เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 นี่คือทางเลือกของชะตา

บทที่ 13 นี่คือทางเลือกของชะตา

บทที่ 13 นี่คือทางเลือกของชะตา


บทที่ 13 นี่คือทางเลือกของชะตา

สาเหตุที่ฝนอุกกาบาตเพลิงถูกเรียกว่าวิชาต้องห้าม ก็เพราะวิชานี้มีระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานมาก ยาวนานจนสามารถกวาดล้างสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในรัศมีทำลายล้างได้หมดสิ้น แม้แต่พื้นดินก็ยังถูกถล่มจนยุบลงไปถึงสามฟุต

ตามปกติแล้ว ไม่ว่าผู้ร่ายเวทจะเป็นเผ่าพันธุ์ไหน พลังจิตก็คงไม่เพียงพอที่จะรองรับการใช้เวทมนตร์ขนาดมหาศาลเช่นนี้ได้

แต่ฝนอุกกาบาตเพลิงเป็นข้อยกเว้น เพราะมันไม่ใช่การสร้าง แต่เป็นการอัญเชิญ

ดวงอาทิตย์ยักษ์ที่ขอบฟ้านั้นมีอยู่จริง!

ดวงอาทิตย์ยักษ์อันน่าสะพรึงกลัวที่มีนามว่า [ความโกรธเกรี้ยวแห่งความชิงชัง] นี้ เดิมทีเป็นเทพบริวารของ [โกลาหล] และเป็นเทวทูตของ [อลหม่าน]

แต่ในยุคสมัยหนึ่งถูก [ระเบียบ] จองจำไว้ จึงกลายเป็นพลังอำนาจสูงสุดที่พระองค์ประทานให้แก่ผู้พิพากษาธาตุภายใต้อาณัติ

เพียงแค่เปิดประตูคุกที่จองจำ [ความโกรธเกรี้ยวแห่งความชิงชัง] ออกเพียงชั่วครู่ แล้วเล็งไปยังพื้นที่เป้าหมาย เพลิงโทสะที่ถูกกดทับมานับไม่ถ้วนก็จะทะลักลงมาราวกับเขื่อนแตก

จนกว่าท่านจะตื่นจากความโกลาหล และตระหนักได้ว่าการระบายอารมณ์ของท่านเป็นเพียงการเอื้อประโยชน์ให้กับสาวกของ [ระเบียบ] ท่านถึงจะยอมหยุดมืออย่างเสียไม่ได้ ปิดประตูคุก แล้วเริ่มบ่มเพาะเพลิงโทสะรอบใหม่

ความโกรธเกรี้ยวแห่งความชิงชัง เทพบริวารของ [โกลาหล] เทวทูตของ [อลหม่าน] นักโทษของ [ระเบียบ]

ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ก็เพื่อพิสูจน์เรื่องเดียว นั่นคือ ฝนอุกกาบาตเพลิง มนุษย์ธรรมดาไม่อาจแก้ไขได้

พวกเฉิงสือวิ่งไปทางทิศ 3 นาฬิกาได้ไม่กี่นาที อุกกาบาตที่หวีดหวิวลงมาก็ระเบิดรอบตัวพวกเขาตามลำดับ

ไม่จำเป็นต้องตกลงมาโดนตัว แค่ธารลาวาที่สาดกระเซ็นก็ทำให้พวกเขาก้าวเดินแทบไม่ได้แล้ว

"ไม่ได้! ทางนี้ไปไม่ได้! นักเวทย์!"

"เวลา ย้อนกลับ!"

ฉากเดิมวนกลับมาอีกครั้ง กาลเวลาไหลย้อนกลับ

"1! วิ่ง!"

เฉาสามขวบเพิ่งถูกเหวี่ยงขึ้นฝั่งจากกระแสธารแห่งกาลเวลา ก็รู้สึกว่าตัวเองถูกเฉินชงหิ้ววิ่งไปทางทิศ 1 นาฬิกาอย่างบ้าคลั่ง

"ไม่ใช่ เฉินชง ทิศ 5 นาฬิกา!"

เฉินชงชะงักฝีเท้า เหวี่ยงแขนสองข้างหมุนร่างสองคนในมือเหมือนกังหันลม อาศัยแรงเหวี่ยงนั้นกลับตัววิ่งเฉียงไปข้างหลังอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเล!

"เกิดอะไรขึ้น?"

เฉาสามขวบหน้าเครียด "เราล้มเหลวมาสองครั้งแล้ว"

เซี่ยหว่านตามมาติดๆ เฉิงสือขมวดคิ้วเงียบๆ

เขายื่นมือเข้าไปในอกเสื้อ พลิกหน้าลูกเต๋าอีกครั้ง

3 แต้ม

"ทางนี้ไม่ได้! ควันหนาเกินไป มองไม่เห็นทางแล้ว! นักฆ่าบอกทางที!"

"นักฆ่า? ซ่งย่าเหวิน? เชี่ย ตายแล้ว นักเวทย์ ย้อนกลับ!"

"เวลา......ย้อนกลับ......"

"ทิศ 7 นาฬิกา เฉินชง กลับตัว!"

ลูกเต๋าพลิกหน้า 4 แต้ม

"เซี่ยหว่านระวัง!"

"เวลา......ย้อนกลับ!"

"ทิศ 9 นาฬิกา เร็ว!"

ลูกเต๋าพลิกหน้า 5 แต้ม

"......"

การที่ผู้ท่องเวลาสามารถขึ้นเป็น T0 ได้นั้น หนึ่งในกุญแจสำคัญคือการมีโอกาสลองผิดลองถูกได้ไม่จำกัดใน [สนามรบกาลเวลา]

แต่พลังเทพของ [เวลา] ไม่ใช่ของฟรีที่ใช้ได้ตลอด เมื่อ "เวลา" ไม่สามารถไหลเวียนต่อไปในสนามรบได้เป็นเวลานาน ในฐานะผู้ปกครองกาลเวลา พระองค์ก็จะเริ่มหงุดหงิด

การจามของเทพเจ้า คือพายุของปุถุชน

เมื่อเวลาย้อนกลับเป็นครั้งที่หก แม้แต่เฉาสามขวบที่เป็นสาวก [เวลา] ความทรงจำก็เริ่มเลือนราง

"เวลา ย้อนกลับ!!"

"1! วิ่ง!"

เฉาสามขวบตัวสั่นคลอนไปตามการวิ่งของเฉินชง เขาลืมตาโพลง สมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ ก่อนจะพึมพำกับตัวเองว่า

"เราเริ่มใหม่อีกแล้ว......"

เฉินชงชะงัก ถามอย่างร้อนรน

"แล้วตอนนี้ทำไง? ไปทางไหน?"

เฉาสามขวบหน้าสิ้นหวัง "ฉันจำภาพเหตุการณ์ได้เยอะแยะ จำวินาทีที่ทุกคนตายได้ แต่ดันลืมจำนวนครั้ง......ลืมไปแล้วว่าเราควรไปทางไหน"

เฉินชงใจหายวาบ สถานการณ์แบบนี้บอกได้อยางเดียวว่า พวกเขาล้มเหลวมาหลายครั้งแล้ว

ผู้ท่องเวลาหลงทางในกาลเวลา เท่ากับประกาศความล้มเหลวและความตายของพวกเขา

แต่เฉินชงไม่ใช่คนที่ยอมแพ้ง่ายๆ เขาคำรามลั่น พาทุกคนกลับตัววิ่งไปทางทิศ 3 นาฬิกา

"ตั้งสติไว้ ดูเส้นทาง เอามาเทียบกับความทรงจำในหัวนาย เราอาจหาทางออกเจอ!"

หนานกงก็ร้อนใจไม่แพ้กัน เห็นเฉาสามขวบแววตาเลื่อนลอย ก็กัดฟันดึงมีดสั้นเล่มนั้นออกมา แทงท้องตัวเองอย่างแรงหนึ่งที

จากนั้นแสงแห่งการรักษาอันเข้มข้นก็ราดรดลงบนศีรษะของเฉาสามขวบ ทำให้จิตใจที่สับสนของเขาแจ่มใสขึ้นทันตา

เขามองสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังของหนานกง แล้วพยักหน้าอย่างแรง

"ได้! ฉันจะนึก!"

แต่ตอนนั้นเอง จู่ๆ เฉิงสือก็ตะโกนขึ้นว่า

"ผิดแล้ว นี่ครั้งที่หก ทิศ 11 นาฬิกา เร็ว เฉินชง เลี้ยว!"

เฉินชงเร็วมาก ร่างกายพุ่งนำหน้าเซี่ยหว่านไปไกล เขาหันขวับด้วยความตกใจ ยังไม่ทันได้ถามสักคำ ก็เห็นเซี่ยหว่านเลี้ยวตามคำสั่งอย่างว่าง่าย มุ่งหน้าไปทางทิศ 11 นาฬิกา

เฉาสามขวบอ้าปากค้าง ตกตะลึงสุดขีด คิดไม่ออกเลยว่าเฉิงสือรู้ได้ยังไงว่าตอนนี้เป็นครั้งที่หก

สาวก [กำเนิด] จะรักษาความแจ่มใสในวังวนเวลาได้ยังไง?

รักษาไม่ได้หรอก

เฉิงสือก็เป็นแค่ผู้เล่นคนหนึ่ง คนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากวังวนเวลาไม่ใช่เขา แต่เป็นลูกเต๋าในมือเขาต่างหาก

เฉินชงก้มลงเห็นเฉาสามขวบเอ๋อไปแล้ว ก็หน้าเครียดตอบรับว่า

"เออ เชื่อแก!"

เขาไม่ลังเล หรือจะพูดให้ถูกคือไม่มีเหตุผลให้ลังเล ในความคิดของเฉินชง วินาทีที่เฉิงสือเริ่มสั่งการ แสดงว่าต้องมีวิธีแก้เกมแล้วแน่ๆ

ก็คนมัน 2000 คะแนนหนิ

พวก 2000 คะแนนคงไม่มีพวกกากหรอกมั้ง

จริงๆ แล้วเฉิงสือไม่มั่นใจเลยว่าทิศ 11 นาฬิกาจะรอดไหม แต่เขารู้ว่าทิศอื่นลองหมดแล้ว ไม่รอด

เขาลูบคลำหน้าลูกเต๋าในอกเสื้อ เงียบๆ พลิกมันไปที่เลข 6

6 ครั้งแล้ว นี่เป็นครั้งที่ 6 แล้ว

ต่อไปถ้านับอีก คงไม่ใช่แค่พลิกแนวตั้งแล้ว......

เซี่ยหว่านแบกเฉิงสือวิ่งฉิว ด้วยผลจากการรักษาต่อเนื่องและพรสวรรค์นายพราน สองขาเรียวยาวก้าวข้ามทะเลเพลิงราวกับวิ่งบนพื้นราบ

แต่สีหน้าเคร่งเครียดของเธอบอกเฉิงสือว่า เธอไม่ได้มองว่าทางนี้จะรอด

"เฉิงสือ แน่ใจนะว่าทางนี้?"

เฉิงสือส่ายหน้าอย่างซื่อสัตย์

"ไม่แน่ใจ"

"งั้นนาย......"

เฉิงสือยิ้มร่า "นี่คือทางเลือกของชะตา!"

เซี่ยหว่านเบิกตากว้าง รูม่านตาหดเกร็ง กำลังจะถามอะไรบางอย่าง อุกกาบาตลูกไฟก็พุ่งใส่หัว

"ตูม——"

"......"

ก่อนหลับตา เฉิงสือกำลูกเต๋าในมือแน่น สบถออกมาคำหนึ่ง

"เชี่ย"

"......เวลา......ย้อนกลับ!"

ทุกคนกลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง ฉากเดิมที่คุ้นเคย เฉินชงพุ่งไปทางทิศ 1 นาฬิกาอย่างไม่ลังเล

เฉาสามขวบยังคงเหม่อลอย หนานกงยังคงตื่นเต้น ซ่งย่าเหวินยังคงนำหน้าไปก่อน

มีเพียงเฉิงสือ มองลูกเต๋าที่ขึ้นเลข 6 แล้วเงียบกริบ

ออกไปไม่ได้ ลองมาหกทิศแล้ว ไม่มีทางรอด

ในใจเขารู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก แต่มือไม่ว่าง นิ้วโป้งดีดลูกเต๋าลอยขึ้นสูง แล้วรีบคว้าลูกเต๋าที่ตกลงมาไว้ข้างหลังอย่างรวดเร็ว

เซี่ยหว่านสังเกตเห็นการกระทำของเฉิงสือข้างหลัง ขณะวิ่งถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

"เป็นอะไร?"

เฉิงสือแบมือดู เห็นลูกเต๋าหงายเลข 1 ก็ถอนหายใจยอมรับชะตากรรม

"เราพลาดมา 6 ครั้ง แต่โชคชะตาชี้ทางให้ฉันไปที่ทิศ 1 นาฬิกาจริงๆ"

อารมณ์ของเซี่ยหว่านสับสนวุ่นวาย ไม่รู้จะเสียใจที่พลาดมา 6 ครั้ง หรือดีใจกับ "การชี้ทางของโชคชะตา" ที่เฉิงสือว่าดี

"หมายความว่า ทิศ 1 นาฬิกาถูกต้อง?"

ดูเหมือนเธอจะเริ่มเชื่อใจเฉิงสืออย่างไม่มีเงื่อนไข

เฉิงสือเดาะลิ้น ด่าพึมพำ

"แต่ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจว่า โชคชะตามันคือนางแพศยา!"

เซี่ยหว่านเบิกตากว้าง หันมามองเฉิงสือด้วยความไม่อยากเชื่อ

ประโยคนี้ ก่อนเทพจุติมันก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่หลังจากเทพจุติ......

เอาเป็นว่า มีเทพองค์หนึ่ง นามว่า [โชคชะตา]

"ช่างแม่ง เชื่อโชคชะตาสู้เชื่อว่าฉันเป็นจิ๋นซีฮ่องเต้ยังจะดีกว่า เซี่ยหว่าน กลับตัว ทิศ 7 นาฬิกา!"

เฉิงสือเลือกทิศทางที่ขัดแย้งกับโชคชะตา

ประโยคนี้ตะโกนดังมาก เฉินชงก็ได้ยิน

เช่นเดียวกับเซี่ยหว่าน ในใจเฉินชงเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เขาไม่ลังเลเลย กลับตัววิ่งตามเซี่ยหว่านไปทันที

วิ่งไปได้ไม่นาน เฉาสามขวบก็พบว่าเส้นทางนี้คล้ายกับเศษเสี้ยวความทรงจำส่วนหนึ่งของเขามาก

หมายความว่า พวกเขาเคยล้มเหลวในทิศทางนี้มาก่อน

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อีกสามวินาทีจะมีอุกกาบาตตกลงมาทางขวาหน้าของเซี่ยหว่าน ระเบิดพื้นเป็นหลุมยักษ์

เซี่ยหว่านและเฉิงสือ จะตกลงไป

จากนั้น เขาจะย้อนเวลาอีกครั้ง

ไฟแห่งความหวังในใจเฉาสามขวบมอดลง เขานับถอยหลัง รอคอยการหลงทางในกระแสธารแห่งกาลเวลาอีกครั้ง

3

2

1

"เวลา......ย้อน......หือ? หือ หือ หือ???"

ปรากฏว่า......

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เฉาสามขวบมองเซี่ยหว่านที่วิ่งฝ่าดงระเบิดและควันไฟหนีไปไกลด้วยความตกตะลึง

เป็นไปได้ยังไง?

อุกกาบาตที่ควรจะตกในความทรงจำไม่ปรากฏ ไม่ใช่แค่นั้น อุกกาบาตทางทิศ 7 นาฬิกาทั้งหมดไม่ตกเลยสักลูก

ท้องฟ้าข้างหน้ากลับแจ่มใสขึ้นมาทันตาเห็น ไม่มีอุกกาบาตสักลูก แม้แต่เปลวไฟยังหลีกเลี่ยงพื้นที่ตรงนี้

ฉากอันน่าเหลือเชื่อนี้ ท่ามกลางภาพวาดวันสิ้นโลกที่มีฝนไฟตกหนัก ราวกับมีใครเอายางลบมาลบแนวทิศ 7 นาฬิกาจนขาวสะอาด

บางทีเส้นขาวนี้สำหรับ "จิตรกร" อาจเป็นแค่การตวัดมือผ่านๆ แต่สำหรับพวกเฉิงสือทั้งหกคนในภาพวาด มันคือเส้นทางรอดชีวิตที่แท้จริง!

กลุ่มคนวิ่งหนีสุดชีวิตด้วยความตกใจและหวาดกลัว เลียบไปตามแนวฟ้าใสที่ทอดยาว หลังจากกัดฟันอดทนมากว่า 1 ชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็หนีพ้นรัศมีทำลายล้างของฝนอุกกาบาตเพลิง

และวินาทีที่พวกเขารอดตาย ภาพวาดฝนไฟที่ถูก "ลบ" ไป ก็กลับมาเต็มผืนอีกครั้ง

เฉาสามขวบมองนาฬิกาพกในมือ ผ่านไป 6 ชั่วโมงพอดีเป๊ะ เขาปิด [สนามรบกาลเวลา] ในชั่วโมงถัดไป พลังแห่งกาลเวลาที่ไหลเวียนอยู่บนตัวพวกเขาก็สลายไป

กระบวนการย้อนเวลาครั้งสุดท้าย ถูกจารึกไว้อย่างเลือนรางบนกระแสธารแห่งกาลเวลา

ทุกคนมองย้อนกลับไปทางที่หนีมา อุกกาบาตตกราวสายฝน เปลวไฟสาดกระเซ็นดั่งลาวา เหมือนเดิมทุกประการ ไร้ซึ่งโอกาสรอดชีวิต!

"นี่มัน......"

"เป็นไปได้ยังไง!?"

"ทำไมถึงมีทางรอดอยู่ทางหนึ่ง??"

"ปาฏิหาริย์......นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ......"

ทุกคนอึ้งกิมกี่ จ้องมองเฉิงสือตาไม่กระพริบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่เข้าใจ

"นี่มัน......ไอเทมอะไรอีก? ยังเรียกว่าไอเทมได้อีกเหรอ?"

"พี่เฉิง อย่าบอกนะว่าพี่ 2400 จริงๆ?"

"พี่......"

โดยเฉพาะเซี่ยหว่าน มีเพียงเธอคนเดียวที่รู้ว่าเฉิงสือตัดสินใจยังไง ที่เลือกทิศ 7 นาฬิกา พาพวกเขาหนีพ้นทะเลเพลิง

"ทำไม?" เธอคิดในใจ แต่ไม่กล้าถามออกไป

"แค่เพราะเฉิงสือด่า [โชคชะตา] ว่าเป็นนางแพศยางั้นเหรอ?"

เฉิงสือมองดูฝนไฟที่ขอบฟ้า สมองก็ยังมึนงงอยู่เหมือนกัน

"ครั้งที่สองแล้ว......"

เขาพึมพำในใจ

"หรือว่าฉันจะมีพรสวรรค์ลับจริงๆ? แถมรหัสเปิดใช้งานคือ: โชคชะตามันคือนางแพศยา?"

...

จบบทที่ บทที่ 13 นี่คือทางเลือกของชะตา

คัดลอกลิงก์แล้ว