- หน้าแรก
- มหาเทพหมื่นพิภพ
- บทที่ 85 เพลงหอกสามสิบหกเทียนกัง
บทที่ 85 เพลงหอกสามสิบหกเทียนกัง
บทที่ 85 เพลงหอกสามสิบหกเทียนกัง
ช่องว่างของระดับพลังอะไร ช่องว่างของความสามารถและพรสวรรค์อะไร ต่อหน้าลูกอ้อนของสาวงามล้วนเป็นแค่กองขี้หมา
หลี่เทียนมิ่งพลันลุกโชนไปทั้งตัว กลายเป็นเทพสงครามเพลิงกัลป์ในชั่วพริบตา เขาเล็งเป้าไปที่เว่ยชิงอี้ทันที แล้วประกาศต่อหน้าธารกำนัลว่า
"มา ข้ารับคำท้าของเจ้า วันนี้ข้าจะต้องอัดเจ้าให้ฉี่ราดกางเกงให้จงได้"
คำคุยโตโอ้อวดเช่นนี้ ย่อมเรียกเสียงหัวเราะเยาะเย้ยได้ระลอกหนึ่ง
"พี่ชาย ข้าช่วยท่านเอง"
เจียงเฟยหลิงยืนอยู่ข้างกายหลี่เทียนมิ่งอย่างมั่นคง จ้องมองเว่ยชิงอี้ด้วยสายตา 'ถแกทึงดุดัน'
มีนางคอยช่วย เช่นนั้นก็มั่นคงดั่งขุนเขาแล้ว
ความจริงหลี่เทียนมิ่งก็อยากจะดูเหมือนกันว่า หากพวกเขาร่วมมือกัน จะสามารถสร้างพลังการต่อสู้ได้ถึงเพียงไหน
ในเล็บมือทั้งสิบของเจียงเฟยหลิง ผนึกความสามารถพิเศษเอาไว้สิบอย่าง การ 'แนบวิญญาณ' เป็นเพียงหนึ่งในนั้น
"ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ!" เว่ยชิงอี้ยังนึกว่าหลี่เทียนมิ่งจะหนีหัวซุกหัวซุน เขาแค่กลัวว่าหลี่เทียนมิ่งจะหนีไปเท่านั้น
หลี่เทียนมิ่งถึงกับยอมรับคำท้า เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาในใจ
เช่นนี้แล้ว การต่อสู้ของพวกเขาก็จะถูกต้องตามกฎ ไม่ใช่แค่เขาหาเรื่องก่อความวุ่นวายอยู่ฝ่ายเดียว
"โอกาสมาถึงแล้ว ทำให้มันคุกเข่าขอชีวิตก่อนค่อยว่ากัน องค์หญิงหลิงข้าจะช่วยจัดการให้เอง ตอนนี้นางแค่ถูกหลอกจนหน้ามืดตามัวเท่านั้น" เว่ยหลิงเซวียนกล่าว
"พี่หญิงเซวียน ท่านคอยดูผลงานของข้าเถอะ ภายในสามกระบวนท่า ข้าจะทำให้ไอ้คนต่ำช้านี่หน้าบวมปูดเป็นหัวหมู!"
เว่ยชิงอี้ได้รับเสียงสนับสนุนและเสียงเชียร์จากทุกคน
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก หลังจากเล็งเป้าหลี่เทียนมิ่งแล้ว เขาก็กระโจนลงจากบันได พุ่งเข้าใส่หลี่เทียนมิ่งทันที
อาวุธของเว่ยชิงอี้ คืออาวุธสัตว์ชั้นสี่ เป็นหอกยาวสีทองด้ามหนึ่ง
หอกยาวด้ามนี้ไม่ได้เหยียดตรง แต่กลับคดเคี้ยวไปมาดั่งมังกรวารีสีทองแห่งท้องทะเลลึก
ทว่าไม่อาจปฏิเสธได้ว่าอาวุธชิ้นนี้ทรงพลังและป่าเถื่อนเป็นอย่างยิ่ง ในบรรดาอาวุธสัตว์ชั้นสี่ก็นับว่าอยู่ระดับสูงสุด
อาวุธสัตว์ชิ้นนี้มีนามว่า.. ‘หอกมังกรวารีทองคำ’
ความจริงด้วยฐานะทางบ้านของเว่ยชิงอี้ ใช่ว่าเขาจะไม่มีปัญญาใช้อวุธสัตว์ชั้นห้าที่มีระดับสูงกว่านี้
แต่อาวุธสัตว์ต้องการการควบคุม หากระดับการบำเพ็ญเพียรไปไม่ถึง ต่อให้ครอบครองอาวุธสัตว์ระดับสูงกว่าก็ไม่อาจสำแดงอานุภาพออกมาได้
ในปัจจุบันที่เหมาะสมกับเว่ยชิงอี้ที่สุดก็คือหอกมังกรวารีทองคำด้ามนี้
เมื่ออยู่ในมือเขา หอกมังกรวารีทองคำที่ฝึกฝนจนเชี่ยวชาญมาสามปี ย่อมแข็งแกร่งกว่าอาวุธสัตว์ชั้นห้าในมือผู้อื่นเสียอีก
ดูเหมือนเว่ยชิงอี้จะไม่ได้เตรียมเรียกสัตว์ประจำตัวออกมา
ในความเป็นจริง การท้าประลองทั่วไปในเขตสวรรค์ โดยพื้นฐานแล้วก็มักจะไม่ให้สัตว์ประจำตัวออกโรง
ในสถานการณ์ปกติ ลำพังแค่ผู้ควบคุมสัตว์สองคนตัดสินแพ้ชนะ ความจริงกลับตรงไปตรงมาและดิบเถื่อนกว่า
แน่นอนว่า หากเลือกที่จะให้สัตว์ประจำตัวออกมาร่วมรบด้วย นั่นก็ไม่มีอะไรให้ตำหนิ เพราะการต่อสู้ร่วมกันถึงจะเป็นพลังที่แข็งแกร่งที่สุด
"ตายซะ!"
ดวงตาของเว่ยชิงอี้เปล่งประกายสีทอง มือถือหอกมังกรวารีทองคำ ท่าร่างของเขาดูราวกับงูเลื้อย
หอกมังกรวารีทองคำด้ามนั้นก็คือเขี้ยวพิษของเขา ท่ามกลางแสงทองที่สาดส่อง หอกมังกรวารีทองคำก็พุ่งสังหารเข้าใส่หลี่เทียนมิ่งโดยตรง
วิชายุทธ์ที่เขาใช้ออก คือ 'วิชายุทธ์ระดับแหล่งกำเนิดขั้นกลาง' —— เพลงหอกสามสิบหกเทียนกัง!
วิชาหอกชุดนี้มีอานุภาพรุนแรงระเบิดระเบ้อ หอกแล้วหอกเล่า ต่อเนื่องไม่ขาดสาย เมื่อใดที่สร้างแรงกดดันได้ ทุกกระบวนท่าล้วนหมายเอาชีวิต คู่ต่อสู้ย่อมยากจะต้านทาน
จุดเด่นของเพลงหอกสามสิบหกเทียนกังคือรวดเร็วและดุดัน แสงทองวาบผ่าน คนก็พุ่งสังหารมาถึงแล้ว
หลี่เทียนมิ่งชักโซ่ตรวนมังกรเพลิงออกมาจากแขนเสื้อเรียบร้อยแล้ว
นี่คืออาวุธสัตว์ชั้นห้า เผชิญหน้ากับอัจฉริยะแห่งจวนตระกูลเว่ยอย่างเว่ยชิงอี้ ซึ่งเป็นถึงบุตรชายของเว่ยจื่อคุน เขาไม่มีทางประมาทศัตรูแน่นอน
หรือพูดตามปกติ วันนี้เขาไม่ใช่คู่มือของเว่ยชิงอี้ด้วยซ้ำ
แน่นอนว่า มีเจียงเฟยหลิงอยู่ข้างกาย ทุกอย่างย่อมแตกต่างออกไป
หลี่เทียนมิ่งต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับสัตว์ประจำตัวมาโดยตลอด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต่อสู้ร่วมกับเจียงเฟยหลิง
เขารู้สึกว่าสามารถสัมผัสได้ถึงสิ่งต่างๆ ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่ามากมายนัก
เช่นในขณะนี้ เมื่อเว่ยชิงอี้พุ่งสังหารเข้ามาอย่างรวดเร็ว เจียงเฟยหลิงกลับไม่รีบร้อน
นิ้วมือของนางดีดเบาๆ หลี่เทียนมิ่งสัมผัสได้ถึงพายุที่ไม่อาจบรรยายด้วยคำพูด!
พายุนี้ม้วนกวาดออกไปในชั่วพริบตา ครอบคลุมพื้นที่บริเวณหนึ่ง ปกคลุมทั้งหลี่เทียนมิ่งและเว่ยชิงอี้เอาไว้ภายใน
"เกิดอะไรขึ้น?"
หลี่เทียนมิ่งรู้สึกว่าไม่ใช่ภาพลวงตา เขาเห็นความเร็วของเว่ยชิงอี้ดูเหมือนจะช้าลง ไม่ว่าอย่างไรทุกท่วงท่าและกระบวนท่าล้วนดูไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย
"พี่ชาย นี่คือพลังของลานเวลา" เจียงเฟยหลิงกล่าว
หลี่เทียนมิ่งนึกขึ้นได้ เขาจำได้ว่านางเคยบอกว่า ความสามารถพิเศษอย่างที่สองของนางก็คือลานเวลา
เมื่อเทียบกับแนบวิญญาณและปีกสวรรค์ ลานเวลานี้ดูเหมือนจะน่าอัศจรรย์ยิ่งกว่า
มันถึงกับสามารถควบคุมการไหลของเวลาได้ แม้ขอบเขตจะเล็กมาก และระดับการเปลี่ยนแปลงก็ไม่มากนัก
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เมื่อตนเองไม่ได้รับผลกระทบจากลานเวลา แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับถูกเวลาพันธนาการไว้ ช่องว่างเพียงเล็กน้อย ย่อมสามารถเปลี่ยนผลการต่อสู้ได้โดยตรง
เว่ยชิงอี้ขมวดคิ้วแล้ว เขาโจมตีต่อเนื่องสามครั้ง ล้วนถูกหลี่เทียนมิ่งหลบหลีกได้หมด
แสงทองของหอกมังกรวารีทองคำแทงทะลวง แต่กลับสัมผัสไม่โดนตัวหลี่เทียนมิ่งเลยแม้แต่น้อย เขาคิดไม่ตกว่า ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ความเร็วในการโจมตีของตนเองถึงไม่ได้ดั่งใจขนาดนี้!
เขาไม่มีเวลาคิดมากความ เพราะชั่วพริบตาถัดมา เจียงเฟยหลิงได้กลายร่างเป็นจุดแสง แล้วแนบวิญญาณลงบนร่างของหลี่เทียนมิ่ง
วูบ!
ในเสี้ยววินาทีนั้น บนร่างของหลี่เทียนมิ่งพลันปรากฏแสงสว่างที่โปร่งใส ราวกับเทพสวรรค์จุติลงมา!
การแนบวิญญาณในครั้งนี้ สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าครั้งก่อนเสียอีก
หลี่เทียนมิ่งบอกได้คำเดียวว่า มีพลังแห่งพันธนาการสายหนึ่งทะลวงไปทั่วร่าง ทำให้ทั่วทั้งร่างของเขาเดือดพล่านขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
หากโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่า 'เลือดไก่' อยู่จริง เช่นนั้นการแนบวิญญาณก็คือเลือดไก่นี้แหละ!
เขารู้สึกว่าไม่ว่าจะเป็นร่างกายเนื้อหรือพลังสัตว์ ฉับพลันก็เข้าสู่สภาวะระเบิดพลัง พลังอันไร้ที่สิ้นสุดพรั่งพรูออกมา!
ความรู้สึกสบายตัวเช่นนี้ ทำให้หลี่เทียนมิ่งอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงครางออกมาเบาๆ
"พรืด เสียงของเจ้าฟังดู เหมือนโดนหลิงเอ๋อร์ 'ขึ้น' ให้แล้วอย่างนั้นแหละ" ลูกไก่เหลืองหัวเราะลั่นอยู่ข้างๆ
"เจ้าหุบปากไปเลย" หลี่เทียนมิ่ง 'โกรธจนหน้าแดง'
เขาโกรธตัวเอง สบายตัวก็ส่วนสบายตัว ทำไมต้องส่งเสียงน่าอับอายแบบนั้นออกมาด้วยนะ
เขาได้ยินแม้กระทั่งเสียงเจียงเฟยหลิงหัวเราะอยู่ในร่างของเขา นางถูกลูกไก่เหลืองหยอกจนขำ
"น้องหลิงเอ๋อร์ เจ้ารีบตรวจสอบทุนรอนของตาแซ่หลี่นี่เร็วเข้า ถ้าขนาดไม่ได้เรื่อง เจ้าก็รีบตัดความสัมพันธ์กับเขาแต่เนิ่นๆ ไม่อย่างนั้นหลังแต่งงานไปจะไม่มีความสุขเอานะ" ลูกไก่เหลืองหัวเราะก้าบๆ
หลี่เทียนมิ่งตอนนี้แทบอยากจะหันกลับไปเชือดไก่ตัวนี้ทิ้งซะ ช่างน่าอับอายจริงๆ
ทำเอาตอนนี้ที่อยู่ในสภาวะแนบวิญญาณ หัวใจของทั้งสองคนต่างเต้นตึกตัก ดูเหมือนสมาธิจะไม่ได้อยู่ที่ตัวเว่ยชิงอี้เลย
พูดตามตรง การที่นางแปลงสภาพเป็นวิญญาณแนบแน่น ไหลเวียนไปทั่วทุกส่วนในร่างกายของหลี่เทียนมิ่ง ความรู้สึกแบบนี้... ค่อนข้างจะแปลกประหลาดอยู่เหมือนกัน
นี่คือการแนบวิญญาณขั้นเต็มระดับ!
หากไม่ใช่ระดับเต็ม จะไม่มีทางไหลเวียนไปทั่วร่าง จะกระจุกตัวอยู่แค่บริเวณแขนขาเท่านั้น
ดังนั้น การปรนนิบัติเช่นนี้ มีเพียงหลี่เทียนมิ่งเท่านั้นที่ได้รับ
ขณะที่พวกเขายังคงหน้าแดงหูแดง เว่ยชิงอี้ก็พุ่งเข้ามาฆ่าฟันอีกครั้ง เพลงหอกสามสิบหกเทียนกังระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!
การแทงทะลวงทุกหอก ล้วนมีการระเบิดของแสงสีทอง พละกำลังรวดเร็วและดุดัน
ผลกระทบที่ลานเวลานำมาให้เขานับว่าไม่มากนัก ทำได้เพียงลดความเร็วในการโจมตีและความเร็วในการเคลื่อนที่ของเขาลงในระดับหนึ่งเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวของเขาทำให้หลี่เทียนมิ่งระบายความ 'โกรธจนหน้าแดง' ในตอนนี้ ลงที่ตัวเขาจนหมดสิ้น
หลังจากให้เจียงเฟยหลิงแนบวิญญาณ ร่างกายของหลี่เทียนมิ่งก็ลุกโชนด้วยเจตจำนงแห่งการต่อสู้ที่ระเบิดปะทุ อีกทั้งเขายังต้องการการต่อสู้อย่างเร่งด่วนเพื่อขจัดความกระอักกระอ่วน บรรเทาอาการใจเต้นรัวของทั้งสองคน
ภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้ หลี่เทียนมิ่งสะบัดโซ่ตรวนมังกรเพลิงออกไปทันที!
"โซ่ตรวนมังกรเพลิง!"
"เอามาจากไหนกัน!"
หลายคนจำอาวุธชิ้นนี้ได้ อาจกล่าวได้ว่าอาวุธชิ้นนี้สร้างความตื่นตะลึงได้ไม่น้อย ทำให้ผู้คนคิดไม่ตกไปชั่วขณะ
วูบ!
หลี่เทียนมิ่งราวกับระเบิดออก ฉับพลันนั้นระเบิดพลังรุนแรง ในมือของเขาราวกับกุมมังกรเทพไว้ตัวหนึ่ง
มังกรเทพเพลิงตัวนี้แผดเผาด้วยเพลิงมังกรอัคคีที่บ้าคลั่ง ฟาดฟันลงบนหอกมังกรวารีทองคำของคู่ต่อสู้ด้วยพละกำลังที่ดุร้ายเหี้ยมเกรียม
ปัง ปัง ปัง!
"ไสหัวไป!"
โซ่ตรวนมังกรเพลิงและหอกมังกรวารีทองคำปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง อานุภาพของเก้าแส้อัสนีบาตของหลี่เทียนมิ่งระเบิดออกมาอย่างสมบูรณ์ นี่เป็นครั้งที่เขาใช้งานได้อย่างครบถ้วนที่สุด
เสียงอาวุธปะทะกันบาดหูยิ่งนัก หลายคนถึงกับขมวดคิ้ว!
เพราะจากการปะทะกันนี้ สิ่งที่พวกเขาเห็นคือ หลี่เทียนมิ่งดูเหมือนจะไม่ถูกเว่ยชิงอี้บดขยี้ กระทั่งอาจมีผลลัพธ์อื่นเกิดขึ้นด้วยซ้ำ!
ผ่านการต่อสู้ หลี่เทียนมิ่งยิ่งสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากความแตกต่างเพียงเล็กน้อยของลานเวลาได้อย่างชัดเจน
เว่ยชิงอี้มักจะตามความถี่ที่ตนเองคุ้นเคยที่สุดไม่ทัน ส่งผลให้ยามที่เขาลงมือมีช่องโหว่มากมาย
หากเขาสามารถบดขยี้หลี่เทียนมิ่งได้ ช่องโหว่พวกนี้ก็ไม่สำคัญ แต่เมื่อเขากับหลี่เทียนมิ่งมีฝีมือสูสีกัน ช่องโหว่พวกนี้ก็คือจุดตาย
เคร้ง เคร้ง เคร้ง!
"หนีไม่พ้นหรอก!" ในจังหวะนั้นเอง โซ่ตรวนมังกรเพลิงก็พันรอบหอกมังกรวารีทองคำไว้แน่น!
ส่วนที่แหลมคมที่สุดอย่างเขี้ยวมังกรเพลิง ภายใต้การควบคุมของหลี่เทียนมิ่ง พุ่งตรงเข้าแทงที่ลำคอของเว่ยชิงอี้
เขี้ยวมังกรเพลิงอยู่ที่ปลายสุดของโซ่ตรวนมังกรเพลิง ยากจะป้องกันได้ทันท่วงที
ภายใต้อันตรายเช่นนี้ เว่ยชิงอี้ขนลุกซู่ ปฏิกิริยาตอบสนองของเขานับว่ารวดเร็ว ปล่อยมือจากหอกมังกรวารีทองคำในทันที!
พูดตามตรง ตั้งแต่เริ่มสู้จนถึงตอนนี้ เมื่อเขาพบว่าตนเองไม่สามารถบดขยี้หลี่เทียนมิ่งได้ สมองของเขาก็มึนงงมาโดยตลอด
การทิ้งอาวุธเพื่อรักษาชีวิต สำหรับเขานั้นเป็นเรื่องน่าอับอายขายหน้ายิ่งนัก แต่เวลานี้เขาไม่มีเวลามาอับอาย เพราะสมองขาวโพลนไปหมด
การรักษาชีวิต เป็นเพียงสัญชาตญาณอย่างหนึ่ง
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงยิ่งกว่าคือ หลี่เทียนมิ่งเหวี่ยงหอกมังกรวารีทองคำของเขาทิ้งไป!
"เว่ยชิงอี้ มองไปไหน?"
ชั่วพริบตาถัดมา แขนทมิฬข้างซ้ายของเขาก็ชกเข้าที่ท้องน้อยของเว่ยชิงอี้เต็มแรง!
เสียงดังปัง!
"อ๊าก!" เว่ยชิงอี้กรีดร้องโหยหวน ร่างกระเด็นกลับหลัง ตกลงไปทับร่างของเว่ยหลิงเซวียนที่ยืนอยู่บนบันไดอย่างแม่นยำ!
ทั้งสองคนล้มคว่ำคะมำหงาย กองรวมกันเป็นก้อนเดียว!
ฉึก!
หอกมังกรวารีทองคำร่วงลงมาจากฟ้า ปักลงข้างเป้ากางเกงของเว่ยชิงอี้ ห่างจากจุดยุทธศาสตร์ไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร
ชั่วขณะนี้หว่างขาพลันเย็นวาบ!
"เชี่ยเอ้ย!" เว่ยชิงอี้กลั้นไม่อยู่ ปัสสาวะราดพุ่งออกมาดั่งเขื่อนแตก ทำให้กางเกงขายาวเปียกชุ่มในทันที
ภาพเหตุการณ์นี้ ทุกคนล้วนเห็นอยู่ในสายตาอย่างชัดเจน!
ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนต่างมองดูฉากนี้ด้วยความตกตะลึงตาค้าง
หน้าเจดีย์ยั้นหวงทั้งหมด กลับเงียบกริบไร้สรรพเสียงภายในเวลาอันสั้น
และในอีกด้านหนึ่ง หลี่เทียนมิ่งเก็บอาวุธ เจียงเฟยหลิงผู้เลอโฉมดั่งนางฟ้าก็ออกมาจากร่างของเขา
นางดูเหมือนจะหน้าแดงหูแดง ก้มหน้ายืนอยู่ข้างกายหลี่เทียนมิ่ง นิ้วมือม้วนเล่นชายกระโปรงตัวเอง
ส่วนหลี่เทียนมิ่งก็มี 'รอยยิ้มเจ้าเล่ห์' จ้องมองเจียงเฟยหลิง
พูดตามตรง ความรู้สึกของการแนบวิญญาณครั้งนี้มันดีมากจริงๆ ความรู้สึกที่ใจสั่นพ้องตรงกันนั้น เพียงพอที่จะจดจำไปชั่วชีวิต
ในยามแนบวิญญาณ ระหว่างพวกเขาสองคนดูเหมือนจะไม่มีความลับใดๆ ต่อกัน
ทุกอย่างช่างงดงามปานนี้ นี่สิคือความรู้สึกของรักแรกที่แท้จริง ชวนให้ใจเต้นตึกตักเหลือเกิน
"ไอ้เวรเอ้ย ทำไมเจ้าถึงฉี่ราดกางเกงล่ะนั่น"
เมื่อหลี่เทียนมิ่งหันไปมองเว่ยชิงอี้ ก็กลั้นไม่ไหวจริงๆ หลุดหัวเราะพรืดออกมาเสียงดัง
บวกกับลูกไก่เหลืองที่กุมท้องลงไปนอนกลิ้งหัวเราะอยู่บนพื้น เสียงหัวเราะของพวกเขา เรียกได้ว่าบาดหูเป็นอย่างยิ่ง
พรืด…
แม้แต่เจียงเฟยหลิงก็กลั้นไม่อยู่ หลุดขำออกมาเบาๆ
อย่างไรก็ตาม นางก็รีบเก็บอาการทันที ทำได้เพียงกระแอมไอเพื่อข่มกลั้นเสียงหัวเราะของตนเอง
นอกจากเสียงหัวเราะของพวกเขา สถานที่แห่งนั้นเงียบสงัดดุจป่าช้า
ยังไงซะคนอื่นๆ ก็ไม่กล้าหัวเราะออกมา
พวกเขาสนับสนุนเว่ยชิงอี้ ตอนนี้เว่ยชิงอี้ถูกซัดจนฉี่ราดกางเกง พวกเขาก็หัวเราะไม่ออก เพราะเว่ยชิงอี้พ่ายแพ้ พวกเขาก็เจ็บหน้าเหมือนกัน
จนกระทั่งเวลานี้ เว่ยหลิงเซวียนถึงได้ปีนลุกขึ้นมา
นางคงยังไม่รู้ว่า ชายกระโปรงของนางเปรอะเปื้อนของเหลวนิรนามไปไม่น้อยแล้ว
"หลี่เทียนมิ่ง!!" สีหน้าของนางเขียวคล้ำ เห็นได้ชัดว่าโกรธจนถึงขีดสุด
สถานะของนางแตกต่างจากเว่ยชิงอี้ นางคือสายเลือดตรงของตระกูลเว่ย เป็นองค์หญิงน้อยของตระกูลเว่ย สถานะแทบจะพอๆ กับองค์หญิงของราชวงศ์จู้เจ๋อ
ราชวงศ์จู้เจ๋อมีองค์หญิงมากมาย ตระกูลเว่ยมีเพียงหนึ่งเดียว
สายตาโกรธแค้นของนาง เพ่งเป้าไปที่หลี่เทียนมิ่งที่กำลังหัวเราะร่า
แน่นอนว่า เวลานี้หลี่เทียนมิ่งก็มองเห็นนางเช่นกัน
หลี่เทียนมิ่งหุบยิ้ม สายตาของเขากับเว่ยหลิงเซวียนปะทะกัน เขาเม้มปาก ทำหน้าตาย
"เว่ยหลิงเซวียน ขอถามหน่อย ตอนนี้เจ้าตกตะลึงแล้วหรือยัง?"
-สองสิงห์:ผู้แปล-