เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71 ว่าที่เจ้าวัง

บทที่ 71 ว่าที่เจ้าวัง

บทที่ 71 ว่าที่เจ้าวัง


"ท่านอาจารย์มู่หว่าน ข้าหลี่เทียนมิ่ง ข้ามาหาท่านแล้ว"

"ท่านอาจารย์มู่หว่าน ท่านอยู่ไหม?"

"ท่านอาจารย์ พรุ่งนี้ข้าจะต้องไปที่เขตสวรรค์แล้ว จึงมาสอบถามข้อมูลของเหล่าอาจารย์สวรรค์จากท่านเสียหน่อย"

หลี่เทียนมิ่งเคาะประตูเรียกอยู่ด้านนอก ทว่าภายในกลับไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวอยู่นานสองนาน

ทว่า แสงเทียนด้านในยังคงสว่างไสว เปลวเทียนสั่นไหว แสดงว่าน่าจะต้องมีคนอยู่ ..เขารออยู่ครู่หนึ่ง ก็ยังไม่มีใครขานรับ

เขาใคร่ครวญดูอย่างละเอียด ตนเองจะไปกราบอาจารย์โดยไม่รู้อะไรเลยไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงค่อยๆ ผลักประตูแล้วเดินเข้าไป เมื่อเดินผ่านลานสวน ก็ได้ยินเสียงน้ำสาดกระเซ็นดังซ่าๆ ดังมาจากตำหนักข้าง ..ที่แท้อาจารย์มู่หว่านกำลังอาบน้ำอยู่นี่เอง

หลี่เทียนมิ่งจึงยืนรออยู่ที่ลานสวน ผ่านไปไม่นาน ประตูใหญ่ของตำหนักข้างก็เปิดออกเสียงดังเอี๊ยด ภายใต้แสงจันทร์ สตรีร่างสูงโปร่งผู้หนึ่งสวมชุดคลุมอาบน้ำเดินออกมา

ชุดคลุมอาบน้ำนั้นไม่ใหญ่นัก จนเผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะที่ใสดั่งแก้วผลึกเป็นบริเวณกว้าง หยดน้ำบนผิวกายยังคงไหลรินลงมา

ภายใต้แสงจันทร์อันนวลผ่อง เส้นผมยาวสลวยที่เปียกชื้นแนบไปกับแผ่นหลังอันหอมกรุ่นของอาจารย์มู่หว่าน ความยั่วยวนในม่านละอองน้ำที่เลือนราง นับเป็นภาพที่งดงามที่สุดในยามค่ำคืนอย่างแท้จริง

หลี่เทียนมิ่งบอกได้คำเดียวว่า เสน่ห์ของท่านอาจารย์นั้นไร้เทียมทานในใต้หล้า

สมแล้วที่เป็นขิงแก่ ยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดร้อน! หลี่เทียนมิ่งยังไม่เสียสติ เขาเร่งหันหน้าหนีแล้วกล่าวว่า "ท่านอาจารย์ ข้ามาสอบถามข้อมูลของอาจารย์สวรรค์"

"งั้นเจ้าก็ถามมาสิ" หลี่เทียนมิ่งคิดไม่ถึงว่านางจะเดินตรงเข้ามาหาเขาทั้งที่ยังสวมชุดคลุมอาบน้ำแบบนั้น คนยังมาไม่ถึง กลิ่นหอมจางๆ ก็โชยมาแตะจมูกแล้ว

"ท่านอาจารย์ หรือข้าควรหลบไปก่อนดี?" หลี่เทียนมิ่งกล่าวอย่างประหม่า

"ไม่ต้องหลบหรอกน่า หลี่เทียนมิ่งแกมันปอดแหกเกินไปแล้ว บิดาอยากดูก็จะดูตามใจชอบ"

เจ้าลูกไก่เหลืองโผล่หัวออกมาจากเสื้อตรงหน้าอกของเขา จ้องมองอาจารย์มู่หว่านอย่างออกรสออกชาติ

"พูดได้ถูกต้อง เป็นลูกผู้ชายอกสามศอก ยังจะกลัวท่านอาจารย์จับกินอีกหรือ"

อาจารย์มู่หว่านนั่งลงข้างกายเขา ยื่นมือมาคว้าเจ้าลูกไก่เหลืองไปเล่นในมือ

"นังผู้หญิง ให้เกียรติบิดาหน่อย" เจ้าลูกไก่เหลืองกล่าวอย่างวางก้าม

"น่ารักจัง" ดวงตาของอาจารย์มู่หว่านเป็นประกาย

"ท่านอาจารย์ หลี่เทียนมิ่งเคยบอกข้าว่า เขาอยากจะทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงกับท่านใจจะขาด แต่เขาไม่มีความกล้าพอ" เจ้าลูกไก่เหลืองยิ้มอย่างชั่วร้าย

"ข้าขอทีเถอะ!" หลี่เทียนมิ่งทนเจ้าหมอนี่ไม่ไหวแล้ว เขาเร่งแย่งมันกลับมา แล้วยัดเข้าไปในพื้นที่ประจำตัว

"เจ้าคิดอย่างนั้นจริงๆ หรือ?" หลังจากจัดการเจ้าลูกไก่เหลืองเสร็จ ถึงได้พบว่าอาจารย์มู่หว่านกำลังมองเขาด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย

"ไม่ ข้าเป็นวิญญูชนผู้เที่ยงธรรม เชี่ยวชาญการนั่งนิ่งไม่หวั่นไหว..." หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"วิญญูชนผู้เที่ยงธรรมทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงไม่ได้หรือ?"

"..."

"เอาเถอะ ไม่แกล้งเจ้าแล้ว รอข้าสักครู่"

นางลุกขึ้นยืน เยื้องย่างเรือนร่างอันงดงามล้ำเลิศเดินเข้าไปในห้องนอน

สักพักก็มีเสียงสวบสาบดังมา ไม่นานนัก นางก็สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเดินออกมา

เช่นนี้ หลี่เทียนมิ่งค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อย

"คนข้างนอกตาบอดกันหมดแล้ว เจ้าเป็นเด็กหนุ่มที่ไร้เดียงสาปานนี้ กลับมีคนเชื่อว่าเจ้าจะวางยาวลวนลามผู้อื่น" อาจารย์มู่หว่านทอดถอนใจ

แม้จะถูกบรรยายว่าไร้เดียงสา ซึ่งดูน่าอึดอัดใจไปบ้าง แต่ทว่า อย่างน้อยอาจารย์มู่หว่านก็เป็นคนที่คาดเดาความจริงได้ และเป็นคนที่เชื่อใจเขา

"วันนี้ตอนที่เจ้าได้ตำแหน่งศิษย์อันดับหนึ่ง ข้าเห็นสีหน้าของมู่ชิงชิงแล้ว"

"แม่นางคนนี้ปกติแสร้งทำตัวบริสุทธิ์ดุจดอกบัวขาว แต่ลับหลังจิตใจอำมหิต เป็นตัวท็อปเลยทีเดียว เจ้าโชคดีมากนะที่ได้เจอกับผู้หญิงแบบนี้"

อาจารย์มู่หว่านตบไหล่เขา แล้วนั่งลงข้างกายเขาอย่างไม่ถือตัว พร้อมกับไขว่ห้าง

"น่าเสียดาย ที่คนรู้โฉมหน้าที่แท้จริงของนางยังมีไม่มาก" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"ดังนั้นข้าถึงได้คาดหวัง รอดูว่าต่อไปเจ้าจะทำอะไรได้บ้าง ระวังรักษาชีวิตน้อยๆ ให้ดีล่ะ" อาจารย์มู่หว่านเตือน

"ขอบคุณท่านอาจารย์ที่เตือนสติ"

"รายชื่อนี้คืออาจารย์สวรรค์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งหมดสิบแปดท่าน เจ้าลองทำความเข้าใจดู"

"จริงๆ ดูผ่านๆ ก็พอแล้ว เพราะไม่แน่ว่าจะมีคนถูกตาต้องใจเจ้า" อาจารย์มู่หว่านมองเขาด้วยสายตาเวทนา

"ท่านอาจารย์หมายความว่าอย่างไร?"

"ข้าได้ยินเว่ยจื่อคุนบอกว่า เขาไปลองเลียบเคียงถามดูแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีใครมีความคิดที่จะรับเจ้าเป็นศิษย์"

"ดังนั้น พรุ่งนี้มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่เจ้าจะตกอยู่ในสถานการณ์กระอักกระอ่วนอย่างยิ่ง"

"ตั้งแต่ก่อตั้งสำนักยั้นหวงของเรามา ยังไม่เคยมีศิษย์อันดับหนึ่งคนไหนที่ต้องกลับไปฝึกฝนที่สำนักศึกษาเพราะไม่มีอาจารย์สวรรค์รับเป็นศิษย์ เจ้าคงจะได้กลายเป็นตัวตลกอีกครั้งแล้ว ยินดีด้วยนะ"

มู่หว่านกล่าวอย่างขบขัน

"นั่นก็ต้องโทษที่อาจารย์สวรรค์พวกนั้นไม่มีตา พลาดอัจฉริยะเหนือโลกไปคนหนึ่ง" หลี่เทียนมิ่งเบ้ปากกล่าว

"มั่นใจขนาดนี้เชียว" อาจารย์มู่หว่านอดไม่ได้ที่จะมองเขาใหม่อีกครั้ง

"มีท่านอาจารย์อยู่ข้างกาย ความมั่นใจย่อมบังเกิดเองตามธรรมชาติ" หลี่เทียนมิ่งหัวเราะ

เขาพูดไปพลาง พลิกดูสมุดรายชื่อไปพลาง

"นั่นแสดงว่าเรามีวาสนาต่อกัน เทียนมิ่ง ข้าจะบอกเจ้าไว้เลยนะ ถ้าไม่มีใครรับเจ้า ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์เอง"

"วันหน้ามีทรัพยากรอะไร ข้าจะมอบให้เจ้าทั้งหมด รับรองว่าการดูแลที่เจ้าได้รับจะไม่ด้อยไปกว่าศิษย์ของอาจารย์สวรรค์ อีกสองปีพอข้าได้เป็นอาจารย์สวรรค์ ข้าก็จะพาเจ้าเข้าสู่เขตสวรรค์เอง" อาจารย์มู่หว่านกล่าวขึ้นทันที

"ท่านอาจารย์พูดจริงหรือ?" หลี่เทียนมิ่งเงยหน้าขึ้นมองนาง

"ปกติข้าชอบล้อเล่นงั้นหรือ?" อาจารย์มู่หว่านถามด้วยความประหลาดใจ

"..."

ไม่ใช่ชอบล้อเล่นหรือไม่ แต่คือล้อเล่นอยู่ตลอดเวลาต่างหาก…

แต่หลี่เทียนมิ่งรู้ว่า ครั้งนี้นางพูดจริง

นางกำลังรู้สึกไม่ยุติธรรมแทนเขา และนางก็ให้ความสำคัญกับเขา

"ท่านอาจารย์ ขอบคุณท่านมาก" หลี่เทียนมิ่งขอบคุณจากใจจริง

"ไม่ต้องขอบคุณ ข้าเห็นแก่ความหนุ่มแน่นรูปงาม และความเลือดร้อนของเจ้า" อาจารย์มู่หว่านแลบลิ้นเลียริมฝีปากแดงระเรื่อ ยิ้มอย่างมีเลศนัย

"เป็นงั้นหรือ? ดูท่าเพื่อการบำเพ็ญเพียร ข้าจำต้องกล้ำกลืนความอัปยศ มอบกายอันบริสุทธิ์ให้แก่ท่านอาจารย์เสียแล้ว" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"พอเลยเจ้าเด็กเจ้าเล่ห์ รีบดูเร็วเข้า!" มู่หว่านบิดหูเขา แล้วหลุดหัวเราะออกมาดังพรืด

หลี่เทียนมิ่งทำความเข้าใจอย่างคร่าวๆ

เขาดูข้อมูลของจ้าวเทียนเฉิน, เฟิงอู๋กวง, เฉินเฟิง, หลิวเซว่เจียว, เกาหยวนติ้ง และฉินซือ รวมทั้งอาจารย์สวรรค์ชื่อดังทั้งสิบแปดท่านอย่างผ่านๆ เพื่อให้พอรู้ข้อมูลในใจ

"อาจารย์ของมู่ชิงชิงคือท่านไหน?" หลี่เทียนมิ่งถามหลังจากดูจบ

"หลิวเซว่เจียว หญิงแก่คนหนึ่ง เป็นพวกหน้าไม่อาย เหมาะสมกับมู่ชิงชิงราวกับกิ่งทองใบหยก เป็นดอกบัวขาวเหนือโลกทั้งคู่" มู่หว่านกลอกตาบนกล่าว

"ท่านอาจารย์เกลียดนางปานนี้ หรือว่านางสวยกว่าท่านอาจารย์ เลยแย่งคนรักไป?"

"เหลวไหล นางต่อให้สวยกว่านี้สิบเท่า ก็มีค่าเท่ากับผายลม เป็นแค่แสงหิ่งห้อย ยังริอาจมาเทียบรัศมีกับจันทร์เพ็ญอย่างข้า" มู่หว่านกล่าวอย่างหลงตัวเอง

หลี่เทียนมิ่งยิ้ม เขาก้มหน้าพลิกดูต่อ พลิกไปพลิกมา ใบหน้าฉายแววสงสัย ถามว่า "ท่านอาจารย์ ในรายชื่อนี้ดูเหมือนจะขาดคนไปคนหนึ่งหรือเปล่า?"

"จะเป็นไปได้ยังไง สิบแปดอาจารย์สวรรค์ล้วนอยู่ที่นี่ ข้อมูลแนะนำก็ละเอียด ข้าเป็นคนรวบรวมให้เจ้าเองกับมือ" มู่หว่านกล่าว

ข้อนี้หลี่เทียนมิ่งดูออก เพราะในคำแนะนำของหลิวเซว่เจียวเขียนไว้ว่า 'หญิงอัปลักษณ์เหนือโลก ห้ามไปเป็นศิษย์นางเด็ดขาด'

"ขาดไปคนหนึ่งจริงๆ" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"ใครล่ะ?"

"มู่หยาง" หลี่เทียนมิ่งมองตานางแล้วพูด

มู่หว่านตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้แล้วบิดแก้มหลี่เทียนมิ่ง กล่าวว่า "เจ้าไปได้ยินชื่อเขามาจากไหนกัน เจ้าเด็กโง่"

"หมายความว่าไงท่านอาจารย์ ไม่มีอาจารย์สวรรค์ที่ชื่อมู่หยางหรือ?"

"มีก็มีอยู่หรอก แต่พี่ชายข้าตอนนี้เป็นรองเจ้าวัง อีกสามปี พี่ชายข้าก็จะได้ขึ้นเป็นเจ้าวังอย่างเป็นทางการแล้ว"

"ตั้งแต่เมื่อปีก่อน หลังจากท่านเจ้าวังคนเก่ากำหนดตัวเขาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าวังเขตสวรรค์คนต่อไป เขาก็ไม่รับศิษย์แล้ว" มู่หว่านกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

"มู่หยาง พี่ชายท่าน? รองเจ้าวัง?" หลี่เทียนมิ่งอุทานด้วยความตกใจ

"เจ้าโง่หรือเปล่า ทั้งสำนักยั้นหวง มีแค่เราสองคนที่แซ่มู่ ไม่ใช่พี่ชายข้า จะเป็นพ่อข้าหรือไง" มู่หว่านกลอกตาใส่

"คิดไม่ถึงว่าเบื้องหลังของท่านอาจารย์จะยิ่งใหญ่ขนาดนี้ มิน่าล่ะถึงได้วางก้ามในสำนักได้ขนาดนี้..."

หลี่เทียนมิ่งในที่สุดก็หาเหตุผลเจอแล้ว มิน่าล่ะเว่ยจื่อคุนถึงได้ตามจีบนาง แถมยังเกรงอกเกรงใจนาง ที่แท้นางก็น้องสาวของมู่หยาง

เขานึกขึ้นได้ เว่ยจิงดูเหมือนจะรู้จักชื่อมู่หว่านด้วย ดูท่าพวกเขาอาจจะรู้จักกัน

"พูดจาอะไรของเจ้า ข้าออกจะอ่อนโยนปานนี้ เจ้าใช้คำว่าวางก้ามมาบรรยายข้า"

"ข้าผิดไปแล้ว" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

เขากำลังคิดว่า เว่ยจิงคงคาดไม่ถึงว่า คนที่ชื่อมู่หยางผู้นี้ จะไม่ได้เป็นแค่อาจารย์สวรรค์แล้ว แต่เป็นถึงรองเจ้าวัง

แถมยังเป็นผู้สืบทอดเจ้าวังเขตสวรรค์ที่ท่านตาเป็นคนกำหนดตัวอีกด้วย

อีกไม่กี่ปีก็จะเป็นเจ้าวังคนใหม่แล้ว

แล้วจะทำอย่างไรดี?

"ท่านอาจารย์ ข้ายังพอมีหวัง กราบพี่ชายท่านเป็นอาจารย์ไหม? ท่านช่วยใช้เส้นสายหน่อยได้ไหม เช่นไปอ้อนพี่ชายท่านอะไรแบบนั้น" หลี่เทียนมิ่งถาม

"เลิกคิดไปได้เลย อย่าว่าแต่อ้อนเลย ไปยืนฉี่ต่อหน้าเขาก็ไร้ผล" มู่หว่านกล่าวอย่างไร้เยื่อใย

หลี่เทียนมิ่งปวดหัวตึบ หากไม่ได้เป็นศิษย์ของมู่หยางคนนี้ การจะได้พบเจ้าวังเขตสวรรค์คงเป็นเรื่องยาก

เว่ยจิงทนรอได้ไม่นานนัก

เขาทำได้เพียงมองมู่หว่าน ในใจคิดว่า "ถ้าจนปัญญาจริงๆ ก็บอกท่านอาจารย์มู่หว่านไปเถอะ ว่าข้าเป็นลูกชายของเว่ยจิง ให้นางไปบอกรองเจ้าวังมู่หยางเพื่อส่งข่าวแทนข้า"

ไม่ได้เป็นศิษย์มู่หยาง แล้วถูกอาจารย์สวรรค์แห่งเขตสวรรค์ทอดทิ้งกันหมด สุดท้ายได้เป็นศิษย์ของมู่หว่าน ดูเหมือนจะยังมีความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จอยู่บ้าง...

แน่นอนว่า ทางที่ดีที่สุดคือได้เข้าเขตสวรรค์

ต่อให้เลือกอาจารย์สวรรค์มาสักคนส่งเดช ก็ยังสามารถเคลื่อนไหวในเขตสวรรค์ได้

มิฉะนั้น เข้าเขตสวรรค์ไม่ได้ ตำแหน่งศิษย์อันดับหนึ่งก็เสียเปล่า

"เรื่องพี่ชายข้า เจ้าเลิกหวังเถอะ ตอนนี้เขามีศิษย์อยู่ทั้งหมดแค่สามคน สามคนนี้อาจจะเป็นเจ้าวังคนต่อไปต่อจากเขา"

"อยากเป็นศิษย์ของเขา มาตรฐานสูงจนน่าตกใจ ข้าจำได้ว่าลูกชายของเจ้าสำนักยั้นหวงอยากเป็นศิษย์เขา เขายังไม่รับเลย" มู่หว่านกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

"อย่างนั้นหรือ" หลี่เทียนมิ่งรู้ซึ้งถึงความยากแล้ว เขาบอกได้แค่ว่า เว่ยจิงคงคาดไม่ถึงจริงๆ ว่ามู่หยางจะได้ดีขนาดนี้

"ศิษย์คนที่สามของเขา เจ้าก็รู้จักนะ" มู่หว่านจู่ๆ ก็ยิ้มแล้วพูดขึ้น

"ใคร?"

"หลินเสี่ยวถิงไง"

หลี่เทียนมิ่งคาดเดาได้อยู่แล้ว หลังจากได้รับวิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ พรสวรรค์ของมันก็พุ่งทะยาน การที่ว่าที่เจ้าวังผู้นี้จะให้ความสำคัญย่อมเป็นเรื่องปกติ

ในฐานะอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเขตสวรรค์ในปัจจุบัน สมควรแล้วที่เจ้าวังคนต่อไปจะรับไว้เป็นศิษย์ปิดสำนัก

แม้แต่ลูกชายเจ้าสำนักยั้นหวง ยังไม่ได้เป็นศิษย์มู่หยาง แต่หลินเสี่ยวถิงกลับทำได้

แน่นอนว่า ก็เพราะวิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นั่นแหละ!

พรุ่งนี้ก็เป็นวันกราบอาจารย์แล้ว หลี่เทียนมิ่งคิดไม่ถึงว่า หลังจากรู้เรื่องราวทั้งหมดนี้ เขาก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

"ข้าจะแนะนำให้เจ้าสักสองสามคน ถึงเวลานั้นเจ้าก็แสดงฝีมือให้ดีๆ ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะยอมรับศิษย์" มู่หว่านเห็นเขาทำหน้ากลัดกลุ้ม จึงเริ่มช่วยเสนอแนะ

คนที่นางเอ่ยถึง หลี่เทียนมิ่งจำไว้หมดแล้ว แน่นอนว่าทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับผลงานในวันพรุ่งนี้

ดึกสงัด หลี่เทียนมิ่งนำรายชื่อกลับไปศึกษา เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เว่ยจื่อคุนก็มารับเขาแล้ว เมื่อเห็นเว่ยจื่อคุน หลี่เทียนมิ่งพลันรู้สึกว่า หน้าตาของเขาดูเหมือนจะคล้ายกับท่านแม่...

แซ่เว่ยเหมือนกันอีก เขาเกิดความคิดหนึ่งที่เมื่อสามปีก่อนไม่กล้าแม้แต่จะคิด

เจ้าตำหนักเฟิ่งหวงผู้นี้ จะเป็นญาติของข้าหรือเปล่านะ!

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 71 ว่าที่เจ้าวัง

คัดลอกลิงก์แล้ว