เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57 บุตรแห่งดวงดาว

บทที่ 57 บุตรแห่งดวงดาว

บทที่ 57 บุตรแห่งดวงดาว


บทที่ 57 บุตรแห่งดวงดาว

"ท่านอาจารย์ โปรดช่วยนำสาส์นท้าของข้าส่งไปยังห้องรับรองของสมาคมการค้าดวงดาว ฝากถามฮูหยินเสวี่ยหลานให้ข้าทีว่า ลูกชายของนางเฉินเย่า กล้าลงมาให้ข้าอัดสักยกไหม!"

"ถึงแม้จะผิดธรรมเนียมไปบ้าง แต่ข้าจะให้เจ้าลองดูสักครั้ง แน่นอนว่าในมุมมองของข้า เจ้าอาจจะเป็นฝ่ายโดนอัดจนเละเทะ" มู่หว่านเตือนย้ำแล้วย้ำอีก

"เฉินเย่าคืออัจฉริยะที่แท้จริงนะ"

หลี่เทียนมิ่งยิ้มมุมปาก แววตาลุกโชน

เขาไม่จำเป็นต้องคุยโวโอ้อวดอะไร หากเฉินเย่ากล้าลงมา แค่อัดให้หมอบก็จบเรื่อง

มู่หว่านจึงให้คนนำสาส์นท้าของเขาส่งขึ้นไปยังห้องรับรองพิเศษของสมาคมการค้าดวงดาว

ในขณะเดียวกัน หลี่เทียนมิ่งก็กระโดดขึ้นไปบนเวทีประลองด้วยตนเอง สายตาอันร้อนแรงมองไปยังทิศทางที่สาส์นท้าถูกส่งไป

ในที่สุด เขาก็ยืนยันตำแหน่งของเฉินเย่าได้!

"เฉินเย่า เจ้ากล้าลงมาให้ข้าอัดไหม?"

เสียงที่หนักแน่นและดังก้องกังวานดังขึ้นอย่างกะทันหันในสมรภูมิยั้นหวงแห่งนี้

ชั่วขณะหนึ่ง ผู้คนนับหมื่นต่างหันมามองเป็นตาเดียว!

หลิวเชียนหยางทำให้ผู้คนจดจำหลี่เทียนมิ่งได้แล้ว เดิมทีคิดว่าหลี่เทียนมิ่งจะทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัว

ผู้คนคาดไม่ถึงเลยว่า นอกจากเขาจะไม่เจียมตัวแล้ว ยังบังอาจท้าทายฟ้าดิน!

ด้วยอันดับของเขา ด้วยความแข็งแกร่งของเขา จะท้าทายเฉินเย่าอย่างนั้นหรือ?

ช่างเป็นความคิดเพ้อฝัน เป็นการรนหาที่ตาย และเป็นเรื่องตลกขบขันสิ้นดี "เจ้านี่ มาสร้างเรื่องตลกใหม่อีกแล้ว"

คำท้าทายของหลี่เทียนมิ่งกลายเป็นเรื่องตลกในชั่วพริบตา ทำให้หลายคนอดขำไม่ได้

เวลานี้ เป็นช่วงเวลาที่อันดับสองของทำเนียบยั้นหวงกำลังจะเปิดฉากท้าชิงอันดับหนึ่งพอดี!

เฉินเย่ากำลังรอให้หลี่ซูฝานพ่ายแพ้ แล้วค่อยถึงตาของตน

ศิษย์อันดับหนึ่งย่อมต้องรับคำท้า จนกว่าเหล่าอาจารย์จะลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าเขาคือศิษย์อันดับหนึ่งที่แท้จริง

"สุนัขบ้าชัดๆ พวกเจ้าไปบอกมันว่าข้าไม่ว่างสู้ด้วย" 'เฉินเย่า' นั่งอยู่ข้างพี่ชายทั้งสอง เขาขึ้นมาพักผ่อนนานแล้ว

"ไอ้เด็กนี่ช่างไม่มีตาจริงๆ ทำไมมันต้องเจาะจงเล่นงานเจ้า?" ซิงเชว่กล่าวเสียงเย็น

เฉินเย่าหันไปมองมารดาเสวี่ยหลานโดยไม่พูดอะไร

นับตั้งแต่หลี่เทียนมิ่งเริ่มต่อสู้ สีหน้าของเสวี่ยหลานก็ดูไม่ค่อยดีนัก

ยิ่งตอนนี้เฉินเย่าอยู่อันดับสาม ไม่ใช่อันดับหนึ่ง นางยิ่งหงุดหงิด

"เฉินเย่า เจ้าลงไป สั่งสอนบทเรียนให้มัน หรือหาโอกาสทำให้มันพิการไปซะ" จู่ๆ เสวี่ยหลานก็เอ่ยขึ้น

"น้องหญิง ไม่จำเป็นมั้ง ข้าเพิ่งเห็นมันเอาชนะขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณระดับสองมานะ"

"เย่าเอ๋อร์กำลังเตรียมตัวท้าชิงกับหลินเซียวเซียว หากไปเสียแรงกับคนผู้นี้ จะกระทบต่อสภาพความพร้อมในการชิงอันดับหนึ่งได้" ฮูหยินหยวนอวี๋กล่าวเตือน

"ข้าก็คิดว่าไม่จำเป็น จะสั่งสอนคนผู้นี้เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อนตอนนี้" บุตรชายคนโตของเสวี่ยหลาน 'เฉินฮ่าว' กล่าวเสริม

"เย่าเอ๋อร์ เจ้าจะไปหรือไม่? แค่ความกล้าที่จะเอาชนะไอ้เศษสวะคนนี้ยังไม่มี แล้วจะหวังชิงอันดับหนึ่งได้อย่างไร?" เสวี่ยหลานสายตาลึกล้ำ

ทุกคนต่างพบว่า วันนี้นางดูเหมือนจะอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นเรื่อยๆ

"ในเมื่อท่านแม่พูดเช่นนี้ ข้าจะถอยหนีได้อย่างไร"

"พูดตามตรง ถ้าไม่ใช่เพราะอยากเก็บแรงไว้จัดการหลินเซียวเซียว มันกล้ามาท้าทายข้า ข้าคงลงไปตบปากมันตั้งนานแล้ว"

เฉินเย่าลุกขึ้นยืน เขารู้ดีว่าทำไมมารดาถึงได้โมโหขนาดนี้

ก่อนการจัดอันดับจะเริ่มขึ้น นางได้เจอกับเว่ยจิงอีกครั้ง ดูเหมือนจะแตกหักกันแล้ว

พวกเขาก็หัวเราะเยาะสองแม่ลูกนั่นมาตั้งนาน หากตอนนี้ไม่กล้ารับคำท้า ถ้าเรื่องแพร่งพรายออกไป ฮูหยินเสวี่ยหลานจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?

"เมื่อกี้ข้าเห็นมันยังไม่ทันเรียกสัตว์ประจำตัวออกมาก็ชนะคู่ต่อสู้แล้ว เจ้ามั่นใจแค่ไหน?" เสวี่ยหลานถาม

"หึหึ กระบี่เดียวก็จบเรื่องแล้ว ไม่กระทบการต่อสู้รอบหลังแน่นอน"

"ท่านแม่ ท่านคอยดูเถอะ ข้าจะทำให้สองแม่ลูกนั่นสิ้นหวังอย่างไร ไอ้สุนัขบ้าที่ตามรังควานไม่เลิก ครั้งนี้ถ้าข้าไม่หักขามัน ข้าจะไม่ขอแซ่เฉิน" เฉินเย่ากล่าวเสียงเหี้ยม

"น้องชาย แค่เอาชนะมันก็พอ เก็บแรงไว้หน่อย รอให้การจัดอันดับจบลง พวกเราค่อยหาคนไปฆ่าสัตว์ประจำตัวของมันทิ้ง เรื่องก็จบแล้ว" ซิงเชว่ตบไหล่เขาเบาๆ

"ช่วงนี้พวกเรารู้จักสหายกลุ่มหนึ่ง ล้วนเป็นพวกเดนตาย เรื่องอะไรก็กล้าทำทั้งนั้น" เฉินฮ่าวกล่าวด้วยรอยยิ้ม "งั้นก็ยิ่งดี ต่อไปจะได้ไม่ต้องเห็นสิ่งสกปรกพวกนี้มาลอยหน้าลอยตาให้รกหูรกตาอีก เป็นแค่ขยะน่ารังเกียจ ยังกล้าออกมาทำตัวน่าสะอิดสะเอียน" เฉินเย่าพูดจบก็เดินออกไปทันที

"เว่ยจิง เจ้าอยากจะพิสูจน์อะไรกันแน่? ก่อนตายอยากจะพิสูจน์ว่าลูกชายเจ้าเก่งกว่าลูกชายข้าอย่างนั้นหรือ? หึหึ งั้นเจ้าคงต้องตายตาไม่หลับแล้วล่ะ"

เมื่อเฉินเย่าลงไปแล้ว เสวี่ยหลานก็ปรายตามองไปทางเว่ยจิงด้วยสายตาอำมหิต พึมพำในใจ

นางมองไม่เห็นเว่ยจิง แต่รู้ว่าเว่ยจิงอยู่ที่ไหน

สำหรับความรู้สึกของเว่ยจิงที่อยากจะเอาลูกชายมาเปรียบเทียบกับตน นางนอกจากจะยิ้มเยาะแล้ว ก็มีแต่ความสมเพชเวทนา

......

ในขณะที่หลี่เทียนมิ่งมั่นใจว่าเฉินเย่าต้องลงมาแน่ ก็เกิดเหตุขัดจังหวะขึ้น

นั่นคือ: 'หลี่ซูฝาน' จากวังลิขิตสวรรค์ ได้ส่งสาส์นท้าไปยังคฤหาสน์เหลยจุนในจังหวะนี้พอดี

หลินเซียวเซียวเองก็รอคอยเวลานี้อยู่ เพื่อที่จะรักษาตำแหน่งศิษย์อันดับหนึ่งของนางให้มั่นคง

เมื่อนางเดินออกมาจากคฤหาสน์เหลยจุนและล็อคเป้าสุนัขยไปที่หลี่ซูฝาน

นางคาดไม่ถึงว่า ในเวลาเดียวกัน เฉินเย่าก็เดินออกมาจากอีกด้านหนึ่ง

ทั้งสองเดินสวนกัน

"รอเดี๋ยว คู่ต่อสู้คนต่อไปของข้าก็คือเจ้า อย่าเพิ่งแพ้หลี่ซูฝานไปซะก่อนล่ะ"

เฉินเย่าท่าทางองอาจผึ่งผาย พูดทิ้งท้ายกับหลินเซียวเซียวประโยคหนึ่ง แล้วพุ่งตัวลงมาดุจแสงดาว มุ่งหน้าไปสังหารหลี่เทียนมิ่ง

หลินเซียวเซียวเม้มปาก ความจริงนางมีความมั่นใจมาก

หากนางเอาชนะหลี่ซูฝานได้ เฉินเย่าก็ยิ่งไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง

ดังนั้น นางไม่รู้ว่าเฉินเย่าเอาความกล้ามาจากไหนถึงกล้าพูดจาใหญ่โตเช่นนี้

ท่ามกลางสายตาคาดหวังของผู้คน นางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหลี่ซูฝาน

ทันใดนั้น การต่อสู้จัดอันดับก็ดำเนินมาถึงจุดที่ตึงเครียดที่สุด

ไม่ใช่เพราะการปะทะกันอย่างงุนงงของหลี่เทียนมิ่งและเฉินเย่า แต่เป็นเพราะศึกตัดสินระหว่างอันดับหนึ่งและอันดับสองของทำเนียบยั้นหวง!

นี่อาจจะเป็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการจัดอันดับครั้งนี้!

ศึกระหว่างหลินเซียวเซียวและหลี่ซูฝาน ถือเป็นละครฉากใหญ่ที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด!

ในสนามเริ่มเกิดเสียงฮือฮาอื้ออึง หลินเซียวเซียวและหลี่ซูฝานต่างเป็นคนพูดจริงทำจริง

ความสัมพันธ์ของทั้งสองถือว่าพอใช้ได้ ศึกนี้ไม่มีความแค้นส่วนตัว มีเพียงการตัดสินแพ้ชนะ

ดังนั้น ทันทีที่เฉินเย่ามาถึงตรงหน้าหลี่เทียนมิ่ง การต่อสู้ทางฝั่งโน้นก็เริ่มปะทุขึ้นแล้ว

กลายเป็นว่า คู่ของหลี่เทียนมิ่งและเฉินเย่ามีคนสนใจน้อยกว่า เพราะแทบทุกคนต่างคิดว่า นี่คือการบดขยี้อยู่ฝ่ายเดียว!

หลี่เทียนมิ่งที่เพิ่งกลับมาได้สามปี จะเอาอะไรไปเทียบกับอัจฉริยะที่แท้จริงแห่งเมืองเยี่ยนตู้ นายน้อยแห่งสมาคมการค้าดวงดาว?

เฉินเย่าคงคาดไม่ถึงว่า ตนเองจะได้มาปะมือกับหลี่เทียนมิ่งในการจัดอันดับ

เมื่อมองดูหลี่เทียนมิ่งตอนนี้ เขาพบว่าความรังเกียจในใจที่มีต่ออีกฝ่าย รุนแรงกว่าที่จินตนาการไว้เสียอีก

"ไอ้สุนัขบ้าเวร ข้าไม่อยากจะลงมาจัดการเจ้า เจ้าคงนึกว่าข้ากลัวสุนัขบ้ากัดสินะ!"

"เจ้ากล้าเรียกข้าลงมา วันนี้ข้าจะหักขาสุนัขของเจ้า ถอนเขี้ยวสุนัขของเจ้า ต่อหน้าทุกคน รวมถึงแม่แก่ใกล้ตายของเจ้าด้วย!"

เฉินเย่าอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง เขารู้ว่าถ้าไม่สั่งสอนหลี่เทียนมิ่งให้หลาบจำ ต่อไปคงมีพวกแมวสุนัขมากระโดดเหยงๆ ท้าทาย 'ราชสีห์' อย่างเขาไม่หยุดหย่อน

"ฮูหยินเสวี่ยหลานหลงคิดว่าตนเองสูงส่ง แต่ลูกชายกลับไม่มีการอบรมสั่งสอนเอาเสียเลย"

"พูดจาไร้รสนิยมแบบนี้ มีแต่จะแสดงให้เห็นถึงความต่ำทรามในกมลสันดานของเจ้า"

หลี่เทียนมิ่งยิ้มเยาะ ฝึกฝนจิตใจมาสามปี ยากนักที่คนอื่นจะเห็นความยินดียินร้ายบนใบหน้าเขา

เขาดูเหมือนจะยิ้มอย่างไม่ยี่หระ แต่ความจริงในใจซุกซ่อนภูเขาไฟที่กำลังปะทุ

เพราะเขาเฝ้ารอเวลานี้มานานเหลือเกิน

เฉินเย่าพ่นคำหยาบคายเต็มปาก แต่หลี่เทียนมิ่งกลับยิ้มแย้มท่าทางสุขุม ระดับจิตใจของทั้งสองสูงต่ำต่างกันชัดเจน

เฉินเย่าสังเกตเห็นสายตาของคนรอบข้าง พวกเขาดูเหมือนจะผิดหวังเล็กน้อยกับอารมณ์เกรี้ยวกราดของเขาในตอนนี้

ในเรื่องนี้ เขาถึงกับถูกหลี่เทียนมิ่งเปรียบเทียบจนด้อยกว่า!

ดังนั้น เพลิงโทสะในใจของเขาจึงยิ่งลุกโชนรุนแรงขึ้น

เขารู้ดีว่า เมื่ออยู่บนสนามประลอง การปะทะคารมไม่มีความหมาย

ต่อให้หลี่เทียนมิ่งพูดจาไพเราะแค่ไหน ขอแค่ทำให้มันคุกเข่าขอชีวิต ทุกอย่างก็จะพังทลายไปเอง

ผู้ชนะเท่านั้น ถึงจะมีคุณสมบัติมาสั่งสอนเรื่องการอบรมและมารยาท!

"ออกมา!"

เฉินเย่าตวาดลั่น สัตว์ประจำตัวที่มีชื่อเสียงโด่งดังของเขา 'ราชสีห์จรัสแสงหกดาว' คำรามก้องท่ามกลางแสงดาวระยิบระยับ มุดออกมาจากพื้นที่ประจำตัว

ราชสีห์จรัสแสงหกดาวตัวนี้สูงใหญ่กำยำ สง่างามเปี่ยมราศี ดูศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม มีกลิ่นอายแห่งราชาสรรพสัตว์

เมื่อมันหมอบอยู่ตรงหน้าเฉินเย่า หนึ่งคนหนึ่งสัตว์ส่งเสริมบารมีซึ่งกันและกัน ราวกับเทพจุติ

นี่คือสัตว์ประจำตัวประเภทสัตว์บกธาตุดวงดาว สามารถควบคุมพลังดวงดาวบนท้องฟ้า ดูดซับแสงดาวเพื่อเติบโต มีพื้นที่การเติบโตไร้ขีดจำกัด

ราชสีห์จรัสแสงหกดาวปรากฏกาย แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเฉินเย่าต้องการบดขยี้หลี่เทียนมิ่งให้เละ!

ดูจากความดุร้ายของราชสีห์ตัวนี้ อารมณ์ของเฉินเย่าได้ส่งผลกระทบไปถึงมันแล้ว

มันจ้องมองหลี่เทียนมิ่งเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยพลังดวงดาวที่หมุนวน

กรงเล็บอันทรงพลังจิกแน่นลงบนพื้น พร้อมที่จะพุ่งทะยานเข้าขย้ำหลี่เทียนมิ่งได้ทุกเมื่อ

-สองสิงห์:ผู้แปล- “รอชมฉากสะใจ!?....”

จบบทที่ บทที่ 57 บุตรแห่งดวงดาว

คัดลอกลิงก์แล้ว