- หน้าแรก
- มหาเทพหมื่นพิภพ
- บทที่ 18 จางจื่อเซวียน
บทที่ 18 จางจื่อเซวียน
บทที่ 18 จางจื่อเซวียน
บทที่ 18 จางจื่อเซวียน
สิ่งที่หลี่เทียนมิ่งไม่รู้ก็คือ นอกจากเด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวและแมงป่องพิษหางครามที่อยู่ตรงหน้าแล้ว บนต้นไม้โบราณที่แข็งแกร่งไม่ไกลออกไป แท้จริงแล้วยังมีคู่สามีภรรยาวัยกลางคนคู่หนึ่งอยู่
สามีภรรยาวัยกลางคนคู่นี้สวมอาภรณ์ผ้าไหมล้ำค่า ไอพิษของภูเขาหัวหลิงมิอาจเข้าใกล้กายได้เลย กลิ่นอายของทั้งสองหนักแน่น บนร่างแผ่สนามพลังไร้รูป เพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นยอดฝีมือผู้ควบคุมสัตว์ ทั้งยังอยู่ในตำแหน่งสูงมานานปี ต่างก็มีพลังอำนาจในการควบคุมชีวิตผู้คน
"เด็กหนุ่มผู่นี้ไม่ใช่คนของคฤหาสน์เหลยจุน ไฉนจึงวิ่งมาถึงส่วนลึกของภูเขาหัวหลิงได้"
ชายวัยกลางคนขมวดคิ้ว แววตาเย็นชา
"คาดว่าคงเป็นชาวบ้านแถวนี้ขึ้นเขามาเก็บสมุนไพร"
สตรีผู้นั้นกล่าว
"หากไม่ใช่คนของคฤหาสน์เหลยจุน พวกเราก็ลงมือสังหารเสียโดยตรงได้ จะได้ไม่เกะกะ"
ชายผู้นั้นกำลังจะลงมือ
"ไม่จำเป็นกระมัง สัตว์ประจำตัวของคนผู้นี้ตัวเล็กมาก ฝีมือก็ธรรมดา ให้ 'เซวียนเอ๋อร์' รับมือก็พอแล้ว เมื่อพบคนนอก เซวียนเอ๋อร์ย่อมจัดการได้"
สตรีผู้นั้นกล่าว
แม้ว่าบุตรชายของนางจะเติบโตแล้ว แต่กาลเวลากลับไม่ทิ้งร่องรอยใดไว้บนตัวนางเลย ดูราวกับหญิงสาววัยยี่สิบกว่า ร่างอรชรอวบอิ่มนั้นยิ่งเปี่ยมเสน่ห์เย้ายวน
ขณะที่พวกเขากำลังสนทนากัน หลี่เทียนมิ่งก็เพิ่งจะมองเห็นรูปร่างหน้าตาของเด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวผู้นี้ชัดเจน เขาคาดไม่ถึงว่าในส่วนลึกของภูเขาหัวหลิงยังจะมีคนแปลกหน้าเช่นนี้ปรากฏตัว เด็กหนุ่มผู้นี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนของเมืองหลีหัว
"ช่วงนี้มันเกิดอะไรขึ้น? รู้สึกเหมือนเจอแต่อัจฉริยะเต็มไปหมด?" เขามองว่าเด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวผู้นี้ หากไปอยู่ที่เมืองหลีหัว อย่างน้อยก็อยู่ในระดับเดียวกับหลี่จื่อเฟิง
แน่นอนว่าเขาไม่จำเป็นต้องสร้างศัตรูกับอีกฝ่าย แต่ประเด็นสำคัญคือสมุนไพรใสวิญญาณที่เขาต้องการเก็บนั้นอยู่ใต้เท้าของอีกฝ่าย พอยิ่งฝ่ายเหยียบลงไปหนึ่งก้าว ก็มีสองต้นล้มลง พลังยาก็เริ่มสลาย ทำเอาหลี่เทียนมิ่งปวดใจอย่างยิ่ง
นี่คือสมุนไพรรักษาชีวิตของมารดาเขา!
"เจ้าไม่ใช่คนของคฤหาสน์เหลยจุน ยังกล้าบุกเข้ามาในส่วนลึกของภูเขาหัวหลิงอีก เจ้าไม่กลัวตายรึ?" ดวงตาของเด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวสาดประกายเย็นเยียบ มองหลี่เทียนมิ่งอย่างหยิ่งผยอง
"คฤหาสน์เหลยจุนรึ? ข้าไม่ใช่คนของคฤหาสน์เหลยจุนแน่นอน"
หลี่เทียนมิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง อีกฝ่ายเพิ่งเจอกันก็เอ่ยถึงคฤหาสน์เหลยจุน นี่มันหมายความว่าอย่างไร?
เขามองสำรวจคนผู้นี้ แล้วถามว่า: "เจ้าถามเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? หรือว่าเจ้าเป็นคนของคฤหาสน์เหลยจุน มีเพียงคนของคฤหาสน์เหลยจุนเท่านั้นที่มาภูเขาหัวหลิงได้รึ?"
คฤหาสน์เหลยจุนใช้สัตว์ประจำตัวธาตุอัสนีเป็นหลัก แต่สัตว์ประจำตัวของเด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวผู้นี้เป็นธาตุพิษร้ายแรง ความเป็นไปได้ที่จะเป็นคนของคฤหาสน์เหลยจุนจึงมีไม่มาก
"ข้าถามเจ้าเช่นนี้ ก็ย่อมแสดงว่าข้าเป็นคนของคฤหาสน์เหลยจุน"
"ข้าขี้เกียจพูดกับเจ้ามากความ ขอเตือนเจ้าสักคำ พวกเราคฤหาสน์เหลยจุนกำลังทำธุระอยู่ที่ภูเขาหัวหลิง เจ้าจงไสหัวออกไปจากภูเขาหัวหลิงเดี๋ยวนี้ หากชักช้าเพียงสิบลมหายใจ เจ้าก็คงได้แต่ฝังกระดูกไว้ที่นี่แล้ว"
สีหน้าของเด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวหยิ่งผยองและเผด็จการ จากจุดนี้เขากลับสอดคล้องกับกลิ่นอายของเหล่าอัจฉริยะคฤหาสน์เหลยจุน โดยพื้นฐานแล้วก็เป็นเช่นนี้ทุกคน หลิวเชียนหยางก็เช่นกัน
"ออกจากภูเขาหัวหลิงรึ? ไม่มีปัญหา ข้าก็เตรียมจะไปอยู่แล้ว แต่ว่าข้าอยากจะเก็บสมุนไพรใสวิญญาณสักสองสามต้นก่อนไป เพื่อนำไปรักษามารดาของข้า คงต้องรบกวนพี่ชายให้เวลาข้าสักหน่อย"
สมุนไพรใสวิญญาณที่อุตส่าห์ใช้ความพยายามมากมายตามหา บัดนี้อยู่ใต้เท้าของอีกฝ่าย ต่อให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นคนของคฤหาสน์เหลยจุน หลี่เทียนมิ่งก็ยังไม่อยากปะทะในตอนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายทำลายสมุนไพรใสวิญญาณทิ้งด้วยความโมโห
"สมุนไพรใสวิญญาณรึ?" เด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวก้มศีรษะลง เขาเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าใต้เท้าของตนมีสารวิญญาณที่มีลายสวรรค์สีแดงเช่นนี้อยู่
"ใช่ ข้าเก็บสักสองสามต้นก็จะไปแล้ว"
หลี่เทียนมิ่งกล่าว
"อ้อ"
เด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวพยักหน้า
ขณะที่หลี่เทียนมิ่งคิดว่าเขาจะหลีกทางให้ เขากลับคาดไม่ถึงเลยว่า เด็กหนุ่มผู้นี้จะยกเท้าขึ้น จากนั้นก็เหยียบย่ำสมุนไพรใสวิญญาณใต้เท้าจนตายหมด เขายังเหยียบไปพลาง ยิ้มมองหลี่เทียนมิ่งไปพลาง กล่าวว่า: "บอกให้ไสหัวไป ยังจะพูดจาไร้สาระอีก ยังจะมาเรียกข้าว่า 'พี่ชาย' อีก เจ้าเป็นหัวหลักหัวตออะไร ถึงมาตีสนิทกับข้า"
อันที่จริงอารมณ์ของหลี่เทียนมิ่งก็ดีมาก โดยพื้นฐานแล้วหากคนไม่ล่วงเกินข้า ข้าก็ไม่ล่วงเกินคน
แต่ทว่า การที่อีกฝ่ายเพียงแค่ยกเท้าหลีกทาง เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่ต้องการสมุนไพรใสวิญญาณเลยแม้แต่น้อย แต่กลับจงใจเหยียบมันให้ตายต่อหน้าเขา การยั่วยุและดูแคลนที่เลวร้ายถึงเพียงนี้ มิอาจทนได้เลย!
ที่สำคัญกว่านั้น นี่คือสมุนไพรรักษาชีวิตของเว่ยจิง!
เพื่อให้ได้มันมา หลี่เทียนมิ่งถึงกับยอมพูดจากับเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแล้ว อย่างไรเสียเด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวก็เป็นคนของคฤหาสน์เหลยจุน ตามปกติแล้ว เขาไม่มีทางญาติดีกับคนพวกนี้แน่
บัดนี้ เมื่อเห็นสมุนไพรใสวิญญาณถูกเหยียบย่ำจนตายหมด ขณะที่เด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวผู้นั้นยังคงมองตนเองอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง…
"ไอ้บัดซบเอ๊ย!"
หลี่เทียนมิ่งสบถคำหนึ่ง กริชโลหิตเพลิงปรากฏขึ้นในฝ่ามือขวาของเขาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ ขณะที่แขนทมิฬข้างซ้ายกำแน่น พลังอันมหาศาลนั้นแทบจะฉีกกระชาดผ้าขาวที่พันไว้จนแหลกสลาย
"ไอ้ขยะเดรัจฉาน!" คนที่ทนไม่ได้ยิ่งกว่าหลี่เทียนมิ่งก็คือลูกไก่เหลือง อารมณ์ของมันฉุนเฉียวยิ่งกว่า มันบินออกจากศีรษะของหลี่เทียนมิ่งโดยตรง
เกรงว่าเด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวผู้นั้นคงคาดไม่ถึงเลยว่า ตัวตนที่ควรจะสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวหลังจากรู้ฐานะของเขา กลับกล้าที่จะเป็นฝ่ายจู่โจมตนเอง
"ฆ่าพวกมันซะ"
สายตาของเขายังคงดูแคลน เขาสั่งการสัตว์ประจำตัวให้สกัดกั้นหลี่เทียนมิ่งและพวก ในแววตาเต็มไปด้วยความขบขัน
"จะโทษก็จงโทษที่เจ้าวิ่งเข้ามาในภูเขาหัวหลิงผิดเวลาเอง หากเกิดเจ้าโชคดีได้แหล่งกำเนิดเทพไป พวกเราก็ขาดทุนย่อยยับมิใช่รึ"
อย่างไรเสียเขาก็ไม่แน่ใจว่า การจะได้แหล่งกำเนิดเทพนั้นต้องอาศัยฝีมือหรือโชคชะตา หากหลี่เทียนมิ่งโชคดีขึ้นมาเล่า?
ประโยคนี้เขาพูดด้วยเสียงไม่ดังนัก แน่นอนว่าหลี่เทียนมิ่งย่อมไม่ได้ยิน
อย่าเห็นว่าแมงป่องพิษหางครามตัวนั้นมีขนาดมหึมา แต่ความจริงแล้วความเร็วของมันสูงมาก โดยเฉพาะก้ามคู่หน้าและหางพิษสีครามนั้น ล้วนเปรียบดั่งศัสตราวุธชั้นยอด ยามต่อสู้ก็รวดเร็วราวกับภาพมายา รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ประเด็นสำคัญคือบนนั้นยังมีพิษร้ายแรงอีกด้วย
ปัง!
เมื่อหมัดจากแขนทมิฬของหลี่เทียนมิ่งปะทะเข้ากับก้ามของแมงป่องพิษหางครามตัวนั้น หากตัดสินจากพละกำลัง ระดับขั้นของเด็กหนุ่มผู้นี้และแมงป่องพิษหางครามน่าจะอยู่ที่ขั้นเส้นสัตว์ระดับเจ็ด แต่เพราะสัตว์ประจำตัวเป็นธาตุพิษร้ายแรง น้องชายคนที่สองของเขาอย่างหลี่จื่อเฟิงย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนผู้นี้แน่นอน แต่หลี่เทียนมิ่งในตอนนี้ก็ไม่แน่!
ประกอบกับเด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวยังไม่ลงมือ โอกาสสองรุมหนึ่งนี้จึงเป็นโอกาสทองของหลี่เทียนมิ่ง
"พร้อมกัน!"
เขาและลูกไก่เหลืองสื่อใจถึงกัน การประสานงานยามต่อสู้จึงชัดเจนอย่างยิ่ง
สังหารวิญญาณโลหิต!
วิชายุทธ์ระดับสัตว์เหนือธรรมดานี้ระเบิดออกมาจากร่างของหลี่เทียนมิ่งและลูกไก่เหลืองพร้อมกัน หลี่เทียนมิ่งใช้วิชายุทธ์ ส่วนลูกไก่เหลืองใช้วิชาสัตว์ แต่ทว่า ก็ล้วนมุ่งสู่จุดหมายเดียวกัน
สังหารวิญญาณโลหิตคือการผสมผสานระหว่างวิชาตัวเบาและวิชาสังหาร ซึ่งวิชาตัวเบานั้นสำคัญอย่างยิ่ง ในชั่วพริบตาที่ร่างไหววูบนั้น หลี่เทียนมิ่งก็ราวกับเงาโลหิตสายหนึ่งพุ่งผ่านไปในชั่วพริบตา ไอสังหารวาบผ่าน เขาก็ไปปรากฏอยู่ตรงหน้าแมงป่องพิษหางครามแล้ว!
แต่ผู้ที่ใช้สังหารวิญญาณโลหิตได้ดียิ่งกว่ากลับเป็นลูกไก่เหลือง เดิมทีมันก็บินได้อยู่แล้ว พอเหินทะยานไปพลางใช้วิชาตัวเบาไปด้วยก็ยิ่งพลิกแพลงยากคาดเดา ประกอบกับร่างของมันเล็ก จึงยิ่งยากจะรับมือ
ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าไก่นี่ ยังเชี่ยวชาญการมองหาจุดอ่อน ดวงตาของแมงป่องพิษหางครามคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของมัน!
สิ่งที่อันตรายที่สุดคือ แมงป่องพิษหางครามไม่เห็นลูกไก่เหลืองอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย มันรับมือเพียงหลี่เทียนมิ่งผู้เดียว ความเร็วของหลี่เทียนมิ่งนั้นสูงมาก แต่มันก็ไม่ด้อยกว่า ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนี้ ทันทีที่หลี่เทียนมิ่งปรากฏตัว ก้ามยักษ์ของมันก็หนีบเข้ามาทันที!
โดนแล้ว!
เด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวยิ้ม แขนซ้ายของหลี่เทียนมิ่งถูกแมงป่องพิษหางครามหนีบเข้าให้แล้ว ต่อจากนี้มันจะต้องขาดออกเป็นสองท่อนในไม่ช้า
แคร็ก!
ตามมาด้วยเสียงแตกหักดังลั่น!
เสียงแตกหักนี้แสบแก้วหูอย่างยิ่ง เด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวนึกว่านี่คือเสียงกระดูกแขนของหลี่เทียนมิ่งที่หักสะบั้น แต่ทว่า เมื่อเขามองเห็นทุกสิ่งชัดเจน ร่างทั้งร่างของเขาก็ตกอยู่ในอาการตะลึงงันไปโดยสิ้นเชิง
แขนของหลี่เทียนมิ่งไม่หัก สิ่งที่แตกและเกิดรอยร้าวคือก้ามของแมงป่องพิษหางครามต่างหาก!
ภาพที่เห็นนี้ ช่างน่าเหลือเชื่ออย่างที่สุด!
"เจ้าโง่เอ๊ย จะไปรู้อะไร ว่ามือของหลี่เทียนมิ่งที่ล้วงเข้าไปในเป้ากางเกงนั้นมันแข็งแกร่งเพียงใด!" ลูกไก่เหลืองหัวเราะ
แขนข้างนี้คือความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหลี่เทียนมิ่ง นอกเหนือไปจากสัตว์ประจำตัวสัตว์ใหญ่โบราณอลเวง อย่างไรเสียเขาก็เคยใช้ทั้งดาบทั้งกระบี่ทดสอบดูแล้ว มันไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย
เขาก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าในแขนข้างนี้ยังซ่อนพลังลึกลับอะไรไว้อีก ต้องรู้ว่า นี่อาจจะเป็นหัตถ์ทมิฬที่ไล่ล่าสังหารลูกไก่เหลืองก็เป็นได้!
ขณะที่แมงป่องพิษหางครามถูกแขนทมิฬของหลี่เทียนมิ่งดึงดูดความสนใจ กริชโลหิตเพลิงในมือขวาของหลี่เทียนมิ่งก็แทงทะลวงเข้าใส่ดวงตาของแมงป่องพิษหางครามในวินาทีต่อมา ฉึ่ก! โลหิตสีเขียวสาดกระเซ็นออกมา!
ประเด็นสำคัญคืออีกด้านหนึ่ง จะงอยปากอันแหลมคมของลูกไก่เหลืองก็จิกทะลวงเข้าใส่ดวงตาอีกข้างของแมงป่องพิษหางครามเช่นกัน
"ยินดีด้วย เจ้าได้รับสัตว์ประจำตัวที่ตาบอดสองข้างไปครอบครอง"
ลูกไก่เหลืองบินขึ้น มองเด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวผู้นั้นอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง คราวนี้สะใจเสียที
หลังจากที่แมงป่องพิษหางครามได้รับบาดเจ็บสาหัส มันก็ลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายร้องโหยหวนอยู่บนพื้นแล้ว ด้วยอาการบาดเจ็บหนักหนาสาหัสถึงเพียงนี้ ต่อให้ฝ่ายตรงข้ามมียาวิเศษ ในอนาคตดวงตาทั้งสองข้างก็อาจจะกลับมามองเห็นอีกไม่ได้
ไม่ใช่ว่าหลี่เทียนมิ่งและพวกจะลงมือโหดเหี้ยม แต่ด้านหนึ่งคือเขามีความแค้นต่อคนของคฤหาสน์เหลยจุนอยู่แล้ว อีกด้านหนึ่ง เด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวผู้นี้ก็สมควรโดนสั่งสอนจริงๆ
ท่าทางอวดดีแบบนี้ มันต้องโดนอัด!
"ขาของเจ้าก็ไม่ต้องเอาไว้แล้วเช่นกัน"
สมุนไพรใสวิญญาณดีๆ กลับถูกเจ้าหมอนี่เหยียบตายจนหมด พอหลี่เทียนมิ่งจัดการแมงป่องพิษหางครามเสร็จ เขาก็หมายหัวไปที่เด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวผู้นั้นทันที แล้วพุ่งเข้าใส่พร้อมกับลูกไก่เหลือง
"เจ้าตายแน่!" ดวงตาทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวแดงก่ำ เขาตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งทันที ในมือปรากฏเข็มเงินสองสามเล่มขึ้นในบัดดล
เข็มเงินนี้ไม่ธรรมดา เพียงมองดูก็รู้ว่าเป็นศัสตราวุธชั้นยอด ที่สร้างขึ้นจากแร่วิญญาณล้ำค่า
นี่น่าจะเป็นเข็มทะลวงใจ
บนเข็มเงินยังมีของเหลวสีคราม ซึ่งน่าจะเป็นพิษร้ายแรงเช่นเดียวกัน
ฟิ้ว!
เข็มเงินพุ่งออกไปในทันที พุ่งตรงไปยังหลี่เทียนมิ่งทั้งสอง
พูดตามตรง ด้วยฝีมือของเขาหากตั้งใจต่อสู้กับหลี่เทียนมิ่งและพวกตั้งแต่แรก ก็คงไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเช่นนี้ แต่ตอนนี้จะมาเสียใจก็สายไปแล้ว การวางท่านอวดดีย่อมต้องมีราคาที่ต้องจ่าย
หลบ!
วิชายุทธ์อย่างสังหารวิญญาณโลหิต อันที่จริงแล้วเป็นตัวข่มทางคู่ต่อสู้ประเภทเด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวผู้นี้อย่างยิ่ง เพราะวิชาตัวเบาที่ยอดเยี่ยมที่สุด ย่อมสามารถหลบหลีกการโจมตีของอีกฝ่ายได้ง่ายที่สุด และเมื่อเข็มทะลวงใจถูกหลบได้ เด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวก็จะตกอยู่ภายใต้การโจมตีของหลี่เทียนมิ่งทันที
ปัง ปัง ปัง!
ในชั่วพริบตา หลี่เทียนมิ่งและลูกไก่เหลืองก็เข้าล้อมเด็กหนุ่มผู้นั้น หมัดซ้ายซัด กริชขวาจ้วงแทง รวดเร็วรุนแรงดุจอัสนีบาต พลังสัตว์นรกนิรันดร์ในร่างระเบิดออก ด้วยความช่วยเหลือของลูกไก่เหลือง ก็สามารถกดดันคู่ต่อสู้ได้โดยตรง หมัดหนึ่งซัดเข้าที่ท้องน้อยของเด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียว ส่งเขากระเด็นลอยออกไป
เด็กหนุ่มผู้นั้นกระอักเลือดคำโต สาดกระจายเต็มใบหน้า เมื่อเขาร่วงลงสู่พื้น ก็ทำได้เพียงพยายามดิ้นรนลุกขึ้นมาอย่างสั่นเทา
"คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะมีฝีมือถึงเพียงนี้ แต่เจ้าตายแน่ ข้าจะใช้มีดแล่เนื้อหนังบนตัวเจ้าออกมาทีละชิ้นๆ ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร เจ้าจะต้องตายอย่างทรมาน!" แววตาของเขาอำมหิตจนแทบจะมีเลือดไหลออกมา
"บ้าเอ๊ย เจ้าทำได้แค่คลานอยู่บนพื้นแล้ว ยังจะกล้าพูดจาโอ้อวดเช่นนี้อีกรึ"
หลี่เทียนมิ่งร่อนลงพื้น มองเด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวผู้นี้อย่างขบขัน
พูดตามตรง แม้จะอัดเขาไปหนึ่งยกก็ยังรู้สึกปวดใจอยู่ดี เพราะสมุนไพรใสวิญญาณมันหมดไปแล้ว
"เหอะๆ"
ในชั่วพริบตาที่เด็กหนุ่มผู้นั้นหัวเราะเยาะ หลี่เทียนมิ่งก็สัมผัสได้ถึงอันตรายถึงชีวิตในบัดดล!
"อย่าเพิ่งฆ่าเขา มัดเขาไว้ก็พอ ข้าจะฆ่ามันเอง วันนี้ข้าไม่หาแหล่งกำเนิดเทพแล้ว ข้าจะทรมานมันทั้งวัน!" เด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวดิ้นรนลุกขึ้นยืน ใบหน้าบิดเบี้ยวเหี้ยมเกรียม
ขณะที่เขาพูด หลี่เทียนมิ่งก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่ามีสตรีผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างกายเด็กหนุ่มผู้นั้น
สตรีผู้นี้มีใบหน้าเขียวคล้ำ นางมองเด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวด้วยแววตาเจ็บปวดใจ พอหันกลับมามองหลี่เทียนมิ่งอีกครั้ง ในแววตาก็อัดแน่นไปด้วยไอสังหารอันเข้มข้น
ไม่ใช่แค่นาง เมื่อหลี่เทียนมิ่งหันกลับไปมอง ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็กำลังทายาที่ดวงตาให้แมงป่องพิษหางครามอยู่
นั่นน่าจะเป็นยารักษาชั้นยอด ที่สามารถฟื้นฟูดวงตาที่ถูกแทงทะลุได้ในระดับหนึ่ง ส่วนจะกลับมามองเห็นได้หรือไม่ หลี่เทียนมิ่งก็ไม่อาจรู้ได้
ผู้อาวุโสทั้งสองนี้ มองหลี่เทียนมิ่งด้วยสายตาที่ตัดสินประหารชีวิตเขาไปแล้ว
"เวรเอ๊ย"
หลี่เทียนมิ่งตะลึงไปครู่หนึ่ง คาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าอีกฝ่ายมาเดินป่าในภูเขาหัวหลิงเช่นนี้ ยังจะมีบิดามารดามาด้วย
มันจะเกินไปแล้ว!
"ตอนนี้ รู้รึยังว่าความหวาดกลัวเป็นอย่างไร?" เด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม ในมือถือมีดสั้นเล่มหนึ่ง คมมีดแหลมคม จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับสตรีข้างกายว่า "ท่านแม่ ท่านแค่ทำให้มันขยับไม่ได้ก็พอ ที่เหลือข้าจัดการเอง"
"การเติบโตย่อมต้องพบเจอกับอุปสรรคบ้าง เจ้าระบายความโกรธนี้ออกมา ต่อไปภายหน้าจะได้ไม่ประมาทศัตรูเช่นนี้อีก"
สตรีผู้นั้นลูบศีรษะของเด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวอย่างเจ็บปวดใจ
"ลูกทราบแล้วท่านแม่ จะไม่พลาดท่าเสียทีเรื่องง่ายๆ เช่นนี้อีกแล้ว"
เด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวจับจ้องไปที่หลี่เทียนมิ่ง ต่อจากนี้ เขาจะใช้มีดกรีดเลือดทีละแผล
"พี่ชายอย่าทำเช่นนี้เลย การกระทำของท่านมันโหดร้ายรุนแรง ขัดต่อค่านิยมของประเทศจู้เจ๋อของพวกเรานะ..." หลี่เทียนมิ่งกล่าว
นี่คือความจริง ต่อให้เจ้าเอาชนะอีกฝ่ายได้แล้วอย่างไรเล่า? พ่อแม่ของอีกฝ่ายอยู่ข้างกาย สังหารเจ้าได้ง่ายๆ สบายๆ
สตรีผู้นั้นชักโซ่เหล็กสีเขียวเส้นหนึ่งออกมาจากที่ใดมิทราบ โซ่เหล็กเส้นนี้เปล่งประกายเรืองรอง บนนั้นยังสามารถมองเห็นลายสวรรค์ได้
นี่คือศัสตราวุธชั้นยอดอย่างไม่ต้องสงสัย ใช้จับกุมหลี่เทียนมิ่งก็ง่ายดายราวกับจับลูกไก่ เขาจะต้องขยับตัวไม่ได้อย่างแน่นอน
ในขณะเดียวกัน เด็กหนุ่มชุดคลุมสีเขียวก็เดินเข้ามาหาหลี่เทียนมิ่ง
"เมื่อฟ้ามืด เจ้าที่เหลือแต่เศษเนื้อทั้งร่าง ก็น่าจะได้เห็นพญายมแล้ว ถึงตอนนั้นก็จงบอกเขาไปว่า คนที่ฆ่าเจ้า ชื่อว่า 'จางจื่อเซวียน'"
"จางจื่อเซวียนรึ? ชื่อนี้ของเจ้าตอนนี้มันเกลื่อนเมืองไปหมดแล้ว มันต่างอะไรกับชื่อจางชุนเสียในสมัยก่อนรึ?"
-สองสิงห์:ผู้แปล-
// “"เจ้าโง่เอ๊ย จะไปรู้อะไร ว่ามือของหลี่เทียนมิ่งที่ล้วงเข้าไปในเป้ากางเกงนั้นมันแข็งแกร่งเพียงใด!" ลูกไก่เหลืองหัวเราะ // เดี๋ยวๆๆๆ นั่งอ่านกำลังลุ้นอยู่ ถึงกับต้องฮาลั่นออกมา”