เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90 ท้าทายจุดสูงสุด

บทที่ 90 ท้าทายจุดสูงสุด

บทที่ 90 ท้าทายจุดสูงสุด


ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนเป็นอัจฉริยะจากทั่วประเทศที่มารวมตัวกันในเขตสวรรค์ โดยพื้นฐานแล้วเบื้องหลังล้วนมีขุมกำลังระดับแนวหน้าหนุนหลัง

พวกเขายังเป็นถึงสายเลือดหลักของตระกูล ทุกคนล้วนเป็นบุคคลที่มีหน้ามีตา

การที่พวกเขาออกหน้ามาไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในครั้งนี้ ก็นับว่าให้เกียรติหลี่เทียนมิ่งมากพอแล้ว

แต่ทว่าในตอนนี้ รอยยิ้มเย็นชาที่แฝงความดูแคลนของหลี่เทียนมิ่ง หมายความว่าอย่างไร?

เยาะเย้ยที่พวกเขาปกป้องเว่ยหลิงเซวียน? เหน็บแนมพวกเขา?

ในใต้หล้านี้ ยังมีคนที่ไม่รู้จักกาลเทศะเช่นนี้อยู่อีกหรือ?

หรือว่า เขาไม่รู้ว่าเว่ยหลิงเซวียนเป็นบุตรีของเจ้าสำนักยั้นหวง ไม่รู้ว่าผู้คนในที่นี้มีฐานะอะไรบ้าง?

"เจ้าหัวเราะอะไร!"

เว่ยชิงอี้เริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่ เขาคิดว่าหลี่เทียนมิ่งควรจะแอบหัวเราะด้วยความดีใจเสียด้วยซ้ำ เพราะการที่เขาจะยอมล้มเลิกความแค้นที่มีต่อหลี่เทียนมิ่ง นับเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากมากแล้ว

"ข้ากำลังหัวเราะ ทายาทสายตรงแห่งจวนตระกูลเว่ยผู้ยิ่งใหญ่ บุตรีแห่งเจ้าสำนักยั้นหวงผู้เกรียงไกร กลับกล้าตระบัดสัตย์ต่อหน้าพยานรู้เห็นมากมายเพียงนี้ ทำได้เพียงมุดหัวหลบอยู่หลังฝูงชนอย่างขี้ขลาด!"

"เว่ยหลิงเซวียน ข้าบอกว่าเจ้าไม่คู่ควรที่จะเป็นคนของตระกูลเว่ย เจ้าข้องใจหรือไม่?"

ท่ามกลางสายตาของมหาชน เสียงของหลี่เทียนมิ่งดังกังวาน

นี่คือการระเบิดอารมณ์อย่างกะทันหัน ดวงตาทั้งสองข้างราวกับเสาเพลิง แผดเผาไปที่ดวงตาของเว่ยหลิงเซวียน

น้ำเสียงที่แข็งกร้าวนั้น มองไม่ออกเลยว่าเขามีความเกรงกลัวต่อเว่ยหลิงเซวียน หรือต่อทุกคนในที่นี้แม้แต่น้อย!

"หลี่เทียนมิ่ง!" เว่ยหลิงเซวียนกัดฟัน ภายในดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยแดงฉาน

"เจ้าไม่ต้องมาขู่ข้า ข้าขอถามเจ้า เจ้ากล้าเดิมพันกับข้า แต่กลับไม่มีความกล้าที่จะทำตามสัญญา คนที่กลับกลอกปลิ้นปล้อน ขี้ขลาดตาขาวดั่งหนูสกปรกอย่างเจ้า คู่ควรกับฐานะในตอนนี้ของเจ้าหรือ?"

"ถ้าจะให้ข้าพูด เจ้านั่นแหละคือความอัปยศของเขตสวรรค์ และเป็นความอัปยศของจวนตระกูลเว่ย เจ้าไม่คู่ควรกับเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายเลยสักนิด พูดตรงๆ สุนัขข้างถนนยังดูถูกคนขี้ขลาดตาขาวที่น่าสมเพชอย่างเจ้า!"

หลี่เทียนมิ่งรุกไล่อย่างดุดัน ทุกคำพูดที่เอ่ยออกมา ราวกับเปลวเพลิงที่พ่นใส่หน้าเว่ยหลิงเซวียน

"หลี่เทียนมิ่ง!!" เว่ยหลิงเซวียนคำรามเสียงต่ำ ภายใต้แรงกดดันของเขา นางเริ่มควบคุมไม่อยู่ น้ำตาไหลพรากออกมา

เติบโตมาสิบแปดปี เป็นดั่งองค์หญิงมาโดยตลอด

ไม่เคยมีใครหน้าไหน กล้าทำให้นางรู้สึกอัปยศอดสูถึงเพียงนี้มาก่อน

นางรู้สึกว่าร่างกายของตนเองถูกคำพูดของหลี่เทียนมิ่งฉีกกระชาก อวัยวะภายในถูกเขาควักออกมา กองเลือดท่วมอยู่ตรงหน้า

"เจ้าอย่ามาแสร้งทำเป็นน่าสงสารต่อหน้าข้า เมื่อครู่ตอนที่เจ้าอยากให้ข้าบาดเจ็บสาหัสข้างศิลายั้นหวง เจ้าไม่ได้ทำหน้าแบบนี้นี่"

"อย่าคิดใช้ความน้อยเนื้อต่ำใจมาเรียกคะแนนความสงสาร เว่ยหลิงเซวียน เจ้าเป็นถึงสายเลือดหลักของตระกูลเว่ย เจ้าจะไม่รักษาสัญญาเดิมพันเชียวหรือ?"

"ในความคิดข้า ตระกูลเว่ยที่มีชื่อเสียงเกียรติภูมิ หากมีแต่คนอย่างเจ้า ก็คงงั้นๆ กระมัง?"

พูดจบ หลี่เทียนมิ่งก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง

เสียงหัวเราะที่เปี่ยมด้วยความดูแคลนนี้ เปรียบเสมือนมีดเล่มหนึ่ง ทิ่มแทงเข้าไปในหูของเว่ยหลิงเซวียน ทะลุจากซ้ายไปขวา

เขาไม่ได้รังแกผู้หญิง

บนลานประลองความเป็นความตาย ไม่มีการแบ่งแยกชายหญิง

ในเมื่อนางเหยียดหยามเขา นางถึงขั้นอยากให้เขาบาดเจ็บสาหัส เช่นนั้นหลี่เทียนมิ่งก็ไม่จำเป็นต้องเห็นแก่น้องสาวลูกพี่ลูกน้องอะไรนั่น

เขารู้มาตั้งแต่เด็ก คนเราทำอะไรลงไป ก็ต้องรับผลของการกระทำนั้น

สรรพสิ่งล้วนมีเหตุและผล ในเมื่อลงมือหมายเอาชีวิต ก็อย่าหวังว่าจะล้างมือในอ่างทองคำ[1]ได้ง่ายๆ

เป้าหมายความดูแคลนของเขา เปลี่ยนจากเว่ยหลิงเซวียนไปยังจวนตระกูลเว่ย

ต้องรู้ก่อนว่า จวนตระกูลเว่ยคือสิ่งที่เว่ยหลิงเซวียนภาคภูมิใจมาโดยตลอด สายเลือดเช่นนี้ คือความทนงตนที่นางมีมาแต่กำเนิด

แต่บัดนี้ ความภาคภูมิใจและความทนงตน ล้วนถูกหลี่เทียนมิ่งเหยียดหยามและเหยียบย่ำ

ดวงตาที่แดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด น้ำตาที่ไหลรินออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ไม่เพียงพอที่จะบรรยายความรู้สึกของเว่ยหลิงเซวียนในขณะนี้

ในสมองของนาง มีแต่เพลิงโทสะเช่นกัน

"แกหุบปากเดี๋ยวนี้ แกมันไอ้ลูกสวะ แกไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์ตระกูลเว่ย! แกกับแม่ของแก ต่างหากที่เป็นเดรัจฉานที่แท้จริงของตระกูลเว่ย เป็นความอัปยศของตระกูลพวกเรา!"

เว่ยหลิงเซวียนควบคุมไม่อยู่ ตะโกนประโยคนี้ออกมาอย่างบ้าคลั่ง ผู้คนที่มุงดูอยู่ถึงกับงุนงง

หลี่เทียนมิ่งกับจวนตระกูลเว่ย มีความเกี่ยวข้องกันด้วยหรือ?

พวกเขาไม่มีเวลาไปขบคิดปัญหานี้ เพราะความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายกำลังทวีความรุนแรงขึ้น

"งั้นก็น่าขำแล้ว ความอัปยศในปากเจ้า ยังรู้จักซื่อสัตย์รักษาคำพูด ผิดกับตระกูลผู้ลากมากดีอย่างเจ้า หลังจากแพ้พนัน กลับทำได้แค่มุดหัวเป็นหมาขี้ขลาดอยู่หลังฝูงคน?"

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ จะแต่งตัวสวยหรูดูดีไปทำไมกัน? ทุกคนก็พวกเดียวกันทั้งนั้น ทั้งตระกูลก็พวกเดียวกัน ยังจะมาเสแสร้งสูงส่งอะไรต่อหน้าข้า มาร่วมกันต่ำตมไม่ดีกว่าหรือ?"

"แกหุบปาก! ข้าไม่ได้กลัวแกเลยสักนิด!" เว่ยหลิงเซวียนตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

"เก่งนี่? งั้นก็ดี เลียให้สะอาด" หลี่เทียนมิ่งยื่นเท้าข้างหนึ่งออกมา วางลงบนพื้น แล้วชี้นิ้วลงไป

เขาไม่คิดว่าการกระทำนี้จะสารเลว

ศักดิ์ศรีของนางมีค่าอะไร?

ตอนที่นางอยากให้หลี่เทียนมิ่งธาตุไฟเข้าแทรกอยู่ข้างใน นางไม่เห็นเคยคำนึงถึงศักดิ์ศรีของตัวเองเลย

ลงมือสังหารไปแล้ว ลอบกัดคนอื่นไปแล้ว ก็อย่ามาทำเป็นผดุงคุณธรรม เอาศักดิ์ศรีมาอ้างหน่อยเลย

"ข้าสาบาน ข้าจะทำให้แกต้องชดใช้!"

เว่ยหลิงเซวียนผลักเว่ยชิงอี้ออกไปทันที ทั่วร่างของนางเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตอันเย็นเยือก ท่ามกลางสายตาของมหาชน นางเดินตรงเข้ามาหาหลี่เทียนมิ่ง

"เลิกพล่าม เลียให้สะอาด รีบๆ หน่อย" หลี่เทียนมิ่งเอียงคอกล่าว

ความจริงพูดกันตรงๆ การปะทะคารมชั่วครู่ชั่วยาม ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

แต่ทว่า หากมีจิตคิดร้าย มุ่งร้ายหมายชีวิต จะต้องชดใช้

ความสูงส่งและความเย่อหยิ่งที่คิดเอาเองฝ่ายเดียว ก็สามารถใช้รังแกข่มเหงผู้อื่นได้งั้นหรือ เอาอะไรมาวัด?

เรื่องนี้ หลี่เทียนมิ่งจะไม่ก้มหัว จะไม่ถอย แม้จะถูกคนนับพันประณามหยามเหยียด แม้คนในที่นี้ทุกคนจะกล่าวหาว่าเขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเว่ยหลิงเซวียน เขาก็จะไม่ยอมถอย

"มา!" ดวงตาของเขาลุกโชนจ้องมองเว่ยหลิงเซวียน

"จุดจบของแกจะต้องอนาถมาก!" เว่ยหลิงเซวียนกัดฟันกรอด

"มา เลิกพูดไร้สาระ เสียเวลาข้า" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"ออกจากหอยั้นหวงเมื่อไหร่ ข้าจะคอยดูว่าใครจะปกป้องแกได้ อย่าให้ข้าสบโอกาสก็แล้วกัน" เว่ยหลิงเซวียนอย่างน้อยก็รู้ว่า ความแข็งแกร่งของนางเพียงพอที่จะบดขยี้หลี่เทียนมิ่ง

บัดนี้ นางมายืนอยู่ตรงหน้าหลี่เทียนมิ่งแล้ว

"ข้าบอกให้แกเลิกพล่าม!" หลี่เทียนมิ่งยื่นมือออกไปทันที กดลงที่ท้ายทอยของนาง แล้วกดลงไปที่เท้าของตนเองโดยตรง

วินาทีนี้ เว่ยหลิงเซวียนที่ไม่ได้ระวังตัว ถูกกดจนเข่ากระแทกพื้นอย่างแรง หมอบกราบอยู่แทบเท้าของหลี่เทียนมิ่ง!

ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อนั้น แนบชิดกับรองเท้าที่สกปรกโสโครกของหลี่เทียนมิ่ง!

"อื้อ อื้อ..."

หลี่เทียนมิ่งออกแรงถูไถ ให้นางใช้ใบหน้าเช็ดรองเท้าไปหนึ่งรอบ!

รองเท้าสกปรกมาก กลิ้งไปหนึ่งรอบ ใบหน้าของนางก็เลอะเทอะไปหมด

การกระทำที่แข็งกร้าวเช่นนี้ของเขา เรียกเสียงฮือฮาจากทั่วทั้งลาน

ผู้คนมองดูฉากนี้ แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา

ต้องยอมรับว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทำให้ศิษย์เขตสวรรค์มองหลี่เทียนมิ่งเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

เขามีความกล้าหาญถึงเพียงนี้ เขากล้ากดหัวเว่ยหลิงเซวียนเช่นนี้ เขามีหลักการและความแข็งกร้าวถึงเพียงนี้ คนเช่นนี้ จะเป็นคนอ่อนแอได้อย่างไร จะเป็นตัวตลกได้อย่างไร!

ไม่มีใครไม่รู้ฐานะของเว่ยหลิงเซวียน ไม่มีใครไม่รู้สถานะของนางในตระกูลเว่ย

นางคือองค์หญิงของสำนักยั้นหวงทั้งสำนัก นางมีอำนาจล้นฟ้า ทุกคนต่างพูดแทนนา ทุกคนต่างกดดันหลี่เทียนมิ่ง!

ตามปกติแล้ว ต่อให้เป็นทายาทของขุมกำลังระดับสูงสุด มาถึงขั้นนี้ก็ต้องยอมถอย ต้องไว้หน้าเว่ยหลิงเซวียนบ้าง

แต่ทว่า หลี่เทียนมิ่งไม่ทำ

เขาบีบคั้นจนเว่ยหลิงเซวียนต้องกล้ำกลืนน้ำตาแห่งความอัปยศ สูญสิ้นศักดิ์ศรีทั้งมวล เพื่อปฏิบัติตามสัญญาเดิมพัน!

เขาถึงขั้นกดหัวเว่ยหลิงเซวียนให้ทำตามสัญญา!

ต่อให้เป็นแค่การปฏิบัติตามสัญญาในเชิงสัญลักษณ์ ต่อให้หลี่เทียนมิ่งจะยังยั้งมือไว้ไมตรี เพียงแค่ใช้ใบหน้าเช็ดถูไปรอบหนึ่ง แต่ลองถามดูเถอะว่าทั่วทั้งหอยั้นหวง ใครจะมีความกล้าบ้าบิ่นเช่นนี้!

และก็เพราะเหตุนี้เอง ในตอนที่หลี่เทียนมิ่งกดหัวเว่ยหลิงเซวียน ทุกคนต่างตกอยู่ในความแข็งกร้าวของเขาจนตั้งตัวไม่ติด

"แก รน หา ที่ ตาย!"

เว่ยหลิงเซวียนตัวสั่นเทิ้ม ดิ้นรนขัดขืน

ชั่วชีวิตนี้ของนาง นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกคนกดท้ายทอย กดให้คุกเข่าลงกับพื้น

อาจกล่าวได้ว่า สามลมหายใจต่อมา สมองของนางว่างเปล่าขาวโพลน นางปล่อยให้หลี่เทียนมิ่งจับเชิดตามอำเภอใจโดยสิ้นเชิง!

จนกระทั่งบนใบหน้าและริมฝีปากเต็มไปด้วยคราบสกปรก จนกระทั่งศักดิ์ศรีสูญสิ้น นางถึงเพิ่งได้สติ!

วินาทีถัดมา ความรู้สึกอัปยศอดสูที่ไร้ขอบเขต มาพร้อมกับน้ำตาที่ควบคุมไม่ได้ไหลทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง

นางกรีดร้องโหยหวน ดิ้นรนสุดชีวิต แต่ตอนนี้หลี่เทียนมิ่งปล่อยมือแล้ว เพียงแต่การปล่อยมือก็ไม่อาจควบคุมสัตว์ป่าตัวนี้ได้

นางต้องการฆ่าคน

แคว่ก!

ชั่วพริบตา มือของนางก็กวาดผ่านหน้าอกของหลี่เทียนมิ่ง

เล็บของนางแหลมคมเพียงใด ในชั่วพริบตานั้น ก็ได้กรีดกระชากหน้าอกของหลี่เทียนมิ่งจนเกิดรอยเลือดห้าสาย เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นเผยให้เห็นเลือดสดๆ ที่ไหลริน น่าหวาดเสียว

หลี่เทียนมิ่งหลบได้ทัน

มิเช่นนั้น เว่ยหลิงเซวียนที่บ้าคลั่งไปแล้ว คงสร้างความเสียหายได้มากกว่านี้

ถึงแม้ว่าหอยั้นหวงจะห้ามลงมือ แต่ทว่า ถ้านางบ้าไปแล้ว ก็คงควบคุมไม่ได้

หน้าอกเจ็บแสบปวดร้าว แถมเลือดยังไหลซึม นี่ถือเป็นการแก้แค้นที่เว่ยหลิงเซวียนมอบให้เขา

แต่ทว่า เขาไม่ยี่หระ ล้วนเป็นแผลภายนอก ที่เจ็บปวดที่สุดในโลกใบนี้ คือการสูญเสียศักดิ์ศรีและหน้าตา

"ข้าสาบาน แกจะต้องตายอย่างไร้ที่กลบฝัง!"

เว่ยหลิงเซวียนยังไม่ถึงกับกลายเป็นคนบ้า เพราะอย่างไรเสียหลี่เทียนมิ่งก็ยังยั้งมือไว้ไมตรี ตอนนี้นางเพียงแค่โกรธแค้น กระหายเลือด และมีรังสีอำมหิตพุ่งเสียดฟ้าเท่านั้น

"อ่านหนังสือให้มากหน่อย เพิ่มพูนการอบรมและมารยาทบ้างเถอะ" หลี่เทียนมิ่งเช็ดรอยเลือดที่หน้าอก สีหน้าเรียบเฉยเย็นชา

"แกอย่าได้ออกจากหอยั้นหวง อย่าให้ข้าเจอตัว อย่าคิดจะกลับไปจวนตระกูลเว่ยไปหาแม่ของแก ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นวันตายของแก!" ร่างกายของนางสั่นเทิ้ม ยังคงบ้าคลั่งไม่หยุด

"เลิกพูดเถอะ ไปส่องกระจกดู ว่าตอนนี้เจ้ามีสภาพเป็นอย่างไร ทายาทสายตรงแห่งจวนตระกูลเว่ยผู้ยิ่งใหญ่ ตอนนี้ดูเหมือนยัยป้าบ้าคลั่ง" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"หลี่เทียนมิ่ง อย่าเพิ่งได้ใจไป แกจบเห่แล้ว พี่เซวียน พวกเราไป" เว่ยชิงอี้จนปัญญา เขารู้ว่าตอนนี้ทำได้แค่ต้องออกไปก่อน

หอยั้นหวงไม่มีโอกาสให้ลงมือ ถ้าหากเว่ยหลิงเซวียนควบคุมตัวเองไม่ได้ในหอยั้นหวง นางก็จะยิ่งจบเห่หนักกว่าเดิม

"ไสหัวไป!" เว่ยหลิงเซวียนผลักเขาออก นางลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง จ้องมองหลี่เทียนมิ่งด้วยสายตาเย็นเยียบเป็นครั้งสุดท้าย

"ข้าจะรอแกที่จวนตระกูลเว่ย" นางกล่าว

"ได้สิ เตรียมผลไม้ไว้หน่อยล่ะ ข้าชอบกินองุ่น" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"ได้สิ จะยัดให้ลำไส้แกเน่าเลยคอยดู!"

เว่ยหลิงเซวียนพูดจบ ก็ยังคงโกรธจนตัวสั่น เดินออกจากหอยั้นหวงไปทีละก้าว ระหว่างทางหันกลับมามองหลี่เทียนมิ่งถึงสามครั้ง ทุกครั้งล้วนเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต

ความขัดแย้งครั้งนี้ ในที่สุดก็จบลง

เพียงแต่ทุกคนในที่นั้น ยังคงตกอยู่ในความตื่นตะลึง พูดไม่ออกบอกไม่ถูก

มีเพียงหลี่เทียนมิ่งที่ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หันกลับไปมองศิลายั้นหวงอีกครั้ง

"อิ๋งฮั่ว อยากท้าทายระดับความเข้ากันได้ระดับห้าดูไหม?" นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอด

"ลุยสิ ใครกลัวใคร หัวหดเป็นเต่า" ลูกไก่เหลืองแบะปากกล่าว

"งั้นข้าจะเป็นค้อนเหล็กทุบเต่า ส่วนเจ้า ฟักออกมาจากไข่ ก็เป็นไอ้ลูกเต่าก็แล้วกัน" หลี่เทียนมิ่งหัวเราะ

"เหอะๆ เจ้ากล้าลบหลู่ข้า สักวันหนึ่ง บิดาจะให้เจ้าเลียกรงเล็บข้าให้สะอาด" ลูกไก่เหลืองโกรธ

ในขณะที่พวกเขาสนทนากัน หลี่เทียนมิ่งกวาดตามองคนรอบข้างแวบหนึ่ง

เขาพบว่าทุกคนมองเขาด้วยสายตาแบบเดียวกัน นั่นคือความเย็นชา

ครั้งนี้ล่วงเกินเว่ยหลิงเซวียนถึงเพียงนี้ ไม่มีใครคิดว่าเขาจะยังอยู่ในเขตสวรรค์ต่อไปได้

เพราะอย่างไรเสีย ตัวเว่ยหลิงเซวียนเองก็แข็งแกร่งกว่าเขามาก

ขอเพียงอยู่นอกหอยั้นหวง นางอยากจะขยี้หลี่เทียนมิ่งอย่างไรก็ได้ อย่างมากก็แค่ถูกลงโทษ นางได้รับความอัปยศถึงเพียงนี้ ยังจะกลัวการลงโทษอีกหรือ?

ท่ามกลางสายตาเย็นชามากมายเหล่านั้น กลับมีสายตาที่อ่อนโยน หวานซึ้ง และเปี่ยมด้วยความสงสารคู่หนึ่ง อยู่ตรงนั้นตั้งแต่ต้นจนจบ รอคอยให้หลี่เทียนมิ่งหานางให้เจอ

คือนาง

เจียงเฟยหลิง

-สองสิงห์:ผู้แปล-

เชิงอรรถ:

[1] ล้างมือในอ่างทองคำ เป็นสำนวนหมายถึง การวางมือจากวงการ (มักใช้กับวงการนักเลงหรือยุทธภพ) หรือเลิกทำเรื่องไม่ดี

จบบทที่ บทที่ 90 ท้าทายจุดสูงสุด

คัดลอกลิงก์แล้ว