- หน้าแรก
- มหาเทพหมื่นพิภพ
- บทที่ 77 ของขวัญวันเกิดจากมู่หยาง
บทที่ 77 ของขวัญวันเกิดจากมู่หยาง
บทที่ 77 ของขวัญวันเกิดจากมู่หยาง
ชายชราสวมชุดคลุมยาวสีขาวตัวโคร่ง ทว่ารูปร่างของเขากลับค่อนข้างผอมเกร็งและหลังค่อมเล็กน้อย
บนผิวหนังมีจุดกระสีดำปรากฏให้เห็น ดูชราภาพไปตามกาลเวลา
ทว่ารูปลักษณ์ภายนอกเช่นนี้ไม่อาจบ่งบอกได้เลยว่าเขาเป็นผู้อ่อนแอ
เพราะในแววตาของเขานั้น มีแรงกดดันที่แม้แต่เว่ยเทียนสยงก็ไม่อาจเทียบเคียงได้
เพียงแค่กวาดตามองแวบเดียว ก็สามารถทำให้ผู้คนเงียบกริบราวกับจั๊กจั่นในฤดูหนาว
"ท่านปู่!"
"ท่านปู่ใหญ่!"
กลุ่มคนหนุ่มสาวลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าเปื้อนยิ้มต้อนรับเสาหลักในดวงใจของพวกเขา
ถูกต้องแล้ว ผู้มาเยือนคือเจ้าวังเขตสวรรค์ 'เว่ยเทียนซาง'
นี่คือยอดคนสันโดษตัวจริงของประเทศจู้เจ๋อ ผู้กุมอำนาจอยู่เบื้องหลังสำนักยั้นหวง
เว่ยชิง เว่ยเทียนสยง เว่ยจื่อคุน และคนอื่นๆ ต่างก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน
"ท่านปู่ ให้พวกหลานประคองท่านนะเจ้าคะ!" เว่ยหลิงเซวียนดีใจเป็นอย่างมาก นางยิ้มร่าเริงและเดินเข้าไปพร้อมกับเว่ยกั๋วฮ่าว ช่วยกันประคองเว่ยเทียนซางคนละข้าง
อันที่จริง อย่าเห็นว่าเว่ยเทียนซางดูหลังค่อม แต่ฝีเท้าของเขานั้นมั่นคงยิ่งนัก ทว่าใครเล่าจะปฏิเสธการประคองจากหลานรักได้ลงคอ?
"ในที่สุดท่านก็ยิ้มแล้ว" เว่ยจื่อคุนกระซิบข้างหูเว่ยเทียนสยง
"นั่นสิ ต้นไม้เหล็กออกดอกแล้ว วันหน้าข้าคงต้องให้พวกเด็กๆ เข้าไปใกล้ชิดท่านให้บ่อยขึ้น ทุกครั้งที่ข้าไปหาท่าน ล้วนถูกท่านไล่ออกมาทุกที" เว่ยเทียนสยงกล่าวอย่างจนใจ
วันนี้เมื่อได้เห็นบิดายิ้มออกมาในที่สุด แถมยังดูมีความสุขเปี่ยมล้น พี่น้องทั้งสองก็วางภูเขาในอกลงได้เสียที
"นั่งเถอะ"
ภายใต้การประคองของหลานๆ เมื่อมาถึงตำแหน่งประธานสูงสุด เว่ยเทียนซางก็หมุนตัวนั่งลง
เว่ยหลิงเซวียนไหวพริบดียิ่งนัก นางไม่ได้กลับไปที่นั่งของตนเอง แต่ยังคงอยู่ด้านข้างคอยรินสุราให้เว่ยเทียนซาง
"จำได้ว่าตอนหลิงเซวียนเพิ่งเกิด ตัวเท่าฝ่ามือเท่านั้น เผลอแป๊บเดียวก็สิบแปดปีแล้ว โตเป็นสาวแล้วสินะ..."
เว่ยเทียนซางลูบศีรษะนาง ใบหน้าอันเหี่ยวย่นเผยรอยยิ้มออกมา รอยย่นที่หางตาขมวดรวมกัน
"ท่านปู่ หลิงเซวียนหวังเพียงให้เวลาเดินช้าลงหน่อย แบบนี้ท่านปู่จะได้เป็นหนุ่มตลอดกาล จะได้อยู่เป็นเพื่อนหลิงเซวียนตลอดไปเจ้าค่ะ" เว่ยหลิงเซวียนพูดจาออดอ้อน
"เด็กดี"
"ท่านปู่ หลิงเซวียนขอดื่มคารวะท่านหนึ่งจอก ขอให้ท่านปู่มีวาสนาดั่งทะเลตะวันออก อายุยืนยาวดั่งภูเขาใต้เจ้าค่ะ"
"ฮ่าๆ วันนี้เป็นวันเกิดของหลิงเซวียนแท้ๆ ทำไมถึงมาเอาใจข้าก่อนเสียได้"
เมื่อเห็นปู่หลานทั้งสองมีความสุข เว่ยเทียนสยงและเว่ยจื่อคุนสบตากัน แล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
ที่แท้ก็ต้องเป็นเด็กสาวที่ร่าเริงสดใสอย่างเว่ยหลิงเซวียน ถึงจะทำให้ท่านมองเห็นชีวิตที่อยู่ตรงหน้า แทนที่จะจมปลักอยู่กับอดีตจนถอนตัวไม่ขึ้น
"ท่านปู่ แล้วของขวัญของข้าล่ะเจ้าคะ?"
"เจ้าเด็กเจ้าเล่ห์ ปู่เตรียมไว้ให้เจ้าตั้งนานแล้ว"
เว่ยเทียนซางนำกระบี่ใหญ่สีทองเล่มหนึ่งออกมาจากที่ใดไม่ทราบ
กระบี่ใหญ่นั้นเป็นสีทองอร่าม บนตัวกระบี่มีลายสวรรค์สีเขียวครามเปล่งประกาย แผ่ซ่านกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวและดุดันแข็งกร้าว
"อาวุธสัตว์ชั้นห้า กระบี่จินเชวี่ย!"
เหล่าคนหนุ่มสาวด้านล่างส่งเสียงอุทานด้วยความตื่นตะลึง นี่คือกระบี่ที่มีชื่อเสียง แต่ละคนต่างเผยสีหน้าอิจฉาออกมา
"ขอบคุณท่านปู่เจ้าค่ะ ข้ารักท่านปู่ที่สุดเลย!" เว่ยหลิงเซวียนรับของขวัญไว้อย่างตื่นเต้น
"จำไว้ ก่อนที่จะควบคุมอาวุธชิ้นนี้ได้ อย่าได้ฝืนตนเอง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามลำดับขั้นตอน..." เว่ยเทียนซางกำชับ
"ทราบแล้วเจ้าค่ะท่านปู่! หลิงเซวียนดีใจเหลือเกิน วันนี้เป็นวันที่หลิงเซวียนมีความสุขที่สุด หากวันหน้าท่านปู่ออกมาได้บ่อยๆ และช่วยชี้แนะหลิงเซวียนฝึกฝนวิชาก็คงจะดีไม่น้อย!"
นางพูดไปยิ้มไป พลางมองเว่ยเทียนซางด้วยสายตาน่าสงสาร
"ได้สิ ได้" เว่ยเทียนซางลูบเครายาว หัวเราะจนตาหยี
"หลิงเซวียนร้ายกาจจริงๆ" เว่ยจื่อคุนยังต้องนับถือ
ที่แท้ก็ต้องเป็นหลานสาวคนเล็กถึงจะได้ผล หากพวกเขาสองพี่น้องขอร้องเรื่องแบบนี้ เกรงว่าเว่ยเทียนซางคงไม่สนใจพวกเขาเลยด้วยซ้ำ
ต้องรู้ว่า ครั้งล่าสุดที่เว่ยเทียนซางออกมา ก็คือตอนแต่งตั้งมู่หยางให้เป็นว่าที่เจ้าวังคนต่อไป
งานเลี้ยงวันเกิดครั้งนี้ เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง
คนทั้งครอบครัวมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา บรรยากาศปรองดอง มีพวกเว่ยหลิงเซวียนและคนหนุ่มสาวคอยสร้างสีสัน เสียงหัวเราะพูดคุยดังขึ้นไม่ขาดสาย
ในขณะนั้นเอง ทหารยามคนหนึ่งก็แอบเข้ามา กระซิบข้างหูเว่ยเทียนสยงว่า "ท่านเจ้าสำนัก รองเจ้าวังมาขอรับ"
"ให้เขาเข้ามาสิ ถามเขาหรือยังว่าพกของขวัญมาด้วยไหม?" เว่ยเทียนสยงหัวเราะ
"เขาพาเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาด้วย เขาเป็นคนให้ข้าเข้ามาแจ้งขอรับ"
"เด็กหนุ่ม? ใครกัน?"
"ไม่รู้จักขอรับ"
"ไม่เป็นไร ให้เขารีบเข้ามาเถอะ" เว่ยเทียนสยงรีบกล่าว
"ใครหรือ?" เว่ยจื่อคุนขยับเข้ามาถาม
"มู่หยาง"
"เขาก็เข้ามาเลยไม่ได้รึ"
"ดูเหมือนจะพาคนนอกมาด้วย"
"อ้อ"
เว่ยจื่อคุนไม่ได้ใส่ใจนัก ตอนนี้กลุ่มคนหนุ่มสาวต่างห้อมล้อมเอาใจเว่ยเทียนซาง ช่วงเวลาแห่งความสุขเช่นนี้ สำหรับตระกูลเว่ยแล้วช่างหาได้ยากยิ่งนัก
ในเวลานั้นเอง ก็มีคนสองคนเดินเข้ามาจากด้านนอก
......
หลี่เทียนมิ่งคาดไม่ถึงว่าการมาเยือนครั้งนี้ จวนตระกูลเว่ยจะครึกครื้นถึงเพียงนี้ เสียงหัวเราะพูดคุยจากด้านในดังมาถึงไกลลิบ
จวนตระกูลเว่ยอันยิ่งใหญ่ แม้ตัวคฤหาสน์จะกว้างขวาง แต่ความเรียบง่ายและสง่างามเช่นนี้ช่างหาได้ยากยิ่ง
เขามองดูรอบๆ อีกหลายตา เพราะเขารู้ว่านี่คือสถานที่ที่เว่ยจิงเติบโตมา
นางระหกระเหินอยู่ข้างนอกถึงยี่สิบปี หลี่เทียนมิ่งเชื่อว่า ในใจนางย่อมมีความโหยหาที่จะได้กลับบ้านอยู่เสมอ
"วันนี้ครึกครื้นจริง ดูเหมือนจะมีงานอะไรบางอย่าง" มู่หยางกล่าว
"อืม"
"เดี๋ยวเจ้าอย่าเพิ่งพูดอะไร ให้ข้าเป็นคนพูดเอง" มู่หยางกำชับ
"ขอบคุณท่านมาก"
"ท่านอาจารย์ของข้าส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 'เรือนเทียนอวิ๋น' ท่านไม่ออกมาหรอก เดี๋ยวข้าจะคุยกับเว่ยเทียนสยง แล้วพาเจ้าไปที่เรือนเทียนอวิ๋นโดยตรงเลย"
มู่หยางมองเด็กหนุ่มผู้นี้แวบหนึ่ง แล้วพาหลี่เทียนมิ่งเดินเข้าไปในลานเรือนที่กำลังครึกครื้นเป็นพิเศษในเวลานี้
เมื่อเขาก้าวเท้าเข้าไป สายตาก็ปะทะเข้ากับเว่ยเทียนซางที่นั่งอยู่ด้านบนสุดทันที
หลี่เทียนมิ่งเองก็มองเห็นเช่นกัน
คงกล่าวได้เพียงว่า ระหว่างสายเลือดด้วยกัน ย่อมมีสายใยบางอย่างที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างลึกลับ
แม้หลี่เทียนมิ่งจะไม่เคยพบเขามาก่อน แต่เพียงแวบแรกเขาก็มั่นใจได้ทันทีว่า ชายชราที่นั่งอยู่ตรงกลางผู้นี้คือเจ้าวังเขตสวรรค์ คือบิดาของเว่ยจิง
ท่านตาของเขา
ส่วนราชันสวรรค์ทัณฑ์เทพที่อยู่ด้านข้าง แม้จะดูสง่าผ่าเผย ผิวพรรณเปล่งปลั่งแข็งแรงกว่า
ทว่า หลี่เทียนมิ่งกลับมองไม่เห็นเขาเลยตั้งแต่ต้นจนจบ
"ท่านอาจารย์ ท่านออกมาแล้ว..." มู่หยางแปลกใจเล็กน้อย
"อืม วันนี้วันเกิดหลิงเซวียน" จะเห็นได้ว่า ท่าทีที่เว่ยเทียนซางมีต่อมู่หยางนั้น กลับดูดีกว่าที่มีต่อเว่ยเทียนสยงทั้งสองคนเสียอีก
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้" มู่หยางยิ้มแล้วกล่าวว่า "หลิงเซวียน ครั้งนี้อาหยางไม่ได้เตรียมตัวมา คราวหน้าจะชดเชยให้แน่นอน"
"ขอบคุณเจ้าค่ะท่านอาหยาง ห้ามขี้เหนียวนะเจ้าคะ" เว่ยหลิงเซวียนกล่าว
"อย่าพูดเหลวไหล" เว่ยเทียนสยงดุ
"ฮ่าๆ ข้าชอบนิสัยตรงไปตรงมาของหลิงเซวียนนี่แหละ" มู่หยางหัวเราะ
"ท่านอาหยางตาถึงกว่าท่านพ่อของข้าเสียอีก" เว่ยหลิงเซวียนทำหน้าทะเล้นใส่เว่ยเทียนสยง เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน
"มู่หยาง เจ้าพาเขามาทำไม?" ความจริงเว่ยจื่อคุนมองเห็นหลี่เทียนมิ่งตั้งแต่แวบแรก
เขายังนึกว่าตนเองตาฝาดไป เพราะจวนตระกูลเว่ยเป็นพื้นที่ส่วนตัว ศิษย์เขตสวรรค์ทั่วไปไม่สามารถเข้ามาได้
อย่างน้อย มู่หยางก็ไม่เคยพาหลินเสี่ยวถิงเข้ามา
เว่ยกั๋วฮ่าวเองก็แปลกใจ จวนตระกูลเว่ยซ่อนตัวอยู่ในส่วนลึกของเขตสวรรค์มาโดยตลอด คนที่มู่หยางพามา ไม่ใช่หลี่เทียนมิ่งที่เพิ่งกลายเป็นตัวตลกหรอกหรือ?
"เด็กหนุ่มคนนี้คือ?" เว่ยเทียนสยงถาม
คำพูดของเว่ยจื่อคุนทำให้ทุกคนหันมาสนใจหลี่เทียนมิ่ง
ดังนั้น สมาชิกตระกูลเว่ยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็แปลกใจ มู่หยางย่อมต้องรู้กฎข้อห้ามของตระกูลเว่ยดี
"พี่ นี่คือศิษย์อันดับหนึ่งของปีนี้ หลี่เทียนมิ่ง" เว่ยจื่อคุนกล่าว
เมื่อเว่ยจื่อคุนเอ่ยชื่อนี้ออกมา คนของจวนตระกูลเว่ยย่อมต้องแปลกใจยิ่งกว่าเดิม
เด็กหนุ่มที่ไร้ความสำคัญเช่นนี้ พามาที่จวนตระกูลเว่ย ดูจะไม่เหมาะสมเท่าไรนัก
ขณะที่พวกเขาทุกคนกำลังมองหลี่เทียนมิ่งด้วยความสงสัย สายตาของหลี่เทียนมิ่งก็ปะทะเข้ากับเว่ยเทียนซาง
ชายชราผู้นี้ก็กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน แววตาของเขาเรียบเฉยยิ่งนัก
จากดวงตาของเขา หลี่เทียนมิ่งมองเห็นมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
เขารู้สึกได้ว่ามหาสมุทรสีทองอร่ามนั้นกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ แรงกดดันจึงค่อยๆ ไต่ระดับสูงขึ้น ทำให้เขาราวกับตกอยู่ในห้วงทะเลลึก ถูกแรงกดดันอันมหาศาลบดขยี้จนแทบหายใจไม่ออก
เขาพบว่า แววตาของเว่ยเทียนซางกำลังเปลี่ยนไป
หลี่เทียนมิ่งไม่มีทางเลือก เขาทำได้เพียงยืนหยัดต้านทาน จ้องมองตอบโต้สายตาของเว่ยเทียนซาง
เขารู้ว่าในอนาคตเขามีโอกาสสูงที่จะต้องเดิมพันกับ 'ท่านตา' ผู้นี้ เพื่อชีวิตของมารดา เขาจะยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด!
"ท่านอาจารย์ เดิมทีศิษย์มีเรื่องเล็กน้อยจะมารบกวนท่าน แต่ในเมื่อวันนี้เป็นวันเกิดของหลิงเซวียน ศิษย์คงมาไม่ถูกเวลา"
"เช่นนั้นศิษย์จะมาใหม่วันหลัง และจะนำของขวัญมาให้หลิงเซวียนด้วย" มู่หยางแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า
"เจ้าอยากจะพูดอะไร?" เว่ยเทียนซางมองเขาแวบหนึ่ง แล้วหลับตาลง
ตอนที่เขาหลับตาลง ราวกับว่าพายุลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้น
อย่างน้อย หลี่เทียนมิ่งก็รู้สึกว่า ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาถูกชายชราผู้นี้มองทะลุปรุโปร่งไปหมดแล้ว
มีความรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
"ข้าค่อยมาวันหลัง?"
"ไม่ต้อง พูดตอนนี้เลย" ท่าทีของเว่ยเทียนซางเปลี่ยนไป ราวกับอารมณ์ดีเมื่อครู่นี้ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น คนในจวนตระกูลเว่ยเองก็เริ่มรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมา
"เอ่อ ไปคุยที่เรือนเทียนอวิ๋นได้หรือไม่..."
"พูดที่นี่แหละ พูดให้ชัดเจน อย่าเสียเวลา" เว่ยเทียนซางหลับตา น้ำเสียงราบเรียบ
มู่หยางเริ่มปวดหัว
เขาคาดไม่ถึงว่าจะมาชนกับวันเกิดของเว่ยหลิงเซวียนพอดี และประจวบเหมาะที่เว่ยเทียนซางออกมาจากเรือนเทียนอวิ๋น
เดิมทีเขาตั้งใจจะคุยกับเว่ยเทียนซางเป็นการส่วนตัว แต่ตอนนี้คนตระกูลเว่ยอยู่กันครบ แม้พวกเขาจะตัดสินใจอะไรไม่ได้ แต่การที่พวกเขาอยู่ในเหตุการณ์ ย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจของเว่ยเทียนซางอย่างแน่นอน
"ท่านรองเจ้าวัง ให้ข้าพูดเองเถอะ"
เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรองเช่นนี้ หลี่เทียนมิ่งไม่อยากให้มู่หยางต้องลำบากใจ
เรื่องบางเรื่อง เขาอยากจะแบกรับและเผชิญหน้าด้วยตนเอง
เขาเป็นคนกล้าหาญ เขาไม่คิดว่าการพาแม่มาขอความช่วยเหลือจากท่านตาจะเป็นความผิด
ต่อให้ไม่ใช่ท่านตา เป็นเพียงญาติห่างๆ ธรรมดา เขาก็คิดว่าการมาขอความช่วยเหลือที่นี่ ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องน่าขายหน้าอะไร
เขาจ้องมองเว่ยเทียนซางเขม็ง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "ผู้น้อยมีนามว่าหลี่เทียนมิ่ง วันนี้ที่ขอร้องให้ท่านรองเจ้าวังพาข้ามาที่จวนตระกูลเว่ย ก็เพื่อจะวิงวอนขอให้ท่านเจ้าวังช่วยชีวิตท่านแม่ของข้า"
เมื่อประโยคนี้หลุดออกมา ผู้คนยิ่งรู้สึกเหลือเชื่อ
ในเมื่อเว่ยเทียนซางไม่ใช่หมอ จะไปช่วยคนได้อย่างไร?
มิหนำซ้ำ ยังเป็นคนที่ไม่เกี่ยวข้องกันอีก
"แม่ของเจ้า นางชื่ออะไร?"
เสียงแหบพร่าของเว่ยเทียนซางดังลอยมา เสียงนี้ฟังแล้วชวนให้รู้สึกอึดอัด ราวกับไม้แห้งที่กำลังเสียดสีกัน
"เว่ยจิง"
......
-สองสิงห์:ผู้แปล- “มาลุ้นกัน.. ผู้แปลนึกหน้าตอนที่เทียนมิ่งเอ่ยชื่อแม่ออกมาออกเลย ท่าทางหน้าตาต้องมุ่งมั่นมาก”