เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 จะตายแล้วหรือ?

บทที่ 23 จะตายแล้วหรือ?

บทที่ 23 จะตายแล้วหรือ?


บทที่ 23 จะตายแล้วหรือ?

เซียวเหวินเยี่ยนรู้สึกว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าหาใช่พี่สาวแท้ๆ อะไรไม่ แต่เป็นคนบ้าคนหนึ่ง

ตัวเองบ้าก็แล้วไปเถอะ ทว่ากลับยังพาพวกเขาบ้าไปด้วย!

เขาอายุน้อย แต่เขาไม่ได้โง่นะ! หากภาพเหตุการณ์ในวันนี้ถูกคนอื่นมาเห็นเข้า เขาคงถูกหัวเราะเยาะไปชั่วชีวิตแน่!

ส่วนเซียวเหวินเยว่มองดูสายตาของอวิ๋นจั๋ว ก็เปลี่ยนจากความดูแคลนและไม่ชอบใจกลายเป็นความซับซ้อน

ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เซียวเหวินเยว่ก็เอ่ยถามราวกับไม่ใส่ใจว่า "เจ้า... หลายปีมานี้เจ้าใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกอย่างไร? หรือว่า อาศัยสิ่งเหล่านี้เลี้ยงดูตัวเอง?"

"ใช่" เซียวอวิ๋นจั๋วพยักหน้า

นางไม่เพียงแต่เลี้ยงดูตัวเองได้เท่านั้น ยังสามารถหาเงินได้ไม่น้อย ตอนแรกอาจจะถูกคนเข้าใจผิด ถูกด่าทออย่างสาดเสียเทเสียอยู่บ้าง แต่นางวิ่งเร็ววรยุทธ์ก็แก่กล้า ดังนั้นทางร่างกายจึงไม่เคยเสียเปรียบใคร

สีหน้าของเซียวเหวินเยว่ดูไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้าง เขาแค่นเสียงหึเบาๆ

เดิมควรเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ในตระกูล ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไร้กังวลเรื่องเสื้อผ้าอาหาร ทว่านางกลับทำตัวเอง ไม่ฟังคำทัดทาน มารดาไม่ให้นางออกจากบ้านไปตามหานายหญิงผู้เฒ่า นางไม่เพียงไม่ฟัง กลับยังสลัดสาวใช้ข้างกายทิ้งแล้วออกไปคนเดียว จนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ จะไม่ใช่เพราะนางสมควรโดนหรอกหรือ?

"เหอะ ตอนนี้รู้ซึ้งแล้วสินะว่าชีวิตข้างนอกมันยากลำบาก?" เซียวเหวินเยว่เอ่ยเยาะหยันประโยคหนึ่ง จากนั้นก็ไปยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องของนายหญิงผู้เฒ่า สองมือกอดอก ท่าทางยียวนกวนประสาท ไม่มีมาดสำรวมเลยแม้แต่น้อย

"เอ๊ะ? พี่รอง ท่านไปฟังคำพูดของนางทำไมกัน?!" เซียวเหวินเยี่ยนตะโกนอย่างฮึดฮัดขัดใจ

เซียวเหวินเยว่ค้อนใส่เขาวงหนึ่ง "นางรู้แค่เรื่องนี้ ถ้าทำไม่เสร็จจะยอมเลิกราหรือ? หรือว่าเจ้าอยากจะกินเจอยู่ในเรือนนี้ไปตลอดชีวิต? รีบมาเร็วเข้า รีบทำให้จบๆ ไป นายน้อยอย่างข้ายังต้องออกไปพบปะสหายอีกนะ!"

เซียวเหวินเยี่ยนตะลึงไปครู่หนึ่ง ลองคิดดู... ก็จริง

พี่สาวคนโตคนนี้เป็นคนชอบหาเรื่องจริงๆ หากไม่บรรลุจุดประสงค์ ใครจะรู้ว่าจะมีความคิดร้ายกาจอะไรโผล่ขึ้นมาอีก?

ทั้งสองยืนประจำที่ เซียวเหวินเยว่หลับตาลงแสร้งทำเป็นงีบหลับทันที สีหน้าท่าทางอ่อนแอของเขาดูซีดขาวยิ่งขึ้นภายใต้แสงแดด ร่างกายผอมแห้งราวกับแบกรับเสื้อผ้าชุดนั้นไม่ไหว

เซียวอวิ๋นจั๋วไม่ได้มองเขา เริ่มลงมือทำธุระสำคัญ

ธูปถูกจุด

โคมดอกบัวที่แฝงไอสังหารนั้นก็ถูกเซียวอวิ๋นจั๋วนำออกมาเช่นกัน หลังจากจัดวางเรียบร้อย ก็ใช้พู่กันจุ่มหมึกชาดเริ่มวาดยันต์ แววตาของนางแน่วแน่ ใบหน้าเล็กแดงระเรื่อ

ลมหนาวพัดจนมือทั้งสองข้างนั้นเย็นเฉียบจนซีดขาว เสื้อผ้าชุดใหม่ที่สวมใส่อยู่เห็นได้ชัดว่าหนามาก ทว่ายังคงทำให้ผู้คนรู้สึกว่านางเป็นดั่งเกล็ดหิมะเล็กๆ ท่ามกลางลมหนาว ที่ไม่รู้หนทางกลับบ้าน ทั้งเบาบางและเงียบเชียบ ร่วงหล่นลงบนพื้น ความเย็นยะเยือกแทรกซึมเข้าสู่ขั้วหัวใจ

นางตวัดพู่กันอย่างรวดเร็ว ฉะฉานและคล่องแคล่ว ราวกับว่าเคยทำเรื่องเดียวกันนี้มาเป็นพันเป็นหมื่นครั้ง

ยันต์ปรากฏ บทสวดดังขึ้น

"...เจ็ดปกครองแปดวิญญาณ ไท่ซ่างเฮ่าซยง สัตว์ยักษ์กะโหลกยาว มือถือระฆังจักรพรรดิ ซู่เซียวสามเทพ... ฟาดฟันความชั่วร้ายให้สิ้นซาก... ปราณม่วงทะยานฟ้า ตันเสียเฮ่อชง..." ปากของเซียวอวิ๋นจั๋วท่องคาถาไม่หยุด บรรยากาศรอบด้านดูแปลกประหลาด

เซียวเหวินเยว่ลืมตาขึ้นมองเล็กน้อย...

สมกับเป็นวิชาชีพทำมาหากินเลี้ยงครอบครัวจริงๆ เพียงมองดูท่วงท่านี้ ก็สามารถหลอกคนได้จริงๆ โดยเฉพาะยันต์ที่จุดไฟนั่น เปลวไฟปลิวไสว ราวกับสามารถขจัดสิ่งสกปรกโสมมทั้งปวงได้จริงอย่างไรอย่างนั้น

"คงไม่มีสิ่งอัปมงคลอะไรจริงๆ หรอกกระมัง? พี่รอง ข้ามักจะรู้สึกว่ารอบๆ นี้มันแปลกพิกล... ท่านรู้สึกว่าบนตัวเย็นวาบๆ บ้างหรือไม่?" เซียวเหวินเยี่ยนตัวสั่นเล็กน้อย

"อากาศหนาวขนาดนี้มายืนตากลมหนาวอยู่ตรงนี้ ไม่ตัวสั่นสิถึงจะแปลก" เซียวเหวินเยว่บ่นพึมพำออกมาประโยคหนึ่ง

"ก็จริง" เซียวเหวินเยี่ยนพยักหน้า

เขาแค่รู้สึกว่า... บรรยากาศภายในเรือนนี้ดูเหมือนจะไม่เหมือนกับเมื่อครู่นี้แล้ว มันดูอึมครึมขึ้นเล็กน้อย

"นายหญิงผู้เฒ่า... นายหญิงผู้เฒ่ากระอักเลือดดำออกมาเจ้าค่ะ!" ทันใดนั้น ฮุ่ยมามาก็พุ่งตัวออกมาจากในห้องแล้วเอ่ยขึ้น

เซียวเหวินเยว่และเซียวเหวินเยี่ยนหันขวับไปพร้อมกัน

คงไม่บังเอิญขนาดนั้นกระมัง?

กระอักเลือดดำ นี่คือ... จะตายแล้วหรือ?

เซียวเหวินเยว่ขมวดคิ้วมองเซียวอวิ๋นจั๋วแวบหนึ่ง หากนายหญิงผู้เฒ่าเกิดเรื่องขึ้นในเวลานี้ ก็คงพูดได้แค่ว่าน้องสาวของเขาผู้นี้ชะตาไม่ดีเสียแล้ว... วันข้างหน้าชื่อเสียงคงเน่าเฟะจนจมดินเป็นแน่

ไออัปมงคลถูกกำจัด เซียวอวิ๋นจั๋วเปลี่ยนมาท่องบทสวดส่งวิญญาณ บทสวดออกจากปาก ราวกับมีแสงทองห่อหุ้มกาย สีหน้าของนางเปี่ยมด้วยความศรัทธา ไม่ถูกเรื่องราวใดๆ มารบกวน

ช้าๆ รอบด้านพลันกระจ่างใส คล้ายกับมีความอบอุ่นเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน

ครู่ต่อมา เซียวอวิ๋นจั๋วลุกขึ้น ก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้องของนายหญิงผู้เฒ่า แล้วนำธูปหอมที่ปรุงเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ใส่ลงในกระถางธูปแล้วจุดไฟ ไม่นาน ควันก็กระจายตัวออกไป...

"เจ้าบอกว่าแค่ทำพิธี ของสิ่งนี้ใช้ไม่ได้นะ!" เซียวเหวินเยว่ทนดูต่อไปไม่ไหวจริงๆ แล้ว

นางพูดจาเหลวไหลท่องคาถาอยู่ในลานเรือนก็แล้วไปเถอะ หากเอาของมาวางไว้ในห้องของนายหญิงผู้เฒ่า ภายหลังให้หมอหลวงมาได้กลิ่นเข้า ยากจะเลี่ยงไม่ให้สงสัยว่านางวางยานายหญิงผู้เฒ่า ถึงเวลานั้นชีวิตน้อยๆ นี้อย่าหวังว่าจะรักษาไว้ได้เลย!

"นี่เอาไว้รมสิ่งชั่วร้ายรักษาโรค จุดครู่เดียวก็พอ และทนทานต่อการตรวจสอบด้วย" เซียวอวิ๋นจั๋วกล่าว

ในธูปนี้ ที่ใช้ล้วนเป็นสมุนไพรตามตำรับยา กุ่ยเจี้ยน กุ่ยจิ้ว ไส้เดือนดิน ฝูเสิน ไป๋ฝูหลิง รู่เซียง สงเหลือง และยังมีอ้ายเฉ่ากับของอื่นๆ เดิมทีก็มีสรรพคุณขับพิษร้อน ทำให้จิตใจสงบเยือกเย็น...

"ข้าบอกว่าไม่ได้..." เซียวเหวินเยว่กำลังจะลงมือย้ายของออกไปทันที

ทว่ายังไม่ทันแตะโดนกระถางธูป เงาร่างสายหนึ่งก็พาดผ่านมาจากนอกประตู

เงาร่างอันกว้างใหญ่นั้นทำให้หัวใจของเซียวเหวินเยว่บีบตัวแน่น

หันไปมองดู ปรากฏว่าท่านพ่อมาแล้ว!

สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป ชักมือกลับ มองเซียวอวิ๋นจั๋วแวบหนึ่ง จากนั้นก็ก้มศีรษะลง "ท่านพ่อ ท่านกลับมาแล้ว..."

เซียวเหวินเยี่ยนก็สงบเสงี่ยมขึ้นมาทันที ยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ตรงนั้น แม้แต่สายตาก็ยังไม่กล้ามองส่ายไปมา

เซียวอวิ๋นจั๋วก็มองตามสายตาไปเช่นกัน เห็นร่างกายที่กำยำล่ำสันและองอาจ นี่คือบิดาของนาง รูปร่างหน้าตาในความทรงจำนั้นเลือนรางไปแล้ว จนกระทั่งครั้งนี้ได้เห็นกับตาตนเอง จึงค่อยๆ ซ้อนทับกับภาพลักษณ์ในอดีตได้

บิดาของนางหน้าตาดีมาก เพียงแต่หนวดเคราบนใบหน้าขับเน้นให้ทั้งตัวดูหยาบกระด้างขึ้นหลายส่วน ใบหน้าที่เคร่งขรึมเพิ่มความรู้สึกดุร้ายน่ากลัวและไม่น่าเข้าใกล้

นางจำได้ลางๆ ว่า ตอนเด็กๆ ท่านพ่อยังชอบยิ้มแย้มอยู่มาก เหตุใดตอนนี้ถึงได้ดูเหมือนเทพแห่งความตายเช่นนี้?

"จั๋วเอ๋อร์?" เซียวเจิ้นกวนขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยเรียกอย่างหยั่งเชิง คิ้วตาที่ตึงเครียดนั้นผ่อนคลายลงบ้าง แล้วเอ่ยถามต่อว่า

"พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน?"

เซียวเหวินเยว่มองดูกระถางธูปนั้น ลังเลครู่หนึ่ง แต่ก็ยังกล่าวว่า "กำลังจะย้ายกระถางธูปออกไปขอรับ กลัวว่าจะรมท่านย่า"

"กลิ่นนี้ไม่เหมือนกับที่ย่าของเจ้าใช้เมื่อก่อน" เซียวเจิ้นกวนกล่าวอย่างเคร่งขรึมอีกครั้ง

ใบหน้าเล็กของเซียวเหวินเยี่ยนซีดเผือด ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพี่รองถึงไม่พูดความจริง ของในกระถางธูปนี้เห็นได้ชัดว่าพี่สาวคนโตเป็นคนทำขึ้นมา ความผิดที่นางก่อ ก็ให้นางรับไปเองสิ!

เซียวเจิ้นกวนไม่ใช่คนที่ไม่สนใจลูกๆ เขาเดือนหนึ่งกลับบ้านได้ไม่กี่ครั้ง ทว่าทุกครั้งที่กลับมา จำต้องตรวจการบ้าน แทบจะทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดไปที่บุตรชายทั้งสามคน ทั้งสามคนถือว่าฉลาด มักจะรับมือได้ แต่ก็มีบางครั้งที่ทำไม่ได้ตามคำขอ เมื่อถึงเวลานั้น ก็จะต้องโดนตีสักยกหนึ่ง

เซียวเหวินเยว่ก็จำได้ว่าก่อนที่บิดาจะไปค่ายทหารไม่ได้เป็นเช่นนี้ ตอนนั้นเขายังพูดคุยง่าย องอาจแต่ก็เมตตาปรานี

ทว่าหลังจากไปรับราชการในค่ายทหาร ก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป

เจอกันทุกครั้งล้วนเคร่งขรึมกว่าแต่ก่อน รอยยิ้มเลือนหายไปเรื่อยๆ มักจะขมวดคิ้ว ทำให้คนมองรู้สึกหวาดกลัว

"นี่คือธูปยาเจ้าค่ะ" เซียวอวิ๋นจั๋วพบเจอผู้คนมาไม่น้อย จึงพอมองสีหน้าของบิดาออก เขาทำท่าเหมือนกำลังจะแผลงฤทธิ์

น่ากลัวพิลึก

จบบทที่ บทที่ 23 จะตายแล้วหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว