เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 63 คุยโวสนั่นเยี่ยนตู้

บทที่ 63 คุยโวสนั่นเยี่ยนตู้

บทที่ 63 คุยโวสนั่นเยี่ยนตู้


บทที่ 63 คุยโวสนั่นเยี่ยนตู้

"ดี เช่นนั้นเพื่อหลิงเอ๋อร์ วันนี้ข้าจะต้องเป็นศิษย์อันดับหนึ่งให้ได้" หลี่เทียนมิ่งกล่าวอย่างหนักแน่น

"ข้าเชื่อใจท่าน" เจียงเฟยหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย

"เชื่อใจกะผีนะสิ นอกจากความสามารถในการทำนาที่พอใช้ได้แล้ว เขายังเรียนรู้วิธีคุยโวโอ้อวดมาด้วย"

"หากเจ้าสามารถเป็นศิษย์อันดับหนึ่งได้ วันข้างหน้าข้าจะไม่ยุ่งเรื่องที่เจ้ากับหลิงเอ๋อร์พบกันเลย" เจียงชิงหลวนกล่าวพลางยิ้มเยาะ

"เจ้าพูดจริงนะ?" หลี่เทียนมิ่งดีใจจนออกนอกหน้า

"อย่างเจ้าน่ะหรือ หึหึ?" เจียงชิงหลวนกลอกตาตามองบน ใบหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจ

"คอยดูให้ดีเถอะ ต่อไปนี้ ข้าจะทำให้เจ้าร้องไห้ออกมา" หลี่เทียนมิ่งกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

"ถุย"

องค์หญิงชิงผู้สูงส่ง ถ่มน้ำลายลงพื้นท่ามกลางสายตาของฝูงชน เพียงเพื่อดูถูกหลี่เทียนมิ่ง

หลี่เทียนมิ่งในยามนี้ ดึงดูดสายตาของมหาชนให้หันมามองอย่างไม่ต้องสงสัย

พวกเขาแทบไม่อยากจะเชื่อ

คนเช่นนี้ มีสิทธิ์อะไรถึงได้สนิทสนมกับองค์หญิงหลิงเพียงนี้!

ดูจากสีหน้าขององค์หญิงหลิง ชัดเจนว่าเป็นสาวน้อยที่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก!

หลี่เทียนมิ่งเองก็ตระหนักได้เช่นกัน

เขารู้สึกขึ้นมาทันทีว่า การที่เจียงเฟยหลิงเลือกที่จะมาปรากฏตัวข้างกายเขาในเวลานี้ เลือกที่จะแสดง 'ปีกสวรรค์' ให้ทุกคนได้เห็นในเวลานี้

ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่านางต้องการช่วยเหลือเขา?

ในยามที่เขาถูกคนนับหมื่นก่นด่าสาปแช่ง นางกลับปรากฏตัวในฐานะองค์หญิง

ความน่ารักไร้เดียงสาของนางเมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่เทียนมิ่ง ทุกคนล้วนมองเห็นได้

เช่นนี้แล้ว ใครยังจะกล้าพูดอย่างไม่เกรงกลัวอีกว่า หลี่เทียนมิ่งเป็นเพียงตัวตลก?

"หากหลิงเอ๋อร์เป็นเช่นนี้จริง นางก็ช่างแสนดีเหลือเกิน"

หัวใจของหลี่เทียนมิ่งสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ในความทรงจำของเขา เจียงเฟยหลิงไม่ใช่คนใจร้อน

การที่นางเลือกปรากฏตัวในช่วงเวลานี้ แม้นางจะไม่ได้เอ่ยปากออกมา แต่นางจะต้องเป็นเด็กสาวที่อบอุ่นและใส่ใจในรายละเอียดเช่นนี้แน่นอน

มิเช่นนั้น รอให้การต่อสู้จบลงก่อน แล้วค่อยแอบมาหาหลี่เทียนมิ่งก็ยังไม่สาย

เพราะอย่างไรก็อยู่ในสำนักยั้นหวงเหมือนกัน สามารถเจอกันเมื่อไหร่ก็ได้

เมื่อนึกถึงความใส่ใจและความอบอุ่นของนาง หลี่เทียนมิ่งก็ค้นพบจริงๆ ว่า เด็กสาวผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างแท้จริงคนนี้ ได้เข้ามาจับจองพื้นที่บางส่วนในหัวใจของเขาแล้ว

พื้นที่ตรงนั้นว่างเปล่ามาตลอดสามปี ..ไม่เพียงแค่ว่างเปล่า แต่ยังเต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะ มู่ชิงชิงแทบจะฉีกกระชากหัวใจของเขาออกมา

ทว่าในวันนี้ เด็กสาวที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นคนนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างของนาง กำลังหล่อเลี้ยงหัวใจที่แตกสลายดวงนี้

บางทีสักวันหนึ่ง มันอาจจะดีขึ้นก็เป็นได้

คำว่าซาบซึ้งใจ คงไม่เพียงพอที่จะบรรยายความรู้สึกของหลี่เทียนมิ่งในขณะนี้

เขาจมดิ่งอยู่ในความอบอุ่น ณ ขณะนี้อย่างสมบูรณ์

อันที่จริงไม่เพียงแค่สตรีที่โตเต็มวัย แม้แต่เด็กสาวอายุน้อย ความใส่ใจและความอบอุ่นตามธรรมชาติของพวกนาง ก็สามารถทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนได้พบท่าเทียบเรือพักใจ

รายละเอียดบางอย่างที่คาดไม่ถึง เมื่อหวนนึกถึงในตอนนี้ ถึงได้รู้ว่านางแสนดีเพียงใด

นางบอกว่าเขาเป็นคนสะอาด

นางเชื่อว่าเขาสามารถทำทุกอย่างที่พูดได้

คนเช่นนี้ เพียงพอที่จะล้มล้างความรังเกียจที่มีต่อ 'ความรัก' ตลอดสามปีมานี้ของหลี่เทียนมิ่ง

ต้องรู้ว่า เพราะมู่ชิงชิงและหลี่เหยียนเฟิง ทำให้เขาเคยเข้าใจไปชั่วขณะหนึ่งว่า สิ่งที่เรียกว่าความรักคือสิ่งที่สกปรกที่สุดในโลกนี้!

ความจริงแล้ว เขาถึงขั้นประเมินประโยชน์ที่เจียงเฟยหลิงนำมาให้จากการปรากฏตัวครั้งนี้ต่ำเกินไปเสียด้วยซ้ำ เช่นในขณะนี้ คนที่หัวเราะเยาะเขาเมื่อครู่ บัดนี้ต่างมีสีหน้าตกตะลึง

พวกเขาคิดไม่ตกว่าเหตุใดหลี่เทียนมิ่งจึงสามารถผูกมิตรกับองค์หญิงทั้งสองได้ นี่มันคางคกได้เป็นเพื่อนกับหงส์ฟ้าชัดๆ

ยิ่งไปกว่านั้น บางคนที่ค่อนข้างรู้เรื่องราวของเจียงเฟยหลิง เมื่อได้ยินเรื่องปีกสวรรค์และฟู่หลิงเต็มขั้น อารมณ์ความรู้สึกก็แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

ต้องยอมรับว่า หลี่เทียนมิ่งได้กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งลานประลองอีกครั้ง

ครั้งก่อนเป็นเพราะคำด่าทอของหลิวเชียนหยางและการเยาะเย้ยของผู้คน แต่ครั้งนี้ ภายใต้ความช่วยเหลือของเจียงเฟยหลิง คือการที่ผู้คนต้องจ้องมองเขาจนตาค้างปากค้าง

คนทั้งหลายที่ดูถูกเขา เวลานี้สีหน้าจะดูดีได้อย่างไร?

พวกเขาทำได้เพียงคิดว่า หลี่เทียนมิ่งต้องมีวิธีล่อลวงเด็กสาวเป็นแน่ สามปีก่อนถึงทำให้มู่ชิงชิงติดกับได้ และตอนนี้ถึงสามารถเกี้ยวพาราสีองค์หญิงทั้งสองได้!

ดังนั้น จึงยิ่งหน้าด้านไร้ยางอาย และยิ่งน่ารังเกียจมากขึ้นไปอีก

หลี่เทียนมิ่งคาดเดาไม่ผิด การพบปะกันระหว่างเขากับองค์หญิงทั้งสอง 'มู่ชิงชิง' มองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

สีหน้าและแววตาของนางไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่มือที่ซ่อนอยู่ในชายกระโปรง กลับกำแน่นจนเส้นเลือดปูนโปน

หลี่เทียนมิ่ง มีความสัมพันธ์อันดีกับองค์หญิงหลิงที่เหนือกว่านางในทุกด้านถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

"เท่าที่ข้ารู้มา ราชันจู้เจ๋อเคยตรัสไว้ว่า องค์หญิงหลิงคือปาฏิหาริย์"

"แม้นางจะไม่สามารถเป็นผู้ควบคุมสัตว์ได้ แต่บนร่างของนางมีผนึกความสามารถพิเศษบางอย่างอยู่ ความสามารถเหล่านั้นเมื่อแสดงออกมาทั้งหมด คนที่อยู่ข้างกายนางจะได้รับประโยชน์"

"ก่อนหน้านี้ในใต้หล้า คนที่เข้ากันได้กับนางที่สุด ก็คือองค์หญิงชิงที่เกิดวันเดียวกัน ระดับความเข้ากันได้สูงถึงหกส่วน คนอื่นๆ แค่สี่ส่วนยังไปไม่ถึงเลย"

ตอนที่เจียงเฟยหลิงปรากฏตัว หลินเซียวเซียวมองนางด้วยความอิจฉา แล้วหันมาคุยเรื่ององค์หญิงหลิงกับมู่ชิงชิง

"องค์หญิงหลิงลึกลับจริงๆ นางเป็นเด็กที่ราชันจู้เจ๋อเก็บมาได้ ได้ยินว่าพอเกิดมาก็ถูกทิ้งแล้ว"

"ทุกอย่างเกี่ยวกับนาง ล้วนเป็นปาฏิหาริย์จริงๆ ดังนั้นการที่หลี่เทียนมิ่งผู้นี้สามารถเข้ากันได้กับนางถึงระดับสมบูรณ์แบบ ช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจนน่าตกใจ"

หลินเซียวเซียวพูดต่อ แต่มู่ชิงชิงกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ

"พี่หญิงชิงชิง ท่านว่าทำไมหลี่เทียนมิ่งถึงมีการตอบสนองกับองค์หญิงหลิงได้ขนาดนี้ล่ะ เมื่อก่อนท่านรู้จักหลี่เทียนมิ่ง ท่านรู้ไหมว่าเขามีความพิเศษอะไรบ้าง?" หลินเซียวเซียวถาม

"เอ่อ..." มู่ชิงชิงเมื่อครู่กำลังเหม่อลอย นางเพิ่งได้สติกลับมา จึงรีบตอบว่า "ข้าไม่ค่อยรู้ละเอียดนัก สามปีก่อนก็นับได้แค่ว่ารู้จักกันเท่านั้น"

"อย่างนี้นี่เอง" หลินเซียวเซียวพยักหน้า

"หลี่เทียนมิ่ง หลินเซียวเซียว ถึงเวลาแล้ว รีบขึ้นมา!"

ทุกคนต่างกำลังรออยู่ ต่อให้องค์หญิงทั้งสองจะมาแล้ว แต่การชิงตำแหน่งศิษย์อันดับหนึ่ง ก็ไม่อาจหยุดชะงักได้

เสียงของเว่ยจื่อคุน ทำให้บรรยากาศในลานประลองกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง

"พี่ชาย ข้ากับชิงเอ๋อร์เชียร์ท่านอยู่นะ เอาชนะคู่ต่อสู้ เป็นศิษย์อันดับหนึ่งให้ได้!"

"ไม่มีปัญหา อัดนางให้ร้องไห้แน่นอน" หลี่เทียนมิ่งหัวเราะ

"คุยโวอีกแล้ว? เมืองเยี่ยนตู้จะระเบิดเพราะคำคุยโวของเจ้าแล้ว" เจียงชิงหลวนกลอกตามองบน

"จำคำพูดของเจ้าไว้ให้ดี ข้าได้ที่หนึ่งเมื่อไหร่ เจ้าอย่ามาขวางไม่ให้ข้าคบหากับหลิงเอ๋อร์ก็แล้วกัน"

"หึหึ"

ด้วยประการฉะนี้ หลี่เทียนมิ่งจึงมีผู้สนับสนุนเพิ่มขึ้นอีกคนครึ่ง

เจียงชิงหลวน นับเป็นครึ่งคนก็แล้วกัน

เขาก้าวขึ้นสู่ลานประลอง เข้าสู่สภาวะการต่อสู้อีกครั้ง

เบื้องหน้าของเขา คือหลินเซียวเซียวที่กำลังมองเขาด้วยความโกรธเคืองและสงสัย

"หลี่เทียนมิ่ง ข้าเหม็นขี้หน้าเจ้ามาตั้งนานแล้ว คนหน้าไม่อายแบบเจ้า ทำเรื่องชั่วแล้วยังกล้าเสนอหน้าออกมา คือสิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดในชีวิต"

"วันนี้ ข้าต้องสั่งสอนบทเรียนให้เจ้าสักหน่อย ให้เจ้าขอขมาพี่หญิงชิงชิงของข้าอย่างจริงใจ!"

ประโยคเดียวที่ว่า 'สิ้นไร้ทายาทสืบสกุล' ทำให้หลินเซียวเซียวเดือดดาลจนถึงขีดสุด

"แม่สาวน้อยเจ้าไม่กลัวข้าหรือ ข้าเป็นคนพกยาติดตัวนะ เจ้ามีแฟนคอยช่วยเจ้าในเวลาสำคัญหรือเปล่าล่ะ?" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

ผู้คนตกตะลึง เรื่องพรรค์นี้ เขายังกล้าเอามาพูดล้อเลียนตัวเองต่อหน้าธารกำนัลอีกหรือ?

"งั้นก็ต้องดูว่าเจ้าจะยินดี ให้สัตว์ประจำตัวของเจ้าถูกประหารอีกครั้งหรือไม่" หลินเซียวเซียวกล่าวเสียงขรึม

น้อยครั้งนักที่นางจะโกรธเกรี้ยวเช่นนี้

แต่วันนี้คนทำผิดที่ยังทำตัวลอยชายผู้นี้ ทำให้ไฟโทสะตลอดสิบห้าปีของนางลุกโชนขึ้นมาจริงๆ

……

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 63 คุยโวสนั่นเยี่ยนตู้

คัดลอกลิงก์แล้ว