เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 78 ท่านไม่คู่ควรจะเป็นพ่อคน

บทที่ 78 ท่านไม่คู่ควรจะเป็นพ่อคน

บทที่ 78 ท่านไม่คู่ควรจะเป็นพ่อคน


หลี่เทียนมิ่งรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ทันทีที่ตนเอ่ยสองคำนั้นออกมา ทั่วทั้งจวนตระกูลเว่ยราวกับเกิดการระเบิดขึ้นอย่างฉับพลัน

จากทะเลสาบที่เงียบสงบ กลายเป็นลาวาที่เดือดพล่านในพริบตา

ยกเว้นรองเจ้าวังมู่หยางที่รู้เรื่องมาก่อนล่วงหน้า คนตระกูลเว่ยทุกคนต่างตกตะลึงจนตาค้าง

ทว่า อาการตะลึงงันเช่นนี้คือความเงียบสงบก่อนพายุจะโหมกระหน่ำอย่างแน่นอน

สำหรับพวกเขาแล้ว ชื่อนี้คือข้อห้ามตลอดระยะเวลายี่สิบปี เป็นชื่อที่ห้ามเอ่ยถึงต่อหน้าเว่ยเทียนซางโดยเด็ดขาด!

แค่เอ่ยถึงยังไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า หลี่เทียนมิ่งตัวเป็นๆ ได้มายืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว!

เว่ยเทียนสยง เว่ยชิง เว่ยจื่อคุน และเสาหลักคนอื่นๆ ของจวนตระกูลเว่ย เวลานี้ต่างยืนแข็งทื่ออยู่กับที่

พวกเขารู้สึกหนังศีรษะชาหนึบ ไม่กล้าแม้แต่จะมองสีหน้าของเว่ยเทียนซางในตอนนี้

โดยเฉพาะเว่ยจื่อคุน

เมื่อหลี่เทียนมิ่งบอกสถานะของตนเองออกมา เขารู้สึกราวกับฟังเรื่องเพ้อฝัน

เพราะหลังจากเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน เขาก็เคยได้ยินชื่อของหลี่เทียนมิ่งมาบ้างแล้ว

เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า หลี่เทียนมิ่งจะเป็นหลานชายของตนเอง

สำหรับคนรุ่นใหม่อย่างเว่ยกั๋วฮ่าวและเว่ยหลิงเซวียน พวกเขาไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่องราวในอดีต

แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็รู้ว่า ตนเองเคยมีท่านอาหญิงอยู่คนหนึ่ง แต่ถูกขับไล่ออกจากตระกูล และจากนั้นก็ไร้ข่าวคราว

แน่นอนว่า หากพวกเขาต้องการสืบหาที่อยู่และสถานะปัจจุบันของเว่ยจิงย่อมเป็นเรื่องง่ายดาย

เพียงแต่เว่ยเทียนซางเคยมีคำสั่งห้ามไม่ให้ใครไปตามหานาง และห้ามใครติดต่อนางเด็ดขาด

คนทั้งจวนตระกูลเว่ยต่างรู้ดีว่า เว่ยเทียนซางถือสาชื่อนี้มากเพียงใด

จินตนาการได้เลยว่า การที่เว่ยจิงตัดขาดความสัมพันธ์กับเขาในตอนนั้น สร้างความบอบช้ำให้แก่เขามากขนาดไหน!

และบัดนี้ ยี่สิบปีผ่านไป คนที่หายสาบสูญไปในตอนนั้น ไม่ได้กลับมาเลยตลอดยี่สิบปี

แต่วันนี้ กลับมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่อ้างตัวว่าเป็นบุตรชายของนาง มาปรากฏตัวต่อหน้าเว่ยเทียนซาง

"ท่านแม่ของข้าป่วยเป็นโรค 'เคราะห์กรรมชีวิตน้อย' มายี่สิบปีแล้ว ตอนนี้ท่านเหลือเวลาไม่มาก ข้าพาท่านกลับมาที่เมืองเยี่ยนตู้ ข้าอยากจะวิงวอนขอให้ 'ท่านเจ้าวัง' ช่วยรักษาท่านด้วย"

"ขอเพียงท่านตกลง ข้ายินดีเป็นวัวเป็นม้า รับใช้ตระกูลเว่ยอย่างสุดความสามารถ"

หลี่เทียนมิ่งต้านทานแรงกดดันจากทั้งตระกูลเว่ย กล่าวออกมาด้วยความจริงจังและจริงใจ

เด็กหนุ่มวัยยี่สิบปี ท่ามกลางตระกูลมั่งคั่งสันโดษเช่นจวนตระกูลเว่ย เผชิญหน้ากับตัวตนระดับเว่ยเทียนสยง เว่ยเทียนซาง และเว่ยชิง น้ำเสียงกลับยังคงมั่นคงและจริงใจ เอ่ยคำขอร้องของตนเองออกมา

นี่ก็นับเป็นความกล้าหาญอันแข็งแกร่งชนิดหนึ่ง!

ตอนที่เขาเอ่ยประโยคนี้ออกมา ประจวบเหมาะกับเป็นช่วงที่พายุในจวนตระกูลเว่ยกำลังโหมกระหน่ำรุนแรงที่สุด

เว่ยเทียนซางเพิ่งจะหลับตาลง จนกระทั่งหลี่เทียนมิ่งพูดประโยคนี้จบ เขาจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น

ชั่วขณะนั้น หลี่เทียนมิ่งรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังกดทับลงมาบนร่างของเขา นั่นคือน้ำหนักอันน่าสะพรึงกลัวที่ยากจะจินตนาการ!

เขารู้สึกว่าอวัยวะภายในกำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า รู้สึกว่าพลังสัตว์และโลหิตกำลังไหลย้อนกลับ รู้สึกว่าร่างกายกำลังจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ!

ในสายตาของเขา เว่ยเทียนซางไม่ใช่ชายชราอีกต่อไป แต่เป็นสัตว์อสูรยักษ์ที่สูงเสียดฟ้า

เขามีขนาดมหึมาราวกับโลกใบหนึ่ง แล้วกดทับลงมาบนร่างของหลี่เทียนมิ่ง ไร้ความปรานีและหยาบกระด้าง มองเขาเป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่ง

"นางเป็นโรคเคราะห์กรรมชีวิตน้อยมายี่สิบปี!"

"ขอรับ"

เห็นได้ชัดว่า พวกเขาต่างไม่รู้เรื่องนี้

เว่ยเทียนซางที่เพิ่งจะกดดันหลี่เทียนมิ่งอย่างหนักหน่วง ก็ไม่รู้เรื่องนี้เช่นกัน

เผชิญหน้ากับแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวจากเว่ยเทียนซาง หลี่เทียนมิ่งกัดฟันแน่น ฝืนทนให้ตนเองยืนหยัดอยู่ภายใต้แรงกดดันอันไร้ที่สิ้นสุดนี้!

จากนั้น เขาใช้สายตาที่ลุกโชนปะทะกับสายตาของเว่ยเทียนซาง!

เขามีจิตใจที่เข้มแข็งเพียงพอ จึงเอ่ยออกมาอีกประโยคหนึ่ง..

"ท่านเหลือเวลาไม่มากแล้ว วิงวอนท่านโปรดช่วยชีวิตนางด้วย บุญคุณครั้งนี้ ข้ายินดีชดใช้ด้วยชีวิต"

บางที เขาอาจจะไม่นับว่าเว่ยจิงเป็นลูกสาวของเขาแล้ว

แต่หลี่เทียนมิ่งคิดว่า การช่วยชีวิตคนหนึ่งคนได้กุศลแรงกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น บางทีเขาอาจจะยอมตกลงก็ได้

เขารู้ว่าตนเองในตอนนี้ไม่มีต้นทุนอะไร จวนตระกูลเว่ยไม่จำเป็นต้องเห็นค่าชีวิตของเขา แต่เป็นความจริงใจของเขา เขาต้องพูดออกมา เขาอยากให้เว่ยจิงมีชีวิตรอดต่อไป!

ทุกคนต่างมองไปที่เว่ยเทียนซาง เขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร?

ผู้คนต่างสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขา เหล่าผู้น้อยของตระกูลเว่ยถึงกับไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง

"มู่หยาง!"

ทันใดนั้นเอง เว่ยเทียนซางก็ตวาดออกมาคำหนึ่ง จวนตระกูลเว่ยกว่าครึ่งราวกับสั่นสะเทือน

"ท่านอาจารย์ ข้าฟังอยู่" มู่หยางมองหลี่เทียนมิ่งด้วยความสงสาร

"ไล่คนผู้นี้ออกไปจากเมืองเยี่ยนตู้ซะ พาแม่ของมันออกไปด้วย ห้ามกลับมาอีก!"

น้ำเสียงของเว่ยเทียนซางแหบพร่าและกดดัน ราวกับกำลังข่มกลั้นความโกรธเกรี้ยวอันไร้ขีดจำกัดเอาไว้!

กี่ปีแล้วที่เขาไม่เคยเสียกิริยาเช่นนี้

นี่เท่ากับเป็นการประกาศโทษประหารชีวิตแก่เว่ยจิง และเท่ากับเป็นการปฏิเสธหลี่เทียนมิ่งอย่างสิ้นเชิง

นี่คือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่หลี่เทียนมิ่งคาดคิดไว้

เดิมทีเขายังมองโลกในแง่ดี คิดว่าคนเป็นพ่อคงไม่มีทางเห็นลูกตายโดยไม่ช่วยหรอกมั้ง

แต่วันนี้ เขาได้ประจักษ์กับสิ่งที่ยากจะเชื่อสายตา

ในสายตาของเขา เว่ยเทียนซางในเวลานี้ ช่างเหมือนกับหลี่เหยียนเฟิงในตอนนั้นไม่มีผิด!

มิน่าเล่า เว่ยจิงถึงบอกว่ายากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์ มิน่าเล่า มู่หยางถึงรู้สึกว่าแทบไม่มีหวัง

ที่แท้ พวกเขาก็รู้จักนิสัยของเว่ยเทียนซางดี

เจ้าวังเขตสวรรค์ มีนิสัยเช่นนี้เองหรือ?

เขาไม่เพียงแต่รู้สึกสมเพช แต่ยังโกรธแค้นอย่างมาก โกรธแค้นเหมือนตอนที่เผชิญหน้ากับหลี่เหยียนเฟิง

"เห็นคนจะตายแต่ไม่ช่วย ท่านไม่คู่ควรจะเป็นพ่อคน" หลี่เทียนมิ่งพยายามอย่างยิ่งที่จะระงับอารมณ์ของตนเอง

แต่เขาทำไม่ได้ เขาห่วงใยเว่ยจิงมากเกินไป

เมื่อเห็นเว่ยเทียนซางตอบกลับมาเช่นนี้ เขาควบคุมตนเองไม่อยู่ เขาอยากจะด่ากราดใส่เว่ยเทียนซางสักประโยค

มิเช่นนั้น คงระบายความโกรธแค้นไม่ได้จริงๆ

"บังอาจ!"

"หุบปาก!"

คนตระกูลเว่ยต่างพากันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

พวกเขาคาดไม่ถึงว่า เด็กหนุ่มวัยยี่สิบคนหนึ่งจะกล้าพูดจาเช่นนี้กับเว่ยเทียนซางในจวนตระกูลเว่ย

"ท่านอาจารย์ ท่านอย่าเก็บไปใส่ใจ เด็กคนนี้แค่ร้อนใจ ข้าจะพาเขาไปเดี๋ยวนี้"

มู่หยางตอบสนองรวดเร็ว เขารีบยื่นมือไปกดไหล่ของหลี่เทียนมิ่งเอาไว้

ไม่รู้ทำไม พอถูกเขากดไว้ หลี่เทียนมิ่งก็พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

มู่หยางเองก็รู้สึกละอายใจ วันนี้เดิมทีเป็นวันที่เว่ยเทียนซางอารมณ์ดีแท้ๆ

ผลคือ เขาพาหลี่เทียนมิ่งมา แล้วทำลายทุกอย่างจนพังพินาศ

ภายใต้สายตาส่งสัญญาณของพวกเว่ยเทียนสยง เขารีบกดตัวหลี่เทียนมิ่ง แล้วพาเดินออกไปข้างนอกทันที

พูดตามตรง ปฏิกิริยาโกรธเกรี้ยวของเว่ยเทียนซางนั้น เกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้มากนัก

เขาประเมินความยากในการช่วยเว่ยจิงต่ำเกินไป

"เดี๋ยว!" คาดไม่ถึงว่าพอกำลังจะไป เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของเว่ยเทียนซางก็ดังไล่หลังมา

มู่หยางจำต้องหันกลับไปพร้อมกับหลี่เทียนมิ่ง รอรับคำสั่งอื่นจากเว่ยเทียนซาง

สายตาของเว่ยเทียนซางที่ร้อนแรงดั่งแสงตะวันสีทอง ยังคงเผาไหม้อยู่บนดวงตาของหลี่เทียนมิ่ง

แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ หลี่เทียนมิ่งไม่ได้กะพริบตาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

เขาไม่กลัวความตายแล้ว ย่อมไม่กลัวสิ่งที่เรียกว่าเจ้าวังเขตสวรรค์ผู้นี้

"คนของตระกูลเว่ยข้า อย่าไปตายข้างนอกให้ขายหน้า ไปพาตัวเว่ยจิงกลับมา จะตาย ก็ต้องตายในจวนตระกูลเว่ยเท่านั้น" เสียงของเว่ยเทียนซางดังก้องไปทั่วจวนตระกูลเว่ย

ตายข้างนอก คือเรื่องน่าขายหน้า?

"เจ้าชื่ออะไร?" เว่ยเทียนซางพูดจบ ดวงตาก็ยิ่งจ้องเขม็งไปที่หลี่เทียนมิ่ง

"หลี่เทียนมิ่ง"เขากัดฟันตอบ

"เทียนมิ่งบ้าบออะไร เพ้อเจ้อ เจ้าเองก็อย่าคิดว่าจะได้ออกจากจวนตระกูลเว่ย ชาตินี้ก็จงอยู่ในเขตสวรรค์ซะ อย่าหวังจะใช้สถานะของจวนตระกูลเว่ยไปหลอกลวงต้มตุ๋นใคร!" เว่ยเทียนซางกล่าวอย่างไม่เกรงใจ

"สถานะของจวนตระกูลเว่ยน่าภูมิใจนักหรือ? ไม่แน่ข้าอาจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าอับอายก็ได้?" หลี่เทียนมิ่งสวนกลับ

ตอนนี้เขาต้องการพาเว่ยจิงกลับมาคุมขัง แล้วยังจะขังตนเองไว้ในจวนตระกูลเว่ยตลอดชีวิตห้ามออกไปไหน เขาหมายความว่าอย่างไรกันแน่?

มู่หยางปวดหัวจี๊ด เพิ่งจะปล่อยให้หลี่เทียนมิ่งพูด ผลคือเขาก็ย้อนคำเว่ยเทียนซางไปอีกดอก

"เทียนสยง ให้คนไปทำความสะอาด 'เรือนอวี่หลิน' แล้วปิดตายซะ โยนสองคนนี้เข้าไป จากนี้ไปห้ามใครเข้าไป และห้ามใครออกมาเด็ดขาด"

เว่ยเทียนซางพูดพลางลุกขึ้นยืน พอพูดจบ เขาก็หันหลังเดินออกจากห้องโถงไปโดยไม่หันกลับมามอง

ไม่มีใครกล้าเรียกให้เขาหยุด ได้แต่มองดูเขาหายลับไปอีกครั้ง

จนกระทั่งเขาเดินไปไกลแล้ว บรรยากาศในจวนตระกูลเว่ยถึงได้ผ่อนคลายลงบ้าง

"มู่หยางเจ้านี่นะ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ น่าจะปรึกษาข้าก่อน" เว่ยเทียนสยงกล่าวอย่างร้อนรน

"ข้าไม่คิดว่าวันเกิดหลิงเซวียน ท่านอาจารย์จะมาที่นี่จากเรือนเทียนอวิ๋น ข้าตั้งใจจะบอกเจ้าก่อน แล้วค่อยไปเรือนเทียนอวิ๋นด้วยกัน"

"ผลคือ ท่านมองปราดเดียวก็รู้ว่าเด็กคนนี้เกี่ยวข้องกับเว่ยจิง..." มู่หยางกล่าวอย่างจนใจ

หลี่เทียนมิ่งก็สังเกตเห็นเช่นกัน แทบไม่ต้องมีใครแนะนำ

แวบแรกที่เว่ยเทียนซางเห็นเขา ท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไปทันที

"แล้วตอนนี้เจ้าจะเอายังไง?" เว่ยเทียนสยงถาม

"จะทำยังไงได้ ข้าจะไปรับจิงเอ๋อร์กลับมาก่อน ให้ขังไว้ที่เรือนอวี่หลิน เรื่องหลังจากนี้ค่อยว่ากัน" มู่หยางกล่าว

เว่ยเทียนสยงถอนหายใจ แต่เขาจำต้องยอมรับว่าสิ่งที่มู่หยางพูดนั้นถูกต้อง

เพราะนี่คือการจัดแจงของเว่ยเทียนซาง ทำได้เพียงเท่านี้ไปก่อน

......

-สองสิงห์:ผู้แปล- “เอาวะ! อย่างน้อยก็ยังได้เข้าเขตสวรรค์”

จบบทที่ บทที่ 78 ท่านไม่คู่ควรจะเป็นพ่อคน

คัดลอกลิงก์แล้ว