- หน้าแรก
- ปาหี่ทวยเทพ
- บทที่ 6 ทางตัน!
บทที่ 6 ทางตัน!
บทที่ 6 ทางตัน!
บทที่ 6 ทางตัน!
เซี่ยหว่านสัมผัสได้ถึงศัตรูที่คืบคลานเข้ามาจากด้านหลังก่อนใครเพื่อน
ดวงตาของเธอหรี่ลงกะทันหัน แสงสีเขียวแห่งชีวิตเอ่อล้นออกมา พลิกมือซ้ายหยิบคันธนูยาวสีเขียวมรกตออกมา มือขวากำอากาศว่างเปล่าสร้างลูกธนู หมุนตัวยิงสวนกลับไป ลูกธนูที่เปล่งประกายแสงสีเขียวมรกตพุ่งแหวกอากาศขึ้นสู่กลางเวหา
ตูม——!
ลูกธนูระเบิดออกกลางอากาศ โปรยปรายสปอร์เต็มท้องฟ้า
กองทัพอสูรแห่งความกลัวพุ่งฝ่าดงสปอร์เข้ามาโดยไม่เกรงกลัวสิ่งใด
ทว่าทันทีที่สปอร์สัมผัสกับเลือดเนื้อ มันก็กลายเป็นเส้นใยเล็กละเอียดนับไม่ถ้วนราวกับต้นฝอยทอง พันธนาการอสูรแห่งความกลัวทุกตัวที่บุกรุกเข้ามาในอาณาเขต มัดพวกมันจนกลายเป็น "ดักแด้" ทีละตัวๆ
อสูรแห่งความกลัวที่สูญเสียการควบคุมปีกร่วงหล่นลงมา กระแทกพื้นอย่างแรง
บนพื้นดินเต็มไปด้วย [เมล็ดพันธุ์แห่งการสร้าง] เมื่ออสูรแห่งความกลัวเหล่านี้สัมผัสกับเมล็ดพันธุ์ ท้องของพวกมันก็ป่องพองขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ ดูเหมือนจะมีบางสิ่งในท้องของพวกมันพยายามดิ้นรนตะเกียกตะกายออกมาสู่โลกภายนอกอย่างบ้าคลั่ง
คอมโบกับดักของนายพรานลื่นไหลเป็นอย่างมาก ผลของการควบคุมสองชั้นก็เห็นชัดเจน กองหน้าของอสูรแห่งความกลัวไม่สามารถประชิดตัวทุกคนได้ในทันที
แต่ถึงแม้เซี่ยหว่านจะยิงธนูรัวราวกับห่าฝน ก็สกัดกั้นอสูรแห่งความกลัวได้เพียงจำนวนจำกัดเท่านั้น
จำนวนศัตรูมีมากเกินไปจริงๆ เงาทะมึนราวกับฝูงตั๊กแตนผลาญสปอร์ในอากาศจนหมดในเวลาไม่นาน และถาโถมเข้าใส่จุดที่ทุกคนยืนอยู่อีกครั้ง
"ไม่ทันแล้ว! นักฆ่าระวังตัวด้วย คนอื่นทั้งหมดมาหลบหลังฉัน!"
เฉินชงคำรามลั่น เหวี่ยงเฉาสามขวบที่อยู่บนหลังส่งให้หนานกง จากนั้นชักโล่ยักษ์ออกมา หมุนตัวกระแทกโล่ลงพื้น ปักปลายโล่ลงไปในกองหินเบื้องหน้าอย่างแรง
เขาเบิกตาโพลงตะโกนก้อง
"ระเบียบดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์!"
โล่ยักษ์ที่เรืองแสงอ่อนๆ อยู่แล้วพลันระเบิดแสงจ้าออกมา แสงศักดิ์สิทธิ์ที่แสบตาราวกับน้ำตกจากสวรรค์ที่ไหลย้อนกลับม้วนตัวขึ้นสู่เบื้องบน วาดโค้งเป็นวงพระจันทร์อันสมบูรณ์แบบกลางอากาศแล้วเทลงมา ขยายออกไปทางด้านข้างของทุกคนอย่างรวดเร็ว
วิถีของแสงที่วาดผ่านก่อตัวเป็นกำแพงยักษ์ ปกป้องเฉิงสือและคนอื่นๆ ไว้อย่างแน่นหนา
"ก๊าซ——ซ่า——"
ปัง——ปัง——ปัง——ปัง——!
กองทัพอสูรแห่งความกลัวที่มืดฟ้ามัวดินพุ่งเข้าชนกำแพงม่านแสงที่เกิดจากโล่ยักษ์อย่างต่อเนื่อง ส่งเสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว แต่กำแพงม่านแสงกลับไม่สะเทือนแม้แต่น้อย คนที่อยู่ข้างในยังคงปลอดภัยและมั่นคงดั่งขุนเขา
เฉินชงสีหน้าเคร่งเครียด เส้นเลือดที่แขนปูดโป่ง กดโล่ไว้แน่นไม่กล้าขยับเขยื้อน
"จำนวนอสูรแห่งความกลัวเยอะเกินไป กำแพงแสงศักดิ์สิทธิ์ต้านได้แค่ 5 นาที ถ้ามีนักบวชสองคนช่วยเสริมพลัง อย่างมากก็ยืดเวลาไปได้ถึง 15 นาที รีบคิดหาวิธีเร็วเข้า ไม่งั้นอย่าว่าแต่ 24 ชั่วโมงเลย อีก 15 นาทีพวกเราได้เอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่แน่!"
ฟังดูก็รู้เลยว่าเฉินชงร้อนใจมาก แต่ตอนนี้ร้อนใจไปก็ไร้ประโยชน์ ศัตรูมีมากเกินไปจริงๆ
หนานกงกำลังฟื้นฟูพลังจิตให้เฉาสามขวบอยู่ข้างๆ เวทรักษาของเธอได้ผลดีมาก เฉาสามขวบหลุดพ้นจากสภาวะอ่อนเพลียแล้ว
"นักบวชสายทายาทฮีลแรง ขอแค่คุม 'เด็กแรกเกิด' บนตัวนายให้ดี น่าจะยื้อเวลาได้อีกระยะหนึ่ง"
แม้เฉาสามขวบจะพูดให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีม แต่ในใจกลับหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ
เขาคิดไม่ถึงว่าจังหวะการปะทะของบททดสอบครั้งนี้จะเร็วขนาดนี้ การเคลื่อนไหวของศัตรูดุดันขนาดนี้ แม้แต่บททดสอบระดับ 2000 คะแนนที่เขาเคยเจอมาก่อนหน้านี้ ยังไม่โหดขนาดนี้เลย
คนในบททดสอบนี้ คะแนนสูงสุดก็คือตัวเขาเอง ซึ่งแค่ 1900 เท่านั้น
ต่ำสุดไม่ถึง 1400 ด้วยซ้ำ ตัวเขาไปทำเวรทำกรรมอะไรมาถึงดึงดูดกองทัพอสูรแห่งความกลัวขนาดมหึมาแบบนี้มาได้?
ถ้าคนไม่รู้คงนึกว่านี่มันด่านระดับ 2100 ชัดๆ
สีหน้าของทุกคนดูหนักอึ้ง เมื่อมีกำแพงแสงศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มกัน เซี่ยหว่านจึงไม่ได้ยิงต่อ แต่หันมาออมแรงฟื้นฟูร่างกาย
หนานกงที่หน้าซีดเผือดแววตาฉายแววประหลาดใจ ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วร่ายเวรักษาลงบนตัวเซี่ยหว่านอีกครั้ง
เซี่ยหว่านแปลกใจเล็กน้อย พยักหน้าขอบคุณหนานกง สัมผัสถึงพลังฟื้นฟูที่เข้มข้นในร่างกาย แล้วยื่นมือสร้างลูกธนูสปอร์ออกมาอีกหลายดอก
ตัดภาพมาที่นักบวชอีกคน เฉิงสือ กลับแค่นั่งเหม่ออยู่กับที่ มองซ้ายมองขวาออกไปข้างนอก ราวกับพวกกินแรงเพื่อน
พูดตามตรง เฉิงสือเองก็ปวดหัวนิดหน่อย ฉากแบบนี้ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเจอ แต่เขาไม่เคยเจอกับเพื่อนร่วมทีมคะแนนต่ำขนาดนี้มาก่อนจริงๆ
เขากำลังขบคิดอย่างหนัก ว่าจะใช้ไพ่ที่มีอยู่ในมือพาตัวเองรอดพ้นจากสถานการณ์วิกฤตินี้ไปได้อย่างไร
ในอดีตตอนเล่นด่านคะแนนสูง พลังรบของผู้เล่นทุกคนล้วนแข็งแกร่ง เวลาเจอวิกฤติแต่ละคนก็งัดลูกไม้แพรวพราวออกมาไม่ซ้ำกัน มักจะหาวิธีเอาตัวรอดได้เสมอ
นอกจากประสบการณ์การต่อสู้ที่โชกโชนแล้ว ที่สำคัญที่สุดคือพวกเขามีของ และมีความสามารถ!
นี่คือสาเหตุที่คะแนน [เส้นทางสู่ความเป็นเทพ] (บันไดเทพ) มีความสำคัญอย่างยิ่ง
เพราะทุกสิ้นเดือน [เส้นทางสู่ความเป็นเทพ] จะมีการสรุปผลพิเศษ ผู้เล่นในระดับคะแนนที่ต่างกันจะได้รับรางวัลที่ต่างกัน
รางวัลเหล่านี้ครอบคลุมทุกอย่าง ตั้งแต่เสบียงไปจนถึงอุปกรณ์ ตั้งแต่พรสวรรค์ไปจนถึงสกิล มีทุกอย่างครบครัน
และยิ่งระดับสูง โอกาสที่จะได้รับรางวัลระดับสูงก็ยิ่งมาก
เนื่องจากสกิลพื้นฐานของอาชีพเดียวกันแทบไม่มีความแตกต่าง สิ่งเดียวที่แยกความแตกต่างของแนวทางการเล่นของผู้เล่นแต่ละคนได้ คือสกิลพรสวรรค์และไอเทมสวมใส่ที่ผู้เล่นเลือกใช้สร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเอง
ดาบโล่ของเฉินชง ที่รุกรับได้ในหนึ่งเดียว และมีโบนัสพิเศษสำหรับสกิลป้องกันแบบม่านแสง ก็มาจากรางวัลระดับ A ของบันไดเทพ
เฉินชงที่ดันโล่อยู่เห็นอสูรแห่งความกลัวด้านนอกแทบจะปิดล้อมทุกทิศทางของม่านแสง บดบังพื้นที่คุ้มกันของโล่จนมืดมิด สีหน้าก็ยิ่งร้อนรน
คนอื่นก็ขมวดคิ้วแน่น เตรียมใจรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด
ในเวลานี้ ทุกคนตกอยู่ในทางตันแล้วจริงๆ
และบททดสอบ เพิ่งเริ่มไปได้ไม่ถึง 1 ชั่วโมง
"พวกเรา... จะตายไหม?" มือเล็กๆ ของหนานกงกำแน่นจนซีดขาว
ไม่มีใครตอบเธอ แม้แต่เฉินชงก็แค่รวบรวมสมาธิทั้งหมดประคองกำแพงแสงศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ เพื่อยื้อเวลาให้ทุกคนได้คิดหาวิธีแก้สถานการณ์เพิ่มขึ้นอีกนิด
ทว่าไม่กี่นาทีนี้ กลับดูเหมือนการยื้อชีวิตเฮือกสุดท้ายของพวกเขา
บรรยากาศดิ่งลงเหว
ทุกคนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก แต่ก็ยังคิดวิธีหนีไม่ออก ภายในม่านโล่เงียบกริบ
แต่ในตอนนั้นเอง จู่ๆ เฉิงสือก็พูดขึ้นมาว่า
"ซ่งย่าเหวินล่ะ ยังมีชีวิตอยู่ไหม?"
ซ่งย่าเหวินมีเงาอำพราง ไม่ต้องการการปกป้องจากโล่ แต่การอำพรางในเงาก็ไม่ได้ไร้ขีดจำกัดเวลา ขอแค่ขยับตัวนิดเดียว ก็จะถูกดีดออกจากมิติเงา และเผยตัวต่อหน้าผู้คน
แต่จะว่าไป นักฆ่าที่ชำนาญงาน สามารถยื้อเวลาได้ค่อนข้างนาน อย่างน้อยก็นานกว่า 5 นาที
ซ่งย่าเหวินไม่ส่งเสียง ไม่ใช่เพราะไม่อยาก แต่เพราะไม่กล้า
ตอนนี้เขากำลังหมอบอยู่ใต้กำแพงพังทลายด้านนอกกำแพงแสงศักดิ์สิทธิ์ บนกำแพงนั้นอัดแน่นไปด้วยอสูรแห่งความกลัวที่กระหายเลือด อย่างน้อยก็สิบเจ็ดสิบแปดตัว
"น่าจะยังไม่ตาย..."
เฉิงสือไม่ได้เป็นห่วงเขา แต่กำลังคิดแผน
เขารู้ว่าสกิลเฉพาะตัวของนักฆ่า [ความตาย] คือ "พิธีส่งศพแห่งความตาย" ถ้าซ่งย่าเหวินยังไม่ตาย พวกเขาอาจจะยังมีโอกาสหนีรอดไปได้
เช่นเดียวกับที่ "กำแพงแสงศักดิ์สิทธิ์" เป็นสกิลเฉพาะของอัศวินแห่งระเบียบ "พิธีส่งศพแห่งความตาย" ก็เป็นสกิลเฉพาะที่ประทานให้นักฆ่าที่ศรัทธาใน [ความตาย]
ผลของสกิลนี้คือการเรียกเคียวมรณะขนาดยักษ์ออกมาใน "อาณาเขตความตาย" เพื่อทำการโจมตีสังหารเป้าหมายทั้งหมดในอาณาเขตแบบเข้าเป้าแน่นอนหนึ่งครั้ง
แต่เนื่องจากการสร้าง "อาณาเขตความตาย" นั้นเงื่อนไขโหดหินเกินไป จำเป็นต้องรวบรวมกลิ่นอายคนตายที่เพิ่งตายใหม่ๆ จำนวนมากในพื้นที่จำกัด ดังนั้นจึงมีนักฆ่า [ความตาย] น้อยคนนักที่จะใช้สกิลนี้
เมื่อต้องใช้ พวกเขาจะไม่สามารถโจมตีแล้วถอยหนีเหมือนนักฆ่าสายอื่น แต่ต้องซ่อนตัวในเงามืด สร้างการสังหารอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน
แล้วค่อยปิดฉากด้วยการโจมตีครั้งเดียว
การต้องรักษาระยะประชิดต่อเนื่องแบบนี้เสียเปรียบสำหรับนักฆ่ามาก ความเสี่ยงสูง
แต่เช่นกัน ผลตอบแทนก็สูงมาก
เพราะพิธีส่งศพแห่งความตายนั้น ไม่มีทางพลาดเป้า
ด้วยเหตุนี้ นักฆ่าแห่ง [ความตาย] จึงได้รับฉายาว่า "ผู้ถักทอความตาย" สมคำร่ำลือ
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับกองทัพอสูรแห่งความกลัวจำนวนมหาศาลขนาดนี้ พิธีส่งศพแห่งความตายของซ่งย่าเหวิน ไม่มีโอกาสได้ร่ายเลยด้วยซ้ำ
ขอแค่โผล่หัวออกมา คนที่จะตายก่อนไม่ใช่อสูรแห่งความกลัว แต่ต้องเป็นตัวเขาเองแน่นอน
ดังนั้นซ่งย่าเหวินจึงซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่นิดเดียว
แต่เขาไม่กล้า ไม่ได้หมายความว่าเฉิงสือจะไม่กล้า