เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70 ท่านตา

บทที่ 70 ท่านตา

บทที่ 70 ท่านตา


วันนี้ช่วงกลางวัน เมืองเยี่ยนตู้อึกทึกครึกโครมยิ่งนัก ชื่อเสียงของศิษย์อันดับหนึ่งหลี่เทียนมิ่งเลื่องลือไปทั่วทั้งเมือง ถึงขั้นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งประเทศ สถานะของเขาพิเศษยิ่ง เรื่องฉาวโฉ่เมื่อสามปีก่อนถูกขุดคุ้ยขึ้นมา จึงกลายเป็นบุคคลที่เป็นประเด็นสนทนาอย่างแท้จริง

ด้วยเหตุนี้ จึงก่อให้เกิดกระแสการแพร่กระจายที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม

ลองถามดูเถิดว่าเมืองเยี่ยนตู้ในยามนี้ มีใครบ้างที่ไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของหลี่เทียนมิ่ง?ส่วนจะเป็นคำชมหรือคำด่าทอ แต่ละคนย่อมมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป สิ่งเดียวที่มั่นใจได้คือ แทบทุกคนต่างรู้สึกเสียดายแทนหลินเซียวเซียว ถึงอย่างไรหากว่ากันด้วยเรื่องอายุและพรสวรรค์ ผู้ที่เหมาะสมกับชื่อศิษย์อันดับหนึ่งอย่างแท้จริงก็คือนาง

ด้วยเหตุนี้ในยามพลบค่ำ จึงมีคนร่วมลงชื่อ ยื่นหนังสือต่อสำนักยั้นหวง ขอให้แก้ไขกฎกติกาของศึกจัดอันดับ พวกเขารู้สึกว่า จะปล่อยให้อัจฉริยะอย่างหลินเซียวเซียวต้องเจ็บแค้น และปล่อยให้อัจฉริยะจอมปลอมอย่างหลี่เทียนมิ่งได้ประโยชน์เช่นนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ส่วนวันหน้ากฎกติกาจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่นั้น ก็สุดแล้วแต่จะรู้ได้

กลางวันต่อให้อึกทึกเพียงใด เมื่อถึงยามค่ำคืนย่อมต้องเงียบสงบลง หลี่เทียนมิ่งบรรลุเป้าหมายแรกในการเข้าเขตสวรรค์แล้ว จึงกำชับให้ป้าหลี่ทำอาหารมื้อค่ำอันอุดมสมบูรณ์มาหนึ่งมื้อ พวกเขากินดื่มกันอย่างเต็มคราบ เพลิดเพลินกับความสงบสุขและความรื่นเริง ยามที่เว่ยจิงขยับมือไม้ไม่สะดวก หลี่เทียนมิ่งก็ป้อนนางด้วยตนเอง

"ตอนเจ้าเด็กๆ เจ้าดื้อไม่ยอมกินข้าว แม่ก็ป้อนเจ้าทีละคำๆ แบบนี้ ตอนนี้กลับกันเสียแล้ว" เว่ยจิงกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ

"นี่แสดงให้เห็นว่าออกมาใช้ชีวิต ไม่ช้าก็เร็วต้องชดใช้คืน" หลี่เทียนมิ่งหัวเราะ

หลังอาหารป้าหลี่เก็บถ้วยชาม หลี่เทียนมิ่งเข็นรถเข็นของเว่ยจิงออกมาที่ลานบ้าน ค่ำคืนนี้ราตรีของเมืองเยี่ยนตู้งดงามยิ่งนัก หมู่ดาวบนท้องนภารวมตัวกันเป็นธารดารา ธารดาราเจือสีแดงเพลิงจางๆ ราวกับมีเปลวไฟลุกไหม้อยู่ในสายธารแห่งดวงดาว ทำให้ฟ้าดินสว่างไสวเป็นพิเศษ

ในที่สุดหลี่เทียนมิ่งก็รอคอยเวลานี้มาถึง นั่นก็คือ.. ท่านแม่ยอมที่จะเล่าเรื่องราวของนางในปีนั้นให้เขาฟังเสียที

"ท่านแม่ บอกข้าเถอะ ข้าเข้าเขตสวรรค์แล้ว ต้องทำอย่างไรถึงจะช่วยท่านกำจัดเคราะห์กรรมชีวิตน้อยนี้ได้" ภายใต้แสงแห่งราตรี หลี่เทียนมิ่งนั่งอยู่บนบันไดข้างกายนาง สายตาสุกสกาวดุจดวงดาว เจ้าลูกไก่เหลืองกินอิ่มเกินไป เวลานี้กำลังเรอเอิ๊กอ๊าก นอนหงายท้องชี้ฟ้าอยู่บนหลังคา

นี่คือเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดลำดับถัดไปของหลี่เทียนมิ่ง ตอนที่เขาจากเมืองหลีหัวมา เป้าหมายแรกคือเข้าเขตสวรรค์ ตอนนี้สำเร็จแล้ว เป้าหมายแรกอันใหม่ ย่อมต้องเป็นการทำให้ท่านแม่อายุยืนยาว ทำให้ท่านแม่กลับคืนสู่วัยสาว นี่คือเรื่องที่เร่งด่วนดั่งไฟลนก้น และเป็นหนึ่งในเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา!

นึกถึงยามที่เสวี่ยหลานและลูกชายของนาง เยาะเย้ยความชราภาพของเว่ยจิงในตอนนี้ถึงขั้นพูดจามอบโลงศพออกมา นึกถึงตอนที่เว่ยจิงบอกกับเขาว่านางไม่อยากตาย หลี่เทียนมิ่งก็รู้ว่า เขาจะต้องพาท่านแม่หลุดพ้นจากหายนะแห่งเคราะห์กรรมชีวิตน้อยนี้ให้จงได้!

"ในเขตสวรรค์ มีเพียงคนเดียวที่สามารถช่วยแม่กำจัดเคราะห์กรรมชีวิตน้อยได้ และต่อให้เป็นเขา ก็ต้องสูญเสียพลังไปมหาศาลเช่นกัน"

"เพราะเคราะห์กรรมชีวิตน้อยนี้แฝงตัวอยู่ในร่างแม่มาตั้งยี่สิบปี มันหยั่งรากลึกจนเกินแก้แล้ว" เว่ยจิงเอนกายพิงพนักเก้าอี้ แหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว เส้นผมสีขาวร่วงหล่นลงมาเป็นเส้นๆ

"คนผู้นี้คือใคร?" หลี่เทียนมิ่งถาม

"เขาคือเจ้าวังเขตสวรรค์ ผู้กุมอำนาจแห่งสำนักยั้นหวงทั้งหมด" เว่ยจิงหวนนึกถึงคนผู้นั้น แววตาซับซ้อนขึ้นมาเล็กน้อย

"ไม่ถูกกระมัง 'เจ้าสำนักยั้นหวง' ต่างหากที่เป็นผู้กุมอำนาจของสำนักมิใช่หรือ?" หลี่เทียนมิ่งถามด้วยความสงสัย

"นี่เจ้าไม่เข้าใจเสียแล้ว ความจริงแล้วหากนับกันอย่างเคร่งครัด เขตสวรรค์ไม่ได้ขึ้นตรงต่อสำนัก แต่เป็นเขตสวรรค์ที่ควบคุมสำนัก อำนาจและสถานะของเจ้าวังเขตสวรรค์นั้นสูงกว่าเจ้าสำนักยั้นหวงเสียอีก" เว่ยจิงกล่าว

"เป็นเช่นนี้นี่เอง..." วันนี้หลี่เทียนมิ่งเพิ่งจะรู้ว่า แท้จริงแล้วเจ้าวังเขตสวรรค์ ไม่เพียงมีสถานะสูงกว่าเจ้าตำหนักเฟิ่งหวง แต่ยังสูงส่งกว่าเจ้าสำนักยั้นหวงอีกด้วย เจ้าวังเขตสวรรค์เป็นตัวตนที่ลึกลับมาโดยตลอด ในสำนักยั้นหวง เจ้าสำนักยั้นหวงคือผู้ที่ออกหน้าบ่อยครั้ง หลี่เทียนมิ่งจึงไม่รู้ความสัมพันธ์ชั้นนี้

"ท่านแม่ ความหมายของท่านคือ การจะให้เจ้าวังเขตสวรรค์ช่วยท่านนั้นยากมาก เพราะการถอนเคราะห์กรรมชีวิตน้อย จะทำให้เขาสูญเสียพลังวัตรใช่หรือไม่?" หลี่เทียนมิ่งถาม

"ไม่ใช่แค่นั้น" เว่ยจิงก้มหน้า ยิ้มขมขื่นแล้วกล่าวว่า "ความจริงแล้ว ยังมีสาเหตุอื่นอีก"

"สาเหตุอะไร ท่านเคยล่วงเกินเจ้าวังเขตสวรรค์ผู้นี้หรือ?"

"สาเหตุก็คือ ข้าเคยเป็นลูกสาวของเจ้าวังผู้นี้"

"และข้าก็ได้ล่วงเกินเขาแล้วจริงๆ แถมยังล่วงเกินอย่างร้ายแรงที่สุดอีกด้วย" เว่ยจิงเงยหน้าขึ้น ยิ้มมองหลี่เทียนมิ่งอย่างจนใจ

"อะไรนะ?" หลี่เทียนมิ่งนึกว่าตัวเองหูฝาดไป

นางคือลูกสาวของเจ้าวังเขตสวรรค์ ก็หมายความว่า ตัวตนที่กุมอำนาจสำนักยั้นหวงและเขตสวรรค์อยู่ในตอนนี้ คือท่านตาของเขาอย่างนั้นหรือ? เขาคาดเดาไว้ว่าเว่ยจิงน่าจะมีชาติตระกูลในเมืองเยี่ยนตู้อยู่บ้าง แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ท่านตาของตัวเองจะเป็นถึงเจ้าวังเขตสวรรค์

"เคยถือว่าเป็น ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ยี่สิบปีก่อน ข้าถูกขับไล่ออกจากตระกูล ตัดขาดความสัมพันธ์พ่อลูกนับแต่นั้น"

"นี่ก็เป็นสาเหตุที่เขาสามารถถอนเคราะห์กรรมชีวิตน้อยได้ เพราะเคราะห์กรรมชีวิตน้อยนี้ ก็สืบทอดมาจากเขานั่นเอง"

ยามที่เว่ยจิงเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีตเหล่านี้ มุมปากยังประดับรอยยิ้มจางๆ เพียงแต่รอยยิ้มนี้ช่างขมขื่นยิ่งนัก

"ท่านทำอะไรลงไป เขาถึงได้สิ้นหวังในตัวท่านขนาดนี้?" หลี่เทียนมิ่งถาม

"ข้าตั้งครรภ์ แต่เขาไม่ชอบหลี่เหยียนเฟิง" เว่ยจิงตอบอย่างตรงไปตรงมา

"..." หลี่เทียนมิ่งทำได้เพียงกล่าวว่า นี่คือชะตาชีวิตจริงๆ หากนางรู้ว่าอีกยี่สิบปีให้หลัง หลี่เหยียนเฟิงจะทิ้งพวกเขาสองแม่ลูก ตอนนั้นนางยังจะเลือกขัดใจเจ้าวังเขตสวรรค์เพื่อความรักเช่นนี้อยู่อีกหรือไม่?

"เจ้ารู้สึกว่าแม่ทำตัวเองหรือเปล่า?" เว่ยจิงถาม

"เป็นไปได้อย่างไร ถ้าข้าคัดค้าน ข้าก็คงไม่ได้มาเกิดบนโลกใบนี้สิ?" หลี่เทียนมิ่งกล่าว หากไม่ใช่เพราะตั้งครรภ์ นางก็คงไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับหลี่เหยียนเฟิง และน่าจะไม่ทำให้เจ้าวังเขตสวรรค์ผู้นั้นโกรธกริ้วถึงเพียงนี้ จนขับไล่นางออกจากตระกูลทันที จากนั้น ยี่สิบปีก็ไม่ถามไถ่ ลูกสาวแท้ๆ กลับทำให้เขาใจดำอำมหิตได้ขนาดนี้ แสดงว่าเจ้าวังเขตสวรรค์ผู้นี้โกรธมากจริงๆ หรือ?

หลี่เทียนมิ่งไม่รู้สถานการณ์ที่แน่ชัดในตอนนั้น แต่จากการคาดเดาต่างๆ ในตอนนี้ การล่วงเกินที่เว่ยจิงมีต่อเจ้าวังเขตสวรรค์ ไม่ใช่การล่วงเกินธรรมดาเสียแล้ว ดังนั้น เพื่อช่วยนาง หลี่เทียนมิ่งจำต้องเผชิญหน้ากับท่านตาที่ใจดำอำมหิตในปีนั้นผู้นี้ ความยากลำบากนั้นพอจะจินตนาการได้

"เมื่อก่อนแม่บอกเจ้าว่า ในเขตสวรรค์มีคนช่วยแม่ได้ ก็เพียงเพื่อให้ความหวังในการบำเพ็ญเพียรแก่เจ้า เพื่อให้เจ้าไม่ย่อท้อ"

"แต่ตอนนี้เจ้ารู้แล้ว ชาตินี้เขาเกลียดแม่เข้ากระดูกดำ เขารังเกียจแม่ยิ่งกว่าใคร"

"โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเห็นสภาพของแม่ในตอนนี้ มีแต่จะทำให้เขาดีใจ อย่าว่าแต่เคราะห์กรรมชีวิตน้อยเลย ถ้าเขารู้ว่าแม่ยังมีตัวตนอยู่ อาจจะไล่แม่ไปจากเมืองเยี่ยนตู้เลยก็ได้"

"เขากลัวว่าถ้าแม่ปรากฏตัวอีกครั้ง จะทำให้เขาเสียหน้า ใช่แล้ว เขาให้ความสำคัญกับหน้าตา พอๆ กับหลี่เหยียนเฟิงนั่นแหละ" เว่ยจิงกล่าวอย่างจนใจ

"แล้วอย่างไร?" หลี่เทียนมิ่งถาม

"ดังนั้น เจ้าตั้งใจฝึกฝนในเขตสวรรค์ก็พอแล้ว" เว่ยจิงกุมมือเขา มองดูเขาด้วยความอ่อนโยนแล้วกล่าวว่า "ลูกเอ๋ย เชื่อแม่เถอะ ไม่มีความหวังหรอก"

"ข้าไม่เชื่อ" หลี่เทียนมิ่งค่อยๆ ดึงมือออก ใบหน้าเปื้อนยิ้มกล่าวว่า..

"อย่าเคร่งเครียดนักสิ ให้ข้าลองดูเถอะ ข้าก็เป็นคนแบบนี้แหละ ต่อให้ชนกำแพงจนหัวร้างข้างแตก ข้าก็ไม่หันหลังกลับ"

"มิ่งเอ๋อร์..." ในเบ้าตาของเว่ยจิงเอ่อล้นด้วยหยาดน้ำตา นางกล่าวว่า "ลำบากเจ้าแล้ว เกิดเป็นลูกแม่ ต้องแบกรับแรงกดดันมากมายขนาดนี้"

"ท่านอย่ามาพรรณนาความยากลำบากให้ข้าฟังอีกเลย ท่านแค่บอกข้ามาว่า ข้าจะรู้จักเจ้าวังเขตสวรรค์ผู้นี้ได้อย่างไร?"

"ภายในเขตสวรรค์ มี 'จวนตระกูลเว่ย' อยู่แห่งหนึ่ง แต่เจ้าเป็นศิษย์เขตสวรรค์ทั่วไป เข้าไปไม่ได้หรอก"

"แล้วใครเข้าไปได้?" เว่ยจิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า "อีกสองวันเจ้าต้องฝากตัวเป็นศิษย์ใช่ไหม ถ้าเป็นไปได้ เจ้าจงไปหาปรมาจารย์ฟ้าที่ชื่อ 'มู่หยาง'"

"ถ้าเขายินดีรับเจ้าเป็นศิษย์ เจ้าค่อยบอกสถานการณ์ของแม่กับเขา บอกเขาว่าเจ้าเป็นลูกชายของเว่ยจิง บางที เขาอาจจะพาเจ้าไปพบเจ้าวังได้"

"มู่หยาง ข้าจำไว้แล้ว" หลี่เทียนมิ่งมีเบาะแสในที่สุด กราบมู่หยางเป็นอาจารย์ ให้เขาพาไปพบเจ้าวังเขตสวรรค์

"คนชื่อมู่หยางนี้ คงเป็นผู้ติดตามท่านอีกคนกระมัง!" หลี่เทียนมิ่งเบ้ปาก เอ่ยแซวออกมาประโยคหนึ่ง

"เจ้าอย่าพูดมั่วซั่วนะ" เว่ยจิงร้อนรน

"ดูท่านร้อนรนเข้าสิ ชัดเจนเลย ท่านแม่ของข้าเมื่อก่อน ต้องเป็นสาวงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองเยี่ยนตู้แน่ๆ"

หลี่เทียนมิ่งยิ้มบางๆ เลือกเป้าหมายได้แล้ว เขาอยากให้เว่ยจิงมีความสุขขึ้นบ้าง

"เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เจ้าพูดว่า 'อีกคน' คำว่า 'อีก' ของเจ้า หมายความว่าอย่างไร?" เว่ยจิงพลันจ้องหน้าเขาแล้วถาม

หลี่เทียนมิ่งพูดเช่นนี้ ก็เป็นเพราะเขาเคยเจอเฉินเซิ่งมาแล้ว...

"ฮ่าๆ..."

"เจ้าอย่ามาหัวเราะกลบเกลื่อน รีบอธิบายมาให้ชัดเจน เจ้าไปเจอใครมาอีก เจ้าเด็กคนนี้นี่" ภายใต้การคาดคั้นอย่างไม่ลดละของนาง หลี่เทียนมิ่งจำต้องสารภาพเรื่องเฉินเซิ่งออกมา

"วันหน้าอย่าไปยุ่งกับเขาอีก เขาเป็นสามีของเสวี่ยหลาน" เว่ยจิงกล่าว

"รับทราบ แต่ผู้หญิงคนนั้น ยังคู่ควรให้ท่านเห็นใจอีกหรือ?" หลี่เทียนมิ่งนึกถึงเสวี่ยหลาน ในใจมีเพียงความรังเกียจ

"คนอื่นจะทำอย่างไรจะคิดอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าแม่ต้องทำต้องคิดตาม แม่ทำตัวแม่ให้ดีก็พอแล้ว" เว่ยจิงกล่าวอย่างจริงจัง

หลี่เทียนมิ่งเห็นด้วยกับความคิดของนาง แต่คนเขานะ กำลังรอให้เว่ยจิงตายอย่างใจจดใจจ่อเชียวนะ ระหว่างคนกับคน คุณธรรมและจิตวิญญาณ ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

ท่านแม่จากเมืองเยี่ยนตู้ไปนานแล้ว ดังนั้นจึงไม่รู้ข้อมูลที่แน่ชัดของมู่หยาง ก่อนเข้าเขตสวรรค์ หลี่เทียนมิ่งจำเป็นต้องไปที่พักของอาจารย์มู่หว่านสักเที่ยว ถามไถ่เรื่องราวของเหล่าปรมาจารย์ฟ้าให้กระจ่างแจ้ง

ด้วยเหตุฉะนี้ ในค่ำคืนเดือนมืดลมโชกแรงอันแสนอบอ้าว เขาจึงไปหามู่หว่าน…

เขาได้แต่หวังว่า คืนนี้จะสามารถรักษาความบริสุทธิ์เอาไว้ได้

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 70 ท่านตา

คัดลอกลิงก์แล้ว