- หน้าแรก
- มหาเทพหมื่นพิภพ
- บทที่ 56 ให้เฉินเย่าไสหัวลงมา
บทที่ 56 ให้เฉินเย่าไสหัวลงมา
บทที่ 56 ให้เฉินเย่าไสหัวลงมา
บทที่ 56 ให้เฉินเย่าไสหัวลงมา
"หลี่เทียนมิ่ง 480 คะแนน อันดับที่ 576"
คะแนนตั้งต้นออกมาอย่างรวดเร็ว หลี่เทียนมิ่งเงยหน้ามองทำเนียบยั้นหวง แทบจะกล้ำกลืนกับคะแนนที่ได้
หลิวเชียนหยางไม่ได้เปิดโอกาสให้เขาแสดงฝีมืออะไรเลย ตบเดียวก็ปลิวไปแล้ว
อาจารย์เหล่านี้ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของตนเอง ก็เลยให้คะแนนสูงไม่ได้
"ไม่เป็นไร ครั้งหน้าข้าจะจัดคู่ต่อสู้ที่เก่งหน่อยให้เจ้า ตอนนี้เจ้าดังแล้ว คนที่อยากอัดเจ้ามีเยอะแยะไป" อาจารย์มู่หว่านกล่าว
หลิวเชียนหยางทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งสนาม ถึงแม้จะเป็นจุดสนใจในแง่ลบ แต่ก็มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือไม่ขาดแคลนคู่ต่อสู้แล้ว
"ไม่มีปัญหา เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ท่านอาจารย์ ข้าทุ่มสุดตัว" หลี่เทียนมิ่งกล่าว
"คนดูถูกเจ้าเยอะเกินไป แสดงฝีมือให้ดีล่ะ"
ที่ด้านล่างของอีกฟากหนึ่งของเวทีประลอง—
"พี่หญิง ทำไมกัน?" ใบหน้าซีกหนึ่งของหลิวเชียนหยางบวมเป่ง ตอนนี้ยังรู้สึกแสบร้อนอยู่เลย
"เป็นท่านจอมพลเหลยสั่งมา ให้เจ้าออกรบโดยตรง ห้ามสร้างความลำบากใจให้หลี่เทียนมิ่ง" หลิวชิงกล่าวเสียงเบา
จอมพลเหลย ก็คือหลินเทียนเจี้ยน
"ท่านจอมพลจะมาสนใจตัวเล็กตัวน้อยพรรค์นี้ทำไม..." หลิวเชียนหยางยังคงคิดไม่ตก
"เป็นแบบนี้ มู่ชิงชิงนั่งอยู่ข้างกายท่านจอมพล ท่านจอมพลรู้เรื่องราวระหว่างมู่ชิงชิงกับหลี่เทียนมิ่งเมื่อสามปีก่อน"
"เขาเลยถามมู่ชิงชิงว่า อยากจะจัดการกับหลี่เทียนมิ่งอย่างไร เจ้าทายซิว่ามู่ชิงชิงพูดว่าอย่างไร?"
สีหน้าของหลิวชิงเย็นชาอยู่บ้าง นางเห็นน้องชายขึ้นไปโดนอัด ย่อมต้องอารมณ์ไม่ดีแน่นอน
"นางพูดว่ายังไง?"
"มู่ชิงชิงบอกว่า นางปล่อยวางเรื่องเมื่อสามปีก่อนไปนานแล้ว นางบอกว่าหลี่เทียนมิ่งได้รับบทลงโทษเมื่อสามปีก่อนไปแล้ว"
"นางบอกว่า พวกเขาเคยเป็นสหายกันมาก่อน ดังนั้นจึงไม่คิดจะเอาความหลี่เทียนมิ่งอีก ทั้งยังรู้สึกยินดีที่เขาสามารถกลับเนื้อกลับตัวได้ และหวังว่าคฤหาสน์เหลยจุนจะไม่สร้างความลำบากใจให้เขาอีก" หลิวชิงกล่าว
"จะเป็นไปได้ยังไง! สามปีก่อนหลี่เทียนมิ่งคิดจะกระทำอนาจารนาง เกือบทำให้นางต้องตกนรกทั้งเป็น!" หลิวเชียนหยางไม่อยากจะเชื่อ
"แต่หลี่เทียนมิ่งก็สูญเสียสัตว์ประจำตัว ถูกคนด่าทอเยาะเย้ยมาสามปี ก็ถือว่าชดใช้ค่าตอบแทนที่สาสมแล้วจริงๆ"
"มู่ชิงชิงเห็นแก่ที่พวกเขาเคยเป็นเพื่อนสนิทกัน จึงเลือกที่จะให้อภัย ความจริงก็นับว่าใจกว้างมากแล้ว" หลิวชิงกล่าวเรียบๆ
"นี่มันจะใจดีเกินไปแล้ว แต่ข้าคิดว่า พี่ถิงไม่มีทางให้อภัยหลี่เทียนมิ่งแน่ พี่ถิงอยู่ไหม?" หลิวเชียนหยางถามอย่างร้อนรน
"เขาเก็บตัวฝึกวิชาอยู่"
"ข้าว่าแล้วไง พี่ชิงชิงให้อภัยเขา บอกให้พวกเราอย่าไปลำบากใจเขา แต่รอพี่ถิงออกมาเถอะ จะต้องไปหาเรื่องเจ้าหลี่เทียนมิ่งนี่แน่! ไม่มีทางปล่อยให้มันกลับมาผงาดได้หรอก!"
"เจ้าผิดแล้ว เขาน่าจะเชื่อฟังมู่ชิงชิง อีกอย่าง แค่หลี่เทียนมิ่งคนเดียว ต่อให้กลับมาผงาดแค่ไหน ต่อหน้าคฤหาสน์เหลยจุนก็เป็นแค่มดปลวกที่ไม่มีค่าอะไร"
"ไม่มีใครใส่ใจเขาหรอก เพียงแต่ การที่มู่ชิงชิงตัดสินใจแบบนี้ มันเป็นปัญหากับพี่เขยของเจ้า" หลิวชิงดูเหมือนจะไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
"หมายความว่ายังไง?"
"หลี่เทียนมิ่งกระโดดโลดเต้นอยู่ที่นี่วันหนึ่ง ก็เป็นภัยแฝงที่ทำให้พี่เขยของเจ้ากับคฤหาสน์เหลยจุนเกิดช่องว่าง"
"ต่อให้พี่เขยเจ้าจะตัดขาดความสัมพันธ์กับเขาไปนานแล้ว แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะพาลมาถึงตัวเขา" หลิวชิงกล่าว
"พี่เขยได้รับความสำคัญจากท่านเหลยจุน ได้รับคัมภีร์เจตจำนงสวรรค์แล้วไม่ใช่หรือ?" หลิวเชียนหยางถาม
"ใช่ แต่ภัยแฝงก็คือภัยแฝง"
"งั้น เอาเป็นว่าพวกเราไปหาตำหนักบุปผาโลหิต ตั้งค่าหัวฆ่ามันซะ!" หลิวเชียนหยางกล่าวด้วยความแค้น
"อย่าเพิ่ง อย่าเพิ่งวู่วาม ให้พี่เขยของเจ้าตัดสินใจเอง"
"เขาจะฆ่าลูกชายตัวเองหรือ?"
"ดูสถานการณ์ไปก่อน อย่างไรเสีย ข้าคิดว่าเขาไม่มีความผูกพันใดๆ กับหลี่เทียนมิ่งอีกแล้ว"
......
ในขณะที่สองพี่น้องคุยกันอยู่ที่มุมหนึ่ง ภายในห้องรับรองพิเศษห้องหนึ่ง กลับมีผู้คนจำนวนไม่น้อยนั่งกันอยู่พร้อมหน้า ซึ่งแต่ละคนล้วนมีเอกลักษณ์เด่นชัด
บนร่างของพวกเขาโดยทั่วไปล้วนมีกลิ่นอายสายฟ้าที่เกรี้ยวกราด แผ่รัศมีน่าเกรงขามออกมาโดยธรรมชาติ
มองแวบเดียวก็รู้ว่า พวกเขามาจากคฤหาสน์เหลยจุน
ในตำแหน่งสูงสุดตรงกลาง มีชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมสีม่วงนั่งอยู่
ชายวัยกลางคนผู้นั้นผมดำดุจน้ำตก ดวงตาดั่งบ่ออัสนี ที่เด่นชัดที่สุดคือคิ้วสีดำเข้มคู่หนึ่ง รูปร่างเหมือนสายฟ้า ปลายคิ้วชี้ขึ้นด้านบน
ทำให้เขาดูดุร้ายน่ากลัวยิ่งนัก โหงวเฮ้งแบบนี้เกรงว่าเด็กเห็นเข้าคงต้องร้องไห้จ้า
เขาคือจอมพลอันดับหนึ่งของประเทศจู้เจ๋อในปัจจุบัน บุตรชายของท่านเหลยจุน 'หลินเทียนเจี้ยน' หรือ 'ท่านจอมพลเหลย' ในรุ่นนี้
และเขาก็คือบิดาของหลินเสี่ยวถิงและหลินเซียวเซียว
ทางด้านขวามือของเขา มีดรุณีน้อยร่างเล็กกะทัดรัดนั่งอยู่
ดรุณีน้อยผู้นั้นงดงามเทพธิดา ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา นางคือศิษย์ตัวเต็งที่สุดในการจัดอันดับครั้งนี้ 'หลินเซียวเซียว'
ข้างกายหลินเซียวเซียว ยังมีกลุ่มหญิงสาวท่าทางอ่อนโยนสวมชุดกระโปรงขาวขลิบฟ้า
หญิงสาวผู้นั้นงามดุจดอกบัวขาว บริสุทธิ์เป็นธรรมชาติ ทุกอิริยาบถล้วนทำให้ผู้คนรู้สึกสดชื่นราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ
"พี่ชิงชิง ข้าคิดว่าหลี่เทียนมิ่งคนนี้ ฝีมือดูเหมือนจะไม่เลวเลย ได้ยินว่าตอนนี้เขามีสัตว์ประจำตัวชั้นหกแล้ว" หลินเซียวเซียวกระซิบข้างหูนาง
"ดูเหมือนจะใช่นะ เพราะยังไงเมื่อสามปีก่อนเขาก็ถึงขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณแล้ว ได้สัตว์ประจำตัวชั้นหกมา ย่อมแข็งแกร่งกว่าตอนนั้นบ้าง"
"นี่ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะยังไงเขาก็อายุมากแล้ว แก่กว่าเจ้าตั้งห้าปีแน่ะ" มู่ชิงชิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"แก่กว่าห้าปีก็ไม่มีประโยชน์ ถ้ามาเจอข้า คอยดูเถอะข้าจะช่วยสั่งสอนเขาแทนท่านเอง เจ้าคนลามกนั่น" หลินเซียวเซียวนึกถึงเรื่องเมื่อสามปีก่อน ก็พูดด้วยความโกรธเคือง
มู่ชิงชิงยิ้มบางๆ กล่าวว่า "เซียวเซียว เขาก็ไม่ง่ายเลย กว่าจะกลับมาเผชิญหน้ากับชีวิตใหม่ได้ เจ้าก็อย่าไปรังแกเขาเลย"
"แล้วพี่ชิงชิงจะยังไปเจอเขา คบหาเป็นเพื่อนเหมือนเมื่อก่อนไหม?" หลินเซียวเซียวถาม
"แน่นอนว่าไม่แล้ว พวกเราไม่เหมาะจะเจอกันอีกแล้ว และก็ไม่มีความจำเป็นแล้วด้วย" มู่ชิงชิงยิ้มละมุน
"ข้าเข้าใจแล้ว พี่ชิงชิงช่างใจกว้างจริงๆ ถ้าเป็นข้า ชาตินี้คงไม่มีวันให้อภัยคนแบบนี้แน่"
พูดถึงตรงนี้ นางก็ลุกขึ้นยืน กล่าวว่า "เอาล่ะ ข้าต้องไปแข่งแล้ว"
"เซียวเซียว พยายามให้เหมือนพี่ชายของเจ้า คว้าตำแหน่งศิษย์อันดับหนึ่งมาให้ได้นะ ข้าจัดห้องในเขตสวรรค์ให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว ช่วงแรกที่เพิ่งเข้าไปก็ไปพักอยู่กับข้าก่อน" มู่ชิงชิงกล่าวอย่างอ่อนโยน
"ข้าดูฝีมือของเฉินเย่า หลี่ซูฝานพวกนั้นแล้ว ถ้าพวกเขาไม่มีไม้ตายก้นหีบอะไร ข้ารู้สึกว่า ไม่มีปัญหาใหญ่" หลินเซียวเซียวกล่าวอย่างมั่นใจ
"อย่าลำพองตน ลงไปได้แล้ว!"
หลินเทียนเจี้ยนที่อยู่ด้านบนได้ยินบทสนทนาของพวกนาง ก็ตะคอกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"รู้แล้วน่า!" หลินเซียวเซียวแลบลิ้น แล้วกระโดดโลดเต้นลงไปอย่างร่าเริง
ผู้คนมักบอกว่าหลินเซียวเซียวรู้ความและเป็นผู้ใหญ่มาก ความจริงต่อหน้าครอบครัว นางก็ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง
มู่ชิงชิงมองส่งนางจากไป รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงประดับอยู่ไม่จางหาย
เพียงแต่ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า ที่วางแขนบนเก้าอี้ของนาง ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ได้ยุบลงไปเป็นรอยลึก
......
หลังจากหลินเซียวเซียวลงสนาม บรรยากาศของการจัดอันดับก็ระเบิดความร้อนแรงขึ้นทันที
นางอาศัยการต่อสู้สองรอบ ได้รับการประเมินสูงสุดจากเหล่าอาจารย์
เฉินเย่าที่ยืนตระหง่านอยู่บนยอดทำเนียบ ถูกหลินเซียวเซียวที่มี 950 คะแนน ดึงลงจากหลังม้าเป็นครั้งแรก ต้องตกไปอยู่อันดับสองของทำเนียบยั้นหวง
แต่ทว่า อันดับสองของเขาก็รักษาไว้ได้ไม่นาน
ต่อมาหลี่ซูฝานจากวังลิขิตสวรรค์ลงสนามต่อสู้ อาจารย์ให้คะแนนประเมินเขา 920 คะแนน แซงหน้าเฉินเย่าไปเช่นกัน
ถ้าเป็นแบบนี้ เฉินเย่าก็ทำได้แค่อยู่ในอันดับสาม
เฉินเย่ายังมีโอกาสท้าประลอง ในระหว่างนี้เขาก็ได้ทำการต่อสู้อีกสองรอบ คู่ต่อสู้ล้วนเป็นขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณระดับสาม เขาแสดงฝีมืออันยอดเยี่ยมเอาชนะคู่ต่อสู้ได้
แต่ทว่า เหล่าอาจารย์ผ่านการประเมินแล้ว สุดท้ายก็ยังให้คะแนนที่ 900 คะแนน
นั่นหมายความว่า หากเฉินเย่าอยากได้อันดับหนึ่งของทำเนียบยั้นหวง ไปสู้กับคนอื่นก็ไร้ประโยชน์แล้ว
เขาจำเป็นต้องเอาชนะหลินเซียวเซียวที่เป็นอันดับหนึ่งให้ได้ ในทำนองเดียวกัน หลี่ซูฝานที่มาถึงขีดสุดแล้วก็เป็นเช่นนี้
ตามธรรมเนียมที่ผ่านๆ มา หากต้องการเป็นศิษย์อันดับหนึ่ง ในช่วงที่ถูกอาจารย์ตัดสินว่าเป็นศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดนั้น จำเป็นต้องรับคำท้าประลองหลายต่อหลายรอบ
จนกระทั่ง ไม่มีใครสามารถสั่นคลอนสถานะอันดับหนึ่งในทำเนียบยั้นหวงของเขาได้ นั่นถึงจะเป็นศิษย์อันดับหนึ่งของการสอบเข้าตำหนักอย่างสมศักดิ์ศรี!
เหล่าอาจารย์ให้คะแนนหลินเซียวเซียวสูงถึง 950 คะแนน เป็นการให้การยอมรับนางอย่างสูงสุด แต่ความจริงก็เป็นการมอบความท้าทายอันยิ่งใหญ่ให้นางเช่นกัน
แต่ทว่า ผู้ที่จะท้าประลองหลินเซียวเซียวได้ ต้องเป็นสิบอันดับแรกเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้นยิ่งอันดับสูง ลำดับการท้าชิงก็จะยิ่งได้รับสิทธิ์ก่อน
ตอนนี้ผู้ที่มีสิทธิ์ท้าชิงเป็นอันดับแรกคือหลี่ซูฝานที่อยู่อันดับสอง
เขายังคงสงบนิ่งไม่เคลื่อนไหว ดังนั้นหลินเซียวเซียวจึงยังปลอดภัยชั่วคราว
เพราะยังไงเสีย การจัดอันดับเพิ่งจะดำเนินมาถึงช่วงกลาง อันดับในส่วนกลางและล่างของทำเนียบยั้นหวงกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
ต้องรอให้อันดับระดับกลางและระดับล่างเริ่มนิ่งเสียก่อน ก็จะเป็นช่วงที่เริ่มสนุกตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว
การต่อสู้แย่งชิงกันในอันดับต้นๆ นี่สิถึงจะเป็นจุดสนใจที่ควรเก็บไว้ท้ายสุด!
หลี่ซูฝานไม่รีบ พวกเฉินเย่าตอนนี้ก็ไม่รีบแล้ว
ในช่วงเวลานี้ หลี่เทียนมิ่งได้ทำการต่อสู้ไปสองรอบ
อาจารย์มู่หว่านจัดคู่ต่อสู้ขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณระดับสองให้เขาแล้ว
หลี่เทียนมิ่งตบพวกนั้นกระเด็นด้วยฝ่ามือเดียวอย่างไม่มีข้อยกเว้น ตั้งแต่ต้นจนจบสัตว์ประจำตัวยังไม่ออกมาเลยด้วยซ้ำ
หลังจากสองรอบการต่อสู้ หลี่เทียนมิ่งได้รับการประเมินอยู่ที่ 790 คะแนน อยู่อันดับที่ 95 ของทำเนียบยั้นหวง
แต่เห็นได้ชัดว่า จนถึงตอนนี้เขายังไม่ได้แสดงฝีมือที่แท้จริงออกมา
ดังนั้น เมื่อเทียบกับคนหนุ่มสาวคนอื่นๆ รอบข้างในทำเนียบยั้นหวง เขายังมีโอกาสก้าวหน้าอีกมาก
อาจารย์มู่หว่านดูการต่อสู้ของเขาไปสองรอบ สายตาก็เริ่มเร่าร้อนขึ้นมา รีบจัดคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าให้หลี่เทียนมิ่งทันที
แต่ทว่า หลี่เทียนมิ่งรอไม่ไหวแล้ว!
ให้อาจารย์มู่หว่านจัดให้ กว่าตัวเองจะสู้จนถึงสิบอันดับแรกของทำเนียบยั้นหวง ดอกไม้จีนคงเย็นชืดหมดแล้ว!*
ดังนั้น เขาอยากจะออกมาลองดูด้วยตัวเอง
"ท่านอาจารย์ ข้าอยากท้าประลองเฉินเย่า อันดับสามของทำเนียบยั้นหวง โดยตรง" หลี่เทียนมิ่งสายตาลุกโชนกล่าว
ถึงเวลาแล้ว ที่จะให้เสวี่ยหลานได้แหกตาดูให้ชัดๆ ว่าลูกชายสุดที่รักของนาง ตกลงว่าเป็นยอดอัจฉริยะสะท้านโลก หรือว่าเป็นขยะที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดกันแน่
"ไม่ได้ สิบอันดับแรกของทำเนียบยั้นหวง ต่างรอท้าชิงหลินเซียวเซียวอยู่ พวกเขามีสิทธิ์ปฏิเสธคำท้าของเจ้า เว้นแต่เจ้าจะเข้ายี่สิบอันดับแรกก่อน" อาจารย์มู่หว่านกล่าว
"สมมติว่าเขารับคำท้าล่ะ?"
"งั้นก็ไม่มีปัญหา"
หลี่เทียนมิ่งยิ้มมุมปาก
เขามีวิธีมากมาย ที่จะทำให้เฉินเย่าไสหัวลงมา
-สองสิงห์:ผู้แปล-
*ดอกไม้จีนคงเย็นชืดหมดแล้ว: เป็นสำนวนจีน เปรียบเปรยถึงการรอคอยที่นานเกินไปจนสายเกินการ หรือมาช้าจนงานจบไปแล้ว (มีที่มาจากธรรมเนียมโต๊ะจีนสมัยก่อนที่เมนูดอกไม้จีนมักเป็นอาหารจานสุดท้าย หากจานนี้เย็นชืด แสดงว่างานเลี้ยงจบไปนานแล้ว)