- หน้าแรก
- มหาเทพหมื่นพิภพ
- บทที่ 89 คิดจะกลับคำ?
บทที่ 89 คิดจะกลับคำ?
บทที่ 89 คิดจะกลับคำ?
เว่ยหลิงเซวียนเป็นคนแรกที่ไม่ยอมรับ
"เจ้าคิดว่าเจตนาที่เขาไปวงที่สี่คืออะไร?" เว่ยหลิงเซวียนกล่าวกับลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ข้างกายเสียงเรียบ
"ข้าคิดว่า เขารู้อยู่แก่ใจว่าจะต้องล้มเหลว ดังนั้นจึงอยากไปในที่ที่ระดับสูงกว่า"
"แบบนี้ต่อให้ล้มเหลว เขาก็ยังดูมีหน้ามีตา เพราะเขาล้มเหลวจากการท้าทายระดับความเข้ากันได้ระดับสี่" บนใบหน้าของเว่ยชิงอี้เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
"ทุกท่านคิดเห็นอย่างไร?" เว่ยหลิงเซวียนมองไปทางฝูงชน
"ความคิดเห็นของข้า ก็คล้ายกับน้องชิงอี้"
"ข้าว่านะ คนคนนี้มันตัวประหลาด ชอบให้คนอื่นดูถูกเหยียดหยาม สงสัยสมองคงจะมีโรคทางจิตกระมัง"
เหล่าอัจฉริยะแห่งเขตสวรรค์ต่างมีความคิดเห็นของตนเอง แต่ความคิดเห็นเหล่านั้นล้วนมีแก่นแท้ร่วมกัน นั่นคือ… หลี่เทียนมิ่งเป็นตัวตลก
"คอยดูเถอะ แบกรับพายุพลังวิญญาณของวงที่สี่ ไม่ถึงสามสิบลมหายใจ ร่างกายของเขาจะต้องระเบิดดับสูญ" เว่ยหลิงเซวียนกล่าว
"ถ้าเขาตาย จะโทษใครได้?" เว่ยชิงอี้คิดถึงจุดนี้ขึ้นมา
"จะโทษใครได้ล่ะ? ตามกฎของเขตสวรรค์ เข้มงวดให้ศิษย์ปฏิบัติตามระดับความเข้ากันได้ของตนเองกับศิลายั้นหวง ห้ามใฝ่สูงเกินศักดิ์"
"เขาเป็นคนท้าทายกฎระเบียบเอง ถ้าตายไป ก็โทษใครไม่ได้" เว่ยหลิงเซวียนกลอกตามองบน
"ข้าก็คิดว่า โทษเว่ยหลิงเซวียนไม่ได้"
"วันนี้เซวียนเอ๋อร์เกรงใจเขามากแล้ว เพราะเซวียนเอ๋อร์มีฐานะอะไร แล้วเขามีฐานะอะไร"
"ก็ไม่แปลก บ้านนอกคอกนาพรรค์นั้น ย่อมไม่รู้หรอกว่าในเขตสวรรค์ ตระกูลเว่ยเป็นตัวตนระดับไหน"
คำสอพลอป้อยอมากมาย ทำให้ในใจของเว่ยหลิงเซวียนรู้สึกสบายใจเป็นพิเศษ
ตอนนี้นางกำลังรอแล้วรอเล่า นางไม่ได้รอให้ครบครึ่งชั่วยาม แต่นางกำลังรอให้ธาตุไฟลเข้าแทรกของหลี่เทียนมิ่งตีกลับ กระอักเลือดล้มลงกับพื้น
นางรู้สึกว่าใกล้จะได้เวลาแล้ว
สามสิบลมหายใจใกล้จะครบแล้ว นางแทบอยากจะเริ่มนับถอยหลัง
นางเคยฝืนทนในวงที่สี่มาก่อน ดังนั้นจึงรู้ดีว่าการจะฝึกฝนที่นั่นมันยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด
คิดถึงตอนนั้น นางฝืนทนได้ไม่ถึงครึ่งเค่อ[1] ก็หน้ามืดตาลาย เกือบจะกระอักเลือดล้มพับไป โชคดีที่ท่านพ่อพานางออกมาได้ทันเวลา
นับแต่นั้นมา นางก็ไม่กล้าเข้าวงที่สี่อีกเลย
การยอมรับระดับความเข้ากันได้กับศิลายั้นหวงของตนเอง คือคุณสมบัติพื้นฐานของศิษย์เขตสวรรค์
นางชำเลืองมองเจียงเฟยหลิงแวบหนึ่ง เห็นท่าทางตื่นเต้นกังวลของอีกฝ่าย เว่ยหลิงเซวียนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ หึหึ ออกมา
"คนสวยเสียเปล่า แต่สมองไม่ดี" นางชี้ไปที่สมอง แสดงความคิดเห็นที่มีต่อเจียงเฟยหลิงให้เว่ยชิงอี้ฟัง
"ข้าว่าข้าจีบองค์หญิงชิงดีกว่า อย่างน้อยองค์หญิงชิงก็ฉลาดมาก" เว่ยชิงอี้กล่าว
"ศิษย์พี่หกน่ะหรือ? กลัวแต่เจ้าจะรับมือนางไม่ไหวน่ะสิ นางไม่ใช่พวกใสซื่อไร้เดียงสา[2]หรอกนะ" เว่ยหลิงเซวียนกล่าว
"คอยดูเถอะ พี่เซวียน เสน่ห์ของน้องชายท่าน ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่ท่านคิดหรอก" เว่ยชิงอี้เสยผม พูดด้วยความมั่นใจ
เว่ยหลิงเซวียนพลันพบว่า ในระหว่างที่พวกนางสนทนากัน เวลาได้ล่วงเลยไปมากโขแล้ว
ภาพหลี่เทียนมิ่งกระอักเลือดล้มลงในจินตนาการของนาง กลับไม่ได้เกิดขึ้นจริง
นางยังไม่รีบร้อน เพราะเวลายังอีกยาวไกล บางทีในชั่วพริบตาถัดไป เรื่องที่นางคาดหวังว่าจะเกิด ก็อาจจะเกิดขึ้นจริงก็ได้
ภายในหอยั้นหวง ตกอยู่ในบรรยากาศเงียบสงัดอย่างประหลาด สายตาของทุกคนล้วนจดจ่ออยู่ที่ร่างกายของหลี่เทียนมิ่ง
ไม่ทันรู้ตัว เวลาครึ่งเค่อก็ผ่านไปแล้ว
เว่ยหลิงเซวียนเม้มปาก ตอนนั้นนางยืนหยัดได้แค่ครึ่งเค่อ แต่หลี่เทียนมิ่งผ่านไปครึ่งเค่อแล้ว กลับยังไม่มีทีท่าว่าจะเป็นอะไร!
"อวัยวะภายในของเขาแหลกเหลวตายไปนานแล้วหรือเปล่า?" สีหน้าของเว่ยหลิงเซวียนเริ่มดูไม่จืด
"พี่เซวียน เขายังคงฝึกฝนอยู่ ลมปราณหนาแน่นมาก" เว่ยชิงอี้กล่าวด้วยความตะลึงงัน
เว่ยหลิงเซวียนยืนยันว่า ตนเองมองไม่ผิดจริงๆ หลี่เทียนมิ่งยังไม่เป็นอะไร นี่เท่ากับว่าเขามีระดับพอๆ กับนาง
พอคิดถึงคำว่า 'พอๆ กัน' เว่ยหลิงเซวียนก็ขนลุกซู่
"ถ้าเขาเลือกวงที่สาม มิใช่ว่าจะยืนหยัดได้ถึงครึ่งชั่วยามหรอกหรือ?" เว่ยหลิงเซวียนเบิกตากว้างถาม
"ใช่แล้ว พี่เซวียน ท่านดูเหมือนจะดูถูกเขาเกินไปแล้ว" เว่ยชิงอี้กัดฟันกล่าว
สีหน้าของเขาเริ่มดูไม่ได้อีกครั้ง พูดตามตรง เขาหวังให้หลี่เทียนมิ่งกายระเบิดดับสูญยิ่งกว่าเว่ยหลิงเซวียนเสียอีก
"เป็นไปไม่ได้ อายุขนาดนี้ เพิ่งจะมีระดับพลังเท่านี้ แสดงว่าพรสวรรค์ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน"
"เขาไม่ได้สืบทอดพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมของตระกูลเว่ยเราเลยสักนิด ปะปนด้วยเลือดหมูบ้านนอก เขาจะเอาพรสวรรค์มาจากไหน?"
เว่ยหลิงเซวียนรู้สึกเหลือเชื่อ
"ข้าก็คิดไม่ตก แต่โชคดีที่เขาเลือกวงที่สี่ การอวดเก่งย่อมต้องชดใช้ราคาที่สาสม"
"พี่เซวียน ท่านรอดตัวไปหวุดหวิด แถมอีกเดี๋ยวเขาจะต้องประสบเคราะห์กรรมเพราะความใฝ่สูงเกินศักดิ์ของตัวเองแล้ว" เว่ยชิงอี้กล่าว
เว่ยหลิงเซวียนเองก็มีความรู้สึกเหมือนรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด
โชคดีที่หลี่เทียนมิ่งเลือกวงที่สี่ โชคดีที่เขาไม่เจียมตัวหาที่ตาย มิเช่นนั้นวันนี้ตัวนางเองคงจบเห่จริงๆ
"รีบๆ จบเห่ไปซะทีสิ" ในใจของเว่ยหลิงเซวียนเริ่มภาวนา ปากก็พึมพำ สายตาก็จ้องเขม็งไปที่หลี่เทียนมิ่ง
ทุกคนล้วนกำลังจ้องมองเขา เมื่อเวลาผ่านไปครึ่งเค่อ ผู้คนจำนวนมากต่างรู้ดีว่านี่หมายความว่าอะไร
ผู้คนอดทอดถอนใจไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะหลี่เทียนมิ่งสมองมีปัญหา วันนี้เว่ยหลิงเซวียนคงหนีไม่พ้นหายนะเป็นแน่
เวลาไหลผ่านไปอีกครั้ง ทุกชั่วขณะต่อจากนี้ สำหรับเว่ยหลิงเซวียน และสำหรับทุกคน ล้วนเป็นความทรมาน!
มีเพียงเจียงเฟยหลิงคนเดียวเท่านั้น ที่ประกายความหวังในดวงตาทอแสงเจิดจรัสขึ้นเรื่อยๆ นางมองเห็นชัดเจนยิ่งกว่าใคร หลี่เทียนมิ่งยิ่งมายิ่งมั่นคง กระทั่งว่า เขายิ่งมายิ่งแข็งแกร่ง!
นางยืนอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้หลี่เทียนมิ่งที่สุด นับเป็นทิวทัศน์ที่งดงามจับตาภายในหอยั้นหวงแห่งนี้อย่างแน่นอน
หนึ่งเค่อผ่านไป
สองเค่อผ่านไป!
เวลานั้นไหลผ่านไปอย่างโหดร้าย ท่ามกลางความทรมานและสีหน้าที่ดูไม่ได้ สามเค่อก็ผ่านพ้นไป
ครึ่งชั่วยามคือสี่เค่อ หลี่เทียนมิ่งไม่มีอาการผิดปกติเลยสักนิด ยืนหยัดมาได้ถึงสามเค่อแล้ว!
นี่แสดงว่าในหนึ่งเค่อสุดท้าย เขาจะไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน!
ทั่วทั้งหอยั้นหวง ตกอยู่ในสภาวะนับถอยหลังที่ทำให้ผู้คนจิตใจปั่นป่วน
การเปลี่ยนแปลงสีหน้าของพวกเขาตลอดครึ่งชั่วยามนี้ เรียกได้ว่าเป็นความตกตะลึงระดับตำราเรียน
จากเริ่มต้นที่ดูถูก เหยียดหยาม เยาะเย้ย สมเพช ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสงสัย งุนงง และกลัดกลุ้ม
จนกระทั่งใกล้จะครบครึ่งชั่วยาม สีหน้าของเหล่าอัจฉริยะแห่งเขตสวรรค์ ก็เปลี่ยนเป็นความทรมาน ตื่นตะลึง และตึงเครียด
ผู้คนรู้ดีว่า หลี่เทียนมิ่งกับเว่ยหลิงเซวียนมีการเดิมพันกันอยู่ แถมเดิมพันที่เว่ยหลิงเซวียนเสนอก็โหดเหี้ยมมาก หากหลี่เทียนมิ่งทำสำเร็จ เช่นนั้นวันนี้เว่ยหลิงเซวียนก็...
องค์หญิงน้อยแห่งจวนตระกูลเว่ยผู้สูงส่ง เลียรองเท้าให้หลี่เทียนมิ่ง?
นี่มันระเบิดตูมตามยิ่งกว่าเรื่องไหนๆ
แต่พูดตามตรง พวกเขาไม่สามารถยอมรับความจริงเช่นนี้ได้เลย ยิ่งยอมรับไม่ได้ สีหน้าของพวกเขาก็ยิ่งดูน่าเกลียด
ตอนแรกพวกเขายังวิพากษ์วิจารณ์ ชี้โบ๊ชี้เบ๊
บัดนี้ ทั่วทั้งลานเงียบกริบ
พวกเขาต่างมองดูแผ่นหลังของหลี่เทียนมิ่งด้วยความรู้สึกอึดอัดใจ
หลายคนไม่กล้าพูดจา เพราะถ้าพูดไม่เข้าหู ก็เท่ากับล่วงเกินเว่ยหลิงเซวียนที่ตอนนี้สีหน้าดูไม่ได้ที่สุด
เว่ยหลิงเซวียนและเว่ยชิงอี้ในขณะนี้ ราวกับเพิ่งกินแมลงวันคำโตเข้าไปหลายร้อยตัว แล้วเคี้ยวจนแหลกละเอียดอมไว้ในปาก
ทั่วทั้งปากเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นคาวเหนียวเหนอะหนะ สีหน้าจะดูแย่แค่ไหน ก็แย่ได้แค่นั้น
นี่ไม่ใช่แค่ความโกรธเกรี้ยว แต่ยังรวมถึงอารมณ์ต่างๆ นานา
ด้านหนึ่งพวกเขาไม่อาจเชื่อว่าหลี่เทียนมิ่งจะทำถึงขั้นนี้ได้ อีกด้านหนึ่งเมื่อนึกถึงเดิมพันที่ตนเองลั่นวาจาไว้ ร่างกายก็ยิ่งสั่นสะท้าน
การเดิมพันครั้งนี้ สำหรับทั้งสองฝ่าย ฝ่ายที่แพ้ต้องจ่ายค่าตอบแทนมหาศาลนัก นี่เป็นเรื่องของหน้าตาและศักดิ์ศรี
เว่ยหลิงเซวียนไม่เคยคิดเลยตั้งแต่ต้นจนจบว่าตนเองจะแพ้ แต่ความมั่นคงของหลี่เทียนมิ่งในตอนนี้ทำให้นางสิ้นหวัง
ใครๆ ก็ดูออกอย่างชัดเจนว่า หลี่เทียนมิ่งไม่เพียงต้านทานพายุพลังวิญญาณของวงที่สี่ได้สำเร็จ แม้กระทั่งการฝึกฝนตลอดครึ่งชั่วยามนี้ เขายังมีความก้าวหน้าอีกด้วย!
มันช่างเหลือเชื่อราวกับนิทานอาหรับราตรี!
เวลา ได้ดำเนินมาถึงช่วงที่เดือดพล่านที่สุด
ดูจากนาฬิกาของหอยั้นหวง เวลาครึ่งชั่วยามมาถึงอย่างตรงเวลาเป๊ะ และหลี่เทียนมิ่งยังคงมั่นคงดั่งสุนัขแก่[3] นิ่งสงบดั่งขุนเขา
ดูเหมือนว่า พายุพลังวิญญาณของวงที่สี่ ไม่อาจสั่นคลอนร่างกายเลือดเนื้อของเขาได้เลย
ศิลายั้นหวงก้อนนี้ราวกับเป็นของเขา รับใช้เขาอย่างเต็มที่
เมื่อเวลาครึ่งชั่วยามมาถึงอย่างตรงเวลา สถานการณ์ในตอนนี้ ประกาศชัดว่าเว่ยหลิงเซวียนแพ้พนันอย่างสมบูรณ์!
ช่วงเวลาที่ระทึกใจที่สุด ได้มาถึง ณ บัดนี้
ท่ามกลางสายตาที่สั่นไหวของเหล่าอัจฉริยะแห่งเขตสวรรค์ หลี่เทียนมิ่งยุติการฝึกฝน
เขาหนึ่งคนหนึ่งไก่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน จากนั้นก็หันหลังกลับมา
เห็นเพียงหลี่เทียนมิ่งและลูกไก่เหลือง บนใบหน้าล้วนประดับด้วยรอยยิ้มประหลาดและตื่นเต้น จ้องมองไปที่เว่ยหลิงเซวียนที่อยู่ตรงหน้า
จากนั้น ท่ามกลางความเงียบสงัดดั่งป่าช้า พวกเขาพกรอยยิ้มที่ทำให้คนขนลุกขนพอง เดินออกจากวงเวียนการฝึกฝนของศิลายั้นหวง
เพียงไม่กี่ก้าว ก็มายืนอยู่ตรงหน้าเว่ยหลิงเซวียน
"มา เลียให้พี่สะอาด ไม่ต้องเขินอาย แลบลิ้นเล็กๆ สีชมพูของเจ้าออกมาให้พี่น้องทุกท่านได้เป็นสักขีพยาน"
หลี่เทียนมิ่งราวกับก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต สายตาที่เขามองเว่ยหลิงเซวียน เต็มไปด้วยแรงกดดันดั่งดวงตะวัน
เว่ยหลิงเซวียนกำหมัดแน่น ใบหน้ากลายเป็นสีม่วงคล้ำ สายตาของนางอันตรายยิ่งนัก ร่างกายสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง
"หลี่เทียนมิ่ง แกอย่าให้มันมากเกินไปนัก อย่าลืมว่าแกมีสถานะอะไร!" เว่ยชิงอี้ด่ากราด
แต่ต่อให้ด่ากราด เขาก็ไม่มีความชอบธรรมพอ เพราะการเดิมพันวัดกันที่ความยุติธรรมและลูกบ้า
เห็นได้ชัดว่าตอนนี้พวกเขาเป็นฝ่ายแพ้ หากไม่จ่ายค่าเดิมพัน ย่อมทำให้ผู้คนดูถูก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกเขาพี่น้องเป็นคนของตระกูลเว่ย
"หลี่เทียนมิ่ง ช่างเถอะ วันนี้เจ้าชนะแล้ว พวกเราขอยอมรับ"
"พวกเรานึกว่าเจ้าเป็นคนไร้ความสามารถ นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะมีระดับความเข้ากันได้กับศิลายั้นหวงถึงเพียงนี้ แม้จะเหลือเชื่อ แต่ในเมื่อทุกคนสามารถเป็นพยานได้ ก็ยอมรับได้ว่าเจ้าเก่งจริง"
คนจำนวนไม่น้อยเริ่มก้าวออกมา ยืนอยู่ข้างกายเว่ยหลิงเซวียน
พวกเขาพูดจาเกรงใจ แต่สายตากลับเป็นการตักเตือน
"พอได้แล้วหลี่เทียนมิ่ง เจ้าบรรลุจุดประสงค์ของเจ้าแล้ว พวกเราสามารถขอโทษที่เมื่อครู่ดูถูกเจ้า"
"พูดตามตรง ผลงานเมื่อครู่ของเจ้าทำให้ข้าเหลือเชื่อจริงๆ เจ้าสามารถมีระดับความเข้ากันได้ระดับสี่ ต่อจากนี้ทั่วทั้งเขตสวรรค์ จะไม่มีใครเอาเรื่องพรสวรรค์ต่ำต้อยมาเยาะเย้ยเจ้าอีก"
"ใช่ เจ้าบรรลุเป้าหมายแล้ว ก็อย่าสร้างความลำบากใจให้หลิงเซวียนเลย อย่างไรเสียนางก็เป็นผู้หญิง เป็นลูกผู้ชาย อย่าได้คิดเล็กคิดน้อย"
ผู้คนมายืนอยู่ข้างหลังเว่ยหลิงเซวียนมากขึ้นเรื่อยๆ กดดันหลี่เทียนมิ่ง
พวกเขาพูดเหมือนจะมีเหตุผล แต่คำพูดไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สำคัญที่สายตาของพวกเขาในตอนนี้
เมื่อสายตาเหล่านี้รวมตัวกัน นั่นคือแรงกดดันหนักอึ้งดั่งขุนเขา บีบให้หลี่เทียนมิ่งยอมสยบ ละเว้นโอกาสที่จะลงโทษเว่ยหลิงเซวียน
"พวกเจ้าพูดถูก หลี่เทียนมิ่ง เจ้ายังพอใช้ได้ ไม่นับว่าทำให้ศิษย์เขตสวรรค์อย่างพวกเราขายหน้าเกินไปนัก"
"เรื่องเมื่อครู่ วันหน้าข้าจะไม่ถือสาหาความเจ้าก็ได้ เจ้าอย่าได้คืบจะเอาศอก ทำให้โอกาสที่ข้าจะละเว้นเจ้าต้องเสียเปล่า!"
เว่ยชิงอี้ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ปกป้องเว่ยหลิงเซวียน พูดด้วยสีหน้าเปี่ยมคุณธรรม
ความหมายง่ายมาก เดิมพันที่เว่ยหลิงเซวียนลั่นวาจาไว้นั้นน่าอับอายขายหน้าเกินไป จะปฏิบัติตามไม่ได้เด็ดขาด
เพื่อปกป้องเว่ยหลิงเซวียน เขาจะยอมละเว้นหลี่เทียนมิ่งชั่วคราว ถือเป็นข้อแลกเปลี่ยน
"เอาล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว ทุกคนแยกย้ายกันเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวเหล่าเทียนซือมา เห็นทุกคนไม่ฝึกฝน ก็ต้องด่าพวกเราอีก"
"ใช่ๆ แยกย้ายๆ ก็แค่ละครฉากหนึ่งเท่านั้น ทุกคนต่างเป็นศิษย์เขตสวรรค์ ไม่มีความจำเป็นต้องทำขนาดนั้น"
เพื่อปกป้องเว่ยหลิงเซวียน มีคนทำตัวเป็นกาวใจ[4]เยอะเหลือเกิน
พวกเขากดดันหลี่เทียนมิ่งอย่างหนัก ก็เพื่อให้เขาก้มหัว ยอมปล่อยเว่ยหลิงเซวียนไป
แต่ว่า เป็นไปได้หรือ?
ในขณะที่พวกเขากำลังไกล่เกลี่ยแบบขอไปที ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาล หลี่เทียนมิ่งกลับหัวเราะออกมา
เสียงหัวเราะเบาๆ ที่แฝงความดูแคลนเสียดสีนี้ เรียกได้ว่าบาดหูยิ่งนัก ทำให้หลายคนหน้าตึง หุบปากฉับลงทันที
-สองสิงห์:ผู้แปล-
เชิงอรรถ:
[1] เค่อ เป็นหน่วยนับเวลาสมัยโบราณ 1 เค่อ เท่ากับประมาณ 15 นาที ดังนั้น ครึ่งเค่อ จึงเท่ากับประมาณ 7.5 นาที
[2] ใสซื่อไร้เดียงสา หรือ ซาไป๋เถียน (傻白甜) เป็นคำแสลงที่ใช้เรียกผู้หญิงที่ใสซื่อ บริสุทธิ์ และจิตใจดี (มักใช้ในบริบทที่ดูอ่อนต่อโลกหรือโง่เขลา)
[3] มั่นคงดั่งสุนัขแก่ (穩如老狗) เป็นคำสแลงจีน หมายถึง นิ่งมาก มั่นคงมาก ไม่หวั่นไหว สถานการณ์นิ่งสงบ (บางครั้งใช้ชม บางครั้งใช้ล้อเลียน ในที่นี้หมายถึงนิ่งมากๆ)
[4] กาวใจ หรือ เหอซีหนี (和稀泥) หมายถึง การพยายามไกล่เกลี่ยประนีประนอมโดยไม่คำนึงถึงหลักการหรือความถูกต้อง เพื่อให้เรื่องจบๆ ไป