เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 พันธนาการสายเลือด

บทที่ 5 พันธนาการสายเลือด

บทที่ 5 พันธนาการสายเลือด


บทที่ 5 พันธนาการสายเลือด

โชคดีที่หลี่เทียนมิ่งยังมีทรัพย์สินอยู่บ้างในเมืองหลีหัว หลังจากถูกขับออกจากคฤหาสน์ผู้ว่าเมือง สองแม่ลูกก็ยังมีสถานที่ให้พักพิง

ที่พักแห่งใหม่เป็นเรือนพักเก่าซอมซ่อแห่งหนึ่ง ไม่ได้ทำความสะอาดมานานแล้ว ขาดแคลนของใช้ในชีวิตประจำวันมากมาย หลี่เทียนมิ่งวุ่นวายอยู่ครึ่งค่อนวัน ในที่สุดก็จัดการให้เข้าที่เข้าทางได้

เขารู้ดีว่าตนเองจะอยู่ที่นี่ไม่นานนัก เมื่อได้รับ 'ตราประทับยั้นหวง' ที่สามารถเข้าสำนักยั้นหวงได้ เขาก็จะไปจากเมืองหลีหัว

ยามค่ำคืน รอจนกระทั่งมารดาหลับใหลอย่างสงบแล้ว หลี่เทียนมิ่งจึงค่อยออกจากห้องนอนของนาง

"เจ้าไก่น้อย วันนี้เจ้าทำได้ดีไม่เลวนะ"

ท่ามกลางสายลมยามราตรี หลี่เทียนมิ่งหยิบเจ้าลูกไก่เหลืองบนหัวลงมา เจ้าหมอนี่ใช้ผมของเขาเป็นรังนกไปเสียแล้ว

"พล่ามให้น้อยหน่อย รีบเอา 'แร่วิญญาณ' ที่ได้มาวันนี้ออกมา ข้าหิวแล้ว"

เจ้าลูกไก่เหลืองร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว

แร่วิญญาณที่เขากล่าวถึง ก็คือ 'หยกวิเศษ' ที่หลี่เหยียนเฟิง 'เมตตาปรานีอย่างยิ่ง' มอบให้หลังจากหย่าภรรยาปลดบุตรชาย ทรัพย์สินที่เพียงพอให้คนธรรมดาสองคนใช้ชีวิตได้ตลอดชาติ

สิ่งที่เรียกว่าแร่วิญญาณ ก็คือแร่ธาตุระหว่างฟ้าดิน ที่ถือกำเนิดจากการบ่มเพาะของพลังปราณฟ้าดินและพลังวิญญาณแห่งสายดินมาอย่างยาวนาน ครอบครองพลังวิญญาณอันน่าอัศจรรย์หลากหลายชนิด สามารถใช้ในการหลอมสร้างอาวุธ และยังมีสรรพคุณอื่นๆ อีกมากมาย

'หยกวิเศษ' ก็นับเป็นแร่วิญญาณชนิดหนึ่ง มันกักเก็บพลังปราณฟ้าดินไว้มหาศาล มีประโยชน์ต่อทั้งผู้ควบคุมสัตว์และสัตว์ประจำตัว ดังนั้นจึงถูกใช้เป็น 'เงินตรา' ของผู้ควบคุมสัตว์ หยกวิเศษทุกเม็ดมีมูลค่าสูงกว่าทองคำและอัญมณี

'หยกวิเศษ' ที่สามารถใช้เป็นเงินตราหมุนเวียนได้มีอยู่หลายชนิด ที่กักเก็บ 'พลังปราณอัคคี' อย่าง 'หยกอัคคี' นั้น เป็นที่แพร่หลายที่สุดในประเทศจู้เจ๋อ นอกจากนี้ยังมี หยกทองคำ หยกอัสนี ล้วนเป็นเงินตราที่หมุนเวียนในชีวิตประจำวัน สามารถใช้ซื้อทรัพยากรในการฝึกฝนได้มากมาย

หลี่เทียนมิ่งนำหยกวิเศษที่ได้มาเมื่อเช้า เอาออกมาเทบนโต๊ะทั้งหมดเพื่อที่จะนับ ..มีหยกอัคคีประมาณสองร้อยเม็ด และหยกทองคำราวห้าสิบเม็ด

"ช่างใจกว้างเสียจริง เพียงพอให้คนธรรมดาสองคนใช้ได้ถึงสองชาติ"

หลี่เทียนมิ่งแค่นหัวเราะ

วาสนารักหนึ่งชาติ แลกมาได้เพียงของเหล่านี้

"นี่คืออะไร?" เจ้าลูกไก่เหลืองชี้ไปที่ลวดลายชนิดหนึ่งที่มีอยู่บนหยกวิเศษเหล่านี้พลางถาม

"นี่เรียกว่า ลายสวรรค์"

บนหยกอัคคีและหยกทองคำเหล่านั้น ล้วนมีลวดลายสีแดงเส้นเล็กๆ อยู่ ลวดลายชนิดนี้แม้น้ำก็ไม่อาจชะล้างออกได้ นี่ก็คือ 'ลายสวรรค์' ต้องมีลายสวรรค์ ถึงจะเรียกได้ว่าเป็น 'แร่วิญญาณ'

ว่ากันว่าลายสวรรค์คือสิ่งที่แสดงถึงเจตจำนงแห่งฟ้าดิน กักเก็บความลับของพลังต้นกำเนิดแห่งฟ้าดินไว้

ผู้ควบคุมสัตว์ระดับสูงจำนวนมาก ล้วนทำความเข้าใจลายสวรรค์เพื่อทะลวงขีดจำกัดของตนเอง และควบคุมพลังแห่งฟ้าดิน

ดังนั้น ลายสวรรค์จึงมีชื่อเต็มว่า 'ลายเจตจำนงสวรรค์'

"ลายสวรรค์มีเก้าสี แบ่งเป็น แดง ส้ม เหลือง เขียว เขียวคราม น้ำเงิน ม่วง ดำ และขาว

ลายสวรรค์สีแดงคือระดับต่ำที่สุด

ลายสวรรค์สีขาวคือระดับสูงสุด

แร่วิญญาณที่มีลายสวรรค์สีขาวนั้นถือเป็นสมบัติล้ำค่าสะท้านโลกอย่างแน่นอน

ว่ากันว่าลายสวรรค์สีขาวนั้นซับซ้อนอย่างยิ่ง ราวกับเป็นแผนผังค่ายกลของลวดลาย"

จนถึงบัดนี้ หลี่เทียนมิ่งก็เคยเห็นเพียงลายสวรรค์สีแดง ลายสวรรค์สีส้ม และลายสวรรค์สีเหลือง

หยกวิเศษตรงหน้าเหล่านี้เป็นเพียงแร่วิญญาณลายสวรรค์สีแดง แม้จะธรรมดาที่สุด แต่สำหรับการฝึกฝนในระดับขั้นปัจจุบันของหลี่เทียนมิ่ง ก็ยังมีประโยชน์อยู่บ้าง

พลังปราณฟ้าดินที่หยกวิเศษกักเก็บไว้ในตัว เมื่อถูกปล่อยออกมา สามารถเร่งการเปลี่ยนและการรวมตัวของพลังสัตว์ได้

"ลายสวรรค์อะไรกัน ไร้สาระสิ้นดี ต่อหน้าปู่เช่นข้า ล้วนเป็นอาหารอันโอชะ"

เจ้าลูกไก่เหลืองพึมพำ พลันกระโดดขึ้นไป อ้าปากจะกินหยกวิเศษเหล่านี้

"เจ้าไก่ อย่าล้อเล่นน่า ของสิ่งนี้มีไว้ใช้หลอมหลอม ไม่ได้มีไว้กิน"

หลี่เทียนมิ่งเห็นท่าทีของเขาก็รู้แล้วว่าเขาจะทำอะไร

โดยปกติแล้ว การฝึกฝนของผู้ควบคุมสัตว์และสัตว์ประจำตัวต้องการหยกวิเศษมาเร่งความเร็วก็จริง แต่ต้องปลดปล่อยพลังปราณฟ้าดินในหยกวิเศษออกมาก่อน จากนั้นจึงค่อยดูดซึมหลอมหลอมพร้อมกัน

"เจ้ามันจะไปรู้อะไร"

เรื่องที่ทำให้หลี่เทียนมิ่งตกใจก็เกิดขึ้น เจ้าลูกไก่เหลืองอ้าปาก คำละเม็ดๆ เหมือนกินถั่วเคลือบน้ำตาล กลืนหยกวิเศษเหล่านี้ลงไปทีละเม็ด

"รสชาติไม่เลว เคี้ยวหนึบดี"

หลังจากกินหยกอัคคีที่กักเก็บ 'พลังปราณอัคคี' เข้าไปติดต่อกันสิบกว่าเม็ด ทั่วร่างของเขาก็เริ่มมีไฟลุกท่วม ใบหน้าแดงก่ำราวกับคนเมาเหล้า แถมยังเรอออกมาสองสามครั้ง

"บ้าไปแล้ว แกกินหิน ไม่กลัวท้องผูกหรือไง!" หลี่เทียนมิ่งอ้าปากค้าง เขาไม่เคยเห็นสัตว์ประจำตัวตัวไหนกินแร่วิญญาณเข้าไปตรงๆ

"ไอ้บ้านนอก ไม่เคยเห็นล่ะสิ แค่ของห่วยๆ แค่นี้ ข้าใช้เวลาแค่หนึ่งเค่อ* ก็ย่อยจนหมดเกลี้ยงแล้ว ยังต้องถ่ายออกมาอีกหรือ?" เจ้าลูกไก่เหลืองเรอออกมาอีกครั้ง พลังปราณฟ้าดินมากมายมหาศาลรวมตัวกันในร่างของเขาทันที คลื่นความร้อนแผดเผาปะทุออกมาจากร่าง เขาเปลี่ยนร่างเป็นไก่ย่างเพลิงไปเรียบร้อยแล้ว

หลี่เทียนมิ่งใช้เวลาอยู่นานกว่าจะตั้งสติได้ ลองคิดดูดีๆ เจ้าหมอนี่คือสัตว์ใหญ่โบราณอลเวงเชียวนะ ฟังแค่ชื่อก็รู้ว่าสุดยอดแค่ไหนแล้ว กินแร่วิญญาณสดๆ มันจะไปสักเท่าไหร่กัน

"เจ้าก็ลองสักเม็ดสิ รสชาติไม่เลว พวกเราลูกผู้ชายตัวจริง ย่อมต้องกินของแข็งๆ แบบนี้"

เจ้าลูกไก่เหลืองยังไม่อิ่ม หยิบหยกอัคคีเม็ดหนึ่งยื่นให้หลี่เทียนมิ่ง

"นี่คือเหตุผลที่เมื่อตอนกลางวันแกถึงได้ขืนใจปักษีเพลิงหงอนอัคคีตัวผู้นั่นสินะ?"

"ไสหัวไป!" เจ้าลูกไก่เหลืองอับอายเป็นอย่างยิ่ง หยิบหยกอัคคียัดใส่ปากหลี่เทียนมิ่ง

หลี่เทียนมิ่งคิดจะคายออกมา แต่ลองคิดดูอีกที หลังจากถูกสายเลือดของสัตว์ประจำตัวหล่อหลอมใหม่ ตนเองก็นับว่ามี 'กายานรกนิรันดร์' แล้ว เขาสามารถดูดซึมหลอมหลอมด้วยการกินสดได้ แล้วตนเองจะไม่สามารถทำได้เชียวหรือ?

หยกอัคคีเข้าปาก ราวกับสุราแรง แผดเผาจนลำคอของหลี่เทียนมิ่งแทบไหม้ แต่ดูเหมือนจะไม่เจ็บปวดมากนัก จากนั้นก็เข้าสู่ช่องท้อง ประดุจน้ำแกงร้อนชามหนึ่งไหลลงคอ เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ภายใต้การโอบล้อมของน้ำย่อยในกระเพาะ หยกอัคคีเม็ดนั้นกลับเริ่มละลาย พลังปราณอัคคีมหาศาลปะทุออกมา แผดเผาไปทั่วทั้งร่างกาย!

ฟู่!

เขาอ้าปากหายใจ พ่นเปลวเพลิงสายหนึ่งออกมาโดยตรง พลังปราณอัคคีจำนวนมากพุ่งออกไป

"อย่าพ่นออกมาสิ เสียดายของ!" เจ้าลูกไก่เหลืองทำหน้าดูถูก

ใบหน้าของหลี่เทียนมิ่งแดงก่ำ เขามองดูตนเองที่ไฟลุกท่วมร่าง ราวกับกำลังฝันไป ตนเองในสภาพนี้มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขาเหมือนกับวิหคเพลิงนรกนิรันดร์ สามารถกินแร่วิญญาณสดๆ ได้! นี่ก็เป็นหนึ่งในความสามารถทางสายเลือดของสัตว์ใหญ่โบราณอลเวงตนนี้!

"หยกอัคคีเหมือนกัน หากใช้วิธีหลอมหลอม อย่างมากก็ดูดซึมได้หนึ่งในสาม แต่การกินสดเช่นนี้ รู้สึกว่าไม่สูญเปล่าเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งผลการดูดซึมยังตรงจุดกว่า พลังปราณอัคคีรวมตัวในช่องท้อง ใช้ 'คัมภีร์นรกนิรันดร์' หลอมหลอม เปลี่ยนเป็นพลังสัตว์เข้าสู่เส้นสัตว์โดยตรง"

"ถ้าเป็นเช่นนี้ ขอเพียงข้ามีหยกวิเศษเพียงพอ การฝึกฝนก็จะยิ่งดุดันยิ่งขึ้น"

เขายิ้มแล้ว มิน่าเล่าเจ้าลูกไก่เหลืองถึงกินได้ตลอด พลังปราณอัคคีไม่ทำให้เขาท้องแตกตาย ที่แท้ตอนที่มัน 'กินอาหาร' มันก็โคจรคัมภีร์นรกนิรันดร์เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังสัตว์ไปด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ พลังสัตว์ของพวกเขาทั้งสองจึงพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว

ภายในเรือนพักเก่าซอมซ่อ หากภาพที่เกิดขึ้นในตอนนี้มีคนอื่นมาเห็นเข้า คงเพียงพอที่จะล้มล้างโลกทัศน์ของพวกเขาได้เลย

หนึ่งคนหนึ่งไก่ นั่งอยู่ด้วยกัน เคี้ยวหยกวิเศษคำละเม็ดๆ เหมือนกำลังแทะเมล็ดแตงโม กินไปคุยไป ที่สำคัญคือ ทั้งคนทั้งไก่ ร่างกายกำลังลุกเป็นไฟ

หลี่เทียนมิ่งในตอนนี้ชัดเจนอย่างยิ่งว่า สัตว์ใหญ่โบราณอลเวงที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่ประจำตัวของตน คือตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแน่นอน ในเวลาเพียงสั้นๆ แค่พรสวรรค์ความสามารถที่เจ้าลูกไก่เหลืองมอบให้ตนก็เพียงพอที่จะน่าหวาดหวั่นแล้ว

เส้นสัตว์ที่ใหญ่โตมโหฬาร กายานรกนิรันดร์ ภูมิต้านทานธาตุไฟ การกินแร่วิญญาณสดๆ และอื่นๆ อีก...

"น้องชาย เจ้ามีความเข้าใจเกี่ยวกับสัตว์ใหญ่โบราณอลเวงและตัวเจ้าเองมากแค่ไหน?" หลี่เทียนมิ่งหาสุราชั้นเลิศมา ดื่มกับเจ้าลูกไก่เหลืองแกล้ม 'หยกวิเศษ'

"ไม่ใช่ว่าปู่ อย่างข้าจงใจทำตัวลึกลับ แต่ข้าสับสนยิ่งกว่าเจ้าเสียอีก ข้าลืมตาขึ้นมา ก็รู้แค่ว่าตัวเองชื่อ 'วิหคเพลิงนรกนิรันดร์' เป็นหนึ่งในสัตว์ใหญ่โบราณอลเวง นอกนั้นไม่รู้อะไรเลย"

เจ้าลูกไก่เหลืองเมาแอ๋ นอนหงายเท้าชี้ฟ้าอยู่บนโต๊ะหิน

"ข้าเคยเห็นภาพฉากหนึ่ง ปรากฏหัตถ์ทมิฬขนาดใหญ่ออกมา"

หลี่เทียนมิ่งหวนนึก

"เจ้าก็ฝันแบบนี้เหมือนกัน!" เจ้าลูกไก่เหลืองสะดุ้งโหยงกระโดดขึ้นมา จ้องหลี่เทียนมิ่งอย่างตื่นเต้น

"เจ้าก็เคยเห็นหรือ?"

"แน่นอนอยู่แล้ว ตั้งแต่ยังไม่เกิดก็เห็นภาพนี้มาตลอด ดังนั้นข้าจึงเดาว่า ข้าเคยเป็นตัวตนที่กินดวงตะวันเป็นอาหาร แต่กลับถูกหัตถ์ทมิฬนั่นไล่ล่า สังหาร จากนั้นก่อนตายก็ได้โอกาสพลิกผันจากความตาย กลายมาเป็นสัตว์ประจำตัวของเจ้า มีชีวิตรอดในอีกรูปแบบหนึ่ง"

เจ้าลูกไก่เหลืองพูดอย่างจริงจัง

ดูเหมือนว่าจริงๆ แล้วเขาก็มีความคิดเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของตนเองอยู่ไม่น้อย

แน่นอน นี่เป็นเพียงการคาดเดาของเขา จะถูกต้องหรือไม่ ยังไม่อาจรู้ได้

"เจ้ารู้หรือไม่ ว่ามีวิธีใดบ้าง ที่จะฟื้นคืนพลังของเจ้าได้ พร้อมกันนั้นก็ช่วยฉุดข้า ให้ข้าสามารถสุดยอดเหมือนเจ้าในตอนนั้นได้?" หลี่เทียนมิ่งถาม

"ไม่รู้สิ ข้ารู้แค่ว่าในสายเลือดของข้ายังซ่อนเร้นของไว้มากมายนับไม่ถ้วน แต่ข้าต้องการวาสนาและโอกาสอีกมาก ถึงจะขุดค้นของเหล่านี้ออกมาได้"

เจ้าลูกไก่เหลืองกล่าว

ตอนนี้เขาแข็งแกร่งไม่มากแน่ ท้ายที่สุดเขาก็อยู่แค่ขั้นเส้นสัตว์ระดับที่สามเหมือนกับตน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า พลังที่ซ่อนอยู่ในสายเลือดของเขาหากถูกปลดปล่อยออกมา จะต้องสั่นสะเทือนโลกทั้งใบอย่างแน่นอน

ส่วนจะต้องใช้โอกาสอะไรกันแน่ หลี่เทียนมิ่งก็กำลังครุ่นคิด

"ระบบการปลูกฝังร่วม ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นพร้อมกันได้ นี่อาจจะเป็นโอกาสหนึ่ง"

หลี่เทียนมิ่งครุ่นคิด

"ถูกต้อง แต่ข้าต้องการของที่มากกว่านี้แน่ อย่างเช่นแร่วิญญาณนี่ ข้ามองแวบเดียวก็รู้ว่าข้ากินสดแล้วจะแข็งแกร่งขึ้นได้ แต่ผลของแร่วิญญาณนี้น้อยเกินไป ต้องมีของที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้แน่"

เจ้าลูกไก่เหลืองกล่าว

เมื่อก่อนถูกหัตถ์ทมิฬไล่ล่า เขาเปลี่ยนรูปแบบชีวิต ในสายเลือดจึงมีพันธนาการที่เปิดไม่ออกอย่างแน่นอน ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดนับจากนี้ ก็คือการทำลายพันธนาการสายเลือดนี้ให้สิ้นซาก ให้เขากลับคืนสู่จุดสูงสุดได้อย่างแท้จริง

เมื่อพูดถึงตรงนี้ หยกอัคคีร้อยกว่าเม็ดบนโต๊ะ ก็ถูกเจ้าสองคนนี้กินจนเกลี้ยง!

"บ้าเอ๊ย ข้ายังไม่อิ่มเลย!" เจ้าลูกไก่เหลืองพูดอย่างตะกละ

ท้องของเขามันช่างเหมือนหลุมที่ไร้ก้นบึ้ง

"ยังมีหยกทองคำเหลืออยู่อีกไม่ใช่หรือ?" หลี่เทียนมิ่งใจกว้างอย่างยิ่ง หยกวิเศษเหล่านี้ล้วนใช้ไปในทางที่เป็นประโยชน์ ดังนั้นเขาจึงไม่รังเกียจที่จะใช้เงินทุนที่หลี่เหยียนเฟิงให้มาทั้งชีวิต ให้หมดภายในคืนเดียว

"ในนี้มีแต่ 'พลังปราณโลหะ' รสชาติแย่มาก"

เจ้าลูกไก่เหลืองพูดอย่างรังเกียจ

เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นธาตุอัคคี ให้เขากินโลหะก็ลำบากเขาเกินไปหน่อย

หลี่เทียนมิ่งมองหยกอัคคีแล้วยังพอเจริญอาหารอยู่บ้าง แต่มองหยกทองคำที่เหลืออยู่ก็รู้สึกหมดอารมณ์สิ้นดี

"เรื่องนี้ง่ายมาก พรุ่งนี้ข้าจะไปสมาคมการค้าดวงดาว เอาหยกทองคำเหล่านี้ไปแลกเป็นหยกอัคคีก็สิ้นเรื่อง"

หยกอัคคีและหยกทองคำล้วนเป็นหยกวิเศษ และเป็นเงินตราที่หมุนเวียน แต่เหมาะสำหรับผู้ควบคุมสัตว์และสัตว์ประจำตัวต่างธาตุกัน ดังนั้น องค์กรการค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลีหัวอย่าง 'สมาคมการค้าดวงดาว' จึงเปิดหน้าต่างสำหรับแลกเปลี่ยนหยกวิเศษ โดยคิดค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อย

"เปลี่ยนหยกอัคคีในคืนนี้ ให้เป็นพลังสัตว์ก่อนแล้วค่อยว่ากัน"

ตอนนี้ในร่างกายของพวกเขายังมีพลังปราณอัคคีอยู่อีกมาก การฝึกฝนในค่ำคืนนี้ หลี่เทียนมิ่งสัมผัสได้ชัดเจนว่า ระยะห่างที่ตนจะก้าวล้ำไปสู่ขั้นเส้นสัตว์ระดับที่สี่นั้น อยู่ไม่ไกลแล้ว

ต้องไปถึงระดับขั้นนั้นให้ได้ การคัดเลือกของสำนักยั้นหวง ถึงจะเป็นฝ่ายคุมเกมได้!

คืนนี้ได้พูดคุยกับเจ้าลูกไก่เหลือง คลายความสงสัยให้หลี่เทียนมิ่งได้มากมาย ตอนนี้เขาและวิหคเพลิงนรกนิรันดร์ต่างพึ่งพาอาศัยกัน เขาพอจะมองเห็นทิศทางคร่าวๆ แล้วว่า ในอนาคตพวกเขาหนึ่งคนหนึ่งไก่ จะมุ่งหน้าไปในทิศทางใด!

ทำให้ตนเองแข็งแกร่ง ปลุกสายเลือด ทำลายพันธนาการ!

ส่วนจะต้องใช้อะไรกันแน่ รอให้เจ้าลูกไก่เหลืองได้พบเจอ เขาก็จะมีคำตอบเอง

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากหลี่เทียนมิ่งทำอาหารเช้าให้มารดาเสร็จ ก็พกหยกทองคำห้าสิบเม็ดที่เหลือ มุ่งหน้าไปยังสมาคมการค้าดวงดาว

เขามีลางสังหรณ์ว่า หยกอัคคีที่จะได้มาหลังจากแลกเปลี่ยนหยกทองคำสำเร็จ น่าจะเพียงพอให้เขาและเจ้าลูกไก่เหลืองก้าวล้ำไปพร้อมกันได้!

ตอนที่หลี่เทียนมิ่งออกจากบ้าน เมืองหลีหัวกำลังคึกคักอย่างยิ่งจากเรื่องงานแต่งงานของผู้ว่าเมือง ข่าวซุบซิบเรื่องที่สองแม่ลูกหลี่เทียนมิ่งถูกหย่าถูกปลด ก็เริ่มแพร่สะพัดออกไปแล้ว…

-สองสิงห์:ผู้แปล-

* หนึ่งเค่อ = 15 นาที

จบบทที่ บทที่ 5 พันธนาการสายเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว