เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 83 คนไร้พรสวรรค์บันลือโลก

บทที่ 83 คนไร้พรสวรรค์บันลือโลก

บทที่ 83 คนไร้พรสวรรค์บันลือโลก


ความรู้สึกที่แนบชิดหัวใจอย่างแท้จริงเป็นเช่นไร?

เวลานี้หลี่เทียนมิ่งได้สัมผัสมันแล้ว

นางคือชีวิตที่บริสุทธิ์ ทุกสิ่งทุกอย่างช่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

หัวใจของนางเปรียบเสมือนไข่มุกที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ส่วนหัวใจของหลี่เทียนมิ่งเปรียบดั่งก้อนหินสีดำทมิฬที่มีรอยแผลเต็มไปหมด

แม้จะอายุไม่มาก แต่กลับต้องแบกรับพายุฝนที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรงที่สุดมาแล้ว

มีเพียงยามที่เข้าใกล้นาง หลี่เทียนมิ่งถึงได้สัมผัสกับความสงบสุขที่ไม่เคยมีมาก่อน

นั่นคือท่าเรืออันอบอุ่น เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเด็กสาวคนหนึ่งจะอ่อนโยนได้ถึงเพียงนี้

"พี่ชาย ในใจของข้ามีอะไรอยู่หรือ?"

"มีความคิดลามกต่อข้า" หลี่เทียนมิ่งกล่าวด้วยรอยยิ้ม

"พี่ชาย ถ้าตอนนี้ข้ายกเลิกปีกสวรรค์ ท่านจะตกลงไปตรงๆ เลยนะ..." เจียงเฟยหลิงต้องหน้าแดงแน่ๆ เพียงแต่มองไม่เห็นเท่านั้น

"งั้นข้าต้องม้วนตัวกลางอากาศสามรอบครึ่ง เพื่อลงสู่พื้นด้วยท่วงท่าที่สมบูรณ์แบบหรือไม่?"

"ท่านจะตกลงไปในท่าหมาโซ้ยอึต่างหาก" นางหัวเราะพลางกล่าว

"คิดไม่ถึงว่าหลิงเอ๋อร์จะโหดเหี้ยมปานนี้"

"ข้ายังมีมุมที่โหดเหี้ยมอีกเยอะ ท่านอย่าได้ถูกรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูไม่มีพิษมีภัยของข้าหลอกเอาล่ะ" นางกล่าว

"งั้นข้าไม่กล้าแล้ว เดี๋ยวจะโดนฆาตกรรมสามี"

"..."

ชั่วพริบตาถัดมา ปีกสวรรค์ของหลี่เทียนมิ่งก็หายไป ร่างร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า กระแทกลงบนลานกว้างอย่างแรง ท่วงท่าไม่น่าดูเอาเสียเลย

แน่นอนว่า เจียงเฟยหลิงย่อมไม่ปล่อยให้เขาบาดเจ็บ ตอนที่ยกเลิกปีกสวรรค์นั้นก็อยู่ใกล้พื้นดินมากแล้ว

หลี่เทียนมิ่งลุกขึ้นมา ก็เห็นเด็กสาวยืนอยู่ด้านข้าง ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มแห่งความสะใจที่ได้เห็นความโชคร้ายของผู้อื่น

นางยังถลึงตาใส่หลี่เทียนมิ่งแวบหนึ่ง ราวกับจะบอกว่า ดูสิว่ายังกล้าลวนลามข้าซี้ซั้วอีกไหม

"ยังกล้าพูดจาเหลวไหลอีกไหม?"

"ไม่กล้าแล้ว ไว้ชีวิตด้วยเถิดท่านจอมโจรสาว"

ดูท่าหลิงเอ๋อร์จะไม่ใช่ปุยนุ่นนุ่มนิ่ม ที่จะจีบให้ติดมือได้ง่ายๆ เสียแล้วสิ

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า หลี่เทียนมิ่งชอบนางมาก

เขารู้ว่าขอเพียงได้อยู่ด้วยกันต่อไป เขาอาจจะชอบนางมากขึ้นไปอีก

เป็นนางที่ทำให้หลี่เทียนมิ่งตระหนักว่า มู่ชิงชิงที่เขาเคยคิดว่าจะปกป้องไปชั่วชีวิตนั้นต่ำทรามเพียงใด

แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกันว่า การที่เขาจะเดินร่วมทางกับนางได้อย่างแท้จริงนั้น บางทีอาจยังมีอุปสรรคนับไม่ถ้วนที่ต้องก้าวข้าม

บนโลกใบนี้ มิใช่ว่าคนสองคนรักกันแล้วจะได้อยู่ด้วยกัน อุปสรรคและตัวแปรนั้นมีมากมายเหลือเกิน

เช่นในขณะนี้ เมื่อเขาร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า เมื่อเขาได้เคียงคู่กับเจียงเฟยหลิงอีกครั้ง ปรากฏตัวในสถานที่ที่คึกคักที่สุดในเขตสวรรค์ ก็ดึงดูดสายตาของผู้คนนับไม่ถ้วนในทันที

ในบรรดาสายตาเหล่านั้น ย่อมมีคนจำนวนมากที่คิดว่า หลี่เทียนมิ่งไม่มีคุณสมบัติเลยสักนิดที่จะเดินเคียงข้างเจียงเฟยหลิง

แม้เจียงเฟยหลิงจะไม่มีสัตว์ประจำตัว แต่ความสามารถพิเศษของนางนั้นโด่งดังไปทั่วเมืองเยี่ยนตู้

ไม่รู้ว่ามีอัจฉริยะหนุ่มสาวมากเท่าใดที่ปรารถนาจะได้สัมผัสนาง และอัจฉริยะหนุ่มสาวเหล่านี้ ส่วนใหญ่ก็รวมตัวกันอยู่ที่เขตสวรรค์ของสำนักยั้นหวง!

สถานที่ที่หลี่เทียนมิ่งยืนอยู่ในตอนนี้ ก็คือสถานที่ที่มีชื่อเสียงของเขตสวรรค์... เจดีย์ยั้นหวง!

เบื้องหน้าของเขา คือมหาเจดีย์ที่สูงตระหง่านเสียดฟ้า

มหาเจดีย์แห่งนี้ชั้นหนึ่งเป็นสีทอง ชั้นหนึ่งเป็นสีดำทมิฬ ทั้งสองสีสลับกัน ทอดตัวสูงขึ้นไปทีละชั้นๆ จนทะลุเข้าไปในชั้นเมฆ

เจดีย์ทั้งองค์ดูราวกับขุนเขาที่ตั้งตระหง่าน!

ตอนอยู่ที่สำนักยั้นหวง หลี่เทียนมิ่งก็สามารถมองเห็นเจดีย์ยั้นหวงในตำนานแห่งนี้ได้

ในสำนักเคยมีคำร่ำลือว่า มีเพียงอัจฉริยะที่ท้าทายสวรรค์ที่สุดของประเทศเท่านั้น ถึงจะสามารถเข้าไปฝึกฝนในเจดีย์ยั้นหวงได้

และวันนี้ ในที่สุดเขาก็มายืนอยู่ใต้ตีนเจดีย์ยั้นหวง ความรู้สึกนั้นราวกับยืนอยู่ตีนเขาที่สูงชัน

มีคำกล่าวโบราณว่า 'เจดีย์ยั้นหวง สยบใต้หล้า' แสดงให้เห็นถึงสถานะของเจดีย์ยั้นหวงในประเทศจู้เจ๋อได้เป็นอย่างดี

ว่ากันว่าที่นี่รวบรวมคัมภีร์การฝึกฝนที่เป็นหัวกะทิที่สุดของสำนักยั้นหวงเอาไว้ และในขณะเดียวกันก็เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งการฝึกฝนของสำนัก

"พี่ชายมาเจดีย์ยั้นหวงครั้งแรกหรือ?" เจียงเฟยหลิงยืนอยู่ข้างกายเขาอย่างว่าง่าย

"ใช่ ต่อไปหลิงเอ๋อร์มาเป็นเพื่อนข้าบ่อยๆ ได้ไหม?" หลี่เทียนมิ่งถาม

"ย่อมได้อยู่แล้ว เพียงแต่ชิงเอ๋อร์จะหึงน่ะสิ พอกลับไปข้าต้องเอาอกเอาใจนางให้มากหน่อย"

"หึง? นี่นางชอบข้าเข้าแล้วหรือ ถึงได้หึงหวง" หลี่เทียนมิ่งยิ้มขำ

"ชิงเอ๋อร์หึงข้าต่างหากเล่า หึหึ"

"จุ๊ๆ" หลี่เทียนมิ่งมองดูนาง แล้วส่ายหน้ายิ้มๆ

"ท่านคิดฟุ้งซ่านอะไรเนี่ย ข้ากับชิงเอ๋อร์ไม่ได้เป็นความสัมพันธ์แบบที่ท่านคิดนะ พวกเราเป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน"

"จุ๊ๆ" ลูกไก่เหลืองก็หัวเราะตาม รอยยิ้มช่างดูโรคจิตนัก

"ข้าจะบีบเจ้าให้ตาย!" เจียงเฟยหลิงคาดไม่ถึงเลยว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่เทียนมิ่ง นางจะกลายเป็นคนดุร้ายเหมือนองค์หญิงชิง ลงมือบีบคอคน...เอ้ย...ไก่ทันที

"ไว้ชีวิตด้วย ชายหญิงไม่ควรแตะเนื้อต้องตัวกัน..."

พวกเขาหยอกล้อกันที่หน้าเจดีย์ยั้นหวง คนสองคนเดินไปเล่นไปหัวเราะไป ในสายตาคนนอกนี่คือการเกี้ยวพาราสีกันชัดๆ

ดังนั้น ใบหน้าของศิษย์เขตสวรรค์จำนวนมากที่เห็นพวกเขาจึงดำทะมึน

"ผู้ชายที่อยู่กับองค์หญิงหลิงคนนั้นเป็นใคร?"

"ไม่รู้จัก"

"มีใครรู้จักไหม?"

"ข้ารู้จัก นี่ก็คือหลี่เทียนมิ่ง พวกเจ้าไม่เคยได้ยินเรื่องตลกของเขาหรือ?"

"เขาคือศิษย์อันดับหนึ่งคนนั้น? คนไร้พรสวรรค์บันลือโลกที่ถูกอาจารย์สวรรค์ทุกคนรังเกียจ?"

"ใช่ เป็นคนเดียวกับตัวตลกที่วางยาเพื่อลวนลามคนรักของหลินเสี่ยวถิงแต่ล้มเหลวเมื่อสามปีก่อนนั่นแหละ"

"ข้าได้ยินมาว่า สองวันนี้มีเรื่องตลกเรื่องใหญ่เข้ามาในเขตสวรรค์ ที่แท้ก็คือเขานี่เอง ดูท่าทางก็เป็นผู้ดีมีสกุล คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเศษสวะ แถมยังเป็นขยะไร้ค่าอีกต่างหาก"

ศิษย์เขตสวรรค์หลายคนจับกลุ่มกัน กอดอกมองหลี่เทียนมิ่งด้วยสายตาเยาะหยัน

ทว่า เมื่อหลี่เทียนมิ่งและเจียงเฟยหลิงหยอกล้อกันอย่าง 'ใกล้ชิดสนิทสนม' คิ้วของพวกเขาก็ขมวดมุ่น

"ทำไมองค์หญิงหลิงถึงไปเดินกับเขาได้ หรือนางจะไม่รู้ว่าคนผู้นี้เป็นไอ้โจรราคะที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่?"

"องค์หญิงหลิงใสซื่อบริสุทธิ์ขนาดนั้น ต้องถูกเขาหลอกแน่ๆ!"

"ดีมากเจ้าหลี่เทียนมิ่ง สามปีก่อนยังไม่เข็ดหลาบ คิดจะทำร้ายผู้หญิงอีกแล้ว ใครจะเข้าไปสั่งสอนเขาสักยก?"

"สั่งสอนเป็นเรื่องรอง หลักๆ คือต้องช่วยองค์หญิงหลิงออกมา ให้หนีพ้นจากกรงเล็บมารของเขา แล้วค่อยมอบบทเรียนที่จำไปจนตายให้คนผู้นี้!"

"ได้ยินมาว่าเขาอายุยี่สิบปีแล้ว แต่ยังมีพลังแค่ขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณระดับที่สามเท่านั้น พวกเราสุ่มใครไปสักคนก็บดขยี้เขาได้แล้ว"

"แต่ว่า ทางที่ดีอย่าเพิ่งผลีผลาม สาวงามใช้เหตุผลเป็นหลักก่อน ให้องค์หญิงหลิงรู้ก่อนว่าแท้จริงแล้วเขาโสมมเพียงใด!"

"ใครจะเข้าไป? ถ้าไม่มีใคร ข้าจะไปเอง"

พูดตามตรง โอกาสที่จะได้ใกล้ชิดองค์หญิงหลิงนั้น หลายคนล้วนอยากจะคว้าไว้

ผู้ที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นเสาหลักในอนาคตของประเทศจู้เจ๋อ แต่ละคนเรียกได้ว่าเป็นยอดวีรบุรุษแห่งยุค ก่อนจะเข้าสู่เขตสวรรค์ล้วนมีชื่อเสียงโด่งดังในท้องถิ่น

อีกทั้งสถานะของพวกเขาโดยพื้นฐานแล้วสูงส่งมาก เบื้องหลังล้วนเป็นตระกูลผู้ดีเก่าแก่ ตระกูลขุนนางที่มีชื่อเสียง

เช่นสถานะของซิงเชว่และเฉินฮ่าว ในเขตสวรรค์ก็ยังไม่นับว่าเป็นระดับบนสุด

เพราะในสถานที่อย่างเขตสวรรค์ แม้แต่องค์หญิงชิง เจียงชิงหลวน ก็ยังไม่ถือตัวเรื่องสถานะของตนเองมากนัก

"ข้าเอง"

ในเวลานั้นเอง มีเด็กหนุ่มชุดเขียวคนหนึ่งก้าวออกมา ขัดจังหวะการสนทนาของทุกคน

เมื่อเห็นเขา ผู้คนที่กระตือรือร้นเมื่อครู่ต่างก็หุบปากเงียบ

เพราะคนผู้นี้ คือคนของ 'จวนตระกูลเว่ย' ในเขตสวรรค์ บุตรชายคนโตของเจ้าตำหนักเฟิ่งหวง เว่ยจื่อคุน... เว่ยชิงอี้

เว่ยชิงอี้ยังไม่เท่าไหร่ ประเด็นสำคัญคือบุตรสาวคนเล็กสุดที่รักของเจ้าสำนักยั้นหวง เว่ยหลิงเซวียน ก็อยู่ข้างกายเขาด้วย

พวกเขาทั้งสองเพิ่งจะฝึกวิชาในเจดีย์ยั้นหวงเสร็จ และเพิ่งเดินออกมาในเวลานี้

เว่ยชิงอี้พอออกมา ก็เห็นหลี่เทียนมิ่งกับเจียงเฟยหลิงกำลังหัวร่อต่อกระซิก จากนั้นฝูงชนที่มุงดูอยู่ก็วิพากษ์วิจารณ์ด้วยใบหน้าขมวดมุ่น สีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก

"คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าทำไมท่านปู่ต้องปล่อยมันออกมาขายขี้หน้าด้วย"

"ต่อให้ห้ามไม่ให้มันเปิดเผยสถานะ แต่ถ้าเกิดเจ้านี่คิดจะอาศัยสถานะไปวางก้ามอวดเบ่ง หน้าตาของตระกูลเว่ยเรา คงถูกมันทำขายหน้าจนหมดสิ้น" เว่ยหลิงเซวียนขมวดคิ้วกล่าว

"โดยเฉพาะเรื่องมารดาของมัน ยิ่งน่าขายหน้าเข้าไปใหญ่" เว่ยชิงอี้กล่าว

"แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมมันถึงอยู่กับองค์หญิงหลิง?" เว่ยหลิงเซวียนกล่าว

"เจ้าไม่ได้ยินหรือ? มันต้องหลอกลวงองค์หญิงหลิงแน่ๆ องค์หญิงหลิงใสซื่อบริสุทธิ์เพียงนั้น ย่อมแยกแยะคนถ่อยพรรค์นี้ไม่ออก" เว่ยชิงอี้กล่าวด้วยความเดือดดาลผดุงธรรม

"น่าขยะแขยงที่สุด พอคิดว่าในตัวมันมีเลือดของตระกูลเว่ยเราอยู่ ก็ชวนให้อาเจียนแล้ว" เว่ยหลิงเซวียนทำท่ารังเกียจ

"พี่หญิงเซวียน รอก่อนเถอะ ข้าจะเข้าไปเดี๋ยวนี้ จะทำให้เจ้าหลี่เทียนมิ่งกลายเป็นหนูสกปรกวิ่งข้ามถนน ดูซิว่ามันยังจะกล้าออกมาเสนอหน้าอีกไหม"

"ข้าจะไปกับเจ้าด้วย องค์หญิงหลิงเป็นพี่น้องกับศิษย์พี่หญิงหกของข้า ข้าค่อนข้างสนิทกับนาง นางน่าจะฟังคำพูดของข้า" เว่ยหลิงเซวียนกล่าว

"จริงสิ ถ้าข้าช่วยองค์หญิงหลิง ให้หลุดพ้นจากกรงเล็บมารของเจ้าคนชั้นต่ำนี่ เจ้าว่าองค์หญิงชิงจะให้โอกาสข้าบ้างไหม?" เว่ยชิงอี้ถาม

"ก็ไม่แน่หรอก แต่ถ้าจะให้ข้าพูดนะ องค์หญิงหลิงดูเป็นจริงเป็นจังกว่า นางไม่ใช่เจ้าหญิงจริงๆ แถมยังสวยมาก"

"แม้นางจะไม่มีสัตว์ประจำตัว แต่อย่างน้อยก็ช่วยเสริมพลังเจ้าได้ ไยต้องไปใฝ่สูงเกินศักดิ์ ตามจีบศิษย์พี่หญิงหกของข้าด้วย" เว่ยหลิงเซวียนเตือนสติ

"ก็ได้ แต่ที่เจ้าพูดก็ถูก องค์หญิงหลิงสวยจริงๆ ถ้าครั้งนี้นางซาบซึ้งในบุญคุณข้า ไม่แน่อาจจะเป็นโอกาสจริงๆ ก็ได้ เพราะตระกูลเว่ยของข้า ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าราชวงศ์จู้เจ๋อของพวกนาง..."

ยิ่งเว่ยชิงอี้มององค์หญิงหลิง ใจก็ยิ่งถลำลึก

สวยเหลือเกินจริงๆ

ขนาดเว่ยหลิงเซวียนยังยอมรับว่านางสวย ก็พอจะจินตนาการได้ว่านางงดงามเพียงใด

ต้องรู้ไว้ว่า นี่เป็นคนเดียวที่เว่ยหลิงเซวียนยอมรับว่าสวย คนอื่นต่อให้เป็นองค์หญิงชิงหรือมู่ชิงชิง นางล้วนไม่ยอมรับ

"พี่หญิงเซวียน ข้าจะลองเปลี่ยนเป้าหมายดู ท่านช่วยข้าหน่อยนะ คำพูดของท่าน องค์หญิงหลิงต้องเชื่อถือมากกว่าแน่นอน"

"ได้ ข้าจะช่วยเจ้าสักครั้ง ถ้าสำเร็จแล้ว อย่าลืมกตัญญูต่อข้าล่ะ"

"จัดไป รับรองว่าพี่หญิงเซวียนต้องพอใจแน่นอน"

"สาวงามอันดับหนึ่งในตำนานของประเทศจู้เจ๋อเชียวนะ ยกผลประโยชน์ให้เจ้าเปล่าๆ เลย"

"ฮิฮิ"

หลังจากหัวเราะเสร็จ เว่ยชิงอี้ก็กระแอมไอหนึ่งครั้ง วางมาดวิญญูชนผู้เที่ยงธรรมเดินเข้าไปในสนาม พร้อมกับเว่ยหลิงเซวียน ด้วยท่าทางขึงขัง มุ่งตรงไปยังหลี่เทียนมิ่งและเจียงเฟยหลิง

หลี่เทียนมิ่งคาดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะปรึกษาหารือเนื้อหามากมายขนาดนี้

ตอนนี้จิตใจของเขาจดจ่ออยู่กับการฝึกฝนและเจียงเฟยหลิง เขาคร้านจะสนใจเสียงนกเสียงกาข้างทาง

ทว่า เมื่อเขาจูงมือเจียงเฟยหลิงจะก้าวเข้าสู่เจดีย์ยั้นหวง จู่ๆ ก็มีคนสองคนโผล่มาขวางหน้า

เช่นนั้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

เงยหน้าขึ้นมอง ปรากฏว่าเป็นเว่ยหลิงเซวียนและเว่ยชิงอี้

หากนับตามสายเลือด พวกเขาคือลูกพี่ลูกน้องผู้น้องชายและน้องสาวของเขา เรียกได้ว่าสนิทชิดเชื้อกันมาก

ความสัมพันธ์ทางสายเลือดนี้เป็นรองแค่พี่น้องท้องเดียวกันเท่านั้น

หลี่เทียนมิ่งนึกว่าแค่บังเอิญขวางทาง ดังนั้นเขาจึงดึงเจียงเฟยหลิงเดินเลี่ยงไปด้านข้าง

แต่ทว่า เว่ยชิงอี้และเว่ยหลิงเซวียนกลับก้าวเท้าออกมา ขวางหน้าพวกเขาไว้อีกครั้ง

"มีธุระ?" หลี่เทียนมิ่งถามอย่างไม่เข้าใจ

"มี พวกเราจะฉีกหน้ากากอันไร้ยางอายของเจ้า ให้องค์หญิงหลิงได้เห็นจิตใจที่สกปรกโสมมของเจ้า" เว่ยชิงอี้ประกาศก้องด้วยท่าทีผดุงความยุติธรรม

"เจ้ามันปัญญาอ่อนรึเปล่า?" หลี่เทียนมิ่งถอนหายใจด้วยความทึ่ง

......

-สองสิงห์:ผู้แปล- “"ท่านจะตกลงไปในท่าหมาโซ้ยอึต่างหาก" ฮาได้อีก 5555”

จบบทที่ บทที่ 83 คนไร้พรสวรรค์บันลือโลก

คัดลอกลิงก์แล้ว