เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 95 ปมในใจข้อที่สอง

บทที่ 95 ปมในใจข้อที่สอง

บทที่ 95 ปมในใจข้อที่สอง


"พูดจาเลอะเทอะอะไรของเจ้า หลี่เทียนมิ่ง ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง" เจียงชิงหลวนจ้องหน้าเขา

"ว่ามาสิ"

"อีกสักพัก ข้าต้องจากไปสักระยะ เจ้าต้องปกป้องหลิงเอ๋อร์ให้ดี แต่ห้ามรังแกนางเด็ดขาด"

"ถ้าข้ากลับมา แล้วพบว่าเจ้าทำเรื่องชั่วช้าอะไรลงไป ข้าจะเรียกคนมาจับเจ้าเข้าวังตอน ให้เจ้าเป็นกงกงหลี่ไปซะ" เจียงชิงหลวนขู่ด้วยท่าทางดุร้าย

"เจ้าจะไป?" ดวงตาของหลี่เทียนมิ่งเป็นประกาย นั่นไม่เท่ากับว่าได้เดตกันแบบไม่จำกัดหรอกหรือ?

ไม่มีนางมาคอยขัดจังหวะ แฮปปี้กันถ้วนหน้า

"ข้าเตือนเจ้าอยู่นะ ฟังเข้าใจไหม? กงกงหลี่?"

"เข้าใจแล้ว เจ้าคิดมากเกินไป คนอย่างข้าไม่มีข้อดีอะไร นอกจากความบริสุทธิ์และว่านอนสอนง่าย ก็ไม่มีอะไรดีสักอย่าง" หลี่เทียนมิ่งตอบ

ประโยคนี้หลุดออกมา แม้แต่เจียงเฟยหลิงที่อยู่ข้างๆ ยังหัวเราะ

"ชิงเอ๋อร์ พวกเราไปก่อนเถอะ ท่านรองเจ้าวังยังรอเขาอยู่" เจียงเฟยหลิงกล่าว

"เพื่อความสุขชั่วชีวิตที่เหลือของเจ้า จงทำตัวให้สงบเสงี่ยมเข้าไว้ล่ะ!" ตอนเจียงชิงหลวนจากไป ยังไม่ลืมที่จะหันมาข่มขู่เขาทิ้งท้าย

พวกนางเดินเร็วเกินไป หลี่เทียนมิ่งยังไม่ทันได้ถามเลยว่า ทำไมต้องจากไปสักพัก และจะไปที่ใดกันแน่

......

หลังจากพวกนางจากไป หลี่เทียนมิ่งก็รีบสาวเท้าเดินเข้าไปหามู่หยาง

"เจ้ามีเรื่องขัดแย้งกับหลิงเซวียนหรือ?" มู่หยางถาม

"แค่เรื่องเล็กน้อยขอรับ" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"ความจริงมีเรื่องกันก็ได้นะ" มู่หยางกล่าว

หลี่เทียนมิ่งยังนึกว่า เขาจะเตือนให้ตนทำเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็กเสียอีก คิดไม่ถึงว่ากลับยุให้เขามีเรื่องกันต่อไป?

"ท่านรองเจ้าวัง หมายความว่าอย่างไรขอรับ?"

"ง่ายมาก เจ้าอยากให้แม่ลูกพวกเจ้าเป็นที่ยอมรับในจวนตระกูลเว่ย ความจริงการแสดงออกและพรสวรรค์ของเจ้า มีผลอยู่ไม่น้อย"

"หากเจ้าไม่ได้ด้อยไปกว่าศิษย์จวนตระกูลเว่ยคนอื่นๆ แม้แต่น้อย ข้าก็สามารถเอ่ยถึงเจ้าต่อหน้าท่านอาจารย์ได้มากขึ้น" มู่หยางกล่าว

"ฝีมือแค่นี้อย่างข้า ท่านเจ้าวังจะใส่ใจหรือขอรับ?" หลี่เทียนมิ่งถาม เท่าที่เขารู้ คนในจวนตระกูลเว่ยล้วนเป็นพวกหยิ่งยโสเทียมฟ้า

"ฝีมือไม่นับเป็นอะไร หลักๆ คือพรสวรรค์ เช่นระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอดของเจ้า เดี๋ยวข้ากลับไป ก็สามารถคุยกับเขาได้แล้ว"

"ข้ากับเขา จะยังไม่คุยเรื่องช่วยแม่ของเจ้า แต่จะคุยเรื่องเจ้าก่อน คุยเรื่องวิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของเจ้า คุยเรื่องการผสานกันระหว่างเจ้ากับศิลายั้นหวง" มู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ

"ข้าเข้าใจแล้ว มีประเด็นให้พูดถึงย่อมดีกว่าไม่มี ข้าเกิดภายนอก หากข้าสามารถกดข่มหลานชายหลานสาวที่เขาฟูมฟักมากับมือได้ นั่นย่อมดียิ่งกว่า"

"สิ่งนี้จะทำให้เขาไม่อาจดูแคลนข้า และไม่อาจดูแคลนท่านแม่ของข้าได้" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

หลี่เทียนมิ่งยิ่งแข็งแกร่ง สำหรับจวนตระกูลเว่ยแล้ว ย่อมแสดงให้เห็นว่าเว่ยจิงสั่งสอนมาดี

"เจ้านับว่าหัวไวใช้ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าจะบอกปัญหาที่ท่านอาจารย์กำลังกลัดกลุ้มอยู่ในตอนนี้ให้ฟัง" นับตั้งแต่ได้พบเว่ยจิง ดูเหมือนมู่หยางจะยืนอยู่ข้างเขามาโดยตลอด

"เชิญชี้แนะขอรับ"

"จวนตระกูลเว่ยคือผู้สืบทอดแก่นแท้ของเขตสวรรค์ ในบรรดาเจ้าวังหลายรุ่นที่ผ่านมา เกินครึ่งล้วนมาจากคนของจวนตระกูลเว่ย จนมาถึงรุ่นของข้า ข้านับว่าเหนือกว่าเว่ยเทียนสยง ดังนั้นข้าจึงได้เป็นเจ้าวังคนใหม่"

"โดยทั่วไป ข้าจะเน้นฟูมฟักรุ่นหลานของท่านอาจารย์ ให้จวนตระกูลเว่ยกลับมากุมอำนาจเขตสวรรค์ในรุ่นถัดไป ถือเป็นการตอบแทนพระคุณอาจารย์"

"เขตสวรรค์เป็นรูปแบบเช่นนี้มาโดยตลอด ดังนั้นการสืบทอดของจวนตระกูลเว่ยจึงไม่เคยขาดตอน"

"แต่เจ้าก็รู้ ข้าไม่ได้รับเว่ยกั๋วฮ่าวเป็นศิษย์ และไม่ได้รับศิษย์จวนตระกูลเว่ยคนอื่นๆ ด้วย"

"เหตุผลง่ายมาก ความจริงในสายตาของเจ้า เว่ยกั๋วฮ่าวและพวกนับเป็นศิษย์ระดับแนวหน้าของเขตสวรรค์ พรสวรรค์อยู่ในระดับสูงสุดของประเทศจู้เจ๋อ"

"แต่ความจริงแล้ว สำหรับข้า พวกเขายังขาดอะไรไปนิดหน่อย"

มู่หยางพูดถึงตรงนี้ ก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ

"ท่านรองเจ้าวังหมายความว่า เว่ยกั๋วฮ่าวและพวก ยังถือว่ามีพรสวรรค์ทึ่มทื่ออยู่อีกหรือขอรับ?" หลี่เทียนมิ่งเดาะลิ้นถาม

"ไม่นับว่าทึ่มทื่อ แต่ทายาทสายเลือดหลักของจวนตระกูลเว่ย ควรจะมีระดับที่สูงกว่านี้ อย่างน้อยก็ควรฝืนไปให้ถึงระดับของหลินเสี่ยวถิง"

"ดังนั้น ไม่ใช่ข้าไม่รับเว่ยกั๋วฮ่าว แต่เป็นท่านอาจารย์ของข้าที่ไม่ถูกใจความสำเร็จของเขา จึงไม่อนุญาตให้ข้ารับไว้" มู่หยางกล่าว

หลี่เทียนมิ่งเข้าใจแล้ว

ไม่ได้หมายความว่าเว่ยกั๋วฮ่าวพรสวรรค์ไม่ดี แต่ในฐานะแกนหลักของเขตสวรรค์ เขาควรจะได้เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเขตสวรรค์

ในอนาคต ถึงจะสืบสานธรรมเนียมของจวนตระกูลเว่ย ให้จวนตระกูลเว่ยกลับมาควบคุมเขตสวรรค์ได้อีกครั้ง

ดังนั้น เว่ยเทียนซางจึงค่อนข้างผิดหวังในตัวหลานๆ

"ความไม่พึงพอใจต่อรุ่นหลาน คือปมในใจข้อที่สองของเขา ส่วนปมในใจข้อแรก เจ้าคงรู้ดีว่าเป็นอะไร" มู่หยางถอนหายใจ

ความจริงเขาเข้าใจเว่ยเทียนซางเป็นอย่างดี

เขาเป็นยอดคนผู้ยิ่งใหญ่ แต่รุ่นลูกและรุ่นหลาน กลับไม่มีใครทำได้ถึงระดับที่เขาพอใจอย่างแท้จริง

"ข้าเข้าใจความหมายของท่านรองเจ้าวังแล้ว ท่านสนับสนุนให้ข้าขัดแย้งกับเว่ยหลิงเซวียนและพวก หรือกระทั่งคาดหวังให้ข้าแข็งแกร่งกว่าเว่ยกั๋วฮ่าว ก็เพราะอยากให้เขามีหลานที่ทำให้เขาพึงพอใจได้สักคน"

"หากข้าสามารถแก้ปมในใจข้อที่สองของเขาได้ เช่นนั้น เป็นไปได้สูงมากที่เขาจะแก้ปมในใจข้อแรกด้วยตัวเอง"

"เพราะเขารักศักดิ์ศรี สิ่งที่ข้าต้องการจริงๆ ก็คือทำให้เขาภาคภูมิใจในตัวข้า"

วินาทีนี้ หลี่เทียนมิ่งมองเห็นความหวังในการช่วยชีวิตมารดาแล้ว!

หากมู่หยางไม่บอกเรื่องเหล่านี้แก่เขา เขาคงเป็นเหมือนแมลงวันไร้หัว ไม่รู้เลยว่าตนเองจะทำอะไรในจวนตระกูลเว่ยแห่งนี้ได้บ้าง!

ตอนนี้ ในที่สุดเขาก็หาทิศทางเจอแล้ว!

"เจ้าเข้าใจความหมายของข้าได้ นับว่าฉลาดพอตัว จากการพูดคุยกับท่านอาจารย์ในช่วงนี้ ข้าเองก็คาดเดาถึงความเป็นไปได้เช่นนี้"

"ขอเพียงเจ้าเปล่งประกายเจิดจรัสมากพอ เขาไม่มีทางไม่สนใจเจ้า"

"หลังจากนั้น เมื่อฐานะคนของจวนตระกูลเว่ยของเจ้าแพร่งพรายออกไป เมื่อใครๆ ต่างรู้ว่ามารดาของเจ้าคือเว่ยจิง เขายังจะปล่อยให้มารดาของเจ้าตายอย่างโดดเดี่ยวในเรือนอวี่หลินได้อีกหรือ?"

มู่หยางพูดด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะเขาเองก็ไม่อยากให้เว่ยจิงตาย

"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ" หลี่เทียนมิ่งพลันรู้สึกว่าหนทางข้างหน้าแจ่มชัดอย่างยิ่ง

การช่วยชีวิตมารดาเป็นเรื่องเร่งด่วน ส่วนการฆ่าคนล้างแค้น ยังต้องรอให้เขาแข็งแกร่งขึ้นอีก

สองเรื่องนี้ ไม่ขัดแย้งกับความพยายามที่จะแข็งแกร่งขึ้นเลย!

"ความจริงเดิมทีข้าไม่ได้คาดหวังในด้านนี้ เพราะข้าคิดว่าเจ้าไม่มีคุณสมบัติพร้อม"

"แต่ทว่า วันนี้ได้เห็นเจ้าครอบครองระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอด และเมื่อนึกถึงว่าเจ้าเคยได้รับวิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์มาก่อน ข้ากลับรู้สึกว่า เจ้าเป็นบุตรแห่งโชคชะตาคนหนึ่ง"

"คนอย่างเจ้า ต่อให้ตอนนี้สถานการณ์จะย่ำแย่เพียงใด แต่ข้าก็เชื่อมั่นในตัวเจ้า" มู่หยางตบไหล่เขาพลางกล่าว

หลี่เทียนมิ่งคาดไม่ถึง ว่าจะมีผู้ใหญ่ที่เชื่อใจตนเองถึงเพียงนี้

"หลี่เทียนมิ่ง แม้ข้าจะชี้ทางสายนี้ให้ แต่มีจุดหนึ่งที่สำคัญมาก เจ้าต้องรู้ให้ชัดเจน"

"เชิญท่านรองเจ้าวังชี้แนะ"

"ท่านอาจารย์ของข้ารู้สึกว่าพวกเว่ยกั๋วฮ่าวไม่ผ่านเกณฑ์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาแย่จริงๆ อย่างน้อยสำหรับเจ้าในตอนนี้ พวกเขาก็ยังเป็นยอดเขาที่ไม่อาจก้าวข้าม"

"เจ้าจงจำไว้ว่าห้ามใจร้อนวู่วาม ผลลัพธ์จากการฝึกฝนที่ระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอดมอบให้เจ้า จะไม่ได้สูงกว่าพวกเขามากนัก"

"เจ้ามีเวลาประมาณหนึ่งปี ข้ายื้อให้นางได้มากที่สุดหนึ่งปี หากหนึ่งปีนี้เจ้าทำไม่สำเร็จ ไม่สามารถทำให้ท่านอาจารย์ประทับใจได้ เช่นนั้นข้าก็จนปัญญาแล้ว"

"นิสัยของเขา ดื้อรั้นกว่าที่เจ้าจินตนาการไว้มาก"

ไม่ใช่แค่เอาชนะเว่ยกั๋วฮ่าวเท่านั้น แต่ต้องโด่งดังมีชื่อเสียงมากพอ มากพอที่จะทำให้เว่ยเทียนซางประทับใจ ทำให้เขาภาคภูมิใจในตัวหลี่เทียนมิ่ง!

"ทราบแล้วขอรับ" ในอกของหลี่เทียนมิ่งมีไฟร้อนลวกกำลังแผดเผา เขาไม่ได้กลัวความยากลำบาก แต่กลัวการไม่มีทิศทาง

ตอนนี้ ทิศทางอยู่ตรงหน้าแล้ว เขารู้สึกว่าปณิธานการต่อสู้ของตนเองเสียดแทงฟ้า!

"แน่นอนว่า อีกสักพักเว่ยกั๋วฮ่าวจะต้องไปสมรภูมิเฉินยวน เจ้าต้องภาวนาให้เขาไม่ได้รับวาสนาในสมรภูมิเฉินยวน มิฉะนั้น ชาตินี้เจ้าคงไม่มีโอกาสแล้ว" มู่หยางกล่าว

"องค์หญิงชิงก็จะไปสมรภูมิเฉินยวนด้วยหรือขอรับ?"

"ใช่ ไปรุ่นเดียวกัน"

หลี่เทียนมิ่งกำลังจะถามว่าพวกเขาไปทำอะไรที่สมรภูมิเฉินยวน แต่มู่หยางเปลี่ยนเรื่องก่อน โดยถามว่า..

"เจ้าทะลวงผ่านระดับขั้นหนึ่งแล้วใช่ไหม เพื่อให้เจ้าได้ใช้ประโยชน์จากการฝึกฝนอย่างเต็มที่ เจ้าต้องการอะไรในการฝึกฝนบอกข้าได้เลย อย่างเช่นคัมภีร์หรือวิชายุทธ์ ข้าจัดหาให้ได้"

มู่หยางเองก็อยากให้เว่ยจิงรอดชีวิต ดังนั้น ต่อให้ตอนนี้เขาไม่ใช่อาจารย์สวรรค์ของหลี่เทียนมิ่ง เขาก็ไม่ตระหนี่ที่จะให้คำชี้แนะและทรัพยากรในทุกๆ ด้าน

"เจ้ามีความลำบากในการฝึกฝนเรื่องใด สามารถมาหาข้าที่ 'จวนตระกูลมู่' ได้ตลอดเวลา มู่หว่านอาจารย์ของเจ้ายังบ่นคิดถึงเจ้าอยู่บ่อยๆ" มู่หยางกล่าว

"ขอบพระคุณท่านรองเจ้าวัง ตอนนี้ข้าอยากได้วิชายุทธ์ระดับแหล่งกำเนิดขั้นสูงสักสองสามวิชาขอรับ" หลี่เทียนมิ่งเอ่ยความต้องการออกไปตรงๆ

ในเมื่อโอกาสมาอยู่ตรงหน้า เขาไม่มีทางเกรงใจแน่นอน

เก้าแส้อัสนีบาต, เพลิงสวรรค์พันธนาการวิญญาณ ฯลฯ ล้วนเป็นวิชายุทธ์ระดับแหล่งกำเนิดขั้นกลาง เขาฝึกฝนจนชำนาญแล้ว

ทว่า ในอนาคตที่ต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ระดับขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณระดับแปดขึ้นไปอย่างเว่ยกั๋วฮ่าว, มู่ชิงชิง เขาอาจจำเป็นต้องใช้วิชายุทธ์ที่แข็งแกร่งกว่านี้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้

"ได้ เดี๋ยวข้าพาเจ้าไปที่ตำหนักยุทธการ เจ้าไปเลือกเองเลย"

ตำหนักยุทธการ คือสถานที่เก็บคัมภีร์และวิชายุทธ์ของเขตสวรรค์

ตอนที่หลี่เทียนมิ่งอยู่สำนักยั้นหวงก็ได้ยินชื่อเสียงมาแล้ว ว่าที่นี่ซุกซ่อนคัมภีร์วิชายุทธ์ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดและมีอานุภาพสูงสุดของทุกระดับชั้นเอาไว้

ตำหนักยุทธการ อยู่ภายใต้การดูแลของราชาสวรรค์ยุทธการ ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ราชาสวรรค์แห่งเขตสวรรค์

ราชาสวรรค์ยุทธการ ดูเหมือนจะเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาราชาสวรรค์ทั้งสี่

ราชาสวรรค์สืบสานและราชาสวรรค์ทัณฑ์เทพล้วนเป็นชายชรา ส่วนราชาสวรรค์ยุทธการ จ้าวหยวนจี เป็นรุ่นเดียวกับมู่หยาง

ตำหนักยุทธการตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเขตสวรรค์ อยู่ในป่าทึบอันเงียบสงบ

โดยทั่วไป ต้องมีอาจารย์สวรรค์นำทางมาด้วยตัวเอง ศิษย์เขตสวรรค์ถึงจะสามารถเข้ามาเลือกวิชายุทธ์ในสถานที่แห่งนี้ได้

หลังจากมู่หยางพาหลี่เทียนมิ่งมาถึง ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำสวมชุดคลุมยาวสีดำก็เดินตรงเข้ามา

บนใบหน้าของเขามีรอยแผลเป็นจากดาบที่ลึกมาก ดูดุร้ายน่ากลัว มีความน่าเกรงขามอย่างเปี่ยมล้น เป็นบุคคลประเภทที่ทำให้เหล่าศิษย์หายใจไม่ออก

ท่านนี้ก็คือราชาสวรรค์ยุทธการ จ้าวหยวนจี

"ศิษย์พี่" เขาเรียกมู่หยาง

ที่แท้ราชาสวรรค์ยุทธการผู้นี้ ก็เป็นศิษย์ของเว่ยเทียนซางเช่นกัน

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 95 ปมในใจข้อที่สอง

คัดลอกลิงก์แล้ว