เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 94 ลูกไก่เหลืองกับมุกใต้สะดือ

บทที่ 94 ลูกไก่เหลืองกับมุกใต้สะดือ

บทที่ 94 ลูกไก่เหลืองกับมุกใต้สะดือ


หลี่เทียนมิ่งเองก็คาดไม่ถึงว่า ความสำเร็จระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอดจะก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวใหญ่โตเพียงนี้

บัดนี้ อาจารย์สวรรค์แห่งเขตสวรรค์แทบจะมากันพร้อมหน้า แม้กระทั่งรองเจ้าวังยังปรากฏกาย

เมื่อไม่กี่วันก่อนที่ตำหนักสืบสาน อาจารย์สวรรค์เหล่านี้ล้วนขี้เกียจจะสนใจเขา ถึงขั้นรังเกียจและเยาะเย้ยถากถางด้วยซ้ำ

ทว่าในยามนี้ เมื่อเห็นเขาเดินออกมาจากข้างศิลายั้นหวง หลี่เทียนมิ่งเห็นว่าแม้แต่สีหน้าของพวกเขา ก็แทบไม่อยากจะเชื่อในสายตา

"ระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอด..."

"มีเพียงสัตว์ประหลาดในตำนานเท่านั้นกระมัง ถึงจะมีพรสวรรค์เช่นนี้"

"ถ้าบอกว่าเป็นหลินเสี่ยวถิงข้ายังพอจะเชื่อ เป็นเขาไปได้อย่างไร..."

"ไม่ผิดตัวแน่ใช่ไหม?"

"ถ้าเขาฝึกฝนอยู่ข้างศิลายั้นหวงมาตั้งแต่เล็ก ป่านนี้คงเก่งกว่าหลินเสี่ยวถิงไปแล้ว!"

พวกเขาเป็นอาจารย์สวรรค์ พวกเขาย่อมเข้าใจศิลายั้นหวง ดังนั้นพวกเขาจึงยิ่งตระหนักดีว่า หลี่เทียนมิ่งในวันนี้ได้สร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เพียงใด!

พูดตามตรง ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน การที่ทัศนคติของพวกเขาที่มีต่อหลี่เทียนมิ่ง จะต้องเปลี่ยนจากความรังเกียจเป็นความอิจฉาริษยา ขั้นตอนนี้นับว่ายากลำบากพอสมควร

อาจารย์สวรรค์ส่วนใหญ่ล้วนเคยเอ่ยวาจาดูแคลนมาก่อน บัดนี้ความจริงเรื่องระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอดวางอยู่ตรงหน้า มิใช่เป็นการตบหน้าหรอกหรือ?

เหล่าอาจารย์สวรรค์ไม่ได้สัมผัสความอับอายที่พูดไม่ออกเช่นนี้มานานมากแล้ว

ใครยังจะคิดว่า เขาคือตัวตลกเมื่อสามปีก่อน?

ใครยังจะคิดว่า การที่เขาถูกจัดให้เป็นคนไร้พรสวรรค์บันลือโลกในตำหนักสืบสาน คือความอัปยศ?

พวกเขามองดูหลี่เทียนมิ่ง ต่างพากันยืนนิ่งตะลึงงันอยู่กับที่

สีหน้าเหม่อลอย สับสน และตกตะลึงเหล่านั้น ช่างดูน่าตื่นตาตื่นใจเสียเหลือเกิน

"เจ้าทำได้อย่างไร?" มู่หยางยืนอยู่หน้าสุดของฝูงชน แม้แต่เขาในยามนี้ ก็ยังส่ายหน้ายิ้มขื่น ไม่อาจหลุดพ้นจากความตกตะลึงได้

"แน่นอนว่าต้องพึ่งพาพรสวรรค์อันล้ำเลิศของข้า พรสวรรค์ที่เหล่าอาจารย์สวรรค์ทั้งหลายมองข้ามไปอย่างไรเล่า" หลี่เทียนมิ่งยิ้มบางๆ

พูดตามตรง สีหน้าของเหล่าอาจารย์สวรรค์ในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกสะใจอยู่บ้าง

จ้าวเทียนเฉิน เฟิงอู๋กวง เกาหยวนติ้ง และคนอื่นๆ...

ถ่อมตัว?

หลังจากมีสัตว์ใหญ่โบราณอลเวงแล้ว ก็ถูกลิขิตว่าไม่อาจถ่อมตัวได้

ในเมื่อสามารถตบหน้าสั่งสอนได้ หลี่เทียนมิ่งย่อมไม่เกรงใจอย่างแน่นอน

"ระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอด เพียงพอให้เจ้าถูกจารึกชื่อลงในหน้าประวัติศาสตร์ของสำนักยั้นหวง ดีมาก" มู่หยางไม่ตระหนี่คำชมของตน

ทุกคำพูดของเขา สำหรับทุกคนในที่นี้ล้วนถือเป็นประกาศิต

ในเมื่อตอนนี้แม้แต่มู่หยางยังยอมรับ ยิ่งแสดงว่าหลี่เทียนมิ่งได้พลิกฟื้นสถานะในเขตสวรรค์แล้ว

"ไม่ปรากฏผู้มีระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอดมากี่ปีแล้ว ตอนนั้นพวกเราตาถั่วกันจริงๆ" อาจารย์สวรรค์เฟิงอู๋กวงส่ายหน้า

"หลี่เทียนมิ่งมีชาติกำเนิดไม่สูงส่ง จนกระทั่งวันนี้ถึงได้รู้ว่าพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรของเขาน่าตื่นตะลึง!"

"หากเขาเกิดในเมืองเยี่ยนตู้ เกิดในตระกูลขุนนางที่มีชื่อเสียง ความสำเร็จต้องไม่หยุดอยู่แค่วันนี้อย่างแน่นอน" อาจารย์สวรรค์เกาหยวนติ้งเองก็ละทิ้งอคติในใจ เริ่มกล่าวชื่นชมหลี่เทียนมิ่ง

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ มู่หยางก็ส่ายหน้ายิ้ม

ความจริงเขารู้ดี หลี่เทียนมิ่งนั้นถือกำเนิดในตระกูลขุนนางที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว เพียงแต่น่าเสียดาย ที่เขาไม่ได้เติบโตที่นี่

"การยอมรับจากศิลายั้นหวง อย่างน้อยก็บ่งบอกว่าความเร็วในการฝึกฝนหลังจากนี้ของเขาจะรวดเร็วมาก สามารถชดเชยความก้าวหน้าที่ล่าช้าในช่วงแรกได้ สักวันหนึ่ง ย่อมสามารถไล่ตามคนรุ่นเดียวกันได้ทัน"

อาจารย์สวรรค์ฉินซือก็อยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน ในที่สุดนางก็ไม่รู้สึกว่าการที่เจียงเฟยหลิงยืนอยู่ข้างกายหลี่เทียนมิ่ง เป็นความรู้สึกที่เสียของเปล่าประโยชน์อีกต่อไป

เหล่าอาจารย์สวรรค์ต่างพากันชื่นชมเป็นเสียงเดียว ยิ่งตอกย้ำสถานะของหลี่เทียนมิ่งให้มั่นคง

ทำให้เหล่าอัจฉริยะแห่งเขตสวรรค์ที่เคยนินทาเขาเหล่านั้น ทำได้เพียงหุบปากเงียบในเวลานี้

"เจ้าก็อย่าเพิ่งดีใจเร็วเกินไป ช่วงแรกเจ้าถูกทิ้งห่างไปมาก ต่อให้มีระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอด การจะไล่ตามคนรุ่นเดียวกันให้ทันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย"

"บวกกับสัตว์ประจำตัวของเจ้ามีระดับชั้นไม่สูง สายเลือดต่ำต้อย อย่าเพิ่งสำคัญตัวว่าเป็นอัจฉริยะฟ้าประทานของเขตสวรรค์ ก้าวเดินไปทีละก้าวอย่างมั่นคงเถอะ"

ท่ามกลางบรรยากาศที่กลมเกลียว อาจารย์สวรรค์จ้าวเทียนเฉินกลับเอ่ยวาจาที่ขัดหูออกมาประโยคหนึ่ง

"เจ้าว่าใครสายเลือดต่ำต้อย เจ้าสิสายเลือดต่ำต้อย!" ลูกไก่เหลืองเดือดดาล จ้องหน้าจ้าวเทียนเฉินแล้วสวนกลับทันที

สีหน้าของจ้าวเทียนเฉินเปลี่ยนไป เป็นอาจารย์สวรรค์มาเนิ่นนาน นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกสัตว์ประจำตัวด่าทอ

สัตว์ประจำตัวส่วนใหญ่จะสื่อสารทางจิตกับผู้ควบคุมสัตว์เท่านั้น

"อาจารย์สวรรค์จ้าว สัตว์ประจำตัวของข้ายังเด็ก วิหคพูดจาไร้ความยั้งคิด แต่อย่างไรก็ตาม วาจาที่อาจารย์สวรรค์จ้าวพูดมา เทียนมิ่งจดจำไว้แล้ว วันหน้า ข้าจะทำให้อาจารย์สวรรค์จ้าวถอนคำพูดประโยคนี้กลับไป" หลี่เทียนมิ่งวางตัวไม่ต่ำต้อยไม่เย่อหยิ่ง ยิ้มตอบจ้าวเทียนเฉิน

ใครฟังก็รู้ว่า แม้เขาจะมีใบหน้าเปื้อนยิ้ม ดูสงบนิ่งเยือกเย็น แต่กลับไม่ได้ถูกจ้าวเทียนเฉินข่มรัศมีแม้แต่น้อย

"ถอนคำพูด? เพ้อฝัน" จ้าวเทียนเฉินหัวเราะเยาะคราหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น

เพราะอย่างไรเสีย มู่หยางยังอยู่ที่นี่ ไม่ถึงตาเขาที่จะพูดมากความ

"ท่านรองเจ้าวัง หลี่เทียนมิ่งเคยบอกว่าอยากเป็นศิษย์ของท่าน วันนี้ท่านคิดจะรับศิษย์หรือไม่?" ผู้ที่พูดคืออาจารย์สวรรค์ฉินซือ

เมื่อครู่นางยังไม่ค่อยเห็นหลี่เทียนมิ่งอยู่ในสายตา แต่หลังจากเห็นระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอด มุมมองของนางก็เปลี่ยนไปแล้ว

ตอนที่นางพูดประโยคนี้ หลี่เทียนมิ่งบังเอิญเห็นว่า เจียงชิงหลวนกำลังยืนอยู่ข้างกายนาง ขยิบตาทำไม้ทำมือส่งสัญญาณให้เขาอยู่พอดี

ดูออกเลยว่า นางอ้าปากค้างตะลึงงันไปแล้ว

เพียงแต่นางกำลังดีใจแทนเขา

นางยังถลึงตาใส่เขาอย่างดุเดือดคราหนึ่ง คงจะไม่พอใจที่เขาใกล้ชิดกับเจียงเฟยหลิงมากเกินไป

อย่างไรก็ตาม ประโยคของฉินซือนี้ เป็นไปได้ว่านางเป็นคนยุยงให้ฉินซือพูดออกมา

เพราะนี่เป็นการพูดต่อหน้าธารกำนัล เห็นได้ชัดว่าต้องการช่วยเขา

ช่างใส่ใจจริงๆ

"ข้ากับเขามีข้อตกลงกัน รอให้เขามีฝีมือเหนือกว่าเว่ยกั๋วฮ่าวเมื่อใด ข้าจึงจะรับเขาเป็นศิษย์ อายุของเขาไล่เลี่ยกับเว่ยกั๋วฮ่าวพอดี"

ท่ามกลางสายตาจับจ้องของฝูงชน มู่หยางยังคงมีรอยยิ้มประดับหน้า ดูเหมือนจะอารมณ์ดีไม่น้อย

ว้าว!

ผู้คนส่งเสียงฮือฮาขึ้นมา

ที่แท้หลี่เทียนมิ่งก็มีความเป็นไปได้ที่จะได้รองเจ้าวังรับเป็นศิษย์จริงๆ!

ใครๆ ก็รู้ว่าการจะได้เป็นศิษย์ของรองเจ้าวังนั้นยากเพียงใด ศิษย์คนก่อนหน้านี้ของรองเจ้าวัง ก็คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเขตสวรรค์ หลินเสี่ยวถิง

ยิ่งไปกว่านั้น รองเจ้าวังกกำลังจะได้เป็นเจ้าวังในไม่ช้า ศิษย์สายตรงของเจ้าวัง ย่อมมีสถานะสูงส่งกว่าเดิม นี่คือสัญลักษณ์ของผู้ท้าชิงตำแหน่งเจ้าวังเขตสวรรค์ในอนาคต!

หากหลี่เทียนมิ่งทำสำเร็จได้จริง สถานะในเขตสวรรค์ของเขา เรียกได้ว่าปีนป่ายขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของเหล่าศิษย์ ใครๆ ต่างก็ต้องอิจฉา!

"ข้าว่าอย่าเพิ่งได้ใจไปหน่อยเลย ถึงเขาจะมีระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอด แต่อย่างมากก็อยู่แค่ขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณระดับห้า ส่วนเว่ยกั๋วฮ่าวนั้นปาเข้าไปขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณระดับแปดแล้ว"

"ใช่ สามระดับนี้คือช่วงที่ก้าวข้ามได้ยากที่สุด"

"ประเด็นสำคัญคือ ในขณะที่เขาฝึกฝน เว่ยกั๋วฮ่าวก็ฝึกฝนเช่นกัน เว่ยกั๋วฮ่าวมีระดับความเข้ากันได้ระดับสี่ พรสวรรค์ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเท่าไหร่"

"ช่องว่างที่ถูกทิ้งห่างในช่วงแรก การจะไล่ตามให้ทันนั้นเป็นเรื่องเพ้อฝันชัดๆ"

"ดังนั้นข้าคิดว่า บททดสอบของรองเจ้าวังนี้ แทบจะไม่มีความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จ"

"ใช่ น่าจะเป็นการขายฝันให้หลี่เทียนมิ่งเสียมากกว่า อีกอย่าง หลี่เทียนมิ่งกับหลินเสี่ยวถิงมีความแค้นต่อกัน รองเจ้าวังให้ความสำคัญกับหลินเสี่ยวถิงมาก จะยอมให้สองคนนี้มาเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันได้อย่างไร"

"ดังนั้นนะ หากถือเป็นจริงเป็นจังกับคำพูดของรองเจ้าวัง ก็เท่ากับโง่เขลาแล้ว"

"ข้าว่า หลี่เทียนมิ่งสู้หาอาจารย์สวรรค์สักคนยอมรับอย่างว่าง่ายจะดีกว่า ตอนนี้ต้องมีอาจารย์สวรรค์จำนวนไม่น้อยยินดีชี้แนะเขาแน่"

"มิเช่นนั้น หากพลาดโอกาสไป แล้วช่องว่างกับเว่ยกั๋วฮ่าวยิ่งห่างไกลออกไปเรื่อยๆ ก็เท่ากับเสียของระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอดไปเปล่าๆ"

"ดูท่าทางเขาก็รู้ว่าเป็นคนเย่อหยิ่งถือดี ข้าเดาว่าเขาคงปักใจจะเอารองเจ้าวังคนเดียวแน่"

"แบบนั้นก็ดี ความจริงจะสอนให้เขาเข้าใจเองว่า พรสวรรค์ที่ดีเลิศเพียงใดหากไม่ได้รับการชี้แนะที่ถูกต้อง สุดท้ายก็เป็นแค่เรื่องตลกเรื่องหนึ่ง"

ในพื้นที่โล่งกว้างอย่างเจดีย์ยั้นหวง ต่อให้กระซิบกระซาบกันเบาๆ ขอแค่เงียบสงบเพียงพอ ก็ยังสามารถได้ยินถ้อยคำบางส่วนได้

รอบกายมีศิษย์เขตสวรรค์อยู่มากมาย มีคนตื่นตะลึงยอมสยบ ย่อมต้องมีคนอิจฉาริษยาและเย้ยหยันในใจ

ดังนั้น ก็คอยดูกันต่อไปเถอะ!

ไล่ตามเว่ยกั๋วฮ่าว ยากงั้นหรือ?

ตอนนี้เขาไม่มีสถานะใดๆ ในเขตสวรรค์ ต้องกราบอาจารย์ให้ได้เท่านั้น ถึงจะนับว่าได้กลมกลืนเข้ากับเขตสวรรค์อย่างแท้จริง

ดังนั้น การบดขยี้เว่ยกั๋วฮ่าว เป็นสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จให้จงได้

"ไม่มีธุระอะไรแล้วก็แยกย้ายกันไป กลับไปฝึกฝนต่อ หลี่เทียนมิ่ง เจ้าตามข้ามา"

ในขณะที่ผู้คนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ มู่หยางก็เอ่ยขึ้น เขาต้องการจะพาหลี่เทียนมิ่งไปเพียงลำพัง

"ขอรับ" รองเจ้าวังมีคำสั่ง ทุกคนย่อมต้องแยกย้าย

เหล่าอาจารย์สวรรค์ได้เป็นสักขีพยานระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอดของหลี่เทียนมิ่งแล้ว ต่อจากนี้ก็ไม่มีธุระอะไร

พวกเขาพอมองออกว่า มู่หยางดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับหลี่เทียนมิ่งเป็นพิเศษอยู่บ้าง

เรื่องนี้ทำให้อาจารย์สวรรค์ทั้งหลายงุนงงอยู่บ้าง เพราะหลินเสี่ยวถิงที่กำลังเก็บตัวอยู่บนเจดีย์ยั้นหวงจะคิดอย่างไร?

ฝูงชนเริ่มทยอยสลายตัวไป

มู่หยางจะพาหลี่เทียนมิ่งไปแล้ว เจียงเฟยหลิงก็ควรกลับไปได้แล้วเช่นกัน

"ท่านรองเจ้าวัง ข้าขอไปส่งองค์หญิงหลิงสักครู่" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"ไปสิ"

หลี่เทียนมิ่งจึงพานางเดินตรงมาหาเจียงชิงหลวน

แม้วันนี้จะเป็นเดตแรก แต่ดูท่าคงจะไปส่งเจียงเฟยหลิงถึงที่พักไม่ได้ ทำได้เพียงส่งถึงมือเจียงชิงหลวนเท่านั้น

"สวัสดีอาจารย์สวรรค์ฉิน" หลี่เทียนมิ่งมีมารยาทมาก

"ทำตัวดีๆ ล่ะ" ฉินซือกล่าวทิ้งท้ายประโยคหนึ่ง แล้วก็จากไปเช่นกัน

ทิ้งให้หลี่เทียนมิ่งอยู่กับองค์หญิงทั้งสอง

"หลี่เทียนมิ่ง ดูท่าทางลำพองใจของเจ้าสิ ที่เดินมานี่ก็เพื่อจะอวดระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอดกับข้าใช่ไหม?" เจียงชิงหลวนกล่าว

"เจ้าเดาถูกแล้ว ตอนนี้ยังกล้าให้ข้าไปปลูกนาอีกไหม?"

"ใครบอกว่าระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอดปลูกนาไม่ได้ ข้าเตือนเจ้าไว้ก่อน อย่าคิดว่าคนต่ำต้อยได้ดีแล้วจะทำอะไรตามอำเภอใจได้ หลิงเอ๋อร์ของข้าไม่ใช่คนใจง่ายนะ" เจียงชิงหลวนขู่

"ใช่ ดูแล้วเจ้าใจง่ายกว่าเยอะ" หลี่เทียนมิ่งยิ้ม

"เจ้า! ..ช่างเถอะ ไม่ล้อเล่นกับเจ้าแล้ว พูดจริงจังสักหน่อยก็แล้วกัน ระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอดของเจ้าน่าตื่นตะลึงจริงๆ"

"ข้าขอพูดตรงๆ เลยนะ ถ้าไม่มีอาจารย์สวรรค์คนไหนในเขตสวรรค์ยอมรับเจ้า เจ้าสามารถมารับใช้ราชวงศ์จู้เจ๋อของข้าได้ มีข้าอยู่ รับรองไม่ปฏิบัติต่อเจ้าอย่างเลวร้ายแน่นอน" เจียงชิงหลวนกล่าว

"ได้สิ" หลี่เทียนมิ่งพยักหน้า

"ตอบตกลงง่ายดายขนาดนี้เชียว?" เจียงชิงหลวนคาดไม่ถึงว่าจะดึงตัวอัจฉริยะเข้าตระกูลได้ง่ายๆ แบบนี้

"ถามอะไรโง่ๆ ก็เขาอยากจะเป็นราชบุตรเขยใจจะขาดอยู่แล้ว" ลูกไก่เหลืองส่งเสียงจิ๊จ๊ะหัวเราะร่า

"ฝันไปเถอะ"

"ก็ไม่ได้จะแต่งกับเจ้า เจ้าจะตื่นเต้นทำไม" ลูกไก่เหลืองถาม

"......" เจียงชิงหลวนจนปัญญาจะเถียง

"งั้นข้าก็ขอพูดจริงจังสักประโยคเช่นกัน ที่นี่ข้ามีแค่พวกเจ้าสองคนที่เป็นสหาย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้ายินดีเสียสละเพื่อพวกเจ้า ยอมให้มีดเสียบทะลุสีข้างทั้งสองข้างเพื่อพวกเจ้าได้" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

ความจริงนี่คือถ้อยคำจากใจจริง นี่คือคติประจำใจของเขา บุญคุณเพียงหยดน้ำ เขาจะตอบแทนดั่งสายธาร

อย่าเห็นว่าเขาชอบต่อปากต่อคำกับเจียงชิงหลวน ความจริงเขานับถือเจียงชิงหลวนเป็นสหายแท้ ส่วนเจียงเฟยหลิงน่ะหรือ ถ้าเติมคำว่า 'รู้ใจ' ต่อท้ายคำว่าสหายได้ก็จะดียิ่ง

"ไอ้ที่เจ้าอยากจะเอาไปเสียบเนี่ย ใช่มีดแน่เรอะ?" จู่ๆ ลูกไก่เหลืองก็ถามขึ้น

ไม่เสียบมีด แล้วจะเสียบอะไร......

"พรวด!"

หลี่เทียนมิ่งแทบทรุด

คำพูดที่เปี่ยมด้วยความภักดีและคุณธรรมเยี่ยงนี้ เจ้าไก่ลามกนี่ดันเอามาเล่นมุกใต้สะดือเสียได้ มันก็สามารถวกเข้าเรื่องลามกได้ไวเกิ๊น!

โชคดีที่พวกนางสองคนยังตามไม่ทัน ไม่อย่างนั้นคงได้บีบคอลูกไก่เหลืองตายคามือ

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 94 ลูกไก่เหลืองกับมุกใต้สะดือ

คัดลอกลิงก์แล้ว