล้ว นี่คือความทรงจำของผม"
"วูบ——"
"เพล้ง......"
สิ้นเสียงของเขา ร่างของพนักงานเสิร์ฟก็แตกกระจายเหมือนกระจกเงา สลายกลายเป็นละอองแสงนับไม่ถ้วน แล้วค่อยๆ รวมตัวกันกลายเป็นประตูมิติสีฟ้าครามลึกล้ำราวกับผิวกระจก
คำตอบถูกต้อง ผู้เล่นหาทางออกของความทรงจำชั้นนี้เจอแล้ว
ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก ฟางซือฉิงเลิกคิ้ว ส่งสัญญาณให้ทุกคนทยอยออกไปได้
"หวงโปยังไม่ขึ้นมาเลย......" อาหมิงเตือนอย่างระมัดระวัง
"ช่างเขา พวกเราไปก่อน"
เฉิงสือเบะปาก เป็นคนแรกที่ก้าวเข้าไป
ก่อนจะไป เขาหันข้างมาสบตากับฟางซือฉิง ทั้งสองต่างอ่านสายตาของอีกฝ่ายออก
ฟางซือฉิงบอกว่า: ฉันรู้นะว่านายแกล้งโง่
เฉิงสือบอกว่า: อะบะ อะบะ อะบะ
เห็นเฉิงสือที่ไม่ค่อยออกแรงกลับชิงตัดหน้าไปก่อน สวีลู่ที่อยู่ข้างหลังฟางซือฉิงก็นับนิ้วบ่นอุบอิบเสียงแอ๊บว่า
"คนอะไร ทีอย่างนี้ล่ะไวเชียว"
ฟางซือฉิงได้ยินก็ยิ้มขำ ในใจกลับแอบบ่นว่า: ผู้ชายแบบไหนกันนะที่จะชอบผู้หญิงเสียงแบ๊วแบบนี้? ดูซื่อบื้อ น่าสงสารพิลึก
ทุกคนทยอยตามเข้าไป อาหมิงรั้งท้ายสุด มองลงไปชั้นล่างอย่างลังเล ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้หันหลังเดินเข้าไป
...