เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 64 ธนูเสียงอัสนี, ลูกศรแสงอัสนี

บทที่ 64 ธนูเสียงอัสนี, ลูกศรแสงอัสนี

บทที่ 64 ธนูเสียงอัสนี, ลูกศรแสงอัสนี


บทที่ 64 ธนูเสียงอัสนี, ลูกศรแสงอัสนี

"ไม่เป็นไรหรอก เจ้าบอบบางน่าทะนุถนอมเพียงนี้ หากทำสำเร็จ ย่อมคุ้มค่าแน่นอน ก็แค่สัตว์ประจำตัวไม่ใช่หรือ ข้ามีเยอะแยะ" หลี่เทียนมิ่งหัวเราะร่า

"บัดซบ หลี่เทียนมิ่ง เสียแรงที่ข้าเห็นเจ้าเป็นพี่น้อง!" ลูกไก่เหลืองแทบจะร่วงตกลงมาจากไหล่ของเขา

"สำหรับพวกเราแล้ว สัตว์ประจำตัวคือพี่น้องร่วมสายเลือด เจ้ากลับพูดจาเช่นนี้ออกมาได้ ใครมาเป็นสัตว์ประจำตัวของเจ้า นับว่าซวยซ้ำซวยซ้อนที่สุด!" หลินเซียวเซียวโกรธจนหน้าแดงก่ำ

"แล้วจะให้ทำอย่างไรได้ ก็ใครใช้ให้ข้ามีเสน่ห์แรง จนมีสัตว์ประจำตัวดาหน้ากันเข้ามาขอติดตามข้าอย่างหน้าด้านๆ เล่า" หลี่เทียนมิ่งยังคงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

"เจ้ามันเกินเยียวยาแล้ว ข้าไม่เคยพบเจอคนหน้าด้านไร้ยางอายเช่นเจ้ามาก่อนเลย!" หลินเซียวเซียวตะคอกด้วยความเดือดดาล นางโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม

"นั่นเป็นเพราะสายตาเจ้ายังไม่แหลมคมพอ หากวันใดเจ้าหัดสังเกตดูบ้าง ก็จะพบว่าบนโลกนี้มีคนหน้าด้านไร้ยางอายอยู่ถมไป แถมยังอยู่ข้างกายเจ้านี่เอง"

"เจ้าหมายความว่าอย่างไร!" หลินเซียวเซียวหันขวับไปมอง เห็นมู่ชิงชิงอยู่ด้านหลัง ก็ยิ่งระเบิดโทสะรุนแรงขึ้นทันที

"พอได้แล้ว ต่อสู้ตัดสินแพ้ชนะกันเสียที!" ในขณะที่พวกเขาทะเลาะกันอย่างดุเดือด เว่ยจื่อคุนจำต้องออกมาขัดจังหวะ

อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นการชิงตำแหน่งศิษย์อันดับหนึ่ง มิใช่สถานที่สำหรับระบายความแค้นส่วนตัว

ถึงอย่างไรการทะเลาะเบาะแว้งก็ไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ สู้กันด้วยดาบจริงหอกจริงสักตานึง เดี๋ยวก็รู้เองว่าใครมีเหตุผล

"ข้ารอไม่ไหวมาตั้งนานแล้ว" หลินเซียวเซียวขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเอ่ยขึ้นประโยคหนึ่ง

แม้นางจะยังเยาว์วัยแต่ก็มีฟันขาวสะอาดริมฝีปากแดงระเรื่อ ท่าทางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจนหน้าแดงเช่นนี้ ดูไปแล้วก็น่ารักอยู่ไม่หยอก

นางพยักหน้าให้มู่ชิงชิง เป็นสัญญาณบอกให้นางวางใจ ว่าตนจะต้องสั่งสอนหลี่เทียนมิ่งแทนพี่สาวให้ได้แน่นอน

จากนั้นนางก็กระโดดขึ้นไปบนเวทีประลองที่ใหญ่ที่สุด ชี้นิ้วไปที่หลี่เทียนมิ่งแล้วกล่าวว่า "เจ้า วันนี้ข้าต้องมอบบทเรียนอันแสนสาหัสให้แก่เจ้าให้จงได้"

"น่ากลัวจังเลย อายุยังน้อยแท้ๆ กลับทำตัวเหมือนนางมารร้าย ถามหน่อยเถอะว่าเจ้าทำได้อย่างไร?" หลี่เทียนมิ่งเบ้ปาก

เมื่อหลินเซียวเซียวโกรธถึงขีดสุด สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาอำมหิต

นี่คือสัญลักษณ์ว่านางได้เลิกต่อปากต่อคำกับหลี่เทียนมิ่ง แล้วหันมาใช้พละกำลังในการพูดคุยแทน

ไม่ว่าอย่างไร การที่นางผ่านการต่อสู้เพียงไม่กี่รอบ ก็ทำให้อาจารย์ให้คะแนนสูงถึง 950 คะแนน ซึ่งเกือบจะเป็นคะแนนเต็มในระบบพันคะแนนนั้น พลังฝีมือย่อมต้องน่าสะพรึงกลัวอย่างแน่นอน

"ไสหัวขึ้นมา!"

เมื่อพวกเขาต่างก้าวขึ้นสู่สนามรบ ก็เท่ากับเป็นการประกาศเริ่มการต่อสู้ การตัดสินศิษย์อันดับหนึ่งที่ทุกคนรอคอยมากที่สุดได้ระเบิดขึ้นแล้ว ณ บัดนี้

ใครกันที่จะได้เป็นศิษย์อันดับหนึ่งแห่งสำนักยั้นหวงที่ร้อนแรงที่สุดในเมืองเยี่ยนตู้ กำลังจะได้รับการเปิดเผยในไม่ช้า!

สำหรับหลี่เทียนมิ่งแล้ว การต่อสู้ในครั้งนี้ที่ทำให้มู่ชิงชิงได้เฝ้ามองดูในระยะใกล้เช่นนี้ นับว่าสมบูรณ์แบบมากแล้ว

ตอนนี้เขายังไม่มีโอกาสทำให้นางต้องชดใช้ แต่ในอย่างน้อยก็ทำให้นางได้ดูให้เต็มสองตาในระยะประชิด

ปีนั้น การที่นางไม่ฆ่าเขาให้ตาย จะเป็นเรื่องที่นางเสียใจที่สุดในภายภาคหน้า!

มีเพียงหลี่เทียนมิ่งที่มองออกผ่านแววตาของนาง ว่านางยังคงดูถูกเหยียดหยามเขาในวันนี้เช่นเดิม บางทีในใจของนาง ผู้ควบคุมสัตว์คู่แฝดย่อมแข็งแกร่งไร้ขอบเขต พี่น้องสกุลหลินทั้งสองล้วนเป็นเช่นนี้

ไม่ว่าจะพูดอย่างไร หลินเซียวเซียวที่มีอายุเพียงสิบห้าปี ย่อมคู่ควรที่จะเป็นศิษย์อันดับหนึ่งมากกว่าศิษย์สำนักที่อายุเกือบจะเกินเกณฑ์อย่างเขา

โฮก!

ในขณะที่หลี่เทียนมิ่งกวาดตามองมู่ชิงชิงแวบหนึ่ง สัตว์ประจำตัวทั้งสองตัวของหลินเซียวเซียว ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาแล้ว

วานรอัสนีบาตคลั่งกายเพชรที่ดุร้าย ปรากฏกายขึ้นข้างกายหลินเซียวเซียว

การจับคู่ระหว่างโฉมงามกับอสูรร้ายช่างสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อความรู้สึกยิ่งนัก

ส่วนปักษีอัสนีบาตสามสีตัวนั้นกำลังบินวนเวียนอยู่เหนือศีรษะของนาง ดวงตาทั้งสองจ้องเขม็งไปที่ลูกไก่เหลืองของหลี่เทียนมิ่ง

นี่คือความเคียดแค้นระหว่างสัตว์ประจำตัวประเภทปักษา ภายในดวงตาอันแหลมคมของปักษีอัสนีบาตสามสีตัวนั้น ซ่อนเร้นจิตสังหารอันไร้ที่สิ้นสุดเอาไว้

"ผู้ควบคุมสัตว์คู่แฝด ช่างเป็นลูกรักของสวรรค์จริงๆ!"

"หลินเซียวเซียวแข็งแกร่งเกินไปแล้ว แข็งแกร่งกว่าคนรุ่นนี้ไปอีกขั้นหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อครู่หลี่ซูฝานไม่มีปัญญาตอบโต้เลยสักนิด"

"หลินเสี่ยวถิงเมื่อสี่ทีก่อนก็เป็นเช่นนี้ สัตว์ประจำตัวสองตัวไร้ผู้ต่อกร สองพี่น้องคู่นี้ช่างร้ายกาจจริงๆ"

"ตระกูลเหลยจุนให้กำเนิดพี่น้องคู่นี้มา อีกหลายสิบปีข้างหน้า คงจะรุ่งเรืองเฟื่องฟูต่อไปเป็นแน่!"

ยอดฝีมือชั้นแนวหน้าจำนวนมากต่างประเมินหลินเซียวเซียวไว้สูงลิ่ว

หากวัดกันแค่ผลงาน จริงๆ แล้วนางได้ก้าวข้ามหลินเสี่ยวถิงผู้เป็นศิษย์อันดับหนึ่งเมื่อสี่ปีก่อนไปแล้ว

ขอเพียงก้าวข้าม 'ศิษย์อายุเกินเกณฑ์' อย่างหลี่เทียนมิ่งไปได้ สิ่งที่รอนางอยู่ในภายภาคหน้า ก็คือเส้นทางอันรุ่งโรจน์สู่เขตสวรรค์!

ยามนี้เมื่อสองสัตว์ประจำตัวผู้ยิ่งใหญ่ออกโรง ไม่ว่าจะมองอย่างไร หลี่เทียนมิ่งที่มีเพียงลูกไก่เหลืองตัวเดียว ก็ดูต่ำต้อยด้อยค่ายิ่งนัก

ความแข็งแกร่งของผู้ควบคุมสัตว์คู่แฝดอยู่ที่ เป็นการรุมสามต่อสองเสมอ อีกทั้งผู้ควบคุมสัตว์ยังครอบครองพลังสัตว์ถึงสองส่วน!

หลินเซียวเซียวในตอนนี้ ดูเหมือนได้รับการปกป้องจากสัตว์ยักษ์สองตัว

หลินเซียวเซียวที่เข้าสู่สภาวะการต่อสู้ ดูไม่เหมือนเด็กสาวเลยสักนิด แต่กลับเหมือนนักรบผู้เจนจัด

เพราะนางฝึกฝนมาจนถึงปัจจุบัน แท้จริงแล้วได้ผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน กระทั่งเคยผ่านความเป็นความตายมาแล้ว

นี่คือความแตกต่างขั้นพื้นฐานระหว่างนางกับเฉินเย่า ตระกูลเหลยจุนนิยมการต่อสู้ ต่อให้เป็นหลานสาวของท่านเหลยจุน ก็ต้องเติบโตขึ้นท่ามกลางการต่อสู้

นางยืนอยู่ไกลออกไป วานรอัสนีบาตคลั่งกายเพชรคำรามลั่น ทุบอกกระทืบเท้าสามครั้ง จากนั้นก็พุ่งทะยานเข้าใส่หลี่เทียนมิ่ง กลายเป็นเงาสายฟ้าสีทองสายหนึ่ง

สัตว์ประจำตัว 'ธาตุคลุ้มคลั่งสายฟ้า' ชั้นหกขั้นสูงตัวนี้ คือกำลังรบหลักของฝั่งหลินเซียวเซียว แต่ในขณะเดียวกัน จะมองข้ามปักษีอัสนีบาตสามสีที่บินวนเวียนอยู่เหนือหัวไปไม่ได้โดยเด็ดขาด บางทีในชั่วขณะใดขณะหนึ่ง มันอาจจะโฉบลงมา เปิดฉากการโจมตีถึงตายได้ทันที

อานุภาพแห่งเทพของสัตว์ประจำตัวทั้งสองตัวนี้ ทำให้ทุกคนคำนวณผลลัพธ์ในใจได้ทันที

ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังการต่อสู้หรือระดับพรสวรรค์ อันที่จริงหลินเซียวเซียวเหมาะสมที่จะเป็นศิษย์อันดับหนึ่งมากกว่าหลี่เทียนมิ่ง

อัจฉริยะสาววัยสิบห้าปี ย่อมเหมาะสมที่จะเป็นหน้าเป็นตาของสำนักยั้นหวงมากกว่า!

ครืน!

วานรอัสนีบาตคลั่งกายเพชรในการต่อสู้ รูปร่างกำลังขยายใหญ่ขึ้น ดูมหึมายิ่งขึ้น และทรงพลังยิ่งขึ้น!

นี่สิคืออานุภาพของสัตว์ประจำตัวธาตุคลุ้มคลั่ง ความสามารถในการเข่นฆ่าระยะประชิดอันยอดเยี่ยมคือส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกมัน

เมื่อสัตว์ประจำตัวทั้งสองตัวยืนตระหง่านอยู่ด้านหน้าสุด อันที่จริงหลินเซียวเซียวในเวลานี้ ต่างหากที่เป็นส่วนที่อันตรายที่สุด

เพราะในมือทั้งสองของนาง บัดนี้ได้ปรากฏอาวุธสัตว์ชั้นสี่ระดับสูงสุดสองชนิด นั่นคือคันธนูสีทองคันหนึ่ง บนสายธนูมีสายฟ้าพันเกี่ยว

ส่วนมืออีกข้างของนาง คุบลูกศรสีม่วงดอกหนึ่งเอาไว้

คนที่คุ้นเคยกับหลินเซียวเซียวล้วนทราบดีว่า นี่คือ 'ธนูเสียงอัสนี' และ 'ลูกศรแสงอัสนี'

เป็นชุดอาวุธสัตว์ชั้นสี่ที่เข้าคู่กัน!

ธนูเสียงอัสนีระเบิดพลังอันแข็งแกร่งด้วยเสียงกัมปนาท ลูกศรแสงอัสนีสามารถหลอมรวมพลังสายฟ้าของธนูเสียงอัสนี พุ่งออกจากสายธนูท่ามกลางการระเบิด ความเร็วรวดเร็วปานสายฟ้าแลบของจริง!

มีความเป็นไปได้สูงที่จะยิงทะลุหัวใจในดอกเดียว!

ยิ่งไปกว่านั้น ลูกศรแสงอัสนียังตอบรับการเรียกหาของธนูเสียงอัสนี ขอเพียงอยู่ในระยะใกล้เคียง ก็สามารถถูกธนูเสียงอัสนีใช้พลังสายฟ้าดึงดูดกลับมาได้ บนธนูเสียงอัสนีรวบรวมอัสนีหยาง บนลูกศรแสงอัสนีรวบรวมอัสนีหยิน หยินหยางดึงดูดซึ่งกันและกัน อานุภาพน่าตกตะลึง

หลินเซียวเซียวพาดลูกศรแสงอัสนีบนธนูเสียงอัสนี จากนั้นในยามที่สัตว์ประจำตัวทั้งสองตัวเริ่มบุกโจมตีหลี่เทียนมิ่ง นางก็ง้างธนูเสียงอัสนีจนสุด

ผู้คนต่างรู้ดีว่า หลี่เทียนมิ่งจบเห่แล้ว

เมื่อครู่หลี่ซูฝานก็โดนเช่นนี้ ถูกหลินเซียวเซียวยิงเข้าที่ต้นขา หากดอกนี้หมายเอาชีวิต คาดว่าหลี่ซูฝานคงหลบไม่พ้น

"พี่ชาย เจ้ากลัวหรือไม่?" ภายใต้อานุภาพแห่งเทพเช่นนี้ หลี่เทียนมิ่งกลับถามลูกไก่เหลืองอย่างเรียบง่าย

"กลัวกับผีสิ พ่อเจ้าเกิดมา เพื่อรุมกินโต๊ะหนึ่งต่อสองอยู่แล้ว" ลูกไก่เหลืองกล่าวอย่างดูแคลน

"ขี้โม้" หลี่เทียนมิ่งหรี่ตาลง

ในเวลานั้นวานรอัสนีบาตคลั่งกายเพชรได้บดขยี้เข้ามาแล้ว! กรงเล็บอันมหึมาและแหลมคม ภายใต้การโอบล้อมของสายฟ้าสีทอง ได้ตบเข้าใส่ใบหน้าของหลี่เทียนมิ่งโดยตรง!

บนท้องนภา ปักษีอัสนีบาตสามสีก็โฉบลงมาเช่นกัน

ในขณะเดียวกัน ประกายสายฟ้าก็วาบขึ้น แสงสีม่วงพาดผ่านแล้วจางหายไป

ในชั่วขณะที่เสียงสั่นสะเทือนของธนูเสียงอัสนียังไม่ทันแว่วมา ลูกศรแสงอัสนีได้ปรากฏขึ้นที่หน้าอกของหลี่เทียนมิ่งแล้ว!

สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 64 ธนูเสียงอัสนี, ลูกศรแสงอัสนี

คัดลอกลิงก์แล้ว