- หน้าแรก
- ปาหี่ทวยเทพ
- บทที่ 7 ฉันตั้งใจจะมอบลูกให้พวกมันสักคน
บทที่ 7 ฉันตั้งใจจะมอบลูกให้พวกมันสักคน
บทที่ 7 ฉันตั้งใจจะมอบลูกให้พวกมันสักคน
บทที่ 7 ฉันตั้งใจจะมอบลูกให้พวกมันสักคน
เมื่อเห็นระยะเวลาคงอยู่ของกำแพงแสงศักดิ์สิทธิ์สั้นลงเรื่อยๆ ใบหน้าเคร่งเครียดที่เต็มไปด้วยเหงื่อของเฉินชงก็เริ่มบิดเบี้ยว เขาตะโกนออกมาด้วยความเจ็บใจว่า
"เหลืออีก 2 นาที นักบวช เตรียมฟื้นฟูพลังจิตให้ฉัน ถ้ายังคิดวิธีไม่ออก พอกำแพงแสงศักดิ์สิทธิ์แตก เราทำได้แค่ฝ่าวงล้อมออกไป!
นักฆ่า เตรียมกลับเข้าทีม ฉันจะทุบเปิดทางตรงด้านหน้า นำทีมพุ่งออกไป แกรับผิดชอบกวาดล้างพวกปลาซิวปลาสร้อยข้างหลังฉัน!
นักเวทย์ เตรียมเร่งความเร็ว!!"
เฉาสามขวบกำมือแน่น พึ่งจะอ้าปากพูด แต่เฉิงสือกลับลุกขึ้นยืนเสียก่อน แล้วถามหนานกงด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า
"เคยเรียน 'การรักษาแบบโอเวอร์โหลด' ไหม ฉันต้องการให้ผู้ท่องเวลาปล่อยอาณาเขตเร่งความเร็วอีกครั้ง แบบวงกว้างพิเศษ"
ทุกคนหันขวับไปมองเฉิงสือ นึกว่าเขาคิดวิธีแก้สถานการณ์ได้แล้ว ต่างพากันเอ่ยถาม
"นายมีวิธีเหรอ?"
"นาย......"
เฉาสามขวบยิ่งรู้สึกกระปรี้กระเปร่า พูดว่า
"ไม่จำเป็นต้องรักษาแบบโอเวอร์โหลด แค่ฮีลพลังจิตฉันให้เต็ม ฉันมี 'การร่ายเวทแบบโอเวอร์โหลด'!"
โอเวอร์โหลด คือการเบิกใช้ล่วงหน้า วิธีการร่ายเวทแบบนี้สามารถเบิกใช้ศักยภาพทั้งหมดในช่วงเวลาหนึ่งในอนาคตมาใช้ยกระดับเวทมนตร์ในปัจจุบัน เพิ่มประสิทธิภาพให้รุนแรงขึ้น
เฉิงสือมองเฉาสามขวบด้วยสายตาชื่นชม คิดในใจว่าระดับ 1900 นี่ประสานงานง่ายจริงๆ แต่เขาก็ยังส่ายหน้า
"อาจจะไม่พอ ฉันต้องการวงกว้างมาก หนานกง ไหวไหม?"
หนานกงกัดฟันมองกองทัพอสูรแห่งความกลัวนอกม่านแสง แล้วพยักหน้า
ตอนนี้ถ้าไม่ทุ่มสุดตัว เดี๋ยวก็ต้องตาย เก็บไพ่ตายอะไรไว้ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว
"ตอนนี้เลยเหรอ?"
"ตอนนี้!" เฉิงสือตอบเสียงหนักแน่น
การรักษาแบบโอเวอร์โหลดสามารถเบิกพลังการรักษาในอนาคตมาใช้ล่วงหน้า ในระดับหนึ่ง มันเท่ากับเพิ่มขีดจำกัดพลังจิตของเป้าหมาย มีประโยชน์มากในสถานการณ์วิกฤติ
หนานกงพยักหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว ลุกขึ้นยืน แล้วค่อยๆ ถอดเสื้อเชิ้ตสีดำที่ปิดมิดชิดตัวนั้นออกต่อหน้าทุกคน เผยให้เห็นร่างกายที่ถูกปกปิดมาตลอดภายใต้เสื้อผ้า
ทันทีที่เสื้อเชิ้ตหลุดออก บาดแผลที่บิดเบี้ยวทิ่มแทงตาเหมือนตะขาบนับไม่ถ้วนก็ปรากฏแก่สายตาของทุกคน
ยุบยับไปหมด ตั้งแต่ลำคอถึงหน้าอกไปจนถึงท่อนแขน บนเรือนร่างขาวเนียนที่มองเห็นด้วยตาเปล่า เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นนับไม่ถ้วน!
เซี่ยหว่านเห็นแล้วคิ้วขมวดมุ่น เฉาสามขวบรูม่านตาหดเกร็ง
เฉิงสือเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ จำสถานะของเธอได้
เธอดันเป็นสาวกของ [ผุพัง]
"นักบวชสายแลกเลือด??" เฉินชงหลุดปากออกมาด้วยความตกตะลึง
[ผุพัง] คือเทพองค์ที่สองแห่งเส้นทางชะตา [เสื่อมทราม] คือจุดสุดยอดของความเสื่อมทราม คือสุสานแห่งจักรวาล
[ถวายกรรม] ของท่านคือการเร่งความผุพัง ดังนั้นเพื่อทำ [ถวายกรรม] ให้สำเร็จ สาวกของท่านจึงมักจะทำร้ายตัวเอง
และพลังเทพของ [ผุพัง] ก็อยู่ที่ตรงนี้ ยิ่งสาวก [ผุพัง] ผุพังเร็วเท่าไหร่ การตอบสนองของพลังเทพที่ได้รับก็จะยิ่งมากเท่านั้น
นี่คือสาเหตุที่ทุกคนเรียกนักบวชสาย [ผุพัง] ว่านักบวชสายแลกเลือด เพราะพวกเขาสามารถใช้ชีวิตของตัวเองแลกกับชีวิตของเพื่อนร่วมทีม
ยิ่งพวกเขาทำร้ายตัวเองจนบาดเจ็บสาหัส เพื่อนร่วมทีมยิ่งฟื้นตัวเร็ว
แน่นอนว่า บาดเจ็บสาหัสก็อาจถึงตายได้ เจตจำนงของ [ผุพัง] ก็เป็นเช่นนี้ ดังนั้นการจะรักษาสมดุลระหว่างการฆ่าตัวตายกับการช่วยคน จึงเป็นหัวข้อที่นักบวชสายแลกเลือดถกเถียงกันอย่างไม่จบไม่สิ้น
หนานกงไม่เสียเวลา เธอเพียงแค่ขมวดคิ้วแน่น กัดฟันแน่น หยิบมีดสั้นที่มีหนามแหลมออกมาจากเอว แล้วกรีดลงบนท้องตัวเองเป็นทางยาวอย่างไม่ลังเล
ต่อด้วย ระหว่างซี่โครง
จากนั้น กรีดตามแนวไหปลาร้าที่ดูน่ากลัวนั้น เป็นเส้นเลือดสายที่สามที่น่าสยดสยอง
ถวายเครื่องสักการะสามส่วนเสร็จสิ้น ปากก็สวดภาวนาเสียงเบา
"สรรพสัตว์พึงเน่าเปื่อย สรรพสิ่งจักเสื่อมสลาย"
แสงสว่างเข้มข้นที่เจือกลิ่นอายความผุพังลอยขึ้นมาจากบาดแผลของเธอ พวยพุ่งออกมา พริบตาเดียวก็รวมกันเป็นสายธาร ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายของเฉาสามขวบ
เฉาสามขวบรู้สึกเพียงว่าร่างกายของตนเปี่ยมไปด้วยพลังขึ้นมาทันที พลังจิตก็ฟื้นฟูจนเต็มเปี่ยม สภาพดีจนอยากจะตะโกนระบายออกมาดังๆ
เมื่อสัมผัสถึงพลังอันมหาศาลในร่างกาย ความมั่นใจของเขาก็กลับมาบ้าง แต่ก็มีจำกัด
เขามองเฉิงสืออย่างจริงจัง ถามทีละคำว่า
"ฉันสามารถ 'โอเวอร์โหลด' เพื่อเร่งความเร็วพื้นที่ใกล้เคียงได้ แต่หลังจากนั้นฉันมีโอกาสสูงมากที่จะกลายเป็นคนพิการไปจนกว่าจะครบ 12 ชั่วโมง เฉิงสือ เราจะยื้อไปได้ถึง 12 ชั่วโมงหลังจากนี้ไหม?"
เฉิงสือยิ้มหวาน ตอบว่า "ฉันไม่อยากตาย และจะไม่ตายด้วย"
เฉินชงฟังพวกเขาพล่ามแล้วหงุดหงิด รีบหันกลับมาตะโกนด่า
"เรื่องขี้โม้เอาไว้ทีหลัง ทำเรื่องสำคัญให้เสร็จก่อน นักบวช มีวิธีอะไรก็รีบพูดมา!"
เฉิงสือพยักหน้า ไม่เล่นลิ้นอีก สั่งกำชับทุกคนว่า
"จุดตัดของเวลาสำคัญมาก ฉันต้องการให้พวกนายฟังให้ดี
หลังจากกำแพงแสงศักดิ์สิทธิ์จบลง ฉันต้องการเวลาหนึ่งวินาทีในการร่ายเวท เซี่ยหว่าน ยื้อเวลาให้ได้ไหม?"
มือของเซี่ยหว่านที่กำลูกธนูไว้ด้านหลังกระชับแน่น เงยหน้ามองฝูงอสูรแห่งความกลัวมืดฟ้ามัวดินที่ถูกกั้นอยู่นอกกำแพงแสงศักดิ์สิทธิ์ แล้วพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
"ฉันสามารถกลืน [เมล็ดพันธุ์แห่งการสร้าง] เพื่อเรียกหาการจ้องมองจากท่าน ทำแบบนี้ ในขณะที่พลังแห่งการสืบพันธุ์พุ่งพล่าน ฉันสามารถยิงห้าดอกพร้อมกันได้ แต่อย่างมากก็ถ่วงเวลาพวกมันได้แค่วินาทีเดียว"
นี่เป็นประโยคที่ยาวที่สุดที่เซี่ยหว่านพูด และเป็นครั้งที่จริงจังที่สุดด้วย
เฉิงสือคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าเธอคงทำได้แค่นี้ จึงพยักหน้ายอมรับ
เฉินชงหน้าตาตื่นรนราน ตะโกนอีกครั้ง
"นายเป็นนักบวช จะร่ายเวทบ้าอะไร?"
"อย่าเพิ่งรีบ" เฉิงสือยิ้ม ตะโกนเสียงดัง
"ซ่งย่าเหวิน ฉันรู้ว่านายน่าจะได้ยิน ฟังฉันนะ ทันทีที่โล่แตก ฉันต้องการให้นายกลับมาหาฉัน และเตรียมพิธีส่งศพแห่งความตาย!"
"พิธีส่งศพแห่งความตาย??"
ทุกคนตะลึงงันไป แม้แต่หนานกงที่ลมหายใจรวยรินก็ยังเบิกตากว้าง
"ไม่ใช่ศัตรู......ก็ยังดี......"
"เขาเป็นผู้ถักทอความตายเหรอ?"
"นายรู้ว่าเขาเป็นสาวก [ความตาย]?"
เฉิงสือไม่สนใจความสงสัยของพวกเธอ แต่พูดต่อว่า
"ฉันรู้ว่านายมีคำถามมากมาย แต่อย่าเพิ่งสน นายไม่ต้องห่วงเรื่องอาณาเขตความตาย นายแค่ต้องเก็บเกี่ยวให้เต็มที่ในตอนที่เก็บเกี่ยวได้ก็พอ
ซ่งย่าเหวิน ทีเดียวของนาย เกี่ยวพันถึงความเป็นความตายของพวกเรา ฉันไม่ได้ล้อเล่น"
เฉินชงร้อนใจอีกแล้ว "ถ้าเกิดเขา......"
"ไม่หรอก สาวกแห่ง [ความตาย] ไม่ตายง่ายๆ หรอก เพราะผู้เป็นนายของพวกเขา ก็ต้องการคนมาทำหน้าที่มอบความตายแทนท่านเหมือนกัน"
เฉิงสือหัวเราะฮ่าๆ เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ แต่ก็ไม่ได้ผล
เห็นทุกคนไม่มีอารมณ์ขัน เขาเบ้ปากแล้วพูดต่อ
"เฉาสามขวบ ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ทันทีที่ฉันร่ายเวทเสร็จ นายต้องปล่อยอาณาเขตเร่งความเร็วออกมา เป้าหมายคือ ซากปรักหักพังทั้งหมดในวงกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยกเว้นพื้นที่ที่โล่คุ้มกันอยู่"
เฉาสามขวบหน้าเปลี่ยนสี ตกใจจนพูดว่า
"อะไรนะ? ซากปรักหักพังทั้งหมด?"
เฉิงสือพยักหน้าหนักแน่น "ทั้งหมด!"
"นาย......คะแนน 1500 จริงดิ?"
เฉิงสือชะงัก แล้วก็ยิ้มออกมา พยักหน้าอีก "1501"
เฉาสามขวบไม่เชื่อแน่นอน คนคะแนน 1500 จะมีบารมีและท่าทีแบบนี้ในนาทีเป็นตายได้ยังไง?
พวกเทพ 2000 คะแนนตอนจวนตัวเยี่ยวราดเขาก็เคยเห็นมาแล้ว
"ฉันจำเป็นต้องเตือนนาย ศักย์ของเวลาจะปรับสมดุลความเร็ว ถ้ารัศมีกว้างขนาดนั้น พื้นที่ที่เราอยู่จะเชื่องช้าถึงขีดสุด เผลอๆ อาจจะขยับตัวไม่ได้เลยด้วยซ้ำ! นายแน่ใจนะ? นี่มันฆ่าตัวตายชัดๆ เฉิงสือ!"
แม้เฉาสามขวบจะรู้สึกว่าเฉิงสือปิดบังคะแนน แต่ในใจเขาก็ตุ้มๆ ต่อมๆ ถ้าให้เขาเลือก เขาไม่กล้าทำแบบนี้จริงๆ
ต้องรู้ก่อนว่าปกติที่ผู้ท่องเวลาขึ้นแท่นระดับ T0 ได้ ก็เพราะพวกเขาสามารถลดความเร็วศัตรู เพิ่มความเร็วตัวเอง สร้างความได้เปรียบทางเวลา เพื่อตอบสนองต่อศัตรูได้สารพัดรูปแบบ
แต่ถ้าทำกลับกัน......
นั่นไม่เท่ากับนอนรอให้เขาเชือดเหรอ?
"ฉันแน่ใจ นายคงไม่อยากเร่งความเร็วให้ตัวเองหรอก!"
"ได้! ปัญหาคือ นายจะทำยังไง?"
เฉาสามขวบสีหน้าเคร่งเครียด ถามด้วยความกังขาอย่างที่สุด
"ในฐานะส่วนหนึ่งของแผน เราจำเป็นต้องรู้ว่านายจะนำพวกเรา ให้รอดตายไปได้ยังไง"
เฉิงสือยิ้มร่า
"ฉันเหรอ? ฉันตั้งใจจะ... มอบลูกให้พวกมันสักคน"
...