- หน้าแรก
- ปาหี่ทวยเทพ
- บทที่ 18 เจ็ดวันผ่านไปไวเหมือนโกหก บททดสอบเวียนมาอีกครา
บทที่ 18 เจ็ดวันผ่านไปไวเหมือนโกหก บททดสอบเวียนมาอีกครา
บทที่ 18 เจ็ดวันผ่านไปไวเหมือนโกหก บททดสอบเวียนมาอีกครา
บทที่ 18 เจ็ดวันผ่านไปไวเหมือนโกหก บททดสอบเวียนมาอีกครา
ตามหัวข้อ
ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมานี้ เซี่ยหยางที่ดูเหมือนจะได้รับคำสัญญาอะไรบางอย่างจากคุณหนูผู้พยากรณ์คนนั้น ก็ช่วยลงดันเจี้ยนอาวุธระดับ A ให้เฉิงสือด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข
ความจริงแล้วเฉิงสือไม่ได้ตั้งใจจะเอาอาวุธ เขาอยากได้นาฬิกาพกทองคำสักสองสามเรือนมากกว่า
แต่เซี่ยหยางรู้สึกว่ามูลค่าของนาฬิกาทองเทียบไม่ได้เลยกับขวดน้ำยาความรุ่งเรืองในวันวาน ดังนั้นจึงยืนกรานที่จะหาอาวุธมาให้เขาให้ได้
เมื่อเห็นอีกฝ่ายดื้อรั้นราวกับไม่กลัวตาย เฉิงสือจึงยอมจำนน บอกชื่ออาวุธสายนักเวทย์ไปส่งๆ อันหนึ่ง ให้เขาไปช่วยตีมาให้
ตอนที่เซี่ยหยางรู้ว่าเฉิงสือต้องการอาวุธนักเวทย์ เขาถึงกับอึ้งไปพักใหญ่
"ที่แท้นายเป็นนักเวทย์เหรอ?"
"ดูไม่เหมือนเหรอ?"
"ฉันคิดมาตลอดว่านายเป็นนักฆ่า ที่เก่งเรื่องการซ่อนตัวซะอีก"
"......"
โชคดีที่เซี่ยหยางลงดันเจี้ยนแล้วไม่ตาย แต่ก็บาดเจ็บสาหัสกลับมา
เฉิงสือพยายามเกลี้ยกล่อมให้เซี่ยหยางไปทวงน้ำยาความรุ่งเรืองในวันวานขวดนั้นคืนมา แต่ไม่นึกเลยว่าเซี่ยหยางจะปฏิเสธคำแนะนำของเขาอย่างเด็ดขาด แถมยังขอติดค้างไว้อีกหนึ่งขวด
สุดท้ายก็ได้อาวุธมาจนได้ แต่ก็ต้องเสียยาไปอีกหนึ่งขวด
"ขอให้นายสมหวังในความรักเร็วๆ นะ" เฉิงสือมีสีหน้าซับซ้อน
"ขอบคุณ"
เซี่ยหยางซาบซึ้งใจจากก้นบึ้ง
ส่วนเฉิงสือรังเกียจจากก้นบึ้ง
ถ้าไม่เห็นแก่ที่นายคุยเป็นเพื่อนแก้เหงาได้ ฉันจะไปสนความรักพรรค์นั้นของนายทำไม
แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็มีเรื่องสนุกๆ ให้ดู
ในโลกยุคนี้ การผ่อนคลายจิตใจสำคัญที่สุด
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ข้อมูลบททดสอบใหม่ก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า
เฉิงสือไม่ได้ลงดันเจี้ยนมาหนึ่งสัปดาห์ สภาพความพร้อมในการแข่งขันยังคงรักษาไว้ได้ดี
[บททดสอบพิเศษ (เส้นทางหลงลืมแห่งรัตติกาลนิรันดร์ [ความทรงจำ]) เริ่มต้นขึ้นแล้ว]
[กำลังจับคู่เพื่อนร่วมทีม (1/6)]
[เป้าหมายบททดสอบ: ในความทรงจำที่ไขว้กันไปมา ย่อมมีทางออกเสมอ แต่เงื่อนไขคือ รัตติกาลยังไม่สลายไป (จำกัดเวลา 12 ชั่วโมง)]
"เชี่ย!"
เฉิงสือชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสบถออกมา
ดันเป็นบททดสอบของฝ่ายตรงข้ามซะได้ นี่มันกะจะให้ฉันตายชัดๆ?
[จับคู่สำเร็จ (6/6), กำลังเข้าสู่บททดสอบ]
ท่ามกลางความตื่นตะลึงสุดขีดของเฉิงสือ ทัศนวิสัยของเขาก็มืดลงอีกครั้ง
...
"คุณคะ? คุณคะ?"
เสียงพูดคุยจอแจดังอยู่ข้างหู แทรกด้วยเสียงชนแก้วและเสียงโห่ร้องเป็นระยะ
นี่มัน... ร้านเหล้าเหรอ?
เฉิงสือลืมตาขึ้น พบว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะกลมตัวหนึ่ง บนโต๊ะมีคนทั้งหมดหกคน ต่างฟุบหลับคาโต๊ะกันหมด เขาเป็นคนแรกที่ตื่นขึ้นมา
เขาก้มมองเสื้อผ้าของตัวเอง คอปกและสาบเสื้อเปียกชุ่มไปหมด
โชคดีที่ไม่ใช่อ้วก น่าจะเป็นเพราะตอนหลับไปปัดโดนเหล้าหกใส่ ทั้งตัวเลยมีแต่กลิ่นเหล้า
"คุณคะ เหล้าที่สั่งไว้จะให้เสิร์ฟต่อไหมคะ?"
พนักงานเสิร์ฟในชุดดำยืนอยู่ข้างๆ ถือถาดรอคำสั่งจากเฉิงสืออย่างเงียบๆ
ยังจะเสิร์ฟอีก? คนเมากันขนาดนี้แล้วจะเสิร์ฟหาพระแสงอะไร เอาไว้แช่ตัวรึไง?
"ไม่แล้วครับ ขอบคุณ" เฉิงสือส่ายหน้า มองส่งพนักงานเสิร์ฟที่โค้งคำนับแล้วถอยออกไป เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ตรงหน้าก็เริ่มทยอยตื่นกันแล้ว
"ที่นี่ที่ไหน? ร้านเหล้า?"
"เอ่อ ปวดหัว......"
"ว้าย เสื้อเปื้อนหมดเลย!"
"เหล้าเลือดแกะเชนิลล่า ของโปรดของชาวปศุสัตว์พายุหิมะ ทางตอนใต้ของเทือกเขาพายุหิมะในยุคอารยธรรมตอนกลาง มีอาณาจักรเล็กๆ ชื่อบิลิอุส ที่นิยมไวน์ชนิดนี้มาก"
"อึก อึก อึก ว้าว เหล้าดี!"
"......"
เมื่อมองดูปฏิกิริยาที่แตกต่างกันไปของเพื่อนร่วมทีม สีหน้าของเฉิงสือก็เริ่มดูไม่ดีนัก
ชายสามหญิงสาม รอบนี้มีพวกตัวถ่วงมาด้วยชัดๆ
"ขาใหญ่?" เด็กหนุ่มสวมแว่นตาที่พูดคนแรกเริ่มกวาดตามองไปรอบๆ สายตาหยุดอยู่ที่เฉิงสือและหญิงสาวที่บอกที่มาของเหล้าครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันไปถามฝ่ายหลัง
"ฟางซือฉิง, [อารยธรรม], นักขับขาน, บันไดเทพ 2047, สวัสดีตอนเช้าค่ะทุกคน"
นักขับขานแห่ง [อารยธรรม] ผู้นี้หยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวออกมาจากไหนก็ไม่รู้ แล้วเช็ดเสื้อเชิ้ตสีขาวและผ้าพันคอสีดำที่เปียกคราบเหล้าอย่างสง่างาม จากนั้นก็ขยับแว่นตาขึ้นเล็กน้อย พยักหน้าทักทายทุกคน
เฉิงสือวิเคราะห์ลักษณะหน้าตาของเธออย่างรวดเร็ว: ผมดัดลอนยาว, แว่นตากรอบกลมสีดำ, หน้าตาสวยคม, และ... เหมือนครู
แถมยังเป็นครูสอนภาษาอังกฤษด้วย
ฟางซือฉิง, [อารยธรรม], นักขับขาน, บันไดเทพ 2047
เด็กหนุ่มสวมแว่นที่นั่งอยู่ทางขวามือของเธออ้าปากค้างเล็กน้อย แสดงท่าทีตกตะลึง
"ห้อง 2000?"
เมื่อเห็นทุกคนมองมาที่ตน เขาก็รีบแนะนำตัวอย่างลนลาน
"อาหมิง, หมิงที่แปลว่าจารึก, [อารยธรรม], นักฆ่า, บันไดเทพ 1717"
สิ้นเสียงของเด็กหนุ่ม เฉิงสือก็ขมวดคิ้ว
คนคนนี้โกหก
ไม่รู้ว่าเขาปิดบังเส้นทางชะตาของตัวเองหรือแต่งเรื่องคะแนนของตัวเองขึ้นมา แต่โดยรวมแล้วอาชีพมันปลอมแปลงยาก และก็ไม่จำเป็นต้องปลอมแปลงด้วย
แต่ดูจากท่าทางลุกลี้ลุกลนของเขาแล้ว ไม่เหมือนนักฆ่าเลยสักนิด
นักฆ่ามักจะค่อนข้าง... ทะมัดทะแมง?
จู่ๆ เฉิงสือก็นึกถึงซ่งย่าเหวินขึ้นมา ช่างเถอะ บางทีวงการนักฆ่าสมัยนี้อาจจะนิยมสไตล์ขัดแย้งกับภาพลักษณ์ก็ได้
อาหมิง, [อารยธรรม], นักฆ่า, บันไดเทพ 1717
"นี่ พี่ชาย?"
ขณะกำลังคิดเพลินๆ เด็กหนุ่มก็ส่งเสียงเรียกเฉิงสือ
เฉิงสือชะงักไปเล็กน้อย พบว่าลำดับการพูดครั้งนี้กลายเป็นทวนเข็มนาฬิกาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และเด็กหนุ่มคนนั้นก็นั่งอยู่ทางซ้ายมือของเขาพอดี
ถึงตาตัวเองเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
เฉิงสือปรับสีหน้าเล็กน้อย แนะนำตัวด้วยรอยยิ้มสดใส
"เฉิงสือ, [ตัวตน], นักบวช, บันไดเทพ 1501"
ทันทีที่พูดจบ เขาก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งตรงข้ามขมวดคิ้วเล็กน้อย
โอ๊ะ? เริ่มน่าสนใจแล้วสิ
"1500?" อาหมิงเบิกตากว้างกว่าเดิม มองฟางซือฉิงสลับกับเฉิงสือ แล้วตกตะลึงยิ่งกว่าเก่า
"ห่างกันตั้ง 500 คะแนนอีกแล้ว?"
"อีกแล้ว?" เฉิงสือยิ้ม
"บททดสอบสัปดาห์ที่แล้วก็ห่างกัน 500 คะแนน ยุ่งยากมาก อันตรายสุดๆ"
"แต่นายก็ยังรอดมาได้ ไม่ใช่เหรอ?"
อาหมิงยิ้มเจื่อนๆ พูดอย่างไม่ค่อยจะมองโลกในแง่ดีว่า "แค่โชคดีเท่านั้นแหละ"
การแนะนำตัวดำเนินต่อไป ถึงตาลุงที่นั่งขวามือเฉิงสือซึ่งเอามือนวดขมับอยู่ตลอดเวลา
ลุงคนนี้ไว้ผมยาวซอยสไลด์ อากาศร้อนๆ ยังใส่แจ็คเก็ตคอปกขนสัตว์ แววตาดูซึมเศร้า
"หวงโป, [โกลาหล], นักขับขาน, 1998"
[โกลาหล]!
เส้นทางชะตาขั้วตรงข้ามกับ [อารยธรรม]!
มีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว
เฉิงสือยิ้มพลางสังเกตสีหน้าของฟางซือฉิงและอาหมิง แต่เห็นทั้งสองคนแค่มองลุงคนนี้แวบหนึ่ง ไม่ได้มีปฏิกิริยาพิเศษอะไร
กลับกัน หวงโปเอานิ้วสางผม นวดหนังศีรษะไม่หยุด ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ดูเหมือนจะไม่สนใจเลยว่าในกลุ่มเพื่อนร่วมทีมจะมีศัตรูอยู่
หวงโป, [โกลาหล], นักขับขาน, 1998
"2000 คะแนนอีกคนแล้ว?"
"นักขับขานอีกแล้ว?" ผู้เล่นหญิงที่นั่งตรงข้ามเฉิงสืออุทานออกมา แล้วรีบเอามือปิดปากตัวเอง
คนคนนี้ คือหญิงสาวที่ขมวดคิ้วตอนได้ยินเส้นทางชะตาของเฉิงสือนั่นเอง
"ทำไม วันนี้ประกวดร้องเพลงเหรอ?" ผู้เล่นหญิงอีกคนที่ยังคงกระดกเหล้าเอียงคอถาม ศอกเท้าโต๊ะแกว่งขวดเหล้าไปมา ปลายลิ้นตวัดเลียริมฝีปากอย่างรวดเร็ว หัวเราะร่าอย่างมีจริต
"ไป๋หลิง, จะเรียกว่าเหนียวเหนียว (นกน้อย) ก็ได้นะ, [เสื่อมทราม], นายพราน, คะแนนบันไดเทพต่ำเตี้ยเรี่ยดินไม่พูดถึงดีกว่า พี่ชายพี่สาวสุดหล่อสุดสวยพูดอะไร ฉันก็จะฟังตามนั้นแหละ"
พูดจบ เธอก็กระดกเหล้าอึกๆ อีกสองคำ ไม่สนใจเลยว่าเหล้าที่หกออกมาจะทำให้เสื้อเปียกอีกครั้ง จนชุดเดรสผ้าซาตินสีดำคอเว้าลึกแนบเนื้อ เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าที่ชวนให้เลือดลมสูบฉีด
"สิ่งที่ฉันถนัดที่สุด ก็คือการเชื่อฟัง~"
[มลทิน]
เฉิงสือไม่ต้องมอง แค่ดมกลิ่นก็รู้แล้วว่าแม่สาวน้อยสวมปลอกคอคนนี้คือนายพรานสาย [มลทิน], นักล่าสัมผัส
พวกเขาถนัดในการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับกิเลสตัณหา และชักนำให้เหยื่อจมดิ่งไปกับพวกเขา ปั่นประสาทของเหยื่อ ทรมานจิตใจของเหยื่อ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามหลงระเริงไปกับการปล่อยตัว และสูญเสียแรงต้านทานไปในความเสื่อมทราม
ดูท่าทางแม่สาวน้อยคนนี้จะเป็นยอดฝีมือด้านการแสวงหาความเสื่อมทรามทางเนื้อหนัง แต่เฉิงสือพบว่าเธอไม่ได้โกหก ซึ่งแสดงว่าคะแนนเส้นทางสู่ความเป็นเทพของเธอต่ำจริงๆ
คะแนนต่ำ แต่ยังถูกจับคู่มาอยู่ในห้องเดียวกับเขาได้
มีของอยู่เหมือนกัน
ไป๋หลิง, [เสื่อมทราม], นายพราน, X
นักฆ่าอาหมิงเห็นท่าทางของเธอก็ดูอึดอัดเล็กน้อย ลุงหวงโปเกาหัวไม่หยุด ฟางซือฉิงมองดูอย่างสนใจ ส่วนผู้เล่นหญิงคนสุดท้ายที่นั่งข้างเธอมีสีหน้ารังเกียจฉายออกมาแวบหนึ่ง
เฉิงสือมองไปยังผู้เล่นหญิงคนสุดท้ายอย่างครุ่นคิด แม่สาวน้อยหน้าตาสะสวย สวมแว่นตาเหมือนกัน ดูท่าทางเปิดเผย แต่กลับหลบสายตาที่เฉิงสือมองไป
"สวีลู่, [ความว่างเปล่า], นักขับขาน, บันไดเทพ 1643"
"?"
พอเสียงดัดจริตดังออกมา เฉิงสือก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ก่อนจะรีบหันไปมองไป๋หลิง พยายามกลบเกลื่อนมุมปากที่กลั้นยิ้มไม่อยู่
ดูสิ นี่มันบังเอิญอะไรขนาดนี้?
ผู้พยากรณ์หนึ่งเดียวในสนาม แถมตัวเองยังรู้จัก มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นแม่สาวเสียงดัดจริตที่เจ้าหมาเลียแซ่เซี่ยตามจีบแต่ไม่ติดคนนั้น
จุ๊ๆ สาวกแห่ง [โชคชะตา] สินะ เสียใจด้วยนะ รอบนี้สถานะของฉันคือสาวกแห่ง [เวลา]
พูดอีกอย่างก็คือ ฉันน่ะเป็นหมาป่า!
แผล็บ!
สวีลู่, [ความว่างเปล่า], นักขับขาน, บันไดเทพ 1643
เฉิงสืออยากจะหัวเราะออกมา แต่ก็ไม่กล้าแสดงพิรุธมากเกินไป เขารู้ว่าสวีลู่ต้องกำลังสังเกตเขาอยู่แน่ๆ เพียงแต่เธอน่าจะกำลังสงสัยว่าเฉิงสือคนนี้จะใช่ "เพื่อนบ้าน" ที่เธอรู้จักคนนั้นหรือเปล่า
สวีลู่กำลังสังเกตเฉิงสืออยู่จริงๆ เธอแสร้งทำเป็นมองเฉิงสือแบบผ่านๆ ขณะเดียวกันในใจก็นึกย้อนไปถึงคำพูดที่เซี่ยหยางเคยบอกเธอเกี่ยวกับเฉิงสือ
"ดาดฟ้าตึกข้างๆ มีนักเวทย์ชื่อเฉิงสืออยู่คนหนึ่ง หน้าตาบ้านๆ อ้วนหน่อยๆ ดูทรงแล้วโอตาคุชัดๆ เขาอ้อนวอนฉันตั้งนานให้ช่วยเขาสักครั้ง ฉันเห็นเขาน่าสงสาร ก็เลยลงดันเจี้ยนอาวุธระดับ A มั่วๆ ไปรอบหนึ่ง ช่วยตีอาวุธมาให้เขาอันหนึ่ง"
"คนคนนี้ดูหน้าตาบ้านๆ ก็จริง แต่รักพวกพ้องอยู่นะ รู้จักบุญคุณคน ให้ยารักษาอาการบาดเจ็บระดับ A ฉันมาขวดหนึ่ง......"
"เขาไม่ได้ดรอปมาจากดันเจี้ยนหรอก น่าจะเก็บได้ในบททดสอบนั่นแหละ ยังไงมูลค่าก็ต่ำกว่าอาวุธที่ฉันให้เขาไปอยู่ดี"
"ฉันคะแนนสูง ลูกเล่นเยอะ เก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้ ให้เธอแล้วกัน เธอเก็บไว้เป็นของช่วยชีวิตเถอะ ยานี้ก็งั้นๆ... แต่ก็พอใช้ได้แหละ ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก"
ชัดเจนว่า เฉิงสือที่อยู่ตรงหน้าเธอนี้ ต่างจากเฉิงสือในปากของเซี่ยหยางอยู่พอสมควร อย่างน้อยเฉิงสือคนนี้ก็ไม่ขี้เหร่ ไม่เพียงไม่ขี้เหร่ ยังดูดีนิดๆ ด้วยซ้ำ
อีกอย่างคือ เขาเป็นนักบวช
ไม่ตรงกับนักเวทย์
เป็นที่รู้กันดีว่า อาชีพเป็นสิ่งที่โกหกกันยากที่สุด
ดังนั้น ก็น่าจะแค่ชื่อเหมือน?
แต่ไม่รู้ว่า เขาศรัทธาใน [ความทรงจำ] หรือว่าขั้วตรงข้ามอย่าง...... [เวลา]