- หน้าแรก
- จอมเวทอย่างข้าก็เป็นเช่นนี้แหละ
- บทที่ 29 รวมตัวกันอีกครั้ง
บทที่ 29 รวมตัวกันอีกครั้ง
บทที่ 29 รวมตัวกันอีกครั้ง
บทที่ 29 รวมตัวกันอีกครั้ง
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในสมาคมนักผจญภัย เซลเลียร์ก็ถูกใครบางคนรวบตัวเข้าไปกอดเต็มรัก
“เซลเลียร์! ไม่เจอกันตั้งครึ่งเดือน ข้าคิดถึงเจ้าจะแย่อยู่แล้ว!”
ผู้มาเยือนสวมกอดเซลเลียร์อย่างอบอุ่น กลิ่นอายความเป็นชายชาตรีโชยมาปะทะหน้า เล่นเอาเซลเลียร์มึนงงไปชั่วขณะ
เกรย์ยิ้มร่าด้วยความตื่นเต้น เขาตบไหล่เซลเลียร์แรงๆ แถมยังทำท่าจะยื่นหน้าเข้ามาหอมแก้มอีก
“หยุดๆๆ... อย่ามาหอมแก้มข้า” เซลเลียร์รีบเบรกพฤติกรรมทักทายสุดสยิวอย่างแรง
“มา! วอลเลซ เราก็มากอดกันสักที” เกรย์หันไปหาเรนเจอร์ฮาล์ฟเอลฟ์ด้วยรอยยิ้มทะเล้น
“อย่ามาทำตัวน่าขยะแขยงแถวนี้นะ เจ้าคางคกเริงร่า”
วอลเลซทำหน้าแหยง ถอยหลังหนีไปสองสามก้าว
“ดูแข็งแรงดีนี่ แผลเป็นไงบ้าง?” มาร์คัสเดินเข้ามามองสำรวจเกรย์ตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ไม่มีปัญหา”
เกรย์ทุบอกตัวเองดังปึกๆ “หายดีเป็นปลิดทิ้ง”
เซลเลียร์อ้าปากค้าง ไม่อยากจะเชื่อสายตา
เขาเข้าไปแหวกเสื้อเกรย์ดู ตรวจสอบบาดแผลที่ไหล่อย่างละเอียด
รอยที่เคยถูกเศษเหล็กทิ่มแทงสมานกันสนิท สะเก็ดแผลหลุดลอกไปหมดแล้ว เหลือเพียงรอยแผลเป็นสีจางๆ
เซลเลียร์ลองกดลงไปที่หน้าอกของเกรย์
สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่แน่นปึ้กและเสียงหัวใจเต้นตุบๆ อย่างแข็งแรงภายใต้ผิวหนัง
พลังการฟื้นตัวนี่มันไม่ใช่เล่นๆ ผ่านไปแค่สิบวันเองนะ หายดีเป็นปกติแล้วเหรอเนี่ย?
ถ้าเป็นมนุษย์โลกธรรมดา คงต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มเป็นเดือนไม่ใช่หรือไง?
“นักรบก็งี้แหละ หนังเหนียวจะตาย”
เห็นเซลเลียร์ทำหน้าตกใจ วอลเลซเลยช่วยอธิบาย “พอปลุกหัวใจแห่งปราณได้ พลังการฟื้นตัวของพวกเขาก็จะเหนือกว่าคนปกติไปเยอะ”
ความแตกต่างสำคัญระหว่างนักรบฝึกหัดกับนักรบระดับล่าง ก็คือหัวใจแห่งปราณ
นักรบฝึกหัดเป็นแค่คนธรรมดาที่ผ่านการฝึกฝนร่างกาย ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก แต่นักรบระดับล่างที่ปลุกหัวใจแห่งปราณได้นั้นต่างออกไป
ถ้าเทียบเป็นค่าสถานะแบบที่เซลเลียร์เห็น พละกำลัง ความว่องไว และความอึดของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แถมยังมีสกิลติดตัวอย่างการฟื้นฟูร่างกายอย่างรวดเร็วเพิ่มเข้ามาด้วย
ในการฝึกฝนขั้นต่อๆ ไป หัวใจแห่งปราณจะแตกแขนงออกเป็นหลายสาย ตามแต่ความถนัดของแต่ละคน
โดยทั่วไป คนที่มีความอึดสูงก็เหมาะจะเป็นแนวหน้า
ถ้าความว่องไวและพละกำลังสูง ทางเลือกก็จะเยอะหน่อย จะไปเป็นนักฆ่า นักดาบ หรือเรนเจอร์ก็ได้
ความแตกต่างนี้จะยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อถึงคลาสนักรบระดับสูงแล้วเปลี่ยนอาชีพ
อย่างเช่นการ์เดี้ยนกับซอร์ดมาสเตอร์ สองอาชีพนี้มีสไตล์การต่อสู้ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“ว่าแต่... จอมเวทจะปลุกหัวใจแห่งปราณได้ไหม?” จู่ๆ เซลเลียร์ก็นึกสงสัยขึ้นมา
พลังการฟื้นตัวแบบนี้ เขาเองก็อยากได้เหมือนกัน
“ในทางทฤษฎีก็น่าจะได้มั้ง? แต่ไม่ค่อยมีจอมเวทคนไหนเขาทำกันหรอก”
วอลเลซยักไหล่ “จับปลาสองมือ สุดท้ายก็จะไม่ได้ดีสักอย่าง ไปไม่สุดสักทาง ทั้งนักรบทั้งจอมเวท”
ทั้งมาร์คัสและเซลเลียร์ต่างยินดีต้อนรับการกลับมาของเกรย์
แม้วอลเลซจะดูไม่ค่อยชอบขี้หน้าหมอนี่เท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไร
ในที่สุด ปาร์ตี้รุ่นบุกเบิกก็กลับมารวมตัวกันครบทีมอีกครั้ง
ในการเลือกภารกิจครั้งนี้ มาร์คัสยังคงถามความเห็นของเซลเลียร์ก่อน
“เราลองรับภารกิจระดับล่างดูไหม?” เซลเลียร์เสนอ
ตอนนี้เลเวลของเซลเลียร์คือ lv.4 (27/175)
ยังขาดอีก 148 แต้มถึงจะอัปเลเวล ถ้ามัวแต่ทำภารกิจระดับทั่วไปกระจอกๆ คงช้าเกินไป
ภารกิจระดับล่างเองก็มีการแบ่งระดับความยากจากต่ำไปสูง ตั้งแต่หนึ่งถึงสามดาว และส่วนใหญ่ต้องเจอกับสัตว์อสูรระดับ 【ยาก】 ความยากจึงมากกว่าภารกิจระดับทั่วไปพอสมควร แต่ค่าตอบแทนก็สูงขึ้นตามไปด้วย
มาร์คัสครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พยักหน้าตกลง
“เอาสิ”
หลังจากได้เห็นอานุภาพของเฟลมเบรธ ความมั่นใจที่เขามีต่อเซลเลียร์ก็เพิ่มขึ้นอีกโข
แถมตอนนี้เกรย์ก็กลับเข้าทีมแล้ว สมควรแก่เวลาที่จะท้าทายภารกิจที่ยากขึ้น
เป็นนักผจญภัยทั้งที ก็ต้องเสี่ยงกันหน่อยถึงจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า
“ถ้าเป็นภารกิจระดับล่าง...”
สายตาของมาร์คัสกวาดไปตามบอร์ดประกาศภารกิจ จนไปสะดุดเข้ากับใบหนึ่ง เขาเอื้อมมือไปดึงใบคำร้องนั้นลงมา
“อันนี้เป็นไง?”
【ภารกิจปราบปรามค้างคาวปีกยักษ์】
ค้างคาวปีกยักษ์ที่อาศัยอยู่ในป่าทึบทางตะวันตกของป่าเกรย์วู้ดได้เข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์และเลี้ยงดูลูกอ่อน ทำให้มีนิสัยดุร้ายและก้าวร้าวผิดปกติ เมื่อเร็วๆ นี้ ค้างคาวปีกยักษ์ตัวดังกล่าวได้ทำร้ายชาวบ้านในหมู่บ้านหุบเขาธารใสบาดเจ็บไปหกคน และเสียชีวิตหนึ่งคน ระดับภัยคุกคามสูงมาก
ระดับภารกิจ: ระดับล่าง (หนึ่งดาว)
เป้าหมายภารกิจ: กำจัดค้างคาวปีกยักษ์ และกวาดล้างลูกอ่อนในรังให้สิ้นซาก
เงินรางวัล: สังหารค้างคาวปีกยักษ์ได้รับเงินรางวัลสี่เหรียญทอง นอกจากนี้ ลูกอ่อนค้างคาวปีกยักษ์แต่ละตัวมีค่าหัวเพิ่มให้อีกตัวละห้าสิบเหรียญเงิน
หมายเหตุจากสมาคม: ค้างคาวปีกยักษ์ในช่วงผสมพันธุ์จะดุร้ายเป็นพิเศษ ขอให้แนวหน้าเตรียมอุปกรณ์ป้องกันที่แข็งแกร่งพอจะรับมือการโจมตีโฉบลงมาจากที่สูง แนะนำให้ในทีมมีอาชีพโจมตีระยะไกลที่สามารถโจมตีศัตรูบนอากาศได้อย่างน้อยหนึ่งคน ไม่ว่าจะเป็นเรนเจอร์หรือจอมเวท
“ค้างคาวปีกยักษ์เหรอ... ไม่น่ามีปัญหานะ”
เกรย์ชะโงกหน้ามาดู “เมื่อก่อนข้าเคยตามปาร์ตี้อื่นไปล่าอยู่ตัวหนึ่ง ก็แค่รำคาญตรงที่มันชอบบินวนไปวนมาบนฟ้านั่นแหละ”
“มาร์คัส ขอแค่เจ้าล่อความสนใจมันไว้ได้ ข้ากับเซลเลียร์จะสอยมันร่วงลงมาเอง” วอลเลซเสริม
“อืม... ไม่น่ามีปัญหา” เซลเลียร์พยักหน้าเห็นด้วย
ตัวแม่บวกกับลูกๆ น่าจะพอเก็บค่าประสบการณ์ได้ครบ 147 แต้ม
“ตกลง งั้นรับงานนี้แหละ” มาร์คัสเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อดำเนินการรับภารกิจ
ระหว่างรอ เสียงทุ้มต่ำและหนักแน่นดังขึ้นจากข้างตัวเซลเลียร์
“เจ้าคือจอมเวทที่ร่วมปราบมิสต์วอล์คเกอร์กับสไลม์ยักษ์ใช่ไหม?”
เซลเลียร์หันไปมอง แล้วรีบค้นความทรงจำเกี่ยวกับอีกฝ่ายขึ้นมา
เขาคือนักรบ ฮาล์ฟออร์คที่เจอในสมาคมคราวก่อน
เซลเลียร์เองก็ไม่ใช่คนตัวเตี้ย สูงตั้งร้อยแปดสิบกว่า
แต่เจ้าฮาล์ฟออร์คนี่สูงปาเข้าไปสองเมตรกว่า สูงกว่าเซลเลียร์เกือบสองช่วงหัว ยืนอยู่ตรงหน้าเหมือนภูเขาลูกย่อมๆ กดดันสุดๆ
“ใช่... มีอะไรหรือเปล่า?” เซลเลียร์เชิดคางขึ้นเล็กน้อย สบตากับฮาล์ฟออร์ค
“ไม่มีอะไร แค่รู้สึกว่าเจ้าใช้ได้ เก่งดี”
ฮาล์ฟออร์คฉีกยิ้มที่เจ้าตัวคิดว่าเป็นมิตร แต่ดูยังไงก็น่ากลัวอยู่ดี
“ข้าชื่อกัค ไว้มีโอกาสคงได้ร่วมงานกัน”
“อ้อ... ข้าชื่อเซลเลียร์”
เซลเลียร์จับมือกับกัคอย่างเก้ๆ กังๆ “ไว้มีโอกาส”
ทักทายเสร็จ กัคก็แบกขวานยักษ์เดินอาดๆ ออกจากสมาคมนักผจญภัยไป
พอเขาเดินไปไกลแล้ว เซลเลียร์แอบสังเกตรอบๆ พบว่ามีคนแอบมองมาทางเขาอยู่จริงๆ บ้างก็จงใจ บ้างก็แสร้งมองผ่าน
ดูเหมือนเขาจะเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาบ้างแล้วสินะ
ก็แน่ล่ะ ในดงนักผจญภัยมีเซลเลียร์เป็นจอมเวทอยู่คนเดียว แถมยังล่าสัตว์อสูรโหดๆ ได้ติดๆ กัน จะให้ทำตัวกลมกลืนคงยาก
จบบทที่ 29