- หน้าแรก
- จอมเวทอย่างข้าก็เป็นเช่นนี้แหละ
- บทที่ 12 รูปลักษณ์ใหม่
บทที่ 12 รูปลักษณ์ใหม่
บทที่ 12 รูปลักษณ์ใหม่
บทที่ 12 รูปลักษณ์ใหม่
ลืมตาตื่น
ไม่ใช่เพดานเต็นท์มอซออีกแล้ว แต่เป็นเพดานไม้ที่ให้ความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย
เมื่อคืนหลับสนิทดีจริงๆ
ดูจากแสงแดดนอกหน้าต่าง เวลาคงล่วงเลยไปเกือบเที่ยงแล้ว
เซลเลียร์นอนเหม่ออยู่บนเตียงครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง
การนอนหลับพักผ่อนโดยไร้ความฝันรบกวน ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายของเขาได้อย่างมหาศาล
นัยน์ตาไหววูบ หน้าต่างสถานะปรากฏขึ้น ข้อมูลบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย
ความคืบหน้าการวิเคราะห์อ้อมกอดแห่งม่านหมอก ขยับมาอยู่ที่ 4%
วันหนึ่งเพิ่มได้ 4% งั้นเหรอ... แปลว่าต้องใช้เวลากว่ายี่สิบวันถึงจะวิเคราะห์เสร็จ ช่างเชื่องช้าเสียจริง
วิถีมนตราจำลองนี่เป็นทักษะที่ต้องใช้เวลาบ่มเพาะจริงๆ ถ้าเลือกคลื่นมนตราถาโถมป่านนี้คงเก่งขึ้นทันตาเห็นไปแล้ว
สายตาเลื่อนลงมาข้างล่าง มหาเวทสร้างสรรค์อันลึกลับยังคงอยู่ที่ 0% ไม่ขยับเขยื้อน
เซลเลียร์ทิ้งตัวลงนอนแผ่อีกรอบ เริ่มคิดว่าจะทำอะไรดีในวันนี้
จะไปรับภารกิจที่สมาคมนักผจญภัยเลยดีไหม... ก็ไม่เห็นต้องรีบร้อน เงินที่มีอยู่ก็พอใช้ชีวิตไปได้อีกพักใหญ่
อีกอย่าง การผจญภัยครั้งแรกของร่างเดิมมันบ้าระห่ำเกินไป มีดสั้นเล่มเดียว กับชุดป้องกันที่แทบจะเรียกว่าไม่มี
โชคยังดีที่เป้าหมายภารกิจเป็นแค่หมาป่า แถมตอนเจอมิสต์วอล์คเกอร์ก็ได้มาร์คัสกับเกรย์ช่วยรับหน้า ไม่งั้นคงได้ตายสมใจไปแล้ว
ก่อนจะออกผจญภัยครั้งหน้า ต้องเตรียมความพร้อมให้ดีกว่านี้
แล้วก็เรื่องระดับชั้นจอมเวทที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย
เซลเลียร์กระตือรือร้นที่จะสำรวจระบบเวทมนตร์ของโลกนี้อย่างมาก
ในความทรงจำของร่างเดิม เมืองแบล็คสโตนมีสมาคมจอมเวทตั้งอยู่ แต่ด้วยความขี้ขลาดและปมด้อยเรื่องฐานะ เขาจึงไม่เคยเฉียดกรายเข้าไปใกล้เลย
ในเมื่อตัดสินใจเดินบนเส้นทางจอมเวทแล้ว ในอนาคตยังไงก็ต้องเกี่ยวข้องกับองค์กรนี้
ดีไม่ดีอาจจะมีโอกาสได้เห็นจอมเวทคนอื่นร่ายเวทมนตร์ระดับสูง ให้วิถีมนตราจำลองได้สำแดงเดชบ้าง
“งั้น... วันนี้ไปเดินเล่นที่สมาคมจอมเวทดีกว่า ถือโอกาสไปวัดระดับด้วยเลย” เซลเลียร์พึมพำพลางลุกจากเตียง
หลังล้างหน้าล้างตาเสร็จ เซลเลียร์ก็จัดการมื้อเช้าควบเที่ยงด้วยเนื้อเค็มบดกับมันฝรั่งอบ ก่อนจะเดินออกจากโรงเตี๊ยม
แต่ที่แรกที่เขาไปไม่ใช่สมาคมจอมเวท หากแต่เป็นร้านเสื้อผ้า
เสื้อผ้าที่เขาใส่อยู่ตอนนี้มันซอมซ่อเกินไป ถึงจะไม่ถึงขั้นยาจกแต่ก็ดูดีกว่าไม่เท่าไหร่
เสื้อผ้าเนื้อหยาบที่เปื้อนเลือดหมาป่าและคราบดินโคลน ทำให้เขาดูดิบเถื่อนและสกปรก
ถ้าไปสมาคมนักผจญภัยคงไม่มีใครว่า เพราะสภาพแต่ละคนก็ไม่ต่างกัน แต่สมาคมจอมเวทคงรับไม่ได้กับสภาพแบบนี้
เผลอๆ พวกท่านจอมเวทผู้สูงส่งอาจจะมองเขาเป็นขอทานแล้วไล่ออกมาก็ได้
ยืนอยู่หน้ากระจก เซลเลียร์พิจารณารูปลักษณ์ใหม่ของตัวเอง
เขาเลือกเสื้อทูนิคแขนยาวสีเทา เข้าคู่กับกางเกงขายาวผ้าลินินสีดำ และรองเท้าบูทหนังนิ่มแบบครึ่งแข้ง
แม้จะเป็นเครื่องแต่งกายธรรมดาๆ แต่ค่าเสน่ห์ที่สูงถึง 46 แต้มของเซลเลียร์ก็สำแดงฤทธิ์อย่างชัดเจน
การตรากตรำทำไร่ไถนามานานปีไม่ได้ทำให้ผิวพรรณของเซลเลียร์กร้านดำ แต่กลับยังคงขาวสะอาด
ไขมันในร่างกายที่ต่ำทำให้เห็นกรอบหน้าและเส้นสายบนใบหน้าชัดเจน ผมสีดำนัยน์ตาสีดำรับกับเครื่องหน้าละมุน ทำให้ภาพรวมของเซลเลียร์ดูเป็นเด็กหนุ่มรูปงาม
ภาพในกระจกไม่ได้ดูเหมือนนักผจญภัย แต่เหมือนอาจารย์หนุ่มในโรงเรียนเวทมนตร์เสียมากกว่า
“ดูดีใช้ได้” เซลเลียร์จัดปกเสื้อพลางยิ้มมุมปาก
เขาจ่ายค่าชุดไปห้าเหรียญเงิน เงินเก็บตอนนี้เหลืออยู่สามเหรียญทองกับห้าสิบสามเหรียญเงิน
จากนั้นเซลเลียร์ก็ถามทางชาวบ้าน เดินวนไปวนมาพักใหญ่กว่าจะถึงจุดหมาย
เทียบกับสมาคมนักผจญภัยแล้ว สมาคมจอมเวทดูหรูหราโอ่อ่ากว่าหลายขุม
มันไม่ใช่อาคารเดี่ยวๆ แต่เป็นกลุ่มอาคารหลายหลังตั้งอยู่ในพื้นที่กว้างขวาง ล้อมรอบด้วยกำแพงสูง ทางเข้าเป็นซุ้มประตูหินสีขาวขนาดมหึมา
แม้แต่ยามที่ยืนเฝ้าซุ้มประตู ยังดูมีราศีและสวมใส่เครื่องแบบที่ดูดีกว่ายามหน้าประตูเมืองเยอะ
เซลเลียร์สูดหายใจลึก เดินเข้าไปหาอย่างมั่นใจ
“กรุณาหยุดก่อน”
ยามยกมือห้าม “ขอตรวจตราแสดงตัวตนด้วยครับ”
เซลเลียร์ยื่นตรานักผจญภัยให้ดูตามความเคยชิน
ยามรับไปดูแล้วถามด้วยความสงสัย “ไม่มีตราสัญลักษณ์ของสมาคมจอมเวทหรือครับ?”
“ข้าเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก วันนี้ตั้งใจจะมาทดสอบเลื่อนระดับจอมเวทครับ” เซลเลียร์ตอบ
“รอสักครู่ครับ”
ยามเดินกลับเข้าไปค้นของในห้องข้างซุ้มประตูพักหนึ่ง แล้วเดินกลับมาพร้อมลูกแก้วคริสตัลขนาดเล็ก
ตามคำแนะนำของยาม เซลเลียร์วางฝ่ามือทาบลงบนลูกแก้ว
เขาเพียงกระตุ้นพลังเวทเล็กน้อย ภายในลูกแก้วที่ดูขุ่นมัวก็เปล่งแสงสว่างวาบออกมา
คงเป็นเครื่องมือตรวจสอบพลังเวทสินะ... เซลเลียร์คิดในใจ
“เรียบร้อย เชิญเข้าได้ครับ”
ยามถอยทางเปิดทางให้ พร้อมชี้บอกทาง “สำนักงานกิจการทั่วไปที่รับผิดชอบการทดสอบระดับจอมเวทอยู่ทางด้านนั้นครับ”
“ขอบคุณครับ” เซลเลียร์พยักหน้า
บรรยากาศภายในสมาคมจอมเวทค่อนข้างเงียบเหงา เซลเลียร์มองไปรอบๆ เห็นคนเดินผ่านไปมาเพียงไม่กี่คน
ความจริงก็เป็นเรื่องปกติ เมื่อเทียบกับอาชีพอื่น จำนวนจอมเวทนั้นน้อยนิดอยู่แล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะเมืองแบล็คสโตนมีทั้งเหมืองแร่ออบซิเดียนและป่าเกรย์วู้ด สมาคมจอมเวทคงไม่มาตั้งสาขาที่นี่ ปกติจะมีแต่เมืองใหญ่ระดับมหานครเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ตั้งสาขา
เดินผ่านสนามหญ้ามา เซลเลียร์ก็มาถึงอาคารสำนักงานกิจการทั่วไปตามที่ยามบอก
ภายในเป็นโถงกว้างขวางสว่างไสว อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกระดาษและหมึก
ผู้รับเรื่องเป็นจอมเวทชราหนวดยาวสีขาวโพลน ฟุบหลับอยู่หลังเคาน์เตอร์ท่าทางง่วงงุนเต็มที
“สวัสดีครับ”
เซลเลียร์ส่งเสียงเรียกเบาๆ “ข้าต้องการมาทดสอบระดับจอมเวทครับ”
จอมเวทเฒ่าไม่แม้แต่จะเงยหน้า เพียงแค่ชี้มือไปทางม้านั่งยาวด้านข้าง “ไปนั่งรอตรงโน้นก่อน”
เซลเลียร์มองตามนิ้วไป เห็นเด็กสาวคนหนึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
เธอดูอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา สวมชุดคลุมจอมเวทสีม่วงอ่อนตัดเย็บประณีต ผมลอนยาวสีทองสยายอยู่กลางหลัง ข้างเอวเหน็บไม้กายสิทธิ์สีแดงเข้มอันวิจิตรบรรจง
เด็กสาวเหมือนจะรู้สึกตัว เธอหันหน้ามามอง สบตากับเซลเลียร์พอดี
นัยน์ตาสีไพลิน... สวยจังแฮะ
นั่นคือความประทับใจแรกของเซลเลียร์
เซลเลียร์พยักหน้าทักทายตามมารยาท แล้วเดินไปนั่งเว้นระยะห่างจากเธอพอสมควร
อาจเพราะการรอคอยมันน่าเบื่อ เด็กสาวจึงเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อน
“นี่ เจ้าก็มาทดสอบระดับเหมือนกันเหรอ?”
“อืม” เซลเลียร์พยักหน้า
“ข้าชื่อเบฟ อัลเบอร์ตี้ แล้วเจ้าล่ะ?” เบฟแนะนำตัวอย่างเป็นกันเอง
“เซลเลียร์”
“เซลเลียร์...”
เบฟทวนชื่อนั้นเบาๆ น้ำเสียงเจือความสงสัย “ไม่มีนามสกุล... แสดงว่าไม่ใช่ลูกหลานขุนนางสินะ?”
“ใช่ ข้าเป็นแค่สามัญชน”
เซลเลียร์หัวเราะเบาๆ “ฝึกเวทมนตร์ด้วยตัวเอง ก็เลยอยากลองมาทดสอบระดับดูน่ะ”
จบบทที่ 12