เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 76 ตระกูลใหญ่อันสันโดษ

บทที่ 76 ตระกูลใหญ่อันสันโดษ

บทที่ 76 ตระกูลใหญ่อันสันโดษ


ตระกูลเว่ยที่ซ่อนเร้นอยู่ในเขตสวรรค์นั้นสืบทอดมายาวนานหลายรุ่น

เจ้าวังเขตสวรรค์และเจ้าสำนักยั้นหวงในอดีตส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนของตระกูลเว่ย

แม้แต่ตำแหน่งสำคัญมากมายในสำนักยั้นหวงก็ยังดำรงตำแหน่งโดยคนของตระกูลเว่ย

จนถึงทุกวันนี้ ขุมกำลังของตระกูลเว่ยได้หยั่งรากลึกและแผ่ขยายไปทั่วทั้งสำนักยั้นหวงมานานแล้ว

แต่ความจริงแล้ว ศิษย์ส่วนใหญ่ในสำนักยั้นหวงไม่รู้ด้วยซ้ำถึงตัวตนของ 'จวนตระกูลเว่ย'

พวกเขารู้เพียงคร่าวๆ ว่าเจ้าสำนักยั้นหวง 'เว่ยเทียนสยง' และเจ้าตำหนักเฟิ่งหวง 'เว่ยจื่อคุน' เป็นพี่น้องกัน

พวกเขาไม่รู้แซ่ของเจ้าวังเขตสวรรค์ และยิ่งไม่รู้ว่าเจ้าวังเขตสวรรค์คนปัจจุบันแท้จริงแล้วคือบิดาบังเกิดเกล้าของเจ้าสำนักยั้นหวง

จะเห็นได้ว่าตระกูลเว่ยนั้นทำตัวเงียบเชียบและสันโดษอย่างยิ่ง

พวกเขาไม่ต้องการให้คนภายนอกมองว่าสำนักยั้นหวงเป็นขุมกำลังของตระกูล เพราะจุดยืนของสำนักยั้นหวงคือ 'แหล่งบ่มเพาะยอดฝีมือแห่งประเทศจู้เจ๋อ'

แม้แต่ในเขตสวรรค์ คนที่มีสถานะอย่าง 'เว่ยกั๋วฮ่าว' เวลาแนะนำตัวกับภายนอก สิ่งแรกที่เขาจะบอกก็คือสถานะ 'ศิษย์ของอาจารย์สวรรค์จ้าวเทียนเฉิน'

แทนที่จะเป็นบุตรชายของเจ้าสำนักยั้นหวง

เห็นได้ชัดว่าตระกูลสันโดษเช่นนี้ย่อมมีกฎบรรพชนและข้อกำหนดตนเองที่เข้มงวดอย่างยิ่ง

มิเช่นนั้น คงเปิดเผยตัวตนให้โลกรับรู้จนเป็นที่ทราบกันทั่วไป หรือกระทั่งใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกผู้คนไปนานแล้ว

เมืองเยี่ยนตู้มีตระกูลมั่งคั่งนับไม่ถ้วน แม้แต่ราชวงศ์จู้เจ๋อก็นับเป็นตระกูลมั่งคั่งที่ใหญ่ที่สุด

มีเพียงคนในตระกูลมั่งคั่งเหล่านี้เท่านั้นที่รู้ว่า ตระกูลเว่ยแห่งเขตสวรรค์ แท้จริงแล้วก็เป็นตระกูลชั้นนำระดับสูงสุดของประเทศจู้เจ๋อเช่นกัน!

แม้จำนวนคนของตระกูลเว่ยจะเทียบไม่ได้กับราชวงศ์จู้เจ๋อหรือคฤหาสน์เหลยจุน แต่คนในตระกูลโดยทั่วไปล้วนเป็นบุคคลระดับยอดฝีมือ

การที่ 'เว่ยจิง' มีชื่อเสียงโด่งดังในสังคมชั้นสูงของเมืองเยี่ยนตู้ในอดีต ส่วนหนึ่งก็เพราะนางถือกำเนิดในตระกูลที่มีชื่อเสียง

อันที่จริงเพียงแค่คาดเดาก็น่าจะรู้ว่า การที่ตระกูลเว่ยสามารถกลายเป็นตระกูลสันโดษเช่นนี้ได้ ย่อมมีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับกฎบรรพชนของพวกเขา

ภายใต้ข้อกำหนดของการสืบทอดรุ่นสู่รุ่นเช่นนี้ ดูเหมือนว่าคนทั้งตระกูลจะมีทัศนคติที่ถ่อมตนเหมือนกันหมด

ดังนั้น จวนตระกูลเว่ยที่ซ่อนตัวอยู่ในเขตสวรรค์ จึงดูเหมือนเป็นเพียงลานเรือนธรรมดาๆ เท่านั้น

ที่นี่เทียบไม่ได้เลยกับความหรูหราฟุ้งเฟ้อของวังหลวงหรือคฤหาสน์เหลยจุน และยิ่งไม่ต้องไปเทียบกับคฤหาสน์ซิงหรือตำหนักเฉินอันวิจิตรตระการตา

ทว่า ณ เวลานี้ ในลานเรือนธรรมดา ณ ส่วนลึกของเขตสวรรค์ กลับเป็นที่รวมตัวของบุคคลระดับแกนนำของสำนักยั้นหวงทั้งหมด

สมาชิกตระกูลเว่ยส่วนใหญ่ต่างมารวมตัวกันที่นี่ ทำให้จวนตระกูลเว่ยในวันนี้ครึกครื้นเป็นพิเศษ

ในห้องโถงใหญ่ที่ไม่กว้างขวางนัก เหล่าคนรับใช้กำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมโต๊ะอาหาร

ไม่นานนัก โต๊ะยาวหลายสิบตัวก็เต็มไปด้วยสุรารสเลิศและอาหารโอชะ กลิ่นหอมกรุ่นเริ่มฟุ้งกระจาย บรรยากาศแห่งความสุขลอยล่องไปทั่ว

ทางด้านซ้ายของห้องโถงใหญ่ มีชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมยาวสีทองนั่งอยู่ ณ ตำแหน่งประธาน

คนผู้นี้นั่งตัวตรง สง่าผ่าเผย มีบุคลิกของผู้ทรงอำนาจโดยกำเนิด แม้ไม่โกรธก็น่าเกรงขาม สนามพลังอันยิ่งใหญ่และการเคลื่อนไหวที่เปี่ยมด้วยบารมี ไม่ได้ด้อยไปกว่ามู่หยางเลยแม้แต่น้อย

ท่านผู้นี้คือยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในนามของสำนักยั้นหวง เจ้าสำนักยั้นหวง... 'เว่ยเทียนสยง'

เขากุมอำนาจทั่วทั้งสำนักยั้นหวง แต่จะปรากฏตัวเฉพาะในโอกาสสำคัญที่สุดเท่านั้น ดังนั้นหลี่เทียนมิ่งจึงไม่เคยพบเห็นคนผู้นี้มาก่อน

ฝั่งตรงข้ามของเว่ยเทียนสยง ทางด้านขวาของห้องโถง ณ ตำแหน่งประธานเช่นกัน ยังมีชายชราท่านหนึ่ง

ชายชรามีผมขาวแต่ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ แววตาราวกับมีปราณกระบี่สีทอง ผิวพรรณทั่วร่างเปล่งประกายสีทองราวกับร่างกายทำจากทองแดงกระดูกเหล็ก

ท่านผู้นี้คือหนึ่งในหน้าตาของตระกูลเว่ยในปัจจุบัน เป็นหนึ่งในสี่ราชันสวรรค์แห่งเขตสวรรค์ นามว่าราชันสวรรค์ทัณฑ์เทพ 'เว่ยชิง'

เว่ยชิงคือน้องชายแท้ๆ ของเจ้าวังเขตสวรรค์คนปัจจุบัน และเป็นอาของเว่ยเทียนสยง

หากย้อนกลับไปในอดีต เขาก็เป็นบุคคลระดับตำนานเช่นกัน

หน้าที่ที่เขาดำรงตำแหน่ง คือผู้ควบคุมกฎทัณฑ์แห่งเขตสวรรค์

ตระกูลเว่ยในปัจจุบัน ครอบครองตำแหน่งสำคัญที่สุดของสำนักยั้นหวงทั้งเจ้าวังเขตสวรรค์ ราชันสวรรค์ทัณฑ์เทพ เจ้าสำนักยั้นหวง และเจ้าตำหนักเฟิ่งหวง

สำหรับผู้ที่รู้ตื้นลึกหนาบาง หากจะกล่าวว่าเขตสวรรค์เป็นของตระกูลเว่ยก็คงไม่เกินเลยนัก

แน่นอนว่า การที่มู่หยางสามารถเอาชนะเว่ยเทียนสยงและกลายเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าวังเขตสวรรค์ได้ แสดงให้เห็นว่าตระกูลเว่ยไม่ได้สืบทอดเขตสวรรค์ทางสายเลือด

ภายในห้องโถงนี้ นอกจากเว่ยเทียนสยงและเว่ยชิงแล้ว คนอื่นๆ ล้วนเป็นลูกหลานตระกูลเว่ย

มีทั้งสายตรงและสายรอง รวมทั้งหมดกว่าห้าสิบคน หากไม่เป็นอาจารย์ของสำนัก ก็เป็นศิษย์เขตสวรรค์ ส่วนผู้ที่มีพรสวรรค์ด้อยหน่อยจึงจะฝึกฝนอยู่ในสำนักยั้นหวง

วันนี้ที่ครึกครื้นเช่นนี้ ก็เพราะเป็นวันเกิดครบรอบสิบแปดปีของบุตรสาวคนเล็กสุดที่รักของเจ้าสำนักยั้นหวงเว่ยเทียนสยง นามว่า 'เว่ยหลิงเซวียน'

ผ่านพ้นวันนี้ไป นางจะก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อย่างเป็นทางการ

เว่ยเทียนสยงมีบุตรชายสามคน คนโตอายุสามสิบกว่าปี คนรองยี่สิบเก้าปี

ทั้งสองล้วนเป็นอาจารย์ของสำนัก มีคุณสมบัติที่จะกลายเป็นอาจารย์สวรรค์ในเร็ววัน และเป็นเรื่องปกติที่จะสืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักยั้นหวงในอนาคต เพราะในตระกูลเว่ยแต่ละรุ่น แทบไม่มีคนไร้ความสามารถ

บุตรชายคนที่สาม 'เว่ยกั๋วฮ่าว' ปีนี้อายุยี่สิบปี อายุห่างจากพี่ชายทั้งสองค่อนข้างมาก

ตอนนี้เขาเป็นศิษย์ระดับสูงของเขตสวรรค์ อนาคตไร้ขีดจำกัด

ส่วนในฐานะบุตรสาวคนเดียวของเว่ยเทียนสยง และเป็นลูกคนเล็ก เว่ยหลิงเซวียนจึงได้รับความรักความเอ็นดูมาตั้งแต่เกิด จะเรียกว่าเป็นองค์หญิงน้อยแห่งเขตสวรรค์ก็ไม่ผิดนัก

วันเกิดครบรอบสิบแปดปีของนาง เดิมทีควรให้ทั้งสำนักยั้นหวงร่วมเฉลิมฉลอง

แต่เพราะตระกูลเว่ยรักความสันโดษ ผู้ที่มาร่วมงานในวันนี้จึงมีเพียงญาติพี่น้องในตระกูลเท่านั้น

ในฐานะตัวเอกของวันนี้ เว่ยหลิงเซวียนสวมกระโปรงสั้นสีแดงเพลิง ศีรษะประดับด้วยเครื่องประดับงดงาม ทั่วร่างเต็มไปด้วยกลิ่นอายความหรูหรา

ในฐานะองค์หญิงของตระกูลเว่ย รูปโฉมของนางก็โดดเด่นสะดุดตา โดยเฉพาะเรียวขายาวภายใต้กระโปรงสั้นที่ดูสมส่วนและเปี่ยมด้วยพลัง

ความเร่าร้อนแห่งวัยสาวเช่นนี้ ช่างน่าอิจฉาผู้คนรอบข้างยิ่งนัก

"ท่านพี่ วันนี้ท่านสวยจริงๆ ชายหนุ่มทั่วทั้งเขตสวรรค์คงต้องหัวหมุนเพราะท่านแน่ๆ"

ผู้ที่พูดคือเด็กหนุ่มชุดเขียวที่อยู่ข้างนาง

เด็กหนุ่มผู้นี้คือบุตรชายคนโตของเจ้าตำหนักเฟิ่งหวงเว่ยจื่อคุน นามว่า 'เว่ยชิงอี้' ปีนี้อายุสิบเจ็ดปี เป็นศิษย์เขตสวรรค์เช่นเดียวกัน

ข้างกายเขายังมีเด็กอีกหลายคนซึ่งล้วนเป็นน้องชายและน้องสาวของเขา

เว่ยจื่อคุนมีภรรยาสองคน แต่ล้วนเป็นเพียงภรรยารอง

เขาตั้งใจเก็บตำแหน่งภรรยาเอกไว้ให้มู่หว่านมาโดยตลอด เพียงแต่มู่หว่านไม่เคยตกลง

แต่นั่นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการที่เว่ยจื่อคุนมีลูกถึงห้าคน มากกว่าพี่ชายของเขาหนึ่งคน โดยคนเล็กสุดตอนนี้เพิ่งจะสามขวบ

"ปากหวาน มาประจบข้าแบบนี้ มีแผนอะไรหรือเปล่า?" เว่ยหลิงเซวียนกลอกตาขาวใส่

"เราเป็นพี่น้องกัน จะใช้คำว่าแผนการได้ยังไง ข้าแค่คิดว่าในเมื่อวันนี้ท่านพี่อารมณ์ดี ช่วยพูดถึงน้องชายแสนดีคนนี้ต่อหน้าองค์หญิงชิงหน่อยสิ ยังไงอาจารย์สวรรค์ของพวกท่านก็คืออาจารย์สวรรค์ฉินซือเหมือนกัน..."

"เลิกคิดเถอะ ข้ากับนางเดินคนละเส้นทาง นางไม่สนใจข้าหรอก ข้าก็ขี้เกียจจะสนใจนางเหมือนกัน" เว่ยหลิงเซวียนเบะปาก ตัดบทความคิดของเว่ยชิงอี้ทันที

พูดจบ เว่ยหลิงเซวียนก็มองไปทางประตู "ว่าแต่พี่สามของข้าทำไมยังไม่กลับมาอีก วันนี้วันเกิดข้าแท้ๆ เขายังจะชักช้าอยู่อีก อยากเจ็บตัวใช่ไหม?!"

"พี่ฮ่าวอาจจะมาพร้อมกับท่านพ่อข้า เมื่อคืนข้าได้ยินท่านพ่อบอกว่า เขาต้องพา 'ศิษย์อันดับหนึ่ง' ไปตำหนักสืบทอดก่อน แล้วค่อยกลับมา" เว่ยชิงอี้กล่าว

"ศิษย์อันดับหนึ่ง? การจัดอันดับข้าก็ดูนะ ก็ไอ้เจ้าหลี่เทียนมิ่งนั่นใช่ไหม ตัวน่าขายหน้าชัดๆ"

"ข้าเดาว่า วันนี้มันคงถูกพวกอาจารย์สวรรค์ไล่ออกมาจากตำหนักสืบทอดแน่" เว่ยหลิงเซวียนเบะปาก กล่าวอย่างไม่ยี่หระ

"งั้นก็ตลกแล้วสิ" เว่ยชิงอี้กล่าว พอคิดถึงหลี่เทียนมิ่ง เขาก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา "ท่านพี่ พี่ว่าไอ้ตัวตลกเมื่อสามปีก่อน มันมีดีตรงไหน ถึงดึงดูดองค์หญิงชิงได้?"

"องค์หญิงชิงอะไรกัน? ข้าเห็นเจียงชิงหลวนก็ดูไม่ชอบหน้ามันเหมือนกัน หลักๆ คือองค์หญิงหลิงต่างหาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร"

"แปลกจริงด้วย แต่ว่าศิษย์อันดับหนึ่งคนนั้นวันนี้ยังคิดจะเข้าเขตสวรรค์ไปหาองค์หญิงหลิงอีก ถ้ามันพบว่าตัวเองเข้าเขตสวรรค์ไม่ได้ด้วยซ้ำ ป่านนี้คงนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนพื้นสักที่แล้วมั้ง?"

"คางคกอยากกินเนื้อหงส์ สามปีก่อนคิดจะข่มขืนแฟนสาวของหลินเสี่ยวถิงก็แล้วไปเถอะ ครั้งนี้ยังนิสัยเสียไม่เปลี่ยน ไปตอแยองค์หญิงเข้าอีก คอยดูเถอะว่าครั้งนี้มันจะขายหน้าแค่ไหน" เว่ยชิงอี้กล่าวอย่างรังเกียจ

"อย่ามาพูดถึงคนพรรค์นี้ในวันเกิดข้าได้ไหม? เสียรสชาติอาหารหมด" เว่ยหลิงเซวียนกล่าว

"ฮ่าๆ พี่สาวข้าผิดไปแล้ว... นั่นไง ท่านพ่อกับพี่ฮ่าวกลับมาแล้ว" เว่ยชิงอี้ชี้ไปที่ประตู

ทางนั้นมีชายร่างกายกำยำสองคนเดินเข้ามา คือเว่ยจื่อคุนและเว่ยกั๋วฮ่าว

"พี่สาม พี่ทำอะไรอยู่เนี่ย รอตั้งครึ่งค่อนวันแล้วนะ" เว่ยหลิงเซวียนบ่นอุบ

"นี่ก็เพื่อเตรียมของขวัญให้น้องสาวสุดที่รักของพี่ไง" เว่ยกั๋วฮ่าวยิ้ม

"ของขวัญล่ะ?"

"เดี๋ยวค่อยให้ ท่านปู่ยังไม่ออกมาอีกเหรอ?" เว่ยกั๋วฮ่าวมองไปที่ตำแหน่งประธานสูงสุด ตรงนั้นยังว่างเปล่าอยู่

"ไม่รู้ว่าท่านจะออกมาหรือเปล่า พวกเรารออีกหน่อยเถอะ" เว่ยหลิงเซวียนทำปากยื่น

นางมองตำแหน่งนั้นอย่างคาดหวัง นางไม่ได้เห็นท่านปู่มานานมากแล้ว

นางหวังว่า ในวันเกิดครบรอบสิบแปดปีวันนี้จะได้พบท่าน

"วางใจเถอะ วันนี้ท่านมาแน่" เจ้าสำนักยั้นหวงเว่ยเทียนสยงที่กำลังดื่มสุราอยู่กับราชันสวรรค์ทัณฑ์เทพด้านบน หยุดพักและหันมาบอกพวกเด็กๆ

เวลานี้เว่ยจื่อคุนก็นั่งลง และเข้าไปคารวะสุราเว่ยชิง

"เห็นหลิงเซวียนอายุสิบแปดแล้ว ข้าเดาว่าท่านคงจะดีใจมาก" เว่ยจื่อคุนกล่าว

"นั่นสิ คนที่ท่านรักที่สุดก็คือหลิงเซวียน เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปสิบแปดปีแล้ว วันเวลาผ่านไปเร็วจริงๆ" เว่ยเทียนสยงทอดถอนใจ

"จื่อคุน ศิษย์อันดับหนึ่งคนนั้น อาจารย์สวรรค์รับไว้หรือเปล่า?" ราชันสวรรค์ทัณฑ์เทพเว่ยชิงที่อยู่ด้านข้างเอ่ยถาม

"รับกับผีน่ะสิ พวกเขาแทบจะมุดดินหนีกันหมด" เว่ยจื่อคุนเบะปากกล่าว

"แบบนี้ไม่เหมาะสม กฎก็คือกฎ ต้องหาใครสักคนรับไว้" เจ้าสำนักยั้นหวงเว่ยเทียนสยงกล่าว

"พี่มู่หยางก็พูดแบบนี้" เว่ยจื่อคุนกล่าว

"มู่หยางไปแล้ว?"

"เพิ่งผ่านไปพอดี"

"แล้วยังไงต่อ?"

"เขาให้หลี่เทียนมิ่งเลือกเอง ผลคือไอ้เจ้าทึ่มนี่สมองมีปัญหา ดันมีทิฐิโง่ๆ"

"มันบอกว่าพวกอาจารย์สวรรค์ไม่เห็นมันอยู่ในสายตา มันจะไม่ฝืนใจ สุดท้ายก็ไม่เลือกใครเลย ทำเอาข้าแทบกระอักเลือด ไม่รู้จะไปอธิบายกับมู่หว่านยังไง" เว่ยจื่อคุนกระดกสุราดื่มพลางบ่น

"เด็กคนนี้น่าสนใจดีนะ" เว่ยเทียนสยงยิ้มบางๆ

"น่าสนใจบ้าอะไร สมองมีปัญหาชัดๆ" เว่ยจื่อคุนกล่าว

"สุดท้ายมู่หยางจัดการยังไง?"

"ก็หาที่ทางในเขตสวรรค์ให้มันอยู่ ให้มันฝึกฝนด้วยตัวเอง ไอ้เด็กนี่ยังบอกว่าอยากเป็นศิษย์ของมู่หยาง ทำเอาคนหัวเราะจนฟันแทบร่วงคาที่"

"ถ้ารู้อย่างนี้ ข้าคงไม่พามันไปตำหนักสืบทอดหรอก ขายหน้าข้าจริงๆ" เว่ยจื่อคุนกล่าวอย่างระอาใจ

"ใฝ่สูงเกินศักยภาพขนาดนี้ ก็คงไม่มีใครช่วยได้แล้ว ในเมื่อถือว่าได้เข้าเขตสวรรค์แล้ว ก็ปล่อยมันไปเถอะ"

"ถ้าพรสวรรค์มันไม่ถึง สอบประเมินประจำปีไม่ผ่าน ก็ต้องถูกเขตสวรรค์คัดออกอยู่ดี" เว่ยเทียนสยงกล่าว

"นั่นก็เป็นทางที่มันเลือกเอง ในเขตสวรรค์ไม่มีอาจารย์สวรรค์ ถูกคัดออกก็เป็นเรื่องของเวลา"

"ช่างเถอะ อย่าไปพูดถึงไอ้โง่นั่นเลย วันนี้วันเกิดหลิงเซวียน เอาให้ครึกครื้นมีความสุขหน่อยถึงจะถูก"

"คนหนุ่มสาวหนอ สนุกกันพอแล้ว พวกเราแค่ดูก็พอ"

"หลิงเซวียนบอกข้าว่า วันเกิดปีนี้นางมีความปรารถนาสูงสุดอยู่อย่างหนึ่ง" เว่ยเทียนสยงมองดูเว่ยหลิงเซวียนที่กำลังหัวเราะร่าเริงอยู่ท่ามกลางฝูงชนด้วยสายตาเอ็นดู

"อะไร?"

"นางบอกว่าอยากเจอท่านปู่"

"พี่บอกท่านหรือยัง?"

"บอกแล้ว"

"ตาเฒ่านี่ก็ช่างอดทนจริง ไม่ยอมออกจากประตูมาตั้งหลายปี ใช้ชีวิตอยู่แต่ในความหม่นหมอง..."

"จื่อคุน เจ้าก็ไม่เด็กแล้ว อย่าพูดจาเหลวไหล" เว่ยเทียนสยงขัดจังหวะ

"ก็ได้"

"จิงเอ๋อร์ทำร้ายจิตใจเขามากเกินไป" ราชันสวรรค์ทัณฑ์เทพเว่ยชิงที่อยู่ด้านข้างถอนหายใจออกมาทันที

เว่ยเทียนสยงมองดูบุตรสาวของตน เว่ยหลิงเซวียน แล้วกล่าวว่า..

"หลิงเซวียนโตแล้ว บางทีอาจจะเป็นการเริ่มต้นใหม่ วันหน้าข้าจะให้หลิงเซวียนเข้าไปแหย่ท่านบ่อยๆ ให้ท่านลืมคนคนนั้นไปซะเถอะ"

"ใช่!" เว่ยจื่อคุนกล่าว

ทันใดนั้น ทั่วทั้งห้องโถงก็พลันเงียบสงัดลง

เพราะที่นอกลานเรือน ชายชราผมขาวโพลนผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นฉับพลัน

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 76 ตระกูลใหญ่อันสันโดษ

คัดลอกลิงก์แล้ว