เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 องค์หญิงชิง

บทที่ 19 องค์หญิงชิง

บทที่ 19 องค์หญิงชิง


บทที่ 19 องค์หญิงชิง

ขณะที่จางจื่อเซวียนกำลังแนะนำตนเอง มารดาของเขาก็เตรียมพร้อมที่จะใช้โซ่เส้นนั้นมัดหลี่เทียนมิ่งแล้ว

สถานการณ์คับขันถึงชีวิต ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไร้หนทางแก้ไข การมาประสบพบเจอเรื่องเช่นนี้ นับว่าโชคชะตาร้ายกาจนัก

ในตอนนั้นเอง—

"ใครอยู่ตรงนั้น ออกมา!" บิดาของจางจื่อเซวียนกำลังรักษาอาการบาดเจ็บให้แมงป่องพิษหางคราม ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองไปด้านหลัง พลางเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้ม

ยังมีคนมาอีกรึ?

สตรีผู้นั้นกำโซ่ไว้ในมือ ยืนอยู่ตรงหน้าหลี่เทียนมิ่งแล้ว ในตอนนี้ แม้แต่นางเองก็ยังถูกดึงดูดความสนใจ หันกลับไปมองยังทิศทางของพงหญ้าด้านหลัง

เพราะการมาถึงของบุคคลที่สาม ทำให้หลี่เทียนมิ่งหลุดพ้นจากอันตรายได้ชั่วคราว

"จะเป็นใครได้?" หลี่เทียนมิ่งเองก็มองเห็นความเคลื่อนไหวในพงหญ้าตรงนั้นเช่นกัน เมื่อตัดสินจากกลิ่นอายแล้ว ไม่น่าใช่สัตว์ป่าดุร้าย แต่เป็นคนอื่น

ส่วนลึกของภูเขาหัวหลิงนั้นรกร้างไร้ผู้คน ต่อให้วนเวียนอยู่ที่นี่หนึ่งเดือนก็อาจไม่พบเจอผู้อื่นเลย ช่วงนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไฉนจึงมีคนอยู่ทุกหนทุกแห่ง?

ในวินาทีต่อมา เด็กสาวสองคนก็แหวกพงไม้ออกมา ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าหลี่เทียนมิ่ง

คือเจียงเฟยหลิงและชิงเอ๋อร์!

ชิงเอ๋อร์นั้นเป็นยอดอัจฉริยะอย่างมิต้องสงสัย ชาติตระกูลสูงส่ง รูปโฉมงดงามล้ำเลิศ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็เป็นจุดสนใจของผู้คน เพียงแต่ว่า ยามที่นางปรากฏตัวพร้อมกับเจียงเฟยหลิง สายตาของหลี่เทียนมิ่งย่อมจับจ้องอยู่ที่ร่างของเจียงเฟยหลิงโดยธรรมชาติ

ความรู้สึกที่บริสุทธิ์ลึกล้ำและเงียบสงบ ราวกับเทพธิดาจากสรวงสวรรค์ที่ตกลงสู่แดนมนุษย์ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

"พวกนางมิใช่ว่าจะกลับเมืองเยี่ยนตู้หรอกรึ ไฉนจึงยังไม่ไปอีก" หลี่เทียนมิ่งนึกสงสัยในใจ

แต่ตอนนี้ ประเด็นสำคัญคือคนของคฤหาสน์เหลยจุนกำลังจะฆ่าตนเอง! พวกนางปรากฏตัวออกมาทำไม?

ต่อให้พรสวรรค์ของชิงเอ๋อร์จะโดดเด่นเพียงใด ก็มิอาจเอาชนะผู้อาวุโสสองคนนี้ได้ อีกอย่าง นางก็คอยป้องกันตนเองราวกับป้องกันหัวขโมย อาจจะไม่ช่วยตนเองก็ได้

ประโยชน์เพียงอย่างเดียวคือการปรากฏตัวของพวกนางช่วยดึงดูดความสนใจของบิดามารดาจางจื่อเซวียน หลี่เทียนมิ่งฉวยโอกาสนี้เตรียมหลบหนี แต่ยังไม่ทันได้วิ่ง โซ่เส้นนั้นก็พันเข้าที่ขาของเขาเสียแล้ว

หมดหวังที่จะหนี!

"องค์หญิงชิง!"

ในขณะที่หลี่เทียนมิ่งกำลังหดหู่ใจ เขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นจางจื่อเซวียนกับบิดามารดาของเขา ต่างมองไปยังชิงเอ๋อร์ด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่ง ทว่าก็จำต้องแสดงความเคารพ จากนั้นทั้งสามก็คุกเข่าลงข้างหนึ่ง ทำความเคารพต่อชิงเอ๋อร์

"คฤหาสน์เหลยจุน จางฉง พร้อมภรรยาและบุตร ขอคารวะองค์หญิงชิง" ชายวัยกลางคนผู้นั้นก้มศีรษะลง ทำความเคารพอย่างนอบน้อมที่สุด

องค์หญิงรึ?

ในประเทศจู้เจ๋อ มีคนเพียงประเภทเดียวที่สามารถถูกเรียกว่าองค์หญิงได้ นั่นคือเชื้อพระวงศ์จู้เจ๋อ ธิดาของ 'ราชาจู้เจ๋อ'!

"ไม่จริงน่า" หลี่เทียนมิ่งพอจะรู้สึกได้ว่าฐานะของชิงเอ๋อร์นั้นค่อนข้างสูง แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่าจะสูงถึงเพียงนี้

บุคคลระดับองค์หญิงเช่นนี้ ต่อให้เป็นเขาสมัยเมื่อสามปีก่อนที่สำนักยั้นหวงก็ยังมิอาจได้ใกล้ชิด ยอดอัจฉริยะแห่งคฤหาสน์เหลยจุนอย่างหลินเสี่ยวถิง อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเขตสวรรค์ในปัจจุบัน เมื่อพบเจอองค์หญิง ก็ต้องทำความเคารพเช่นเดียวกับจางฉง!

อย่างไรเสีย นี่ก็คือธิดาของราชา!

มิน่าเล่านางถึงได้โดดเด่นถึงเพียงนี้ ที่แท้ก็คือองค์หญิงชิงแห่งหุบเขาจู้เจ๋อ

หลี่เทียนมิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อสองวันก่อนตนเองยังด่านางว่าสมองมีปัญหาหรือไม่ พอลองมาคิดดูตอนนี้ ตนเองกำลังทดสอบขอบเขตของความตายอย่างบ้าคลั่งชัดๆ...

เขาคงทำได้เพียงคาดเดาความแข็งแกร่งขององค์หญิงชิงผู้นี้คร่าวๆ ดูจากตอนนี้แล้ว ต่อให้นางจะไม่เท่าหลินเสี่ยวถิง ก็น่าจะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน

อย่างไรเสียเชื้อพระวงศ์จู้เจ๋อก็ปกครองประเทศจู้เจ๋อมาหลายพันปี รากฐานและการสืบทอดนับไม่ถ้วน ย่อมเหนือกว่าตระกูลใหญ่อย่างคฤหาสน์เหลยจุนอย่างแน่นอน

"ตามสบาย" ชิงเอ๋อร์โบกมือด้วยสีหน้าเฉยเมย จากนั้นสายตาก็จับจ้องไปที่หลี่เทียนมิ่ง

แววตาที่นางใช้มองหลี่เทียนมิ่งนั้นแฝงความกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่บ้าง ราวกับกำลังพูดว่า เจ้าหัวขโมย ตอนนี้เจ้ารู้ฐานะของข้าแล้ว ข้าขอดูซิว่าเจ้าจะยังกล้าอวดดีได้อย่างไร?

แววตาที่ทั้งยินดีบนความทุกข์ของผู้อื่นและเย้ยหยันนั้น ทำให้หลี่เทียนมิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย

อย่างไรเสียเขาก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า องค์หญิงผู้สูงศักดิ์จะมาปรากฏตัวในภูเขาหัวหลิงที่รกร้างไร้ผู้คนเช่นนี้

"องค์หญิงชิงเสด็จมาภูเขาหัวหลิงได้อย่างไร ภูเขาหัวหลิงมีสัตว์ป่าดุร้ายมากมาย หากองค์หญิงไม่มีผู้ใดคุ้มกัน..." จางฉงก้มศีรษะลงเล็กน้อยพลางเอ่ยถาม

"ใครบอกว่าข้าไม่มีคนคุ้มกัน?" ชิงเอ๋อร์พูดแทรกขึ้นมาทันที

"องค์หญิงอย่าได้ถือสา จางฉงเพียงแต่เป็นห่วงความปลอดภัยขององค์หญิงจึงได้ล่วงเกินไป ด้วยฐานะขององค์หญิงแล้ว จะไม่มีสุดยอดฝีมือคอยคุ้มกันอยู่ข้างกายได้อย่างไร?" ภรรยาของจางฉงรีบกล่าวไกล่เกลี่ย

ส่วนจางจื่อเซวียน ในมือยังคงถือมีดสั้นอยู่ ขนาดบิดามารดายังต้องก้มศีรษะ เขาย่อมไม่กล้าพูดอะไร

บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเจียงเฟยหลิงที่ยิ้มพลางขยิบตาให้หลี่เทียนมิ่ง เมื่อเห็นรอยยิ้มของนาง หลี่เทียนมิ่งก็รู้ได้ทันทีว่าวันนี้ตนเองไม่ตายแน่ แต่คงต้องโดนชิงเอ๋อร์เย้ยหยันสักพักใหญ่...

"เจ้าเป็นคนของคฤหาสน์เหลยจุน ชื่อจางฉงรึ?" ชิงเอ๋อร์ไพล่มือไว้ด้านหลัง หลังจากเปิดเผยฐานะแล้ว นางก็ดูมีมาดขององค์หญิงอยู่ไม่น้อย กลิ่นอายสูงศักดิ์โดยกำเนิดเผยออกมาอย่างชัดเจน

"พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงชิง" ชายวัยกลางคนทำได้เพียงก้มหน้าพยักหน้ารับ

"คนของคฤหาสน์เหลยจุน ถ่อมาทำอะไรที่นี่? เมื่อสองวันก่อนข้าก็ยังเห็นคนอยู่กลุ่มหนึ่ง เป็นคนของคฤหาสน์เหลยจุนเช่นกัน" ชิงเอ๋อร์ถาม

"คือว่า..." จางฉงลังเลเล็กน้อย อย่างไรเสียนี่ก็เป็นสถานที่ที่คฤหาสน์เหลยจุนค้นพบ แหล่งกำเนิดเทพย่อมเป็นของคฤหาสน์เหลยจุน

"เจ้าอยากโดนตัดหัวรึ?" ชิงเอ๋อร์ถาม

"องค์หญิงอย่าเพิ่งโมโห ข้าพูดแล้ว" จางฉงรีบกล่าว ดูท่าทางที่ลำบากใจของเขา ช่างแตกต่างจากท่าทีเย็นชาเผด็จการเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง

เหนือฟ้ายังมีฟ้าจริงๆ ต่อให้เป็นคนที่ยิ่งใหญ่เพียงใด ก็ย่อมมีเวลาที่ต้องก้มศีรษะ

"เร็วเข้า อย่ามัวอืดอาด" ชิงเอ๋อร์กล่าว

เกี่ยวกับคำถามนี้ อันที่จริงหลี่เทียนมิ่งก็สงสัยเช่นกัน พวกคนของคฤหาสน์เหลยจุนเหล่านี้วิ่งมาทำอะไรที่นี่?

"คืออย่างนี้พ่ะย่ะค่ะ พวกเราคฤหาสน์เหลยจุนค้นพบแหล่งกำเนิดเทพแห่งหนึ่งในภูเขาหัวหลิงแห่งนี้ จึงได้คัดเลือกศิษย์เจ็ดคนมาแข่งขันกัน ผู้ใดแย่งชิงแหล่งกำเนิดเทพได้ก็สามารถนำไปได้ พวกเราผู้อาวุโสเพียงติดตามมา ไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน จุดประสงค์หลักคือเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตของพวกเขา" จางฉงพูดรวดเดียวจบ

"แหล่งกำเนิดเทพระดับใด?" ดวงตาของชิงเอ๋อร์เป็นประกาย พูดตามตรง ต่อให้เป็น 'แหล่งกำเนิดเทพระดับเหลือง' ที่ต่ำที่สุด ก็นับเป็นสุดยอดสมบัติล้ำค่า ต่อให้นางจะใช้ไม่ได้ แต่ก็สามารถขายได้ในราคาสูงมาก

"องค์หญิงชิง เป็นแหล่งกำเนิดเทพที่ไม่เข้าขั้นพ่ะย่ะค่ะ แม้แต่แหล่งกำเนิดเทพระดับเหลืองก็ยังนับว่าไม่ถึง อย่างมากก็ทำได้เพียงให้สัตว์ประจำตัววิวัฒนาการไปถึงระดับชั้นหกเท่านั้น" จางฉงก้มหน้ากล่าว

"ไม่เข้าขั้นรึ?" ชิงเอ๋อร์ผิดหวังเล็กน้อย ดูเหมือนจะหมดความสนใจ นางถลึงตาใส่จางฉงพลางกล่าวว่า "เจ้ารู้หรือไม่ ว่าหากเจ้ากล้าหลอกลวงข้า จะต้องพบกับจุดจบเช่นใด?"

"ข้าจะมีความกล้าเพียงนั้นได้อย่างไร อีกอย่างบุตรชายของข้าก็มีความหวังไม่มาก ย่อมมิอาจหลอกลวงองค์หญิงได้ เป็นแหล่งกำเนิดเทพที่ไม่เข้าขั้นจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ" จางฉงฝืนยิ้มกล่าว

อันที่จริง ต่อให้เป็นแหล่งกำเนิดเทพที่ไม่เข้าขั้น หากไปอยู่ที่เมืองหลีหัว ก็นับเป็นสมบัติล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งแล้ว

ทั่วทั้งประเทศจู้เจ๋อนี้ ผู้ที่จะไม่เห็นมันอยู่ในสายตา ก็คงมีเพียงเหล่าอัจฉริยะระดับสูงสุดในเขตสวรรค์และในเชื้อพระวงศ์จู้เจ๋อเท่านั้น

"ข้าเชื่อว่าเจ้าไม่กล้าเช่นนั้น เอาล่ะ พวกเจ้าไสหัวไปได้แล้ว" ชิงเอ๋อร์โบกมือ ในดวงตางามฉายแววรำคาญ

"ขอบพระทัยองค์หญิง ครอบครัวจางฉงขอทูลลา" จางฉงราวกับยกภูเขาออกจากอก เขาใช้สายตาส่งสัญญาณให้ภรรยาและจางจื่อเซวียน ภรรยาของเขาดึงโซ่ขึ้น เตรียมจะลากตัวหลี่เทียนมิ่งไปด้วย

"เดี๋ยวก่อน" ชิงเอ๋อร์เหลือบมองหลี่เทียนมิ่งแวบหนึ่ง แล้วกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า "ทิ้งเจ้าหมูตัวนี้ไว้"

ใบหน้าของหลี่เทียนมิ่งดำคล้ำไปหมด ถูกคนจูงก็ช่างเถอะ แต่นางกลับยังมาบอกว่าตนเองเป็นหมูอีกรึ?

"องค์หญิง? คนผู้นี้เป็นเพียงชาวป่าแถวนี้ เมื่อครู่เขาลอบโจมตีทำร้ายสัตว์ประจำตัวของบุตรชายข้า พวกเราเตรียมจะสั่งสอนเขาสักหน่อยพ่ะย่ะค่ะ" จางฉงคาดไม่ถึงเลยว่าองค์หญิงชิงจะมาสนใจหลี่เทียนมิ่ง

"องค์หญิง โปรดเมตตา ให้ข้าได้ล้างแค้นให้สัตว์ประจำตัวด้วยเถิด..." จางจื่อเซวียนรวบรวมความกล้ากล่าว เขาเตรียมพร้อมที่จะแล่เนื้อเถือหนังหลี่เทียนมิ่งแล้ว ทว่าจู่ๆ ก็มาเกิดเรื่องเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกอัดอั้นอย่างที่สุด

มันคือความรู้สึกที่ว่าเนื้อที่มาถึงปากแล้ว กลับบินหนีไปในยามที่กำลังหิวโซ

"ถูกต้อง ข้าต้องการเจ้าหมูตัวนี้ พวกเจ้าไสหัวไปได้แล้ว" ชิงเอ๋อร์ทำหน้าบึ้งกล่าว

หลี่เทียนมิ่งเจ็บแค้นนัก แม่สาวน้อยนี่ฉวยโอกาสด่าคน ประเด็นสำคัญคือตนเองเถียงกลับไม่ได้ หากเถียงกลับไป แล้วนางไม่ช่วยตนเองจะทำอย่างไร?

"องค์หญิง..."

"ไสหัวไปไกลๆ อย่าให้ข้าต้องพูดอีกเป็นครั้งที่สอง" ชิงเอ๋อร์เผด็จการอย่างที่สุด ประโยคสุดท้ายนี้ ทำให้พวกจางฉงไม่กล้าหือแม้แต่น้อย

จางจื่อเซวียนผู้นั้นโกรธจนหน้าเขียวหน้าม่วง แต่ก็ทำได้เพียงเงียบกริบไม่กล้าส่งเสียง จากนั้นก็ถูกจางฉงลากตัวไปอย่างแข็งขัน ตอนที่เดินจากไปร่างทั้งร่างยังสั่นเทา ราวกับคนท้องผูก แถมยังหันกลับมามองหลี่เทียนมิ่งอีกหลายครั้ง

"มองอะไร? ไม่เคยเห็นชายงามรึ?" ลูกไก่เหลืองซุกตัวอยู่บนศีรษะของหลี่เทียนมิ่ง มันที่เพิ่งรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิดกลับไม่สำนึกเลยแม้แต่น้อย ยังคงทำตัวระริกระรี้

ถูกลูกไก่เหลืองเยาะเย้ย จางจื่อเซวียนก็ยังหันกลับมาไม่ได้ ช่างน่าโมโหนัก

จนกระทั่งพวกเขาจากไป หลี่เทียนมิ่งถึงได้เผชิญหน้ากับองค์หญิงชิงผู้นี้

"มองอะไร? บอกว่าเจ้าเป็นหมูแล้วไม่พอใจรึ?" ชิงเอ๋อร์ถลึงตาใส่มองเขา แต่ก็ต้องบอกว่า ท่าทางแก้มป่องๆ ของนางช่างน่ารักไม่เบา

"พอใจสิ ท่านเป็นถึงองค์หญิง ข้าจะกล้าไม่พอใจได้อย่างไร" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"ชิงเอ๋อร์ เจ้าอย่าหยาบคายกับพี่ชายเช่นนี้ ตอนที่พี่ชายช่วยข้าครั้งนั้น เขาก็ไม่ได้วางท่าอวดดีเหมือนเจ้า" เจียงเฟยหลิงกล่าว พอพวกจางฉงจากไป เจียงเฟยหลิงก็วิ่งมาอยู่ข้างกายหลี่เทียนมิ่ง ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบทันที "พี่ชาย ท่านไม่บาดเจ็บใช่หรือไม่?"

"ไม่เป็นไร หลิงเอ๋อร์ช่างใส่ใจจริงๆ เด็กสาวที่จิตใจดีเช่นเจ้านี่หาได้ยากนัก" หลี่เทียนมิ่งยิ้มกล่าว

"เจ้าหมายความว่าอย่างไร? เยาะเย้ยว่าข้าจิตใจไม่ดีรึ?" คิ้วงามของชิงเอ๋อร์ขมวดมุ่นอีกครั้ง

"ข้าไม่ได้พูดเช่นนั้นเสียหน่อย" หลี่เทียนมิ่งกล่าว "อันที่จริง ครั้งนี้ต้องขอบคุณเจ้ามาก หากมิใช่เพราะเจ้า ครั้งนี้ข้าคงไม่มีชีวิตรอดแล้ว"

"รู้คุณก็ดีแล้ว ต่อไปก็เกรงใจกันบ้าง หากมิใช่เพราะเจ้าช่วยหลิงเอ๋อร์ไว้เมื่อครั้งก่อน บังอาจพูดจากับข้าเช่นนั้น ข้าตัดหัวเจ้าไปนานแล้ว" ชิงเอ๋อร์กล่าว

"เข้าใจแล้ว" หลี่เทียนมิ่งไม่อยากล่วงเกินนาง แม้ว่านางจะพูดจาหยิ่งยโสไปหน่อย แต่ก็ไม่ใช่คนจิตใจชั่วร้าย ยิ่งไปกว่านั้นนางยังเป็นถึงองค์หญิง ตัวตนระดับนี้ เขายังล่วงเกินไม่ได้ในตอนนี้

"ข้าพูดผิด ไม่มี 'ต่อไป' แล้ว เจ้าจงกลับไปทำนาที่บ้านอย่างสงบเถอะ พวกเราก็จะกลับเมืองเยี่ยนตู้แล้ว ลาก่อน และอย่าได้เจอกันอีก" ชิงเอ๋อร์ดึงเจียงเฟยหลิงไว้ ราวกับกลัวว่าหลี่เทียนมิ่งจะเข้าใกล้นาง

"ชิงเอ๋อร์ เจ้าหยุดพูดได้แล้ว ข้าแทรกไม่ได้เลย ข้ามีเรื่องสำคัญจะพูดกับพี่ชาย เจ้าไปอยู่ข้างๆ อย่าเพิ่งพูด" เจียงเฟยหลิงกล่าว

แน่นอนว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า

หลี่เทียนมิ่งยิ้ม

องค์หญิงชิงจะหยิ่งยโสเพียงใด สุดท้ายก็ต้องฟังหลิงเอ๋อร์อยู่ดี

-สองสิงห์:ผู้แปล- // “เฮ้อ รอดอย่างหวุดหวิดเลยะนะเนี่ยะเทียนมิ่ง”

จบบทที่ บทที่ 19 องค์หญิงชิง

คัดลอกลิงก์แล้ว