เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 81 โซ่ตรวนมังกรเพลิง

บทที่ 81 โซ่ตรวนมังกรเพลิง

บทที่ 81 โซ่ตรวนมังกรเพลิง


"เจ้าหวังให้ข้าช่วยเจ้าล้างแค้นหรือ?" มู่หยางเอ่ยถาม

"ไม่หวัง" หลี่เทียนมิ่งส่ายหน้าปฏิเสธทันที

"เพราะเหตุใด?" มู่หยางคาดไม่ถึงว่าเขาจะปฏิเสธอย่างเด็ดขาดเพียงนี้

"ข้าต้องการสังหารศัตรูด้วยมือของข้าเอง อีกอย่างเขาเป็นศิษย์ของท่าน ข้าไม่อยากให้ท่านต้องลำบากใจ" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"เจ้าอยากฆ่าเขา? เจ้ารู้หรือไม่ว่าตัวเจ้าในตอนนี้กับเขานั้นห่างชั้นกันมากเพียงใด?" มู่หยางถาม

"ข้าไม่จำเป็นต้องรู้ ขอแค่ในที่สุดข้าจะตามเขาทันก็พอ" หลี่เทียนมิ่งยิ้มบางๆ แสดงความมั่นใจที่น่าเหลือเชื่อออกมา

"เจ้าแน่ใจรึ? ด้วยความสามารถของเจ้าในตอนนี้น่ะหรือ?" มู่หยางไม่ได้ต้องการดูแคลนเขา แต่ความจริงมันปรากฏอยู่ตรงหน้า

"ถูกต้อง"

"เช่นนั้นข้าจะคอยดู พูดตามตรง ข้ารู้สึกนิดหน่อยว่าเจ้ากำลังฝันกลางวัน" มู่หยางกล่าว

"ท่านคิดเช่นนั้นแหละ ถึงจะเป็นเรื่องปกติ หากท่านเชื่อว่าข้าทำได้ นั่นสิถึงจะไม่ปกติ" หลี่เทียนมิ่งหัวเราะ

"ยังมีความมั่นใจอยู่บ้าง แต่ข้ายังคงขอเตือนเจ้าสักประโยค"

"ข้ายินดีรับฟัง" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"อย่าได้วู่วาม รอคอยโอกาส อย่าให้ถึงเวลาที่มารดาเจ้าฟื้นขึ้นมา แต่เจ้ากลับต้องตาย ให้คนผมขาวต้องมาส่งศพคนผมดำ แล้วปล่อยให้ศัตรูของเจ้าได้ประโยชน์ลอยนวลไป" มู่หยางกล่าว

"ข้าจะจำไว้" หลี่เทียนมิ่งพยักหน้า เขารู้สึกว่ามู่หยางไม่รู้เลยว่าความมุ่งมั่นที่จะแก้แค้นของเขานั้นรุนแรงเพียงใด

มันอยู่เหนือความบ้าคลั่งและความวู่วาม ถึงเวลานั้นเขาจะเยือกเย็นจนน่ากลัว

"ดื่มสุราไหม?" มู่หยางหยิบสุราสองกาใหญ่ออกมาวางไว้บนโต๊ะกลมในศาลา

"ดื่ม"

"น่าสนใจ หลายปีมานี้ยังไม่มีใครที่ดื่มจนเมามายเป็นเพื่อนข้าได้สักคน" มู่หยางหัวเราะ

"เช่นนั้นวันนี้จะทำให้ท่านได้เห็นว่าอะไรคือคอทองแดงที่แท้จริง"

"คนหนุ่มสาว การอวดเก่งย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทน"

"การอวดเก่งไม่ว่าจะช่วงอายุใดก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนทั้งนั้น มิใช่สิทธิพิเศษของคนหนุ่มสาวหรอก"

"ฮ่าฮ่า..."

"พวกเจ้าคุยอะไรกัน ดื่มเหล้าหรือ? ว้าว หอมจริงๆ" ลูกไก่เหลืองกระพือปีกบินถลาเข้ามา แล้วมุดหัวเข้าไปในไหสุราทันที

หลี่เทียนมิ่งมีสายเลือดของสัตว์ใหญ่โบราณอลเวง กายานรกนิรันดร์ของเขาสามารถรองรับสุราที่รุนแรงแค่ไหนก็ได้

ดังนั้นพวกเขจึงดื่มด่ำกันอย่างสำราญใจภายในเรือนอวี่หลินแห่งนี้

"ใช้ได้นี่ มีฝีมืออยู่บ้าง" มู่หยางเอ่ยชมเชย

"เรื่องเล็กน้อย"

เขาพลันค้นพบว่าหลี่เทียนมิ่งมิใช่คนหนุ่มเลือดร้อนที่บ้าบิ่นอย่างที่เขาจินตนาการไว้

ความจริงแล้วเด็กหนุ่มคนนี้เยือกเย็นและสุขุมมาก ภายในจิตใจซุกซ่อนธารเพลิงที่พลุ่งพล่านเอาไว้ หากไม่ถึงเวลาปะทุ คนภายนอกย่อมมองไม่เห็น

"ตอนอยู่ที่ตำหนักสืบสาน ข้าเห็นอาวุธของเจ้าถูกเว่ยกั๋วฮ่าวทำลายไปแล้ว" ดื่มไปจนถึงช่วงท้าย แม้แต่มู่หยางก็เริ่มมีอาการมึนเมาบ้างแล้ว

"ใช่แล้ว เจ้านั่นมันอวดดีไปหน่อย" ใบหน้าของหลี่เทียนมิ่งก็เริ่มแดงระเรื่อเช่นกัน

"ข้ามีอาวุธชิ้นหนึ่งที่เหมาะกับเจ้าพอดี มอบให้เจ้าก็แล้วกัน" ขณะที่มู่หยางพูด เขาพลันหยิบอาวุธสัตว์ชิ้นหนึ่งออกมา แล้วโยนไปตรงหน้าหลี่เทียนมิ่ง

"ตอนที่จิงเอ๋อร์แต่งงานมีลูก ข้าไม่ได้ไปร่วมงานและไม่ได้มอบของขวัญ อาวุธชิ้นนี้เจ้ารับไว้เถอะ"

"ท่านจะให้ของขวัญข้าไม่ต้องหาข้ออ้างหรอก ปกติข้าก็รับไว้ทั้งหมดอยู่แล้ว" หลี่เทียนมิ่งเก็บอาวุธสัตว์ชิ้นนั้นขึ้นมา รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า

"อาวุธสัตว์ชั้นห้าหรือ?" หลี่เทียนมิ่งถาม เพราะเขาเห็นลายสวรรค์สีเขียวครามที่ซับซ้อนบนตัวอาวุธสัตว์

พลังลึกลับแผ่ออกมาจากลายสวรรค์นั้น มันยิ่งใหญ่และร้อนแรง

"ถูกต้อง" มู่หยางพยักหน้า

ในศึกจัดอันดับของสำนัก อาวุธของพวกหลินเสี่ยวถิง เฉินเย่า ล้วนเป็นอาวุธสัตว์ชั้นสี่

พวกเขาใช้อาวุธกดดันโซ่ตรวนอัสนีเพลิงซึ่งเป็นอาวุธสัตว์ชั้นสามของหลี่เทียนมิ่ง

เมื่อเผชิญหน้ากับเว่ยกั๋วฮ่าว โซ่ตรวนอัสนีเพลิงถึงกับถูกทำลายจนแหลกละเอียด

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าโซ่ตรวนอัสนีเพลิงไม่เพียงพอที่จะคู่ควรกับความแข็งแกร่งของหลี่เทียนมิ่งในขณะนี้

หากมีอาวุธสัตว์ชั้นสี่ เขาจะแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้

ส่วนอาวุธสัตว์ชั้นห้า พูดตามตรง นี่แทบจะเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดที่กลุ่มคนหนุ่มสาวจะสามารถใช้ได้

ผู้ควบคุมสัตว์จำนวนมากที่ก้าวข้ามขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณ ไปถึง 'ขั้นคืนเดียว' แล้วเท่านั้น จึงจะมีโอกาสครอบครองอาวุธสัตว์ชั้นห้าที่ทรงพลังเช่นนี้

กระบี่จินเชวี่ยที่เว่ยเทียนซางมอบให้เว่ยหลิงเซวียนเมื่อตอนกลางวัน ก็เป็นอาวุธสัตว์ชั้นห้า

ของขวัญอายุสิบแปดปีที่เว่ยเทียนซางมอบให้ ย่อมจินตนาการได้ถึงความล้ำค่าของมัน

และอาวุธสัตว์ตรงหน้านี้ก็เป็นอาวุธสัตว์ชั้นห้า แสดงให้เห็นว่าของขวัญชิ้นนี้ของมู่หยางล้ำค่าเพียงใด

"มันชื่อว่าอะไร?" หลี่เทียนมิ่งถาม

"โซ่ตรวนมังกรเพลิง"

นี่คือโซ่ตรวนสีแดงฉาน เส้นหนาและยาวกว่าโซ่ตรวนอัสนีเพลิง

โซ่ตรวนอัสนีเพลิงเกิดจากห่วงเหล็กที่คล้องต่อกัน แต่โซ่ตรวนมังกรเพลิงเส้นนี้ กลับเกิดจากเกล็ดทรงกลมที่เชื่อมต่อกัน ขอบของเกล็ดเหล่านี้คมกริบมาก ทุกชิ้นล้วนเป็นศาสตราสังหาร

จินตนาการได้เลยว่าหากโซ่ตรวนมังกรเพลิงเส้นนี้รัดพันร่างศัตรู มันจะสามารถเฉือนจนเกิดบาดแผลนับไม่ถ้วนได้อย่างแน่นอน!

ยิ่งไปกว่านั้นส่วนปลายของมันยังมีการออกแบบที่แตกต่างออกไป ที่ปลายสุดของโซ่ตรวนมังกรเพลิงนี้ คือใบมีดแหลมคมที่ดูคล้ายกับปลายหอก นั่นหมายความว่า โซ่ตรวนมังกรเพลิงเส้นนี้สามารถแทงทะลุเข้าไปในเลือดเนื้อของศัตรูได้โดยตรง

"โซ่ตรวนมังกรเพลิง แท้จริงแล้วเกิดจากการรวมตัวของอาวุธสัตว์ชั้นห้าสองชิ้น ได้แก่ส่วนที่เป็นโซ่ตรวนและส่วนที่เป็น 'เขี้ยวมังกรเพลิง'"

มู่หยางชี้ไปที่ 'เขี้ยวมังกรเพลิง' ซึ่งมีรูปร่างคล้ายปลายหอกที่ปลายโซ่

การเพิ่มเข้ามาของเขี้ยวมังกรเพลิง ทำให้โซ่ตรวนเส้นนี้มีวิธีการใช้งานที่พลิกแพลงยิ่งขึ้น ทำให้หลี่เทียนมิ่งมีลูกไม้ที่หลากหลายกว่าเดิม

"อาวุธชิ้นนี้สร้างขึ้นจาก 'แร่ชือเลี่ยน' เป็นหลัก หลอมด้วย 'เพลิงมังกรอัคคี' และสุดท้ายยังหลอมรวมเข้ากับเลือดของสัตว์ดุร้าย 'มังกรเพลิงปฐพี' คุณภาพของมันสูงส่งมาก แข็งแกร่งกว่าอาวุธสัตว์ชั้นห้าทั่วไป"

"ทั้งแร่วิญญาณและภัยพิบัติวิญญาณที่ใช้ล้วนมีลายสวรรค์สีเขียวคราม ดังนั้นนี่จึงเป็นอาวุธสัตว์ชั้นห้าขนานแท้"

ขณะฟังคำแนะนำของมู่หยาง หลี่เทียนมิ่งก็ลองกวัดแกว่งดูไม่กี่ครั้ง มันช่างเหมาะมือกับเขาจริงๆ อานุภาพร้ายกาจกว่าโซ่ตรวนอัสนีเพลิงมากมายนัก

โดยเฉพาะ 'เพลิงมังกรอัคคี' ที่เป็นภัยพิบัติวิญญาณบนตัวมัน เมื่อลุกไหม้ขึ้นมา ราวกับว่าสิ่งที่เขาควบคุมอยู่ไม่ใช่โซ่ตรวน แต่เป็นมังกรเทพที่มีฟันแหลมคมตัวหนึ่ง

"สุดท้าย นี่คือป้ายประจำตัวศิษย์เขตสวรรค์ของเจ้า เพิ่งจะทำเสร็จเมื่อครู่" มู่หยางพูดจบก็โยนป้ายสีขาวอันหนึ่งมาให้หลี่เทียนมิ่ง

หลี่เทียนมิ่งรับมา สัมผัสได้ถึงน้ำหนักที่หนักอึ้ง เขารู้ว่านี่คือเครื่องพิสูจน์สถานะของศิษย์เขตสวรรค์

ป้ายนี้สร้างขึ้นจากแร่วิญญาณระดับสูงมาก ภายนอกไม่สามารถลอกเลียนแบบได้เลย

ด้านหน้าสลักอักษรคำว่า 'เขตสวรรค์' สองตัวที่วิจิตรบรรจง ให้ความรู้สึกทางสายตาที่น่าเกรงขาม ส่วนด้านหลังสลักคำว่า 'หลี่เทียนมิ่ง' สามคำ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเป็นป้ายเฉพาะของเขา

หลี่เทียนมิ่งเคยเห็นรูปแบบของป้ายศิษย์เขตสวรรค์ในหนังสือมาก่อน

เขารู้ว่าเหนือชื่อของตนเอง ความจริงแล้วยังต้องสลักชื่ออีกชื่อหนึ่ง นั่นคือชื่ออาจารย์สวรรค์แห่งเขตสวรรค์ทว่าบรรทัดนี้ของหลี่เทียนมิ่งกลับว่างเปล่า เขาไม่มีอาจารย์สวรรค์เป็นการชั่วคราว

"แม้เจ้าจะไม่มีอาจารย์สวรรค์ แต่ก็ไม่กระทบต่อการไปฝึกฝนที่ 'เจดีย์ยั้นหวง' และไม่กระทบต่อการรับคัมภีร์, วิชายุทธ์, อาวุธ, แร่วิญญาณ, สารวิญญาณ และภัยพิบัติวิญญาณ"

"หลังจากนี้ เรื่องของมารดาเจ้าปล่อยเป็นหน้าที่ข้าชั่วคราวเถอะ"

"เจ้าจงตั้งใจฝึกฝน หากเจ้าสามารถไล่ตามระดับมาตรฐานของคนหนุ่มสาวในจวนตระกูลเว่ยได้ทัน"

"หากเจ้าทำผลงานได้ดี ข้าเชื่อว่าท่านอาจารย์ของข้าจะต้องมองเจ้าใหม่ ไม่แน่อาจจะให้โอกาสเจ้าได้พูดบ้าง"

มู่หยางลุกขึ้นยืน เขาได้จัดการทุกอย่างให้หลี่เทียนมิ่งเรียบร้อยแล้ว

"ระดับมาตรฐานของคนหนุ่มสาวในจวนตระกูลเว่ย?" หลี่เทียนมิ่งจดจำไว้แล้ว

เขารู้ว่าสิ่งที่มู่หยางพูดถึงคือพรสวรรค์

เขาเก็บกวาดคู่แข่งทั้งหมดในศึกจัดอันดับ แต่ก็ไม่อาจปกปิดความจริงที่ว่าเขาอายุยี่สิบปีแล้วได้

และที่เขตสวรรค์แห่งนี้ ที่จวนตระกูลเว่ยแห่งนี้ ระดับมาตรฐานของคนอายุยี่สิบปี อย่างน้อยต้องเหนือกว่าเว่ยหลิงเซวียนที่อายุสิบแปดปี

ระดับพลังของเขาความจริงเพิ่งจะอยู่แค่ขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณระดับที่หนึ่ง ห่างชั้นกันเกินไปจริงๆ

โชคดีที่พลังการต่อสู้จริงยังถือว่าไม่เลว ..หากตนเองสามารถเทียบเคียงกับคนหนุ่มสาวของจวนตระกูลเว่ยได้อย่างสูสี เช่นนั้นเว่ยเทียนซางผู้นั้น ก็คงจะไม่ดูถูกตนเองเหมือนอย่างวันนี้ใช่ไหม?

มู่หยางพูดถูก เว่ยเทียนซางไม่ใช่ท่านตาผู้ใจดีอย่างที่หลี่เทียนมิ่งจินตนาการไว้

เขาไม่ฟังคำพูดใดๆ ของหลี่เทียนมิ่งเลย หากต้องการมีสิทธิ์มีเสียง พูดกันตามตรง ก็ยังต้องแสดงความสามารถของตนเองออกมา

มิเช่นนั้น ทั้งตนเองและมารดาคงต้องถูกเขาดูถูกต่อไป!

มารดาพักอยู่ที่จวนตระกูลเว่ย เขาต้องกลับมาบ่อยๆ หากความแข็งแกร่งไม่เพียงพอ จะเผชิญหน้ากับคำพูดเหน็บแนมถากถางของพวกเว่ยกั๋วฮ่าว เว่ยหลิงเซวียนได้อย่างไร?

จะเผชิญหน้ากับสายตารังเกียจของเว่ยเทียนสยง เว่ยจื่อคุนได้อย่างไร?

ประโยคเดียวของมู่หยาง ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นในอนาคตของเขา

ทางด้านมารดาเขาคงช่วยอะไรไม่ได้ชั่วคราว แต่บนเส้นทางการฝึกฝน อุตส่าห์เข้ามาในเขตสวรรค์ได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะอาศัยทรัพยากรของเขตสวรรค์ ทำให้ตนเองก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดเสียที!

อีกทั้งพวกมู่ชิงชิง เฉินเย่า ซิงเชว่ คนเหล่านี้ล้วนอยู่ที่เขตสวรรค์!

ขอเพียงตนเองแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว บางทีอาจมีวันนั้น...

วันที่ความแข็งแกร่งของเขาไล่ตามคนรุ่นเดียวกันทัน สามารถเป็นหนึ่งในเขตสวรรค์ หรือกระทั่งวันที่สามารถล้างแค้นได้ เจ้าวังเขตสวรรค์เว่ยเทียนซาง ยังจะไล่เขาไสหัวไปเหมือนอย่างวันนี้อีกไหม?

ภายในใจของเขารุ่มร้อนขึ้นมา

"ท่านรองเจ้าวัง ข้ายังอยากยืนยันอีกเรื่อง หลินเสี่ยวถิงเป็นศิษย์ของท่าน ท่านจะไม่ขัดขวางการแก้แค้นของข้าจริงๆ หรือ?"

หลี่เทียนมิ่งลุกขึ้นยืนเช่นกัน เขาเริ่มเมานิดหน่อย ดังนั้นน้ำเสียงตอนพูดจึงค่อนข้างร้อนแรง

"ข้าเคยบอกแล้ว ข้าเชื่อในความจริงและความยุติธรรม หากเจ้ามอบความจริงและความยุติธรรมให้ข้าได้ ข้าจะไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ส่วนตัว" มู่หยางกล่าวเสียงเรียบ

อีกอย่าง เห็นแก่เว่ยจิง เขาเองก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าข้างหลินเสี่ยวถิง...

"ยังมีอีกคำถาม" หลี่เทียนมิ่งจ้องมองเขาด้วยสายตาลุกโชน แล้วถามว่า "ท่านเคยพูดที่ตำหนักสืบสานว่า หากข้าสามารถเอาชนะเว่ยกั๋วฮ่าวได้ ท่านจะรับข้าเป็นศิษย์ ตอนนี้ยังนับอยู่ไหม?"

"แน่นอนว่ายังนับ แต่ข้าขอพูดตามตรง ข้อแรก ข้าคิดว่าภายในห้าปีนี้ เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเว่ยกั๋วฮ่าว ข้อสอง ข้าคิดว่าภายในสิบปีนี้ เจ้าไม่มีทางไล่ตามหลินเสี่ยวถิงทัน"

"เพราะเจ้าถูกทิ้งห่างไว้ข้างหลังไกลเกินไปแล้ว สิ่งที่ข้าพูดคือความจริง เจ้ายอมรับหรือไม่?"

"ไม่ยอมรับ" หลี่เทียนมิ่งตอบสวนทันที

"งั้นคอยดูกัน"

"ได้เลย" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"ไปก่อนล่ะ"

"ข้าไปส่ง"

"ไม่ต้อง"

มู่หยางช่างเป็นคนเปิดเผยจาิงใจ หลังดื่มสุรา ฝีเท้าของเขาก็ช่างเบา บทจะไปก็ไป พริบตาเดียวก็หายวับไปจากสายตาของหลี่เทียนมิ่ง

"เฮ้..พี่ชาย ข้าขอพูดความจริงนะ" ลูกไก่เหลืองยื่นหน้าเข้ามาใกล้หลี่เทียนมิ่ง แล้วทำท่าทางลับๆ ล่อๆ

"พูดมาสิ" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"ข้าคิดว่าเจ้านี่.. ในครานั้นต้องแอบหลงรักท่านแม่ของพวกเราแน่ๆ แถมยังเป็นรักที่ลึกซึ้งด้วย ต่อให้ท่านแม่ไม่ได้เลือกเขา เขาก็ยังฝังใจไม่ลืม"

"ดังนั้นจนถึงตอนนี้เขาถึงยังตัวคนเดียว ไม่แต่งงานมีลูก ต้องเป็นเพราะเคยเจ็บปวดเจียนตายมาก่อน เหมือนกับพวกหลวงจีนนั่นแหละ" ลูกไก่เหลืองเริ่มนินทาอย่างตื่นเต้นสุดขีด

"จินตนาการล้ำเลิศดีนี่" หลี่เทียนมิ่งทำได้เพียงยิ้ม

ความจริงเรื่องพวกนี้ล้วนเป็นเรื่องเก่าเก็บในอดีต พวกเขาที่เป็นเด็กรุ่นหลังไม่จำเป็นต้องถามให้มากความ

เขาก็แค่มีคำถามหนึ่งที่คิดไม่ตก ทั้งปราชญ์เฉินและมู่หยางล้วนยอดเยี่ยมปานนี้ ทำไมมารดาถึงเลือกหลี่เหยียนเฟิงนะ...

หากเลือกพวกเขา วันนี้นางคงไม่มีสภาพเช่นนี้อย่างแน่นอน

"พี่ชาย เจ้าว่าเขาแก้ปัญหาทางกายภาพอย่างไรตั้งหลายปี"

"ระดับรองเจ้าวัง เขาจะไปหอคณิกา หรือว่าจะจัดการด้วยมือตัวเองนะ?" ลูกไก่เหลืองยังคงคาดเดาอย่างลามกต่อไป

หากมู่หยางอยู่ที่นี่ แล้วได้ยินไก่ตัวนี้วิพากษ์วิจารณ์ตัวเองเช่นนี้ คงหน้าดำคร่ำเครียดแน่

"อิ๋งฮั่ว เจ้ารู้ไหมว่าไก่ตัวหนึ่ง มีวิธีไหนที่จะทำให้ตัวอ้วนท้วนขึ้นได้? ให้เหมาะกับการตุ๋นซุปมากขึ้น?"

"หา?"

"นั่นก็คือ ตอน!"

"จุ๊ๆ เจ้าอิจฉาต้นทุนอันยิ่งใหญ่ของข้าอีกแล้วสินะ"

เจ้านี่เวลาหน้าด้านขึ้นมา อะไรก็กล้าพูดออกมาทั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากมู่หยางจากไป เส้นทางการฝึกฝนในเขตสวรรค์ของเขาก็ถือว่าเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!

เจดีย์ยั้นหวงเป็นสถานที่ฝึกฝนที่มีชื่อเสียงที่สุดของศิษย์เขตสวรรค์ เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ของทั้งประเทศจู้เจ๋อ หลี่เทียนมิ่งอยากจะไปดูมานานแล้ว ว่าที่นั่นมีความมหัศจรรย์อย่างไรกันแน่

แต่ก่อนหน้านั้น เขาอยากจะไปหาองค์หญิงชิงก่อน

แน่นอนว่า การไปหาองค์หญิงชิงเป็นแค่ข้ออ้าง คนที่เขาอยากเจอจริงๆ คือเจียงเฟยหลิง

......

-สองสิงห์:ผู้แปล- “นะ…หอคณิกา …..”

จบบทที่ บทที่ 81 โซ่ตรวนมังกรเพลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว