เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 ประกายแสงเจิดจรัส

บทที่ 40 ประกายแสงเจิดจรัส

บทที่ 40 ประกายแสงเจิดจรัส


บทที่ 40 ประกายแสงเจิดจรัส

ตอนที่หลี่เทียนมิ่งเดินตรงเข้าไปหาอาจารย์มู่หว่าน ไม่ได้มีผู้คนสนใจมากนัก

ยกตัวอย่างเช่น ภายในห้องรับรองพิเศษห้องหนึ่ง เหล่าฮูหยินจากตำหนักเฉินยังคงดื่มด่ำอยู่กับความภาคภูมิใจที่เฉินเย่าได้แสดงความสามารถอันโดดเด่นออกมา

เหล่าฮูหยินแห่งตำหนักเฉิน ล้วนเป็นสาวงามผู้สูงศักดิ์และสง่างาม

พวกนางมี 'ฮูหยินเสวี่ยหลาน' เป็นผู้นำ นางยังดูสาวสะพรั่งและยั่วยวน เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจ ทุกท่วงท่ากิริยาล้วนแฝงไว้ด้วยความสูงศักดิ์

สามีของพวกนางร่วมกันกุมชะตาชีวิตของสมาคมการค้าดวงดาว สตรีแต่ละนางโดยพื้นฐานแล้วล้วนร่ำรวยมหาศาล

"พี่หลานช่างอบรมบุตรได้ดียิ่งนัก บุตรชายทั้งสองคนล้วนมีพรสวรรค์เหนือธรรมดา แถมยังรูปงามเป็นหนึ่งไม่มีสอง ช่างน่าอิจฉาจริงๆ"

"เฉินฮ่าวกับเฉินเย่า ไม่รู้ว่าจะทำให้แม่นางน้อยในเมืองเยี่ยนตู้หลงใหลจนหัวปักหัวปำไปกี่คนแล้ว"

"พี่หลานเก่งจริงๆ มีวิธีดูแลสามีและสั่งสอนบุตรที่เป็นเลิศ หากพวกเราเรียนรู้จากพี่หลานได้สักหนึ่งในหมื่น เกรงว่าความสุขคงอยู่ใกล้แค่เอื้อม"

"เฉินเย่าเด็กคนนี้ เติบโตขึ้นมากจริงๆ อายุยังน้อยแต่โดดเด่นถึงเพียงนี้ ในเมืองเยี่ยนตู้จะมีเด็กรุ่นเดียวกันสักกี่คนที่เทียบเคียงได้? พี่หลานช่างโชคดีเหลือเกิน"

เหล่าสตรีต่างพากันประจบสอพลอ ทำให้เสวี่ยหลานรู้สึกตัวลอยด้วยความปลื้มปิติ

นางเคยชินกับการถูกห้อมล้อม ถูกยกยอปอปั้น และถูกอิจฉาริษยามานานแล้ว ชีวิตที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้ ชวนให้ผู้คนอิจฉาจริงๆ

"พวกเจ้าเอาแต่อิจฉาข้า หารู้ไม่ว่าข้าต้องทุ่มเทเพื่อบ้านหลังนี้มากเพียงใด ทั้งคนแก่และคนหนุ่ม ล้วนต้องคอยดูแลทั้งสิ้น" เสวี่ยหลานกล่าวด้วยรอยยิ้ม

"ก็จริง พี่หลานทุ่มเทเพื่อครอบครัว ช่างยิ่งใหญ่เสียจริง"

"ข้าหน่ะนะ ตอนนี้หวังแค่ให้เย่าเอ๋อร์ทำผลงานให้ดี แสดงฝีมือได้ตามมาตรฐาน"

"จากนั้น ในการต่อสู้จัดอันดับที่จะมาถึง ก็คว้าอันดับหนึ่ง เลื่อนขั้นเข้าสู่เขตสวรรค์ ให้ฮ่าวเอ๋อร์พาน้องชายฝึกฝนไปด้วยกัน ข้าก็วางใจแล้ว"

เสวี่ยหลานมองดูเด็กหนุ่มผู้เปล่งประกายเจิดจรัสในสนามด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง

"พี่หลานวางใจได้เลย เย่าเอ๋อร์ต้องคว้าอันดับหนึ่งได้อย่างแน่นอน" เหล่าสตรีต่างพากันเยินยอชื่นชม คำพูดเหล่านี้ฟังแล้วช่างรื่นหูยิ่งนัก

จู่ๆ เสวี่ยหลานก็นึกถึงเว่ยจิงขึ้นมา นางจำได้ว่าลูกชายอายุเกินเกณฑ์ของเว่ยจิง ดูเหมือนจะมาเข้าร่วมการทดสอบผ่านด่านเพื่อเข้าสู่การต่อสู้จัดอันดับด้วยเช่นกัน

"เด็กคนนั้นอายุมากขนาดนี้แล้ว เพิ่งจะอยู่ขั้นเส้นสัตว์ชั้นที่เจ็ด คาดว่าคงเป็นไปได้ยากที่จะผ่านเข้ารรอบ"

"แถมสัตว์ประจำตัวของเขา ยังเป็นสัตว์ป่าชนิดหนึ่ง ความหวังยิ่งริบหรี่เข้าไปใหญ่" รอยยิ้มของนางพลันเย็นชาลงไม่น้อย

"ข้าหวังดีจัดหาที่พักให้ เจ้ากลับแสร้งทำเป็นถือดีผิดนัดข้า ในเมื่อจะแสร้งทำเป็นสูงส่ง แล้วทำไมยังต้องมาขอร้องข้าด้วย?"

"รอให้ลูกชายเจ้าหมดหวังที่จะผ่านด่าน และตัวเจ้าก็ใกล้จะตาย ข้าจะคอยดูว่าช่วงเวลาสุดท้ายในเมืองเยี่ยนตู้ของเจ้า จะน่าเวทนาสักเพียงใด"

คำพูดเหล่านี้ล้วนดังก้องอยู่ในใจ ส่วนสตรีรอบข้างต่างนึกว่านางยังคงภาคภูมิใจในตัวเฉินเย่าอยู่

นางย่อมไม่รู้ว่า หลี่เทียนมิ่งกำลังจะเข้ารับการทดสอบสัตว์ประจำตัวเดี๋ยวนี้แล้ว!

......

แม้การพบหน้าอาจารย์มู่หว่านอีกครั้งจะน่ากระอักกระอ่วนอยู่บ้าง แต่หลี่เทียนมิ่งก็ยังฝืนใจเดินเข้าไป

เวลานี้อาจารย์มู่หว่านนั่งอยู่บนแท่นสูง ชุดกระโปรงยาวที่ค่อนข้างรัดรูปขับเน้นสัดส่วนอันสมบูรณ์แบบของนางออกมา

เอวคอดกิ่วที่โค้งเว้าและเรียวขายาวขาวผ่องที่สะท้อนแสงแดดเจิดจ้า ทำเอาเหล่าเด็กหนุ่มมองจนคอแห้งผาก

หลี่เทียนมิ่งเดินเข้าไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แล้วกล่าวเสียงดังว่า "อาจารย์มู่หว่าน ข้าคือเทียนมิ่ง"

สายตาของอาจารย์มู่หว่านก่อนหน้านี้ยังจับจ้องอยู่ที่ 'หินดารา' จึงไม่ได้สังเกตเห็นเด็กหนุ่มที่เดินเข้ามาใกล้

เมื่อได้ยินประโยคนี้ นางจึงก้มหน้าลงเล็กน้อย

เมื่อนางมองเห็นหน้าตาของหลี่เทียนมิ่งชัดเจน แววตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งก็ชะงักค้างไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหรี่ตามองหลี่เทียนมิ่งอยู่อึดใจใหญ่

จากนั้น ริมฝีปากแดงระเรื่อของนางก็เผยอขึ้น ถามว่า "คิดสั้นหรือ ถึงได้มาหาเรื่องอับอายใส่ตัว?"

"ไม่ใช่ แต่จะมาทวงคืนความยิ่งใหญ่ต่างหาก" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"เอาอะไรมามั่นใจ?"

นางย่อมต้องสงสัย แต่นางเป็นคนฉลาด

นางกวาดตามองสำรวจหลี่เทียนมิ่ง ย่อมมองออกว่าเขาไม่ได้สูญเสียพลังสัตว์ทั้งหมดไปเพราะการสูญเสียสัตว์ประจำตัว

"ท่านอาจารย์ โปรดดู" ขณะที่พูด หลี่เทียนมิ่งก็เรียกเจ้าลูกไก่เหลืองออกมาจากพื้นที่ประจำตัว ให้เจ้าตัวน้อยน่ารักนี้ปรากฏตัวต่อหน้าธารกำนัล

"กตัญญูไม่เบานี่ เจอกันก็มอบของขวัญให้อาจารย์เลย ข้ากำลังลดความอ้วนอยู่พอดี เนื้อลูกไก่นี่เหมาะกับข้าเลยเชียว"

ขณะที่อาจารย์มู่หว่านพูด คิ้วเรียวงามก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นางดูเหมือนจะรู้สึกว่าหลี่เทียนมิ่งตั้งใจมาก่อกวน?

การก่อกวนโดยไม่มีต้นทุน นั่นคือหนทางตันของผู้ที่ยอมแลกทุกอย่าง เป็นพฤติกรรมของคนขี้ขลาด

"ท่านอาจารย์ล้อเล่นแล้ว เจ้าตัวน้อยนี่คือสัตว์ประจำตัวตัวใหม่ของข้า" หลี่เทียนมิ่งกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

คิ้วของอาจารย์มู่หว่านคลายออก นางรู้สึกว่าหลี่เทียนมิ่งดูไม่เหมือนคนที่ขาดสติ

"ได้ ให้อาจารย์ดูหน่อยสิว่าในน้ำเต้าของเจ้า มียาอะไรขายอยู่กันแน่" อาจารย์มู่หว่านใช้มือเท้าคาง มองดูหลี่เทียนมิ่งด้วยท่าทางเกียจคร้านแต่ยั่วยวนใจ

"เชิญชม" หลี่เทียนมิ่งพาเจ้าลูกไก่เหลืองเดินไปที่หน้าหินดารา

สัตว์ประจำตัวที่แปลกประหลาดของเขาดึงดูดความสนใจจากผู้คนไม่น้อย

โดยเฉพาะเฉินติ่งและเฉินอิ่ง พวกเขาเห็นสัตว์ประจำตัวของหลี่เทียนมิ่งเป็นครั้งแรก ถึงกับหัวเราะจนตัวงอ

"เขาเข้ามาเล่นตลกหรือไง?"

ผู้คนต่างส่ายหน้าอย่างจนใจ ป่ากว้างใหญ่อะไรก็เกิดขึ้นได้ นกแปลกๆ ก็มีให้เห็น

มีเพียงอาจารย์มู่หว่านคนเดียวที่มองเขาด้วยความสนใจ

ในความทรงจำของนาง จริงๆ แล้วหลี่เทียนมิ่งนอกจากเรื่องนั้นแล้ว ก็เป็นเด็กที่ซื่อตรงและขยันหมั่นเพียรมาโดยตลอด

สามปีผ่านไป เขากลับมาอีกครั้ง บนร่างกายดูเหมือนจะมีกลิ่นอายที่แตกต่างไปจากเมื่อก่อน

ความสงบนิ่งและเยือกเย็นนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เด็กวัยนี้จะมีได้

ดังนั้น หลายคนจึงได้เห็นหลี่เทียนมิ่งกรีดขาของเจ้าตัวน้อยน่ารัก บีบเลือดหยดหนึ่งลงบนหินดารา

ท่ามกลางสายตาจับจ้องของมหาชน หินดาราหลอมรวมเข้ากับหยดเลือด เริ่มเปล่งแสงสีแดงเลือดออกมา

"สีแดง สัตว์ประจำตัวชั้นที่หนึ่ง?"

"บัดซบ นี่มันฉากที่ตลกที่สุดในรอบพันปีของสำนักยั้นหวงเลยมั้งเนี่ย!"

ขณะที่ผู้คนเตรียมจะระเบิดเสียงหัวเราะ หินดาราก็เปลี่ยนเป็นสีส้มอย่างกะทันหัน แถมแสงยังดูสว่างจ้าขึ้นด้วย

โดยทั่วไปแล้ว หินดาราจะแสดงสีออกมาโดยตรง สถานการณ์เช่นนี้พบเห็นได้ค่อนข้างน้อย

ปกติเมื่อเกิดสถานการณ์เช่นนี้ สีที่ปรากฏตามหลังจะเป็นระดับที่แท้จริงของสัตว์ประจำตัว

"สีเหลือง!"

สัตว์ประจำตัวชั้นที่สามความจริงก็ยังเป็นเรื่องตลก เพียงแต่ผู้คนยังไม่ทันจะได้หัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง หินดาราก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองเสียแล้ว

ต่อจากนั้น สีสันเปลี่ยนไปรวดเร็วยิ่งขึ้น แสงสว่างก็ยิ่งเจิดจรัสมากขึ้น!

เพียงชั่วพริบตา ก็กลายเป็นสีเขียว แสดงว่าเจ้าลูกไก่เหลืองตัวนี้เป็นสัตว์ประจำตัวชั้นที่สี่แล้ว

แต่ในลมหายใจถัดมา หินดาราเปลี่ยนเป็นสีเขียวคราม แถมยังสว่างไสวยิ่งกว่าสีเขียวครามทั่วไป

นี่ ได้กลบรัศมีสัตว์ประจำตัวของคนหนุ่มสาวจำนวนมากที่ทดสอบในเวลาเดียวกันไปแล้ว

ผู้ที่ได้รับตราประทับยั้นหวง ส่วนใหญ่ล้วนมีสัตว์ประจำตัวชั้นที่ห้า มีทั้งขั้นสูง กลาง ต่ำ ปะปนกันไป

ในจำนวนนั้น สัตว์ประจำตัวชั้นที่ห้าขั้นสูง ถือเป็นอัจฉริยะแถวหน้าในสำนักแล้ว เพราะนี่แทบจะเป็นระดับสูงสุดของประเทศ

สีเขียวครามเข้มที่ส่องประกายของเจ้าลูกไก่เหลือง เห็นได้ชัดว่าเป็นสัตว์ประจำตัวชั้นที่ห้าขั้นสูง!

ทว่า สิ่งที่ผู้คนคาดไม่ถึงก็คือ การเปลี่ยนแปลงของหินดารายังไม่จบสิ้น!

ชั่วพริบตาถัดมา หินดาราเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน

สีน้ำเงินคือสัญลักษณ์ของสัตว์ประจำตัวชั้นที่หก ราชสีห์จรัสแสงหกดาวของเฉินเย่าก็เป็นสีน้ำเงินเข้ม

จนถึงตอนนี้ ทางสำนักได้ทดสอบคนหนุ่มสาวไปหนึ่งในสิบส่วน มีสัตว์ประจำตัวชั้นที่หกเพียงสิบกว่าตัวเท่านั้น

ส่วนใหญ่เป็นขั้นต่ำ ที่ถึงระดับขั้นสูงมีเพียงราชสีห์จรัสแสงหกดาว

สัตว์ประจำตัวชั้นที่หกเหล่านี้ ส่วนมากล้วนดุร้ายและงดงามอลังการ

เช่นราชสีห์จรัสแสงหกดาวที่เจิดจรัสบาดตา บัดนี้ลูกไก่เหลืองตัวหนึ่งกลับเป็นสัตว์ประจำตัวชั้นที่หก ช่างทำให้คนยากจะยอมรับได้จริงๆ

การครอบครองสัตว์ประจำตัวชั้นที่หก โดยพื้นฐานแล้วบ่งบอกว่าอนาคตของเด็กหนุ่มผู้นี้ในสำนักยั้นหวงจะรุ่งโรจน์กว้างไกล!

ติดสองร้อยอันดับแรกในชั้นเรียนระดับต้นได้ไม่มีปัญหา!

แต่ทว่า จบหรือยัง?

ยังไม่จบ!

ทุกคนเห็นกับตาว่า แสงของหินดาราเปลี่ยนจากสีฟ้าอ่อน จนสุดท้ายกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม!

สีน้ำเงินเข้มนี้เข้มข้นมาก จนเกือบจะกลายเป็นสีม่วง!

นี่แสดงว่า เจ้าลูกไก่เหลืองตัวนี้เป็นสัตว์ประจำตัวชั้นที่หกขั้นสูง ระดับเดียวกับราชสีห์จรัสแสงหกดาว

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้คนเห็นชัดเจนว่า สีน้ำเงินเข้มที่หินดาราแสดงออกมาในตอนนี้ เข้มข้นยิ่งกว่าของราชสีห์จรัสแสงหกดาวเสียอีก แสงสว่างก็เจิดจ้ายิ่งกว่า!

แสงที่ส่องประกายเจิดจรัสนี้เอง ที่ทำให้หลี่เทียนมิ่งและเจ้าลูกไก่เหลือง แย่งชิงตำแหน่งจุดสนใจของคนทั้งสนามมาจากเฉินเย่าได้ทันที!

หลังจากนั้นแสงก็ไม่เปลี่ยนสีอีก หากยังเปลี่ยนต่อไป ผู้คนคงคิดว่าหินดาราพังไปแล้วแน่ๆ

เพราะสัตว์ประจำตัวชั้นที่เจ็ด นั่นคือตัวตนที่ได้รับสมญานามว่า 'สัตว์อสูรราชัน' ต้องใช้แหล่งกำเนิดเทพขั้นสุดยอดในการวิวัฒนาการ ในหมู่สามัญชนแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะถือกำเนิดขึ้น

"หินดาราพังหรือเปล่า?" ผู้คนมากมายมองดูหลี่เทียนมิ่งและเจ้าลูกไก่เหลืองพลางวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ เวลานี้จุดสนใจของทั้งสนาม ล้วนรวมอยู่ที่ตัวพวกเขา

"เอาหินดารามาอีกก้อน ลองใหม่อีกครั้ง"

ความจริงอาจารย์มู่หว่านก็ตะลึงงันไปครู่ใหญ่ จนกระทั่งตอนนี้ถึงเพิ่งได้สติ

นางสั่งให้คนนำหินดารามาอีกก้อน ท่ามกลางสายตาจับจ้องของมหาชน ให้หลี่เทียนมิ่งลองดูอีกครั้ง

ผลปรากฏว่า ครั้งนี้ก็ยังเป็นสีน้ำเงินเข้ม และยังสว่างไสวยิ่งกว่าของเฉินเย่า!

หินดาราเดิมทีก็พังยากอยู่แล้ว ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะพังพร้อมกันสองก้อน ดังนั้น จึงพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าเจ้าลูกไก่เหลืองของหลี่เทียนมิ่ง เป็นสัตว์ประจำตัวชั้นที่หกขั้นสูงอย่างแน่นอน

และภายใต้การจับตามองของผู้คน อาจารย์มู่หว่านยังได้ตรวจสอบดวงตาของเจ้าลูกไก่เหลือง แน่นอนว่าข้างในมีจุดดาวหกจุด นี่ก็เป็นหลักฐานที่ไม่อาจโต้แย้งได้

ชั่วขณะหนึ่ง สมรภูมิยั้นหวงดูเหมือนจะเงียบกริบไปถนัดตา

การอภิปรายเกี่ยวกับหลี่เทียนมิ่งผุดขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร

"เทียนมิ่ง ดูเหมือนโชคของเจ้าจะดีไม่เลวนี่? ลูกสัตว์ป่าชั้นที่หกเจ้ายังหาเจอ เท่าที่ข้ารู้ อัตราความสำเร็จของสัญญาเทพเลือดนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก"

ริมฝีปากแดงของอาจารย์มู่หว่านเผยอขึ้น สายตาที่มองหลี่เทียนมิ่งเปลี่ยนไปแล้ว

"ท่านอาจารย์ เขาว่ากันว่าคนหน้าตาดีมักจะโชคดี ตอนนี้ดูแล้วมีเหตุผลรองรับจริงๆ" หลี่เทียนมิ่งกล่าวด้วยรอยยิ้ม

"ใช้ได้ สภาพจิตใจเปลี่ยนไปแล้ว รู้สึกไม่เหมือนเจ้าเลย ดูท่าข้าคงต้องหาเวลา คุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัวสักหน่อยแล้ว" มู่หว่านกระพริบตาปริบๆ

เสน่ห์ที่สุกงอมดั่งลูกท้อของนาง เพียงแค่สายตาเดียว ก็ทำให้คนคิดเตลิดเปิดเปิงไปไกลแล้ว

"สองต่อสองหรือ? ถ้ามีคนรู้เข้า จะส่งผลไม่ดีหรือไม่? ข้ากลัวจะโดนหนุ่มๆ ที่ตามจีบท่าน ถือดาบไล่ฟันเอา" หลี่เทียนมิ่งถาม

"เจ้าเด็กเจ้าเล่ห์ เจ้าคิดว่ามีสัตว์ประจำตัวชั้นที่หก แล้วเรื่องที่เจ้าต้องเผชิญต่อไปจะง่ายดายงั้นรึ?"

ความจริงมู่หว่านยังคิดไม่ตกว่าความมั่นใจของเขาในตอนนี้มาจากไหน

นางรู้ดีว่าเรื่องราวของหลี่เทียนมิ่งเมื่อสามปีก่อนสร้างผลกระทบใหญ่หลวงเพียงใด ตอนนี้สถานะของเขาถูกเปิดเผย พายุฝนอันบ้าคลั่งที่จะตามมา เขาคงรับมือได้ไม่ง่ายนัก

"ไม่ง่ายหรอก แต่ข้าเตรียมตัวมาสามปีแล้ว ท่านอาจารย์" หลี่เทียนมิ่งหุบรอยยิ้ม ตอนที่พูดประโยคนี้ แววตาของเขาแน่วแน่มั่นคงมาก

ความแน่วแน่นี้ ทำให้มู่หว่านยิ่งสนใจมากขึ้นไปอีก

นางยากจะจินตนาการว่า คนคนหนึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปได้มากมายขนาดนี้ในเวลาสามปี

นางอดสงสัยไม่ได้ว่า สามปีมานี้เด็กคนนี้ผ่านอะไรมาบ้าง?

"ตกลง รอดูการแสดงของเจ้า"

มู่หว่านมองคนเก่ง นางมองออกถึงความมั่นใจของหลี่เทียนมิ่ง ดังนั้นนางจึงคาดหวังอยู่บ้าง

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 40 ประกายแสงเจิดจรัส

คัดลอกลิงก์แล้ว