- หน้าแรก
- มหาเทพหมื่นพิภพ
- บทที่ 84 รบกวนช่วยหลีกทาง!
บทที่ 84 รบกวนช่วยหลีกทาง!
บทที่ 84 รบกวนช่วยหลีกทาง!
ในสายตาของเว่ยชิงอี้ หลี่เทียนมิ่งเป็นคนโสมม ลามก และต่ำต้อยมาโดยตลอด
ด้วยสถานะและตำแหน่งของหลี่เทียนมิ่งในปัจจุบัน ยามพบเจอเขาเว่ยชิงอี้ อย่างน้อยก็ต้องก้มหัวโค้งคำนับถึงจะถูก
เขาคิดไม่ถึงเลยว่า หลี่เทียนมิ่งจะกล้าใช้สายตาหยอกล้อจ้องมองตนเอง แล้วยังด่าทอกลับมาอีกประโยคหนึ่ง
การถูกด่าต่อหน้าองค์หญิงหลิง ซ้ำยังเป็นการถูกหลี่เทียนมิ่งด่า นำมาซึ่งความอับอายขายหน้าใหญ่หลวงเพียงใด เขาไม่อาจควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ในทันที
"หลี่เทียนมิ่ง เจ้ากินดีหมีหัวใจเสือมาหรือไง วันนี้ข้าจะต้อง..." เว่ยชิงอี้พูดยังไม่ทันจบ ก็ถูกเว่ยหลิงเซวียนขวางไว้ก่อน
"เจ้าอย่าเพิ่งพูด"
เว่ยหลิงเซวียนกำชับเว่ยชิงอี้ก่อนประโยคหนึ่ง จากนั้นจึงหันไปกล่าวกับเจียงเฟยหลิงว่า
"องค์หญิงหลิง ข้าไม่รู้ว่าท่านรู้จักหลี่เทียนมิ่งได้อย่างไร แต่ท่านต้องไม่เข้าใจธาตุแท้ของเขาแน่ๆ ท่านอย่าได้ปล่อยให้เขาใช้คำหวานหลอกลวงเอาได้เชียว"
"คนผู้นี้แท้จริงแล้วเป็นโจรราคะที่ไร้ยางอาย ผู้คนมากมายต่างรู้ดีว่าเขาเคยทำเรื่องต่ำช้าอะไรไว้บ้าง"
นางแสดงท่าทีผดุงความยุติธรรม ดูเหมือนกำลังร้อนใจแทนเจียงเฟยหลิง
"ถูกต้อง องค์หญิงหลิงทราบหรือไม่ว่าเมื่อสามปีก่อน คนผู้นี้เคยทำเรื่องน่าขายหน้าอะไรไว้บ้าง?"
"อีกอย่าง เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาเข้าสู่เขตสวรรค์ในฐานะศิษย์อันดับหนึ่ง แล้วก็กลายเป็นตัวตลกอีกครั้ง องค์หญิงหลิงคงยังไม่ทราบกระมัง?" เว่ยชิงอี้รีบกล่าวเสริม
"งั้นพวกเจ้าลองพูดมาซิ ว่าตกลงข้าทำเรื่องน่าขายหน้าอะไร" หลี่เทียนมิ่งเบ้ปาก
เขารู้อยู่แล้วว่าลูกพี่ลูกน้องชายหญิงคู่นี้ทั้งหยิ่งยโสและน่าเบื่อ แต่คิดไม่ถึงว่าจะน่าเบื่อถึงขั้นนี้
"เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีกหรือ? สามปีก่อน เจ้าวางยาวางแผนจะล่วงเกินมู่ชิงชิง จนถูกหลินเสี่ยวถิงประหารสัตว์ประจำตัว กลับไปฝึกฝนอย่างยากลำบากถึงสามปี พอกลับมาก็อาศัยความได้เปรียบเรื่องอายุ จนได้เป็นศิษย์อันดับหนึ่งอย่างฟลุคๆ แต่กลับถูกอาจารย์สวรรค์ทุกคนรังเกียจตั้งแต่วันแรกที่เข้าเขตสวรรค์ เรื่องตลกที่เจ้าก่อไว้ยังไม่ใหญ่อีกหรือ?"
"ถ้าข้าเป็นเจ้า ข้าคงฆ่าตัวตายไถ่โทษไปนานแล้ว ไม่มีหน้ามาพบผู้คนหรอก เจ้ายังกล้าออกมาหลอกลวงองค์หญิงหลิงผู้ใสซื่ออีก"
เว่ยชิงอี้กล่าวด้วยความเดือดดาลผดุงธรรม ยิ่งพูดยิ่งใส่อารมณ์
"พูดได้ดี"
"คนแบบนี้ สมควรฆ่าตัวตายไปซะ จะได้ไม่ระคายตาผู้อื่น"
"องค์หญิงหลิง ท่านอย่าได้ปล่อยให้คำหวานของเขาหลอกลวงเด็ดขาด คนโสมมผู้นี้เป็นไอ้ลามกอย่างแท้จริง ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเลยสักนิด"
ศิษย์เขตสวรรค์จำนวนมากที่มีฝีมือไม่ด้อยกว่าเว่ยชิงอี้ต่างพากันล้อมเข้ามา ในแววตาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
"หลี่เทียนมิ่ง เจ้าไสหัวไปเสียเถอะ วันหน้าหากเข้าใกล้องค์หญิงหลิงอีก พวกเราศิษย์เขตสวรรค์ทั้งหมด จะทำให้เจ้าต้องคุกเข่าขอชีวิต"
เว่ยหลิงเซวียนเชิดหน้าขึ้น กล่าวด้วยความภาคภูมิใจอย่างที่สุด คำพูดของนางเรียกเสียงสนับสนุนจากศิษย์เขตสวรรค์ได้ไม่น้อย
พวกเขาพูดกันคนละประโยค จนหลี่เทียนมิ่งไม่มีโอกาสได้เอ่ยปากเลย
หลังจากเจียงเฟยหลิงได้ฟังคำพูดมากมายเหล่านี้ ดูเหมือนนางจะเริ่มโกรธขึ้นมาบ้างแล้ว
เห็นเพียงนางกอดแขนหลี่เทียนมิ่ง ซบลงบนไหล่ของเขาเบาๆ ท่ามกลางสายตาจับจ้องของฝูงชน แล้วกล่าวอย่างจริงจังยิ่งกว่าใครว่า
"ข้าไม่ต้องการให้พวกท่านมาบอกข้า ข้าตัดสินเองได้ว่าใครคือคนดี ใครคือคนเลว โปรดอย่าขวางทางพวกเรา"
เว่ยหลิงเซวียนและพวกคาดไม่ถึงเลยว่า เจียงเฟยหลิงจะยังคงปักใจแน่วแน่ที่จะติดตามอยู่ข้างกายเขา หรือกระทั่งยังสัมผัสใกล้ชิดสนิทสนม
นี่ทำให้ลูกตาของทุกคนแทบจะถลนออกมา
"องค์หญิงหลิง ท่านไม่รู้ธาตุแท้อันน่าเกลียดน่ากลัวของเขาจริงๆ หรือ?" เว่ยชิงอี้ร้อนรน
"พี่ชายไม่ได้น่าเกลียดเลยสักนิด ที่น่าเกลียดคือพวกท่านที่คอยเยาะเย้ย ถากถาง และสร้างความลำบากใจให้ผู้อื่นต่างหาก" เจียงเฟยหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
"..."
ประโยคนี้หลุดออกมา ทำเอาทุกคนตะลึงงัน พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นนี้
เว่ยชิงอี้แทบจะเหมือนถูกฟ้าผ่า!
เขาคิดจะมาช่วย แต่กลับถูกเจียงเฟยหลิงด่ากลับมาประโยคหนึ่ง ช่างยากที่จะอดกลั้นจริงๆ
ทุกคนต่างตกตะลึงตาค้าง
พวกเขาคิดไม่ตกเลยว่า หลี่เทียนมิ่งวางยาอะไรให้เจียงเฟยหลิงกันแน่
"ต่อให้พวกเจ้าจะใส่ร้ายป้ายสีอย่างไร หลิงเอ๋อร์ก็ยังยืนอยู่ข้างข้า เป็นไง เจ็บใจไหมเล่า?"
"ถึงข้าจะนิสัยแย่ พรสวรรค์ห่วย แต่หลิงเอ๋อร์ก็ชอบข้า ยอมจำนนไหมล่ะ?"
ในที่สุดหลี่เทียนมิ่งก็เอ่ยปาก ขณะที่เขาพูด มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย
ประโยคที่ว่า 'เจ็บใจไหมเล่า' ยิ่งทำให้พวกเว่ยชิงอี้โกรธจนแทบกระอักเลือด
ความจริงหลี่เทียนมิ่งรู้สึกซาบซึ้งใจเล็กน้อย เขายิ่งค้นพบว่า เจียงเฟยหลิงไม่ใช่เด็กสาวที่อ่อนแอ
นางยึดมั่นและกล้าหาญยิ่งกว่าใคร เมื่อนางตัดสินใจเรื่องใดแล้ว ไม่ว่าใครจะขวางอยู่ข้างหน้า นางก็ไม่เกรงกลัวเลยสักนิด
"หลิงเอ๋อร์ พวกเราไปกันเถอะ อย่าไปสนใจคนถ่อยที่ดีแต่แพร่ข่าวลือพวกนี้เลย ข้าบริสุทธิ์ผุดผ่องปานนี้ พวกเขากลับใส่ร้ายข้า ช่างมีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตจริงๆ"
หลี่เทียนมิ่งตบไหล่เจียงเฟยหลิงเบาๆ บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มลำพองใจ เตรียมจะเดินผ่านเว่ยชิงอี้เพื่อเข้าไปในเจดีย์ยั้นหวง
พูดตามตรง พอประโยคนี้หลุดออกมา สีหน้าของคนรอบข้างต่างดำทะมึน
พวกเขาเดิมนึกว่าหลังจากเปิดโปงความจริง เจียงเฟยหลิงจะตีตัวออกห่างจากหลี่เทียนมิ่ง ทำให้ตัวตลกผู้นี้กลายเป็นตัวตลกที่น่าสมเพชยิ่งกว่าเดิม
ทว่า ใครจะคาดคิดว่า องค์หญิงหลิงจะเด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้
พวกเขาทั้งโกรธเคือง ทั้งทำได้เพียงมองดู 'ดอกไม้งามปักอยู่บนมูลวัว' มองดูหมูป่าที่กำลังจะขุดคุ้ยผักกาดขาว
ความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจเช่นนั้น แทบทำให้คนกระอักเลือด
ความอึดอัดนี้รุนแรงยิ่งกว่าในจิตใจของเว่ยชิงอี้
เขาไม่โกรธแค้นเจียงเฟยหลิง
"หลี่เทียนมิ่งต้องใช้วิธีการสกปรกอะไรแน่ๆ ถึงทำให้องค์หญิงหลิงยอมไม่สนใจแม้แต่ชื่อเสียงของตัวเองเพื่อมัน!" เขาคำรามในใจ
เมื่อเห็นองค์หญิงหลิงที่ใสซื่อน่ารักปานนั้น ค่อยๆ เดินเข้าสู่กรงเล็บมารอันชั่วร้ายของหลี่เทียนมิ่ง หัวใจของเขาก็แทบจะมีเลือดหยด
"รบกวนช่วยหลีกทาง" หลี่เทียนมิ่งจูงมือเจียงเฟยหลิง เดินผ่านพวกเขาไปโดยไม่เห็นใครอยู่ในสายตา
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
เว่ยชิงอี้ถูกสายตายั่วยุของหลี่เทียนมิ่งยั่วโมโหจนถึงขีดสุด ไฟโทสะทั่วร่างของเขาลุกโชนขึ้นมาแล้ว
ในขณะที่เขาตวาดเสียงดัง จู่ๆ เขาก็ลงมือ ปล่อยหมัดชกใส่หลี่เทียนมิ่ง
"องค์หญิงหลิง อย่าได้ถูกมันล่อลวงเด็ดขาด วันนี้ข้าจะพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่า คนผู้นี้ต่ำช้าเพียงใด!"
หลี่เทียนมิ่งอยู่ทางด้านขวาของเว่ยชิงอี้ เมื่อเว่ยชิงอี้ชกหมัดนี้มา แขนซ้ายของเขาก็ยกขึ้นต้านรับในทันที
พลังสัตว์อันหนาแน่นจากขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณระดับที่ห้าของฝ่ายตรงข้ามสั่นสะเทือนเข้ามา นี่คือแรงกดดันที่ข้ามระดับถึงสี่ระดับ
แต่ทว่าแขนซ้ายของหลี่เทียนมิ่งแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง และพลังสัตว์นรกนิรันดร์ก็ดิบเถื่อนรุนแรง การรับการโจมตีนี้อย่างฉุกละหุกจึงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
สิ่งเดียวที่ไม่สมบูรณ์แบบนักก็คือ พลังอันมหาศาลยังคงกระแทกเขาจนกระเด็นออกไป!
ทางขวาของเขาคือเจียงเฟยหลิง หลี่เทียนมิ่งหมุนตัวกลางอากาศ โอบกอดเอวบางของเจียงเฟยหลิงไว้ขณะที่กระเด็นออกไป
ทั้งสองกอดกันหมุนคว้างกลางอากาศ สุดท้ายก็ร่อนลงสู่พื้นอย่างมั่นคง
ภาพเหตุการณ์เช่นนี้พลันให้ความรู้สึกเหมือนคู่รักเทพเซียน...
โดยเฉพาะกระโปรงสั้นสีฟ้าของเจียงเฟยหลิงที่พลิ้วไหวกลางอากาศ เรียวขาขาวรามหิมะนั้นวูบวาบให้เห็นรำไร ช่างเป็นอาหารตาอย่างยิ่ง
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้โอบกอด ยามที่หมุนตัวกลางอากาศ สายตาของหลี่เทียนมิ่งและนางประสานกัน
ชั่วขณะนั้นเขาได้เห็นความเป็นนิรันดร์
โลกในขณะนี้ มีเพียงเด็กสาวที่มีใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อยผู้นี้ นางมองเขาด้วยความขัดเขิน แล้วซุกหน้าลงกับอกของเขา
หากไม่ใช่เพราะเคยคบหากับมู่ชิงชิงมาหนึ่งปี หลี่เทียนมิ่งคงได้สัมผัสกับความรู้สึกใจเต้นของรักแรกที่แท้จริงในตอนนี้แล้ว
ความรู้สึกเช่นนี้ ดีกว่าตอนที่อยู่กับมู่ชิงชิงมากมายนัก
มู่ชิงชิงไม่เคยใสซื่อบริสุทธิ์ถึงเพียงนั้น แต่แววตาของคนในอ้อมกอดตรงหน้านี้ กลับบริสุทธิ์ยิ่งนัก ราวกับสายน้ำที่ไร้สิ่งเจือปน ใสกระจ่างจนมองเห็นก้นบึ้ง
"ปล่อยมือสกปรกของเจ้าเดี๋ยวนี้!"
น่าเสียดายที่ภาพอันงดงามเช่นนี้ ถูกเว่ยชิงอี้ทำลายลงในทันที
เขาบดขยี้หลี่เทียนมิ่งไม่ได้ในหมัดเดียว ภายใต้เพลิงโทสะที่แผดเผาในอก เขาจึงพุ่งเข้ามาสังหารอีกครั้ง ปากก็ตะโกนว่า
"หลี่เทียนมิ่ง ข้าขอท้าเจ้า ถ้าเป็นลูกผู้ชายก็สู้กับข้าอย่างเปิดเผย ถ้าเป็นไอ้หน้าตัวเมียก็ไสหัวไป อย่าได้ใช้คำหวานหลอกลวงองค์หญิงหลิงอีก!"
การลงมือของเว่ยชิงอี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้คนมากมาย สายตาของพวกเขาลุกโชน ย่อมแทบรอไม่ไหวที่จะให้หลี่เทียนมิ่งขายหน้าเดี๋ยวนี้
"เว่ยชิงอี้อยู่ขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณระดับที่ห้า เพียงพอที่จะบดขยี้เจ้าหลี่เทียนมิ่งแล้ว"
"เจ้านี่อายุยี่สิบปี เอาชนะหลินเซียวเซียวที่อายุสิบห้าปีและอยู่ขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณระดับที่สามในศึกจัดอันดับ จึงได้เป็นศิษย์อันดับหนึ่งอย่างฟลุคๆ"
"มันคงจะหลงตัวเองว่าแน่ หารู้ไม่ว่าความแข็งแกร่งและพรสวรรค์ของมัน ล้วนเป็นระดับล่างสุดของเขตสวรรค์"
"อาจารย์สวรรค์พร้อมใจกันไม่รับศิษย์ ยังไม่ทำให้มันรู้สึกต่ำต้อยเจียมตัว ยังกล้าออกมาต้มตุ๋นหลอกลวง นึกว่าเขตสวรรค์ของพวกเราไม่มีคนหรือไง?"
"ศิษย์น้องเว่ย ข้าแนะนำให้เจ้าทำลายวรยุทธ์มัน ทำให้มันสิ้นไร้ทายาทสืบสกุล ข้าอยากรู้นักว่ามันจะยังกล้าออกมาหลอกคนอีกไหม"
มีคนลงมือ เพื่อระบายความแค้น พวกเขาจึงส่งเสียงเชียร์กันยกใหญ่ ไม่ให้โอกาสหลี่เทียนมิ่งได้ขัดขืนเลยแม้แต่น้อย
เผชิญหน้ากับการโจมตีสังหารของเว่ยชิงอี้ หลี่เทียนมิ่งทำได้เพียงวางเจียงเฟยหลิงลงอย่างอาลัยอาวรณ์
"พี่ชาย ข้าเกลียดเขา ท่าทางวางก้ามสั่งการคนอื่น อ้างความยุติธรรม แต่กลับทำเพื่อความปรารถนาส่วนตัว" เจียงเฟยหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
"งั้นจะทำอย่างไรดี?" หลี่เทียนมิ่งถาม
"ท่านช่วยข้าจัดการเขาหน่อยสิ"
นางดึงชายเสื้อของหลี่เทียนมิ่ง เสียงออดอ้อนอันแสนซุกซนน่ารักนี้ ทำให้คนไม่อาจหักห้ามใจได้เลยจริงๆ
ชั่วพริบตานั้น หลี่เทียนมิ่งเหมือนถูกฉีดเลือดไก่กระตุ้น ความฮึกเหิมพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
ณ เวลานี้ เขารู้สึกว่าต่อให้เป็นกองทัพนับหมื่น เขาก็จะเหยียบย่ำให้ราบคาบทั้งหมด!
-สองสิงห์:ผู้แปล- “ผู้แปลเป็นไบโพล่าแพล็บ.. บทนี้ เด๋วครุกรุ่น เดี๋ยวบรรยายความงามหลิงเอ๋อร์ เดี๋ยวดุเดือด ปรับอารมณ์ไม่ทัน 555”