- หน้าแรก
- จอมเวทอย่างข้าก็เป็นเช่นนี้แหละ
- บทที่ 5 สารานุกรมสัตว์อสูรฉบับสมาคมนักผจญภัย
บทที่ 5 สารานุกรมสัตว์อสูรฉบับสมาคมนักผจญภัย
บทที่ 5 สารานุกรมสัตว์อสูรฉบับสมาคมนักผจญภัย
บทที่ 5 สารานุกรมสัตว์อสูรฉบับสมาคมนักผจญภัย
หลังจากช่วยกันดับกองไฟ ทั้งหมดก็เก็บกวาดค่ายพักแรม
ภารกิจครั้งนี้ พวกเขาสังหารหมาป่าไปทั้งหมดสามสิบหกตัว และยังได้หนังหมาป่าสภาพสมบูรณ์อีกสิบผืน นับว่าเป็นการเก็บเกี่ยวที่ไม่เลวทีเดียว
ส่วนหนังหมาป่าที่มีรอยตำหนิถูกทิ้งไปอย่างไม่ไยดี เพราะเมืองแบล็คสโตนไม่ได้ขาดแคลนทรัพยากรประเภทนี้ หนังเกรดต่ำขายไปก็ไม่ได้ราคา
มาร์คัสกระแอมไอเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ตามสัญญาจ้างของสมาคมนักผจญภัย ค่าหัวหมาป่าหนึ่งตัวอยู่ที่สามเหรียญเงิน ข้าฆ่าไปสิบสามตัว เกรย์สิบสองตัว วอลเลซเก้าตัว และเซลเลียร์สองตัว จำนวนตามนี้ มีใครคัดค้านไหม?”
ทุกคนพยักหน้าเห็นชอบ
ภารกิจกำจัดสัตว์ป่าประเภทนี้ โดยทั่วไปจะคิดเงินตามจำนวนหัวที่แต่ละคนล่าได้ เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นภารกิจปราบปรามสัตว์อสูรที่ต้องร่วมแรงร่วมใจกันสู้ ถึงจะแบ่งค่าตอบแทนตามสัดส่วน
“นอกจากนี้ แต่ละคนจะได้รับค่าจ้างพื้นฐานคนละห้าเหรียญเงิน เงินที่พวกเจ้าจะได้รับก็มีเท่านี้แหละ ทางสมาคมจะจ่ายให้ครบทุกบาททุกสตางค์ทันทีที่ส่งมอบภารกิจเสร็จสิ้น”
เกรย์ยิ้มหน้าบาน
จบงานนี้ เขาคงได้ไปใช้ชีวิตสำราญในโรงเหล้าได้อีกพักใหญ่
เซลเลียร์คำนวณในใจเงียบๆ
ค่าหัวหกเหรียญเงินบวกค่าจ้างพื้นฐานอีกห้าเหรียญเงิน ส่วนหมาป่าอีกตัวที่เขาฆ่า หนังถูกไฟเผาจนเสียหายจึงไม่ได้ส่วนแบ่งตรงนี้
สรุปแล้วงานนี้เขาจะได้เงินทั้งหมดสิบเอ็ดเหรียญเงิน
คงพอให้ประทังชีวิตไปได้สักพักแหละน่า
ระบบเงินตราของทวีปแคนเดียเข้าใจง่ายมาก หนึ่งเหรียญทองเท่ากับร้อยเหรียญเงิน และหนึ่งเหรียญเงินเท่ากับร้อยเหรียญทองแดง
คิดแล้วก็น่าสมเพชตัวเองอยู่เหมือนกัน... ออกมาเสี่ยงตายในป่าตั้งหลายวัน แต่รายได้ยังไม่ถึงหนึ่งเหรียญทองเลย
เมื่อเก็บสัมภาระเรียบร้อย ปาร์ตี้ก็เริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ชายป่า
มาร์คัสเดินนำหน้าสุด เขาหากินในป่าแถบนี้มาเกือบปี จึงคุ้นเคยกับภูมิประเทศแถวนี้เป็นอย่างดี
เซลเลียร์มองไปรอบๆ
ชื่อป่าเกรย์วู้ดช่างสมชื่อจริงๆ เปลือกไม้ทุกต้นล้วนเป็นสีขาวขุ่นราวกับโครงกระดูกที่ผุกร่อน ยิ่งมาเจอกับหมอกยามเช้าที่ปกคลุมไปทั่วป่า ยิ่งทำให้อากาศดูหนาทึบและชื้นแฉะ
ขบวนเดินทางฝ่าดงไม้ไปอย่างเงียบเชียบ มีเพียงเสียงย่ำเท้าลงบนใบไม้แห้งที่ทับถมกันหนาเตอะเท่านั้นที่ดังขึ้นเป็นระยะ
เดินมาได้ราวหนึ่งชั่วโมง จู่ๆ มาร์คัสก็หยุดฝีเท้า แผ่นหลังกว้างของเขายืนนิ่งอยู่กับที่ น้ำเสียงฟังดูเคร่งเครียด
“มีบางอย่างผิดปกติ”
“หลงทางเหรอ?” เซลเลียร์กระพริบตาปริบๆ
ทิวทัศน์รอบตัวในสายตาเขาแทบไม่มีอะไรเปลี่ยน มีแต่ต้นไม้สีเทาขาวกับหมอกจางๆ ต่อให้บอกว่าเดินวนอยู่ที่เดิม เขาก็เชื่อ
“ไม่ได้หลง...”
มาร์คัสเงยหน้ามองท้องฟ้า “เวลานี้พระอาทิตย์ขึ้นเต็มดวงแล้ว หมอกควรจะจางหายไปได้แล้ว แต่หมอกกลับหนาขึ้นกว่าเมื่อกี้เสียอีก”
สมาชิกทั้งสี่คนเดินทิ้งระยะห่างกันไม่เกินหนึ่งเมตร พอจะมองเห็นเงาร่างของกันและกันได้ แต่พอมองออกไปรอบๆ กลับรู้สึกได้ชัดเจนว่าทัศนวิสัยถูกบดบัง
“หมอกลงจัดผิดปกติงั้นเหรอ?” วอลเลซถาม
“ไม่น่าใช่”
มาร์คัสส่ายหน้าปฏิเสธ
“เมื่อวานฝนไม่ตก ป่าก็แห้ง อุณหภูมิก็ไม่ได้ลดฮวบ ไม่มีปัจจัยไหนเอื้อให้เกิดหมอกหนาขนาดนี้ได้เลย”
ราวกับจะยืนยันคำพูดของมาร์คัส หมอกรอบตัวเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ลมเย็นยะเยือกพัดกรรโชกมาเป็นระลอก ทัศนวิสัยจากเดิมที่มองเห็นได้ไกลสิบเมตร ลดฮวบลงไปอีกระดับ
ความรู้สึกไม่ปลอดภัยแล่นพล่านในใจเซลเลียร์ เขาเผลอสูดจมูกฟุดฟิดโดยไม่รู้ตัว
กลิ่นหอมของพืชพรรณจางหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นคาวฉุนกึก
แต่ไม่ใช่กลิ่นสาบของหมาป่า กลิ่นของหมาป่าจะออกไปทางเหม็นสาบ แต่กลิ่นนี้...
มันมีกลิ่นคาวเลือดเจือปนอยู่เข้มข้นกว่ามาก!
“ระวังตัวด้วย”
สีหน้าของวอลเลซเคร่งเครียด เขาเองก็ได้กลิ่นนั้นเช่นกัน
ธนูยาวถูกกำกระชับในมือ ลูกศรพาดสายเตรียมพร้อม “ในหมอกเหมือนจะมีอะไรบางอย่าง... ตัวปัญหาน่าจะมาเยือนเราแล้ว”
เกรย์หุบยิ้มทะเล้นที่มักมีอยู่เป็นนิจ มือขวากุมด้ามดาบแน่น กล้ามเนื้อแขนปูดโปนด้วยแรงบีบ สายตากวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
“หมีหรือเปล่า?”
สิ้นเสียงเขา เสียงคำรามต่ำๆ ก็ดังสะท้อนมาจากรอบทิศทาง ฟังดูน่าขนลุก หมอกหนาหมุนคว้างราวกับน้ำเดือด
เงาสีดำขนาดมหึมาปรากฏขึ้นโดยไร้สัญญาณเตือน วูบผ่านหมอกหนาเบื้องหน้าขบวนไปอย่างรวดเร็ว!
แม้จะเห็นเพียงชั่วพริบตา แต่ทั้งสี่คนต่างก็เห็นมันกับตาตัวเอง ความหวาดกลัวระเบิดขึ้นในใจทันที
“บ้าเอ๊ย!”
เกรย์ถอยหลังไปสองก้าว สบถด้วยความตกใจปนโกรธ “นั่นมันตัวบ้าอะไรวะ?!”
วอลเลซสูดลมหายใจลึก คนที่สุขุมเยือกเย็นมาตลอดอย่างเขา ตอนนี้น้ำเสียงยังสั่นเครือ
“มันคือมิสต์วอล์คเกอร์...”
สารานุกรมสัตว์อสูรฉบับสมาคมนักผจญภัย
[ลำดับที่ 61]: มิสต์วอล์คเกอร์ (ภูตหมอก) ระดับความอันตรายต่อบุคคล: [ท้าทาย]
ลักษณะทางกายภาพ:
รูปลักษณ์ของมิสต์วอล์คเกอร์ไม่แน่นอน อาจปรากฏในรูปทรงใดก็ได้ แต่โดยเนื้อแท้แล้ว มันคือสิ่งมีชีวิตวิปริตที่เกิดจากการผสมผสานของเลือดเนื้อและซากศพสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด
ลักษณะเด่นที่สุดคือ มีม่านพลังงานที่ดูคล้ายสายน้ำไหลปกคลุมทั่วร่างกาย
พฤติกรรม: เป็นนักล่าประเภทซุ่มโจมตีโดยสมบูรณ์ ดุร้ายมาก มักอาศัยอยู่ในป่าหรือหนองน้ำที่เอื้อต่อการซ่อนตัว
การปรากฏตัวของมิสต์วอล์คเกอร์มักมาพร้อมกับหมอกหนาทึบผิดธรรมชาติ กินวงกว้างและคงอยู่อย่างต่อเนื่อง
ความสามารถพิเศษ:
มิสต์วอล์คเกอร์มีพละกำลังมหาศาล เหนือกว่าสัตว์ป่าทั่วไป แม้แต่หมีก็เทียบไม่ได้ แต่ความสามารถที่เป็นไม้ตายจริงๆ คือม่านพลังงานที่ปกคลุมร่างกาย
มันสามารถสลายแรงกระแทกทางกายภาพได้เกือบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการฟัน แทง หรือทุบด้วยค้อนศึก ล้วนไม่อาจสร้างความเสียหายให้แก่เนื้อแท้ของมันได้
จุดอ่อนสำคัญ:
ม่านพลังงานนี้จะตอบสนองอย่างรุนแรงต่อการโจมตีที่แฝงด้วยพลังปราณหรือพลังเวท
การโจมตีเต็มกำลังของนักรบระดับกลางที่อัดแน่นด้วยพลังปราณสามารถทำลายม่านนี้ได้ และการโจมตีด้วยพลังงานล้วนๆ—หรือก็คือเวทมนตร์ คือวิธีที่ได้ผลที่สุดในการเจาะเกราะเต่านี้
หมายเหตุจากสมาคม:
คำเตือน! คำเตือน! ระดับความอันตราย [ท้าทาย] ของมิสต์วอล์คเกอร์ไม่ได้มาจากพลังทำลายล้าง แต่มาจากคุณสมบัติการป้องกันที่แทบจะไร้เทียมทาน
หากในปาร์ตี้ไม่มีนักรบที่ใช้พลังปราณเป็น หรือไม่มีนักเวท มิสต์วอล์คเกอร์จะเป็นฝันร้ายของทั้งทีม!
จากรายงานของผู้รอดชีวิตที่มีเพียงน้อยนิด ยืนยันข้อมูลได้ดังนี้:
1.อย่าเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น และอย่าไว้ใจประสบการณ์เดิมๆ
เมื่อพบว่าหมอกยามเช้ายังไม่จางหายทั้งที่พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ให้ถอยกลับทางเดิมทันที และรีบไปแจ้งสมาคมนักผจญภัยที่ใกล้ที่สุด เราจะส่งหน่วยกวาดล้างไปจัดการ
2.หากในปาร์ตี้ไม่มีนักรบระดับกลางที่ใช้พลังปราณได้ หรืออย่างน้อยต้องมีนักเวทที่สามารถร่ายเวทโจมตีได้อย่างแม่นยำ หากเจอมิสต์วอล์คเกอร์ สมาคมขอแนะนำอย่างยิ่งให้หนีทันที อย่าได้คิดสู้เด็ดขาด!
“ซวยบัดซบจริงๆ...”
สีหน้าของเกรย์ดูแย่มาก
“มิสต์วอล์คเกอร์คืออะไร?” เซลเลียร์ถามด้วยความงุนงง
“สัตว์อสูรขนานแท้ ม่านพลังงานที่หุ้มตัวมันกันการโจมตีกายภาพได้แทบทุกชนิด ต้องใช้พลังปราณหรือเวทมนตร์เท่านั้นถึงจะทำลายได้” วอลเลซอธิบายรัวเร็ว
จากการประเมินของสมาคมนักผจญภัย ค่าความอันตรายของป่าเกรย์วู้ดไม่ได้สูงนัก เขตชายป่ามีแค่สัตว์ป่าธรรมดา ส่วนสัตว์อสูรจะอยู่แต่ในเขตใจกลางป่า แถมไม่เคยมีรายงานการพบเห็นมิสต์วอล์คเกอร์มาก่อนด้วย
จบบทที่ 5