- หน้าแรก
- คุณหนูใหญ่ออกไปตั้งแผงดูดวงอีกแล้ว
- บทที่ 21 คุมไม่อยู่แล้ว
บทที่ 21 คุมไม่อยู่แล้ว
บทที่ 21 คุมไม่อยู่แล้ว
บทที่ 21 คุมไม่อยู่แล้ว
เซียวอวิ๋นจั๋วได้ยินดังนั้น ก็ชะงักไปเช่นกัน
นางไม่เคยคิดเรื่องการแต่งงานของตนเองมาก่อน
ปีนั้น นางปีนออกมาจากโลงศพที่เนินหมื่นศพ เผชิญกับป่าเขาอันเงียบสงัด ใบไม้ร่วงเกลื่อนกลาด และไอวิญญาณนับไม่ถ้วน นางเดินโซซัดโซเซ ไม่รู้ว่าเดินอยู่นานแค่ไหน แต่ก็หาทางออกไม่เจอ เกือบจะตายอยู่ในนั้น
ต่อมานางได้เจอกับวิญญาณตนหนึ่ง ก็คืออาจารย์ของนาง
อาจารย์เป็นเจ้าสำนักเสินอิ่น ในช่วงปลายราชวงศ์ก่อน ซึ่งเป็นยุคแห่งสงคราม ลงจากเขามาเพื่อช่วยเหลือผู้คน แต่สุดท้ายก็ตายอยู่ข้างนอก ศพไปตกอยู่ที่เนินหมื่นศพ เนื่องจากการบำเพ็ญเพียรตอนมีชีวิต วิญญาณจึงไม่ได้ไปเกิดใหม่ แต่ก็ไม่สลายไป แถมยังดูดซับไอวิญญาณจนกลายเป็นผีที่เก่งกาจมากในเนินหมื่นศพ
เป็นอาจารย์ที่นำทางให้นางพบป้ายเจ้าสำนักเสินอิ่น ช่วยกันวิญญาณร้ายที่คิดจะกัดกินนาง และคุ้มครองนางตลอดทาง จนพบนางพบที่ตั้งเก่าของสำนักเสินอิ่น
ศิษย์สำนักเสินอิ่นแตกฉานซ่านเซ็นเพราะภัยสงคราม ที่นั่นเหลือเพียงไม่กี่ครอบครัวที่ทำหน้าที่เฝ้าภูเขา
นางถือป้ายปรากฏตัว คนเฝ้าเขาก็ยอมรับนางเป็นนาย ดูแลนางอยู่หลายปี
และนางก็ได้เรียนรู้วิชาทั้งหมดของวิญญาณอาจารย์ รอจนนางมีกำลังพอจะปกป้องตัวเองได้ ไม่ต้องให้เป็นห่วงอีก อาจารย์ถึงวางมือ ให้ช่วยส่งไปสู่สังสารวัฏ
หลายปีมานี้ในหัวนางมีแต่เรื่องเรียนวิชาและเอาชีวิตรอด ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานเลย!
ประโยคเดียวของตงฉือ ทำให้นางได้สติ ในสายตาเจียงซื่อ นางก็เหมือนสิ่งของชิ้นหนึ่ง ตอนนี้ไม่ชอบหน้า วันหน้าก็สามารถกำจัดทิ้งได้ตามใจชอบ!
แม้ว่านางจะมีความสามารถพอที่จะออกจากตระกูลเซียว แต่การถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยามเช่นนี้ ทำให้นางรู้สึกรังเกียจอยู่บ้าง
อีกอย่าง นางไม่อยากไป
นางจะอยู่ที่นี่กราบไหว้บรรพบุรุษ ขอให้ป้ายวิญญาณบรรพชนคุ้มครอง!
หากไม่อยากเป็นผู้น้อยน่าสงสารที่ถูกเฉดหัวส่งได้ง่ายๆ ไม่ต้องอาศัยความโปรดปราน ก็ต้องมีอำนาจในการพูดเป็นของตัวเอง อาจารย์เคยบอกว่า ความแข็งแกร่งกำหนดทุกสิ่ง โดยเฉพาะคนที่ถูกญาติสนิททอดทิ้งอย่างนาง ยิ่งต้องจำให้ขึ้นใจ ดังนั้นอย่างแรกเป็นเพียงภาพลวงตา อย่างหลังสิถึงจะกุมชะตาชีวิตตัวเองได้ มีชีวิตยืนยาวต่อไป
"ทำตามที่ข้าบอกก็พอ ต่อไปของในเรือนนี้ แม้แต่ต้นไม้ใบหญ้า ขอแค่ข้าไม่พยักหน้า ก็ห้ามให้แม่และลูกพี่ลูกน้องของข้าแตะต้องแม้แต่นิดเดียว" อวิ๋นจั๋วสงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว
คู่ครองเป็นเรื่องฟ้าลิขิต หากในดวงชะตามี ก็ย่อมได้พบเจอตามวาสนา
แต่ถ้าฝืนบังคับ... นั่นคือการฝืนลิขิตฟ้า เป็นบาป ไม่มีทางจบสวย
"บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ" ตงฉือพยักหน้ารัวๆ หวังเพียงว่าตอนนายท่านกลับมา จะดีกับคุณหนูใหญ่บ้าง ไม่อย่างนั้นลำพังนายหญิงผู้เฒ่าที่ไม้ใกล้ฝั่งกับคุณชายใหญ่ที่อายุยังน้อย จะช่วยอะไรคุณหนูใหญ่ได้!
ตงฉือคิดฟุ้งซ่านไปพลาง ขนของเข้าคลังไปพลาง
สาวใช้ที่เหลือในเรือนยิ่งยุ่งกว่าเดิม ส่วนอวิ๋นจั๋วก็ลงมือทำครีมหอมดอกเหมย
ด้านนอกไม่ไกลนัก เจียงว่านเพิ่งจะได้สติจากกองของขวัญมหึมานั้น ให้สาวใช้คนสนิทไปเก็บของ ส่วนตัวเองรีบไปหาเจียงซื่อทันที
พอเจอเจียงซื่อ นางก็ทำท่าอึกอักเหมือนอยากพูดแต่ไม่กล้าพูด
เจียงซื่อมองปราดเดียวก็รู้ว่ามีเรื่องผิดปกติ "เป็นอะไรไป?"
"ท่านป้า เมื่อกี้... ข้าเห็นของที่โรงทอผ้าส่งมา... หลายคันรถเลย ข้างในมีแพรจันทร์เงิน ไหมลายเมฆาอยู่ตั้งหลายพับ ผ้าพวกนี้ราคาไม่ถูกเลย พี่หญิงรับของพวกนี้ไว้ จะกระทบต่อชื่อเสียงของนางไหมเจ้าคะ?" เจียงว่านพูดอย่างระมัดระวัง
เจียงซื่อชะงัก "ไม่ใช่ผ้าธรรมดาหรอกรึ?"
"ไม่ใช่เจ้าค่ะ... แค่เสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวชั้นดีตัวเดียว ก็ปาเข้าไปหลายพันตำลึงแล้ว..." เจียงว่านเสียงเบาลง
เจียงซื่อได้ยินก็ตกใจ "หรือว่า... นังเด็กบ้านั่นแอบอ้างชื่อลุงเขยเจ้า รับสินบนจากคนนอก!?"
"ไม่ใช่ ไม่ใช่... เมื่อกี้ผู้ดูแลบ้านนั้นบอกว่าเป็นบุญคุณส่งข่าว? แม้ของขวัญจะหนักไปหน่อย แต่โรงทอผ้าเกาเซิงร่ำรวย ให้เยอะหน่อย ก็พอเข้าใจได้..."
"ถ้าแค่เพราะบุญคุณ ข้าก็วางใจ..." เจียงว่านถอนหายใจ
"ข้าคงคิดมากไปเอง... จริงสิ ท่านป้า ท่านกับพี่หญิงไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี หากอีกเดี๋ยวนางให้คนส่งของมาให้ ท่านอย่าไปถือสาหาความนางเลยนะเจ้าคะ..."
"เจ้านี่นะ อยากได้เสื้อคลุมตัวนั้นล่ะสิ?" เจียงซื่อตีมือนางเบาๆ
เด็กที่เลี้ยงมากับมือ ย่อมเดาความคิดได้บ้าง
อาว่านชอบของสวยๆ งามๆ ข้อนี้นางรู้ดี จึงไม่ได้โกรธเคือง
"เปล่าเจ้าค่ะ เสื้อคลุมตัวนั้นล้ำค่าเกินไป เหมาะจะช่วยขับเน้นความสง่างามของท่านป้ามากที่สุด ส่วนข้าอยู่ต่อหน้าท่านป้าก็เป็นแค่ดอกไม้ริมทาง พี่หญิงแบ่งผ้าให้ข้าสักหน่อย ข้าก็ดีใจจนเนื้อเต้นแล้วเจ้าค่ะ!" เจียงว่านพูดจาฉอเลาะ
นางอยากได้เสื้อคลุมขนจิ้งจอกนั่นแน่นอน แต่ก็รู้ว่า อะไรควรขอ อะไรไม่ควรขอ
เป็นไปตามคาด เจียงซื่อฟังแล้วมองนางด้วยสายตาเอ็นดูยิ่งขึ้น "ข้าน่ะ ยินดีมอบของดีที่สุดในใต้หล้าให้เจ้าอยู่แล้ว นังอวิ๋นจั๋วโตมาในที่หยาบกระด้าง ไม่เหมาะจะใส่เสื้อผ้าประณีตพวกนั้นหรอก"
เมื่อรู้ว่าเซียวอวิ๋นจั๋วได้ของขวัญ เจียงซื่อก็ยังไม่รีบไปวัดหลวง
สองอาหลานนั่งคุยกันอยู่พักหนึ่ง
ทว่าเวลาผ่านไปทีละน้อย จนกระทั่งพลบค่ำ ก็ยังไม่เห็นเซียวอวิ๋นจั๋วส่งคนเอาของมาให้ เจียงซื่อเริ่มนั่งไม่ติด
"ท่านป้าอย่าโกรธเลยเจ้าค่ะ พี่หญิงคงไม่รู้ธรรมเนียม..." เจียงว่านรีบแก้ตัวให้
นางก็นึกไม่ถึงว่าเซียวอวิ๋นจั๋วจะโง่ขนาดนี้?
ผู้น้อยบ้านไหนได้ของดีมา ไม่รีบแบ่งส่วนใหญ่มาแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่บ้าง?
"เด็กๆ! ไปเรียกคุณหนูใหญ่มานี่!" เจียงซื่อตะโกนสั่งออกไปข้างนอก รู้จักระงับโทสะไว้ แล้วสั่งเพิ่มอีกประโยค
"ให้ครัวเล็กทำขนมเตรียมไว้ให้คุณหนูใหญ่ด้วย"
ไม่รู้กฎระเบียบ ไม่เป็นไร! นางที่เป็นแม่ จะสั่งสอนให้เอง!
บ่าวไพร่รีบไปตามคน
แต่ผ่านไปไม่นาน บ่าวไพร่ก็กลับมาคอตก
เผชิญหน้ากับคำถามของเจียงซื่อ และขนมที่เตรียมไว้ บ่าวไพร่ทำได้แค่พูดความจริง
"เรียนฮูหยิน คุณหนูใหญ่... กำลังยุ่งอยู่กับการทำครีมหอม บอกว่า... ไม่มีเวลามาเจ้าค่ะ ยังฝากบอกอีกว่า ของของนาง ฮูหยินกับคุณหนูลูกพี่ลูกน้องคงไม่แล เลยไม่ส่งมาให้ขายหน้าเจ้าค่ะ..."
"บังอาจนัก!" เจียงซื่อโกรธจัด ตบโต๊ะจนมือชา
ดวงตาแดงก่ำ เหมือนจะโกรธจนร้องไห้
ใครว่าเซียวอวิ๋นจั๋วไม่รู้ธรรมเนียม! นางรู้ดีทีเดียว แต่จงใจทำต่างหาก!
เจียงว่านนั่งเงียบ สังเกตสีหน้าเจียงซื่อ
"ส่ง—ส่งจดหมายไปหานายท่าน บอกว่า เด็กคนนี้ ข้าคุมไม่อยู่แล้ว! ไม่เห็นหัวผู้ใหญ่ อกตัญญู ข้าขืนอยู่ในบ้านนี้อีกแค่วันเดียว ร่างกายคงรับไม่ไหว! ตั้งแต่วันนี้ ข้ากับอาว่านจะไปวัดหลวง สวดมนต์ให้นายหญิงผู้เฒ่า! เรื่องในบ้าน ให้เขากลับมาจัดการเอง!" เจียงซื่ออัดอั้นอยู่นาน สุดท้ายก็กัดฟันพูดออกมา
ลูกสาวเลวๆ คนนี้ ไม่เอาแล้วเด็ดขาด
เมื่อก่อนนางยังเห็นแก่ชื่อเสียงของตระกูล แต่ตอนนี้มาคิดดู ควรจะรีบปล่อยข่าวเสียๆ หายๆ ของนังเด็กบ้านี่ออกไปให้เร็วที่สุด!
เพิ่งจะกลับบ้านมา ต่อให้มีชื่อเสียงไม่ดี ก็เป็นเพราะนิสัยเสียที่ติดตัวมาจากข้างนอก ไม่ใช่เพราะตระกูลเซียวสั่งสอนไม่ดี!